วัน: 6 พฤษภาคม 2026

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 7 พฤษภาคม 2569

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 7 พฤษภาคม 2569 มาแล้วครับ! ใครที่กำลังวางแผนเติมน้ำมันรถยนต์ ไม่ว่าจะเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซล สามารถเช็คราคาล่าสุดจากปั๊มน้ำมันชั้นนำอย่าง ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ ได้ที่นี่เลย ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ปรับตัวตามราคาน้ำมันดิบโลกและค่าเงินบาท ทำให้บางประเภทราคาใกล้เคียงกัน แต่บางตัวก็มีส่วนต่างนิดหน่อย ช่วยให้คุณเลือกเติมได้คุ้มค่าที่สุด

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 7 พฤษภาคม 2569

ข้อมูลนี้รวบรวมมาจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแต่ละบริษัทน้ำมันนะครับ ราคายังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันตามพื้นที่ ลองเช็คกับปั๊มใกล้บ้านก่อนเติมจริงๆ ดีกว่าครับ มาดูรายละเอียดกันเลย

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

บางจากยังคงรักษาราคาให้แข่งขันได้ดี โดยเฉพาะดีเซล B20 ที่ถูกมาก เหมาะสำหรับรถกระบะและรถบรรทุก

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 40.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

ปตท. มีตัวเลือกหลากหลาย รวมถึงซูเปอร์พาวเวอร์ที่เน้นสมรรถนะสูง เหมาะสำหรับรถสปอร์ต

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.89 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 52.39 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

เชลล์เด่นเรื่องฟิวเซฟและวี-เพาเวอร์ที่ช่วยประหยัดน้ำมันและเครื่องยนต์สะอาด

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.18 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.39 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

คาลเท็กซ์มีเทครอนที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ คุ้มสำหรับคนขับไกล

  • โกลด์ 95 เทครอน: 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 40.80 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 62.10 บาท/ลิตร

สรุปอัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 7 พฤษภาคม 2569

โดยรวมแล้ว ดีเซล B20 ราคาถูกสุดที่ 33.80 บาททุกปั๊ม แก๊สโซฮอล์ E85 32.24 บาทสำหรับบางปั๊ม ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลพรีเมียมสูงกว่าแต่ให้สมรรถนะดีกว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาเปลี่ยนคือราคาน้ำมันดิบ OPEC การผลิต และค่าเงิน สัปดาห์นี้ค่อนข้างนิ่ง ใครใช้รถประหยัดแนะนำ E20 หรือ B20 ครับ ประหยัดเงินและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เคล็ดลับ: ดาวน์โหลดแอปปั๊มน้ำมันเพื่อเช็คราคาเรียลไทม์และโปรโมชั่น หรือตั้งแจ้งเตือนอัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 7 พฤษภาคม 2569 ทุกวัน กดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ จะได้เติมถูกปั๊มถูก!

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 7 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

“มาดามเก่ง” แจงยิบวันเจรจา ไม่ข่มขู่

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียล “มาดามเก่ง” หรือ น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ ออกมาแถลงชี้แจงแบบยิบย่อย เกี่ยวกับวันเจรจาที่ถูกกล่าวหาว่ามีการข่มขู่ โดยยืนยันชัดเจนว่ามาดามเก่ง แจงยิบวันเจรจา ไม่มีการข่มขู่ แน่นอน พร้อมทั้งขอโทษ “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ทำให้เดือดร้อนจากเรื่องนี้ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากความขัดแย้งเรื่องหนี้สินกับ “โทน บางแค” หรือ นายโทนทอง สุขแก่น ที่มาดามเก่งอ้างว่าถูกโกงเงินไปกว่า 300 ล้านบาท

มาดามเก่ง แจงยิบวันเจรจา ไม่มีการข่มขู่

ที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 มาดามเก่งเดินทางมาพร้อมทนายโต หรือ นายเชษฐพล โกวิทวาณิชย์ และนายอุ๊ กรุงสยาม เพื่อนสนิท เพื่อชี้แจงกรณีที่โทน บางแค แจ้งความที่ สน.พหลโยธิน กล่าวหาว่ามีการข่มขู่ในวันที่ 17 เมษายน 2569 มาดามเก่งเริ่มด้วยการขอโทษบิ๊กเต่าทันที “กราบขอโทษ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ที่ทำให้เดือดร้อน รู้สึกเสียใจมาก ไม่ยุติธรรมเลย” และสาบานต่อหน้าฝนตกพรำว่า “บิ๊กเต่าไม่เคยรับเงินแม้แต่บาทเดียว” พร้อมฝากถึงโทนว่าอยากให้เคลียร์กันได้ เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

มาดามเก่ง แจงยิบวันเจรจา ไม่มีการข่มขู่ พร้อมขอโทษบิ๊กเต่า

ไทม์ไลน์จุดเริ่มต้นความขัดแย้ง

มาดามเก่งเล่าไทม์ไลน์ยาวเหยียดตั้งแต่ปี 2565 เริ่มจากขายรถเบนซ์ Bentley ราคา 18 ล้านบาท ผ่านคนกลางเซียนพระชื่อนายอรรณพ ที่แนะนำโทน บางแค ซึ่งอ้างเป็นเซียนรถหรู จ่ายเช็ค 10 ใบ เงื่อนไขจ่ายทีหลัง 10 เดือน แต่เช็คเด้งบางใบ ตามด้วยซื้อขายแบรนด์เนมต่อเนื่อง

  • ยืมเงิน 100 ล้าน: โทนขอยืมทำธุรกิจกล้องส่องพระ 1,000 ตัว ต้นทุน 2,600 บาท ขาย 17,000 บาท ค้ำประกันตึกมูลค่า 100 ล้าน แต่จริงๆ 60 ล้าน สัญญาจดจำนองชัดเจน สุดท้ายแบ่งกล้อง 300 ตัวในราคาถูกลง
  • เงินก้อนใหญ่: รวม 120 ล้าน และ 180 ล้าน มีเช็คผ่อน แต่เด้งหมด พระเครื่อง 152 องค์ที่โทนให้ค้ำ อ้าง 400-500 ล้าน แต่ตีราคาได้แค่ 35-40 ล้าน
  • ผลกระทบ: มาดามเก่งเครียดจนป่วยซึมเศร้า มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 600 ล้าน ชดใช้บางส่วนเหลือ 300 ล้าน
ไทม์ไลน์มาดามเก่ง แจงยิบวันเจรจา ถูกโกงร้อยล้าน

วันที่ 14 ม.ค. 2569 ทีมทนายแจ้งความที่ บก.ป. แต่คดีไม่คืบ โทนพยายามนัดเจรจาผ่านเซียนพระหลายครั้ง จนถึงวันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่อาคารพิทักษ์รักษ์สันติ

บรรยากาศวันเจรจา: ไม่มีข่มขู่จริงๆ

มาดามเก่งยืนยัน โทนเป็นฝ่ายขอนัดผ่านเซียนพระ มี 8 คนในห้อง: มาดามเก่ง, บิ๊กเต่า, โทน, ทนายทั้งสองฝั่ง, เลขา, อัยการ บรรยากาศสงบ บิ๊กเต่าพูดว่า “โทน พี่งานยุ่งมาก พี่ป๋องฝากมา อะไรเคลียร์ได้ก็เคลียร์ จะได้ไม่ต้องแจ้งความ” โทนบอกจะรวบรวมทรัพย์นัดรอบ 2 วันที่ 24 เม.ย. แต่ส่งทนายมาแทน สุดท้ายโทนไปแจ้งความ 5 คนรวมมาดามเก่งและบิ๊กเต่า ที่ สน.พหลโยธิน, สตช., อัยการสูงสุด

วันเจรจา มาดามเก่ง แจงยิบ ไม่มีการข่มขู่

ทนายโตเผยขบวนการ 7 คน กำลังสืบเส้นเงิน อัยการที่ถูกแจ้งเป็นญาติ work from home ให้คำปรึกษากฎหมายเท่านั้น นายอุ๊ เซียนพระยืนยันเห็นทุกขั้นตอน ยกเว้นวันเจรจา บางคนเคลียร์หนี้แล้ว

ทนายโตและมาดามเก่ง ชี้แจงกรณีโทนบางแค

สุดท้าย มาดามเก่งน้ำตาคลอ “โดนโกงร้อยล้าน แจ้งความกลับ จะไม่ร้องไห้ก็เก่งแล้ว” เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการทำธุรกิจต้องระวังคนใกล้ตัว คิดเป็นบทเรียนราคาแพง

คุณคิดอย่างไรกับดราม่านี้? ใครผิดใครถูก คอมเมนต์บอกกันได้เลย หรือแชร์ประสบการณ์โดนโกงมาคุยกัน ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – “มาดามเก่ง” แจงยิบวันเจรจา ไม่มีการข่มขู่ พร้อมขอโทษทำ “บิ๊กเต่า” เดือดร้อน

ICT ฟื้นจากวิกฤตด้วยเรื่องเล็กๆ

ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางการเงิน สโมสร Inverness Caledonian Thistle หรือที่รู้จักกันในชื่อ ICT ได้สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการฟื้นตัวอย่างน่าทึ่ง ICT ฟื้นจากวิกฤตด้วยเรื่องเล็กๆ อย่างที่เจ้าของสโมสร Alan Savage ได้เปิดเผยเอาไว้ การแก้ไขปัญหาง่ายๆ ที่ถูกละเลยมานานช่วยพลิกสถานการณ์จากขอบเหวสู่การเป็นแชมป์ League One และเลื่อนชั้นสู่ Championship

ICT ฟื้นจากวิกฤตด้วยเรื่องเล็กๆ

ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม 2024 สโมสร ICT ตกอยู่ในภาวะวิกฤตหนัก เมื่อถูกบังคับให้เข้าสู่กระบวนการบริหารใหม่ (administration) เนื่องจากหนี้สินพอกพูนถึงหลายล้านปอนด์ สโมสรเกือบจะถูกชำระบัญชี (liquidated) แต่แล้วนักธุรกิจ Alan Savage ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานสโมสรในช่วงปี 2006-2008 ก็ก้าวเข้ามาช่วยเหลือด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1 ล้านปอนด์ ทำให้สโมสรหลุดพ้นจาก administration ได้ในเดือนกันยายนปีถัดมา

วิธีที่ Alan Savage ทำให้ ICT ฟื้นจากวิกฤตด้วยเรื่องเล็กๆ

Savage อธิบายในรายการ BBC Radio Scotland’s Breakfast ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานและแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่ถูกละเลย เช่น การซ่อมหัวฝักบัวที่ชำรุด “มันคือการแก้ไขเรื่องง่ายๆ ที่ผิดพลาดไป” เขากล่าว ซึ่งช่วยฟื้นฟูขวัญกำลังใจและภาพลักษณ์ของสโมสรทันที นอกจากนี้ การเข้าสู่ administration ยังเป็นวิธีที่ “สะอาดที่สุด” ในการล้างหนี้สินเก่า ทำให้สโมสรเริ่มต้นใหม่ได้อย่างยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ ICT อยู่ในความยุ่งเหยิงจากโครงการที่ล้มเหลวหลายอย่าง Savage ยอมรับว่า “พวกเขาต้องการเงินฉุกเฉินเพื่อดึงตัวรอด” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือชัยชนะ 2-1 เหนือ Hamilton Academical เมื่อวันเสาร์ ทำให้ ICT คว้าแชมป์ League One และเลื่อนชั้นสู่ Championship อย่างสมศักดิ์ศรี

  • การแก้ปัญหาพื้นฐาน: ซ่อมแซมสิ่งอำนวยความสะดวกในสนาม เช่น หัวฝักบัวและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ชำรุด
  • สร้างความมั่นใจให้ทีม: สนทนากับพนักงานเพื่อลดความกังวล
  • ล้างหนี้สิน: ใช้ administration เพื่อรีเซ็ตสถานะการเงิน

นอกจากนี้ Savage ยังมีวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยมุ่งเน้นให้สโมสรยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่ง bailout อยู่เสมอ เขาเปิดตัวโครงการใหม่ เช่น ทำให้สนาม Caledonian Stadium เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางท่องเที่ยว North Coast 500 ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมในสกอตแลนด์ และจัดงานคอนเสิร์ตดนตรีเพื่อเพิ่มรายได้ “เราต้องการมากกว่าฟุตบอลวันละครั้งสองสัปดาห์ อยากให้สนามมีชีวิตชีวาทุกวัน” Savage กล่าว

บทเรียนจากกรณี ICT ฟื้นจากวิกฤตด้วยเรื่องเล็กๆ นี้ชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จในวงการกีฬาไม่ได้มาจากการลงทุนมหาศาลเสมอไป บางครั้งการใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อย การจัดการการเงินอย่างรอบคอบ และการสร้างรายได้หลากหลายช่องทาง สามารถพลิกเกมได้อย่างสิ้นเชิง สโมสรฟุตบอลหลายแห่งในไทยและทั่วโลกควรนำไปปรับใช้ โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน

สำหรับแฟนฟุตบอล Scottish Premiership และ Championship การเลื่อนชั้นของ ICT ยังนำมาซึ่งความหวังใหม่ โดยเฉพาะกับทีมที่เคยตกต่ำมาก่อน สนาม Caledonian Stadium จะกลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมที่คึกคักมากขึ้นในอนาคต

สุดท้ายนี้ ICT ฟื้นจากวิกฤตด้วยเรื่องเล็กๆ เป็นตัวอย่างที่ยืนยันว่า ความมุ่งมั่นและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดสามารถเอาชนะอุปสรรคได้ คุณล่ะคิดว่าอะไรคือกุญแจสำคัญที่สุดในการฟื้นฟูสโมสรฟุตบอล? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารฟุตบอลสกอตแลนด์เพิ่มเติมกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เจ้าของโรงงานขอโทษปมปลากระป๋องไม่ตรงฉลาก

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือกรณี เจ้าของโรงงาน ขอโทษปม “ปลากระป๋อง” ไม่ตรงฉลาก ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ในโซเชียลมีเดีย หลังจากที่หน่วยงานรัฐบุกตรวจสอบและอายัดสินค้ากว่า 10,000 กระป๋อง ผู้บริโภคหลายคนต่างกังวลเรื่องความปลอดภัยและความโปร่งใสของผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องที่เราคุ้นเคยกันดี

เจ้าของโรงงาน ขอโทษปม “ปลากระป๋อง” ไม่ตรงฉลาก ยืนยันแก้ไขทันที

หลังจากที่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตามกระแสวิจารณ์จากออนไลน์ที่ระบุว่าปลากระป๋องดังกล่าวใช้ปลานิลแทนปลาแมคเคอเรลตามฉลาก ล่าสุด นายกิตติพงษ์ อ.วิกุลประเสริฐ และ นายปฐมรัตน์ อ.วิกุลประเสริฐ กรรมการบริหารบริษัทผู้ผลิต ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ โดย เจ้าของโรงงาน ขอโทษปม “ปลากระป๋อง” ไม่ตรงฉลาก ต่อสาธารณะ และยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจวางจำหน่ายสินค้าที่มีปัญหา

บริษัทได้ติดต่อผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเพื่อเยียวยาเบื้องต้นแล้ว และกำลังดำเนินการเรียกคืนสินค้าทดลองทั้งหมดที่ผิดพลาดด้านฉลาก สินค้าที่ถูกอายัดกว่า 10,000 กระป๋องเกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการผลิต ไม่ใช่การใช้ปลานิลทั้งหมด ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนที่แท้จริง

ทำไมปลานิลถึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่? ข้อชี้แจงจากเจ้าของโรงงาน

นายกิตติพงษ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่าปลานิลเป็นปลาที่กินได้ปลอดภัย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น อุดมไปด้วยโปรตีนสูง ไขมันต่ำ และวิตามินต่างๆ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ บริษัทกำลังขออนุญาตฉลากใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ธุรกิจนี้ดำเนินมาประมาณ 15 ปี โดยมุ่งเน้นคุณภาพและราคายุติธรรมเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย

ปัญหานี้อาจเกิดจากขั้นตอนการผลิตที่ติดขัด แต่บริษัทยืนยันว่าจะตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอ่านฉลากสินค้าอย่างรอบคอบ ผู้บริโภคควรตรวจสอบวันผลิต วันหมดอายุ และส่วนผสมก่อนซื้อทุกครั้ง

บทเรียนจากกรณีปลากระป๋องไม่ตรงฉลาก

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมอาหารว่าความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายเร็วผ่านโซเชียล ผู้ผลิตต้องใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตที่ใหญ่กว่า นอกจากนี้ หน่วยงานอย่าง อย. ก็เข้มงวดมากขึ้น โดยหากฝ่าฝืนอาจโดนโทษหนักคุกสูงสุด 10 ปี

  • ประโยชน์ของปลานิล: โปรตีนสูง ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ
  • ไขมันต่ำ: เหมาะสำหรับคนควบคุมน้ำหนัก
  • ราคาถูก: เข้าถึงได้ง่ายกว่าปลาทะเล
  • ปลอดภัย: หากปรุงสุกดี ไม่มีพาราซิต

บริษัทได้มีนโยบายปรับปรุงกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สินค้าทุกชิ้นตรงตามฉลาก 100% ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าล็อตนี้ สามารถติดต่อบริษัทเพื่อขอคืนหรือแลกได้ทันที

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ เจ้าของโรงงาน ขอโทษปม “ปลากระป๋อง” ไม่ตรงฉลาก นี้เป็นบทเรียนราคาถูกที่ทำให้อุตสาหกรรมตื่นตัวมากขึ้น สุดท้ายแล้ว ผู้บริโภคอย่างเราก็ได้ประโยชน์จากระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง หากคุณเคยเจอปัญหาคล้ายๆ กัน ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือติดตามข่าวสารอาหารปลอดภัยเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – เจ้าของโรงงาน ขอโทษปม “ปลากระป๋อง” ไม่ตรงฉลาก ยืนยันไม่ได้ตั้งใจวางจำหน่าย

“อนุทิน” ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก ประสบความสำเร็จอีกครั้ง! ช่วยชีวิตผู้ป่วยที่รอหัวใจใหม่ได้ทันเวลา สุดยอดมากเลยนะครับสำหรับการทำงานแบบนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงหัวใจของผู้นำที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานงานอย่างรวดเร็ว ส่งกัปตันและเครื่องบินส่วนตัวไปช่วยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับหัวใจจากผู้เสียชีวิตสมองตายที่ยินยอมบริจาคอวัยวะ ภารกิจนี้เรียบร้อยสุดๆ หัวใจ 1 ดวงถูกขนส่งกลับมาปลูกรับผู้ป่วยที่กำลังรอคิวอย่างเร่งด่วนได้สำเร็จ

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก

โครงการ “หัวใจติดปีก” เป็นหนึ่งในภารกิจที่นายอนุทินให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 ตอนนั้นท่านยังบินเครื่องบินด้วยตัวเองเลยนะครับ พาแพทย์ไปรับอวัยวะจากผู้บริจาคทั่วประเทศ ต่อมาเมื่อรับตำแหน่งใหญ่ ก็ปรับมาเป็นการประสานกัปตันและเครื่องบินส่วนตัวแทน เพื่อให้ภารกิจเดินหน้าต่อไม่สะดุด

รายละเอียดภารกิจล่าสุดและความสำคัญ

ในครั้งนี้ ทีมแพทย์ต้องแข่งกับเวลาเพราะอวัยวะมีอายุการใช้งานจำกัด หัวใจต้องนำไปปลูกถ่ายภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น การมีเครื่องบินส่วนตัวช่วยให้ทุกอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ผลลัพธ์คือผู้ป่วยคนหนึ่งได้หัวใจใหม่ มีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้นมหาศาล โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยคนไข้ แต่ยังส่งเสริมวัฒนธรรมการบริจาคอวัยวะในสังคมไทยด้วย

ภาพภารกิจหัวใจติดปีกของอนุทิน

ผลงานและรางวัลที่นายอนุทินได้รับจากโครงการหัวใจติดปีก

ความทุ่มเทของนายอนุทินไม่ได้ผ่านไปโดยไม่ได้รับการยกย่อง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

  • ได้รับโล่เกียรติยศจากสภากาชาดไทย สำหรับการช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
  • ประดับเครื่องหมาย “ปีกเหินเวหา” ชั้นกิตติมศักดิ์ จากกองทัพอากาศและกองทัพเรือ
  • พระราชทานปริญญาสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปี 2566 จากสถาบันพระบรมราชชนก

นอกจากนี้ โครงการหัวใจติดปีกยังช่วยเพิ่มจำนวนการปลูกถ่ายอวัยวะในไทยให้มากขึ้น เพราะการขนส่งที่รวดเร็วช่วยลดการสูญเสียอวัยวะที่ใช้ไม่ได้ ในขณะที่ผู้ป่วยปลูกถ่ายไต หัวใจ ตับ ต้องรอคิวยาวนาน บางคนเสียชีวิตก่อนได้รับโอกาส การบริจาคอวัยวะจากผู้เสียชีวิตสมองตายจึงเป็นแสงสว่างแห่งความหวัง

คุณรู้ไหมครับว่าการเสียชีวิตสมองตายคืออะไร? คือสมองหยุดทำงานถาวร แต่หัวใจยังเต้นได้ด้วยเครื่องช่วย หากญาติยินยอมบริจาค อวัยวะต่างๆ ยังดีพอใช้ช่วยชีวิตคนอื่นได้ ปัจจุบันไทยมีระบบลงทะเบียนบริจาคอวัยวะผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของสภากาชาด ใครสนใจลองไปลงทะเบียนดูนะครับ ช่วยชีวิตคนได้จริงๆ

อนุทิน ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัว ภารกิจหัวใจติดปีก แบบนี้ ทำให้เราเห็นตัวอย่างผู้นำที่ลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่พูด หวังว่าภารกิจดีๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยๆ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยทั่วประเทศ

ในมุมมองผม โครงการนี้ไม่เพียงช่วยชีวิต แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาสนใจการบริจาคอวัยวะมากขึ้น ถ้าทุกคนช่วยกัน ประเทศไทยเราจะมีอัตราการปลูกถ่ายอวัยวะสูงขึ้นแน่นอน คุณล่ะพร้อมบริจาคไหม? ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือไปลงทะเบียนบริจาควันนี้เลยครับ!

ที่มา – “อนุทิน” ส่งกัปตัน-เครื่องบินส่วนตัวทำภารกิจหัวใจติดปีก รับหัวใจต่อชีวิตผู้ป่วย

“สรศักดิ์” เขย่าต่างประเทศ ดันไทยสู่ “มหาอำนาจขนาดกลาง”

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองต่างประเทศของไทยที่น่าสนใจมากๆ เลยครับ นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ชูแนวคิดสุดแซ่บ “สรศักดิ์ เขย่าต่างประเทศ” เพื่อผลักดันให้ไทยสลัดภาพล้าสมัยของนโยบาย “ลู่ตามลม” หรือการเป็นแค่รัฐกันชน แล้วก้าวขึ้นเป็น มหาอำนาจขนาดกลาง (Middle Power) ที่มีพลังจริงจังบนเวทีโลก ท่ามกลางการแย่งชิงอิทธิพลระหว่างสหรัฐฯ กับจีนแบบดุเดือด

มหาอำนาจขนาดกลาง คืออะไร และไทยจะก้าวสู่จุดนั้นได้ยังไง

นายสรศักดิ์เปรียบเทียบได้เจ๋งมากว่า มหาอำนาจขนาดกลางก็เหมือน “ปมของแหยักษ์” ที่ถักทอเชื่อมโยงกัน ถ้าปมไหนขาด แหทั้งผืนก็ไร้พลัง พลังแท้จริงมาจากการรวมกลุ่มประสานเสียง เพื่อคานอำนาจแข็ง (Hard Power) ของยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ-จีน แทนที่จะเลือกข้างอย่างเดียว ไทยต้องเป็น Node หรือจุดเชื่อมต่อที่กำหนดกติกาใหม่ในประเด็นที่โลกต้องการความมั่นใจ

ยุทธศาสตร์หลักที่เสนอคือ “แหยักษ์” ผนึกกำลังกับ Middle Power อื่นๆ เพื่อกำหนดมาตรฐานโลก 3 ด้านใหญ่ๆ ได้แก่ สาธารณสุข กรีน และอาหาร ซึ่งไทยมีจุดแข็งเพียบเลยครับ คิดดูสิ ถ้าเราทำได้ ไทยจะไม่ใช่แค่ผู้ตาม แต่เป็นผู้นำที่โลกต้องพึ่งพา!

1. โครงข่ายสาธารณสุขสากล: จากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สู่ Regional CDC

ไทยมีประสบการณ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่โลกอิจฉา ต้องใช้เป็นเครื่องมือสร้างอำนาจต่อรอง นายสรศักดิ์เสนอตั้งศูนย์จัดการวิกฤตโรคระบาดระดับภูมิภาค (Regional CDC) เพื่อคุ้มครองมนุษยชาติโดยไม่แบ่งแยกชาติ ช่วยให้กลุ่ม Middle Power มีน้ำหนักในการเจรจากับยักษ์ใหญ่ ลองนึกภาพวิกฤตโควิดรอบใหม่ ถ้ามีโครงข่ายนี้ โลกจะมั่นใจในไทยมากขึ้นแค่ไหน

2. กำหนดนิยาม “คาร์บอนเครดิตเขตร้อน” เอง

กลุ่มประเทศศูนย์สูตรอย่างไทย ต้องรวมตัวกำหนดนิยามคาร์บอนเครดิตเขตร้อนด้วยตัวเอง ไม่ให้ประเทศหนาวๆ ผูกขาดกติกา ทำให้ทรัพยากรป่าธรรมชาติของเรากลายเป็นอำนาจเศรษฐกิจแทนที่จะถูกเอาเปรียบ นี่คือโอกาสทองสำหรับไทยที่อุดมด้วยป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ

3. คลังอาหารอัจฉริยะเชื่อมโยงภูมิภาค

สร้างคลังอาหารอัจฉริยะเชื่อมไทย-เวียดนาม-อินโดนีเซีย-ตะวันออกกลาง ใช้เทคโนโลยี Blockchain ยกระดับจากผู้ส่งออกราคาถูก สู่ผู้คุมความมั่นใจด้านอาหารของโลก โลกจะไม่ขาดแคลนอาหารเพราะเราควบคุมซัพพลายเชนได้ แถมไทยเป็นฮับข้าวและผลไม้อยู่แล้ว ยิ่งเจ๋งเข้าไปใหญ่

  • สาธารณสุข: สร้าง Regional CDC คานวิกฤตโรคระบาด
  • กรีน: นิยามคาร์บอนเครดิตเขตร้อน เปลี่ยนป่าเป็นเงิน
  • อาหาร: คลัง Blockchain มั่นใจโลกไม่หิวโหย

นโยบายเก่าที่พริ้วไหวตามลมหรือเป็นกันชนไม่พอแล้วครับ ต้องกล้าเป็นผู้นำ Middle Power ที่เชื่อมโยงกัน มิฉะนั้นจะกลายเป็นแค่ตัวนิ่มที่ขดตัวตาย หากต่างคนต่างอยู่ พลังมาจากทุกปมที่รับแรงดึงร่วมกัน การเชื่อมโยงคือทางรอดเดียวที่จะกำหนดทิศลมโลก

แนวคิดนี้เจ๋งมากสำหรับไทยในยุคนี้ ถ้าเราทำได้จริง จะยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงไปอีกขั้น คุณล่ะคิดยังไงกับการก้าวสู่มหาอำนาจขนาดกลาง ของไทย? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันไอเดียดีๆ แบบนี้!

ที่มา – “สรศักดิ์” เขย่าต่างประเทศดันไทยสลัดภาพนโยบาย “ลู่ตามลม” สู่ “มหาอำนาจขนาดกลาง”

สามเหลือสองในศึกแชมป์พรีเมียร์ชิพ – มุมมองแฟน

สามเหลือสองในศึกแชมป์พรีเมียร์ชิพ – มุมมองแฟน

และแล้วก็เหลือแค่สองทีม

แฟนบอลของสามทีมนำหัวตารางออกความเห็นกันแล้ว และเห็นพ้องว่าตอนนี้ สามเหลือสองในศึกแชมป์พรีเมียร์ชิพ ระหว่าง Heart of Midlothian ที่นำเป็นจ่าฝูง กับ Celtic ที่ตามมาเป็นอันดับสองในการแข่งขัน Scottish Premiership

หลังจากที่ Hearts กลับพลิกสถานการณ์จากตามหลัง กลับมาเอาชนะ Rangers 2-1 ที่บ้านในคืนวันจันทร์ Hearts ทิ้งห่าง Rangers ไป 7 คะแนน และรักษาความนำเหนือ Celtic ไว้ที่ 3 คะแนน หลังจาก Celtic ชนะ Hibernian ในวันก่อนหน้า

ชัยชนะนี้ทำให้ Hearts ปิดโอกาส Rangers ในการลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง ด้วยช่องว่าง 7 คะแนน และเหลือเพียง 9 คะแนนให้เล่น ทีมของ Danny Rohl ต้องชนะทุกนัดที่เหลือ และหวังให้จ่าฝูงสะดุดทุกนัด ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม Rangers สามารถช่วย Hearts ได้โดยการเอาชนะ Celtic ในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งจะทำให้โอกาสแชมป์ของ Celtic ดับวูบ หาก Celtic แพ้ และ Hearts ชนะที่ Fir Park แชมป์จะใกล้เคียงมาก หาก Hearts ชนะ Falkirk ที่บ้านในวันพุธ

สามเหลือสองในศึกแชมป์พรีเมียร์ชิพ

Scott Cameron จาก Rangers Journal podcast มองว่านี่เป็นแรงจูงใจเพิ่มเติมสำหรับ Rangers ที่ต้องชนะให้ได้เพื่อศักดิ์ศรี “เราต้องชนะเพื่อแฟน Rangers ก่อน ถ้าช่วย Hearts ได้ก็เป็นโบนัส” เขากล่าวใน BBC’s Scottish Football Podcast

ในขณะที่คู่ปรับจาก Glasgow เจอกัน Hearts จะไปเยือน Motherwell ทีมที่พวกเขาชนะได้เพียงครั้งเดียวจากสามนัดฤดูกาลนี้ ผลนัดต่อไปสองนัดจะกำหนดชะตา หากทุกอย่างลงตัว นัดสุดท้ายที่ Celtic Park อาจเป็นนัดตัดสินแชมป์

Liam Corbett แฟน Hearts จาก This is My Story podcast หวังว่าจะไม่ต้องลุ้นถึงนัดนั้น “เราต้องการไปเยือน Celtic โดยไม่มีอะไรต้องลุ้น Celtic Park จะคึกคัก Martin O’Neill ผู้ชนะซ้ำๆ และทีมที่รู้วิธีปิดเกม Hearts ยังขาดประสบการณ์” เขากล่าว

“นัดเสาร์นี้สำคัญมาก ถ้าเราชนะ Celtic จะเหลือทางตัน”

มุมมองแฟน Celtic กับสามเหลือสองในศึกแชมป์พรีเมียร์ชิพ

Paul John Dykes แฟน Celtic จาก A Celtic State of Mind podcast เชื่อในจิตวิญญาณทีม “แม้ฤดูกาลนี้เราจะมีช่วงแย่ แต่ทีมหลักที่อยู่กับ Celtic ตั้งแต่เด็กๆ อย่าง Liam Scales รู้ดีว่าต้องทำยังไง Martin O’Neill เรียกพวกเขาว่า serial winners เราต้องใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์”

สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจน Rangers หลุดวงการลุ้นแชมป์ Hearts นำด้วยฟอร์มร้อนแรง แต่ Celtic ยังมีลุ้นถ้าชนะ Rangers และ Hearts สะดุด นี่คือ สามเหลือสองในศึกแชมป์พรีเมียร์ชิพ ที่แฟนๆ ตื่นเต้น

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: Scottish Premiership, Celtic, Rangers, Heart of Midlothian

ศึกนี้ยังคงเข้มข้น คุณคิดว่าแชมป์จะเป็นใคร? แฟน Hearts มั่นใจ Celtic ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ติดตามอัปเดตฟุตบอลสกอตแลนด์กับเราเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สืบ ตม.ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ ลักลอบตั้งฐานในพัทยา รวบ 9 ราย

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวอาชญากรรม! สืบ ตม.ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ ลักลอบตั้งฐานในพัทยา รวบ 9 ราย กลายเป็นปฏิบัติการที่สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่พัทยาที่มักเป็นจุดซ่อนตัวของเหล่ามิจฉาชีพข้ามชาติ วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึกว่าปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นอย่างไร และประชาชนควรระวังตัวจากกลโกงแบบนี้ยังไงบ้าง

สืบ ตม.ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ ลักลอบตั้งฐานในพัทยา รวบ 9 ราย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. และ Mr. KIM DOHAN กงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตเกาหลี ประจำประเทศไทย เข้าร่วมแถลง

สาเหตุของการจับกุมครั้งนี้มาจากข้อมูล的情 báoที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มชาวเกาหลีใต้ลักลอบใช้ห้องพักในอาคารชุดกลางเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกงประชาชนข้ามชาติ ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายค้น 5 ห้อง

รายชื่อผู้ต้องหาและของกลางที่ยึดได้

ผลการปฏิบัติการ สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ทั้งหมด 9 ราย ได้แก่

  • Mr. SUBIN LEE อายุ 28 ปี (หัวหน้าแก๊ง)
  • Mr. KANG DONGHEE อายุ 31 ปี
  • Mr. KIM SEONGHWAN อายุ 20 ปี
  • Mr. SONG DAEKYU อายุ 25 ปี
  • Mr. LEE CHANGGYU อายุ 34 ปี
  • Mr. HAM TAEYOON อายุ 21 ปี
  • Mr. SIM WANGGEUN อายุ 36 ปี
  • Mr. HYEONWOOK CHOI อายุ 28 ปี
  • Mr. CHANGJO KIM อายุ 27 ปี

ของกลางที่ตรวจยึดได้มีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเงินสด 480,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 62 เครื่อง โน้ตบุ๊ก 8 เครื่อง และไอแพด 6 เครื่อง ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการโกง

วิธีการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้

จากการสอบสวนทราบว่า แก๊งนี้ลักลอบตั้งฐานในพัทยามานานกว่า 2 เดือน โดยใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทลอตเตอรี่ของเกาหลีใต้ โทรหลอกเหยื่อซึ่งเป็นคนเกาหลีที่เคยซื้อลอตเตอรี่แต่ไม่ถูกรางวัล โดยอ้างว่าจะจ่ายค่าชดเชย แต่ให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารใหม่และส่งรหัส OTP มา จากนั้นคนร้ายจะใช้ OTP เข้าถึงบัญชี กู้ยืมเงินผ่านแอปธนาคาร แล้วโอนเงินไปยังบัญชีมิจฉาชีพ ทำให้เหยื่อติดหนี้สินมหาศาล

นอกจากนี้ ยังใช้ระบบ VoIP โทรหาเหยื่อจำนวนมาก พบไฟล์ Excel รายชื่อเหยื่อหลายร้อยราย และที่น่าตกใจคือ ผู้ต้องหา 3 รายมีหมายจับจากทางการเกาหลีใต้ในข้อหาฉ้อโกงและกรรโชกทรัพย์

พฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อย สตม. จึงเพิกถอนวีซ่าทั้ง 9 ราย และจะผลักดันออกนอกประเทศ ส่งตัวให้ทางการเกาหลีดำเนินคดีต่อ

บริบทของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพัทยา

พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง แต่ก็กลายเป็นแหล่งซ่อนตัวของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ โดยเฉพาะจากเกาหลี จีน และพม่า เนื่องจากมีที่พักราคาถูก อินเทอร์เน็ตเร็ว และตำรวจท้องถิ่นบางครั้งตามไม่ทัน ปฏิบัติการ สืบ ตม.ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ ลักลอบตั้งฐานในพัทยา รวบ 9 ราย ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างไทย-เกาหลีที่เข้มแข็งขึ้น

สถิติจาก สตม. ระบุว่า ปีละมีคดีคอลเซ็นเตอร์นับพันราย ผู้เสียหายสูญเงินหลายพันล้านบาท ประชาชนจึงต้องตื่นตัว

เคล็ดลับป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์

  • อย่าเชื่อสายโทรศัพท์จากคนไม่รู้จัก โดยเฉพาะที่อ้างเป็นบริษัทหรือเจ้าหน้าที่
  • ไม่ส่งรหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีให้ใครเด็ดขาด
  • ตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
  • แจ้งเบาะแสให้ตำรวจ สตม. หรือ 191 ทันทีหากสงสัย
  • ใช้แอปป้องกันสแปมบนมือถือ

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่ากฎหมายไทยเข้มงวดกับอาชญากรข้ามชาติอย่างไร มันเตือนใจเราว่าในยุคดิจิทัล กลโกงมีมากมาย แต่การตื่นตัวของประชาชนคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

CTA: ถ้าคุณเคยเจอสายหลอกลวงแบบนี้ แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และช่วยแชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ กันนะ!

ที่มา – สืบ ตม.ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้ ลักลอบตั้งฐานในพัทยา รวบ 9 ราย

จับเอเยนต์ค้ายา ผสมยาอีคอลลาเจน ส่งขายทั่วประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวร้อนๆ มาอัพเดทให้ฟังกันอีกแล้ว เมื่อตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สร้างผลงานเด็ด จับเอเยนต์ค้ายารายใหญ่ได้ตัวจริง พร้อมผสมสูตรใหม่สุดแยบยลอย่าง “ยาอีคอลลาเจน” ที่แบ่งบรรจุใส่ซอง ติดชื่อแบรนด์ “เมาจริง” ส่งขายตามสถานบันเทิงทั่วประเทศ น่าตกใจมากเลยนะครับ เพราะปกปิดเก่งมาก ดูเหมือนอาหารเสริมคอลลาเจนธรรมดาๆ แต่ข้างในคือยาเสพติดร้ายแรง!

จับเอเยนต์ค้ายารายใหญ่ ผสมสูตรใหม่ ยาอีคอลลาเจน

จับเอเยนต์ค้ายารายใหญ่ ผสมสูตรใหม่ “ยาอีคอลลาเจน” ส่งขายตามสถานบันเทิงทั่วประเทศ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี โดยมี พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี นำทีม พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก., พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด และทีมสืบสวน ร่วมจับกุม นายพงศธร แตงศรี อายุ 24 ปี ชาวชลบุรี

ของกลางที่ยึดได้เพียบมากเลยครับ ไม่ใช่แค่นิดหน่อย มาดูรายการกัน:

  • คอลลาเจนแบบแพ็ค แพ็คละ 15 ซอง จำนวน 37 แพ็ค รวม 555 ซอง
  • ยาอีผสมคอลลาเจนชื่อ Maow Jing (เมาจริง) 350 ซอง
  • เครื่องบด 1 เครื่อง
  • ยาอี 1.2 กิโลกรัม
  • ยาอีเม็ด 176 เม็ด
  • ยาไอซ์ 683.6 กรัม
  • ยาบ้า 220,668 เม็ด
  • กระสุนปืน .380 65 นัด
  • เครื่องชั่ง, เตาไมโครเวฟ, อุปกรณ์บรรจุยาเสพติดจำนวนมาก
ของกลางยาอีคอลลาเจนและยาเสพติดอื่นๆ จากการจับกุม

ขยายผลจากการจับกุมครั้งแรก

สืบเนื่องจากวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ตำรวจจับนายพงศธรได้ครั้งแรกที่รีสอร์ต ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด ได้ยาบ้า 281 เม็ด กระสุน 10 นัด จากนั้นขยายผล ตรวจคอนโดย่านอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก็เจอแหล่งผลิตใหญ่โตเลยครับ

นายพงศธร สารภาพว่า ยาทั้งหมดเป็นของตัวเอง บดยาอีผสมเป็นผง ใส่ซองคอลลาเจน ติดแบรนด์ “เมาจริง” รับยามาจากอยุธยา เก็บที่คอนโด รอส่งต่อ ส่งขายตามผับ คลับ บาร์ทั่วประเทศ โดยใช้วิธีแปลกๆ คือใส่ไมโครเวฟ แล้วแพ็คส่งทางไปรษณีย์ตามจุดที่ลูกค้าบอกพิกัด!

ผู้ต้องหาและอุปกรณ์ผสมยาอีคอลลาเจน

อันตรายของ “ยาอีคอลลาเจน” ที่ไม่ควรมองข้าม

สูตรใหม่นี้สุดร้ายกาจ เพราะผสมยาอีกับคอลลาเจน ทำให้ดูเหมือนผลิตภัณฑ์ความงามที่สาวๆ ชอบใช้ แต่จริงๆ แล้วยาอีทำให้หลอน ประสาทเสียหาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ เสี่ยงตายเฉียบพลัน ยิ่งผสมคอลลาเจนที่กินเพื่อผิวพรรณ ยิ่งหลอกลวงคนรุ่นใหม่ในสถานบันเทิงได้ง่าย ขายแพ็คละ 15 ซอง ราคาน่าจะไม่ถูกแน่ๆ

เพื่อนๆ ที่ชอบปาร์ตี้ ระวังนะครับ ถ้าเห็นซอง “เมาจริง” หรืออะไรคล้ายคอลลาเจนในผับ อย่าเพิ่งหยิบกินเด็ดขาด! มันไม่ใช่แค่ม้าแรง แต่เป็นยาพิษชัดๆ ตำรวจกล่าวหานายพงศธรว่ามีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ทีมตำรวจขยัน ขยายผลเครือข่าย

หลังจับกุม ตำรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดดำเนินคดี และกำลังขยายผลหาเอเยนต์อื่นๆ เครือข่ายใหญ่ น่าจะมีตัวการใหญ่กว่านี้อีก ดีใจที่ตำรวจไม่ยอมแพ้ สู้ๆ ครับ

ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ายาเสพติดยังแพร่หลาย โดยเฉพาะสูตรใหม่ๆ ที่ปกปิดเก่ง ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ถ้ามีเบาะแส แจ้งสายด่วน 191 หรือ สภ.ใกล้บ้านได้เลย จะได้ช่วยลดอาชญากรรมได้เยอะ

ที่มา – จับเอเยนต์ค้ายารายใหญ่ ผสมสูตรใหม่ “ยาอีคอลลาเจน” ส่งขายตามสถานบันเทิงทั่วประเทศ