วัน: 6 พฤษภาคม 2026

ผู้สมัครอ้างถูกแก้คะแนน A-Level TCAS69 ทปอ.รีบแจง

ช่วงนี้ระบบ TCAS69 กำลังเป็นประเด็นร้อนของน้องๆ ม.ปลายทั่วประเทศ เมื่อมีผู้สมัครรายหนึ่งออกมาโพสต์ในโซเชียลมีเดีย อ้างว่า ผู้สมัครอ้าง ถูกแก้ผลคะแนน A-Level ในระบบ TCAS69 “ทปอ.” รีบแจง พร้อมเอาผิด โดยคะแนนวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษถูกปรับเหลือ 0 คะแนน ส่งผลกระทบหนักต่อความฝันในการสมัครคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้หลายคนตกใจและแชร์ต่อกันจำนวนมาก

ผู้สมัครอ้าง ถูกแก้ผลคะแนน A-Level ในระบบ TCAS69 “ทปอ.” รีบแจง พร้อมเอาผิด

เรื่องราวเริ่มต้นจากโพสต์เฟซบุ๊กของผู้สมัครคนนี้ ที่อัปโหลดภาพหน้าจอผลคะแนน A-Level ในระบบ TCAS69 แสดงคะแนนเป็น 0 ทั้งสองวิชา พร้อมระบุว่าทางที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ติดต่อมาแจ้งให้ทราบถึงการปรับแก้คะแนนนี้ ผู้โพสต์แสดงความเสียใจอย่างมาก เพราะคะแนนดังกล่าวสำคัญต่อการยื่น quota และ admission สู่คณะในฝัน โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็นหลากหลาย บางคนสงสาร บางคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับฟอนต์ตัวเลข 0 ที่ดูแปลกประหลาดไม่เหมือนฟอนต์มาตรฐานของระบบ

ทปอ. ออกแถลงการณ์ชี้แจงทันที

ทปอ. ไม่รอช้า ได้โพสต์ข้อความแถลงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่า ผู้สมัครอ้าง ถูกแก้ผลคะแนน A-Level ในระบบ TCAS69 “ทปอ.” รีบแจง พร้อมเอาผิด นั้นไม่เป็นความจริงเลย ทปอ. ไม่เคยมีการติดต่อผู้สมัครรายนี้ทั้งทางโทรศัพท์หรือข้อความตามที่อ้าง หลังตรวจสอบข้อมูลอย่างเร่งด่วน พบความผิดปกติหลายประการ เช่น ภาพผลคะแนนที่โพสต์ไม่ตรงกับสารบบจริงในระบบของทปอ. ฟอนต์ตัวเลขในช่องคะแนนไม่ตรงกับฟอนต์ที่ใช้ในระบบจริง และกระดาษคำตอบที่นำมาโชว์ก็ไม่ตรงกับของผู้สมัครจริงอีกด้วย

TCAS69 เป็นระบบรับนักศึกษาที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการคะแนนสอบต่างๆ รวมถึง A-Level ซึ่งเป็นการสอบในระดับ GAT/PAT และวิชาเฉพาะ เพื่อความโปร่งใส ทปอ. มีกระบวนการตรวจสอบหลายชั้น ป้องกันการแก้ไขคะแนนโดยพลการ การที่เกิดข่าวลือเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทปอ. ให้ความสำคัญสูงสุด

  • ทปอ. ไม่มีการแก้ไขคะแนนหลังประกาศผล
  • ภาพและเอกสารที่โพสต์เป็นของปลอม ฟอนต์และรายละเอียดไม่ตรง
  • ไม่เคยติดต่อผู้สมัครตามที่อ้าง
  • ดำเนินการแจ้งความและจะเอาผิดตามกฎหมายทันที

นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเข้ามาวิเคราะห์ภาพโพสต์ พบว่าฟอนต์ตัวเลข 0 ถูกสร้างขึ้นด้วยโปรแกรมตัดต่อภาพ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการแพร่ข่าวเท็จ เรื่องนี้กลายเป็นเคสตัวอย่างของ fake news ในวงการศึกษา ที่อาจทำให้ผู้สมัครตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

สำหรับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัว TCAS69 แนะนำให้ตรวจสอบคะแนนของตัวเองในระบบอย่างสม่ำเสมอ ใช้ช่องทางอย่างเป็นทางการจากทปอ. เท่านั้น หากสงสัยอะไรให้ติดต่อ call center โดยตรง หลีกเลี่ยงการเชื่อข้อมูลจากโซเชียลมีเดียที่ไม่มีแหล่งที่มาเชื่อถือได้

จากมุมมองของเรา กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าการแชร์ข้อมูลต้องตรวจสอบให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบการศึกษาไทย หากคุณเป็นผู้สมัคร TCAS ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการศึกษาจากบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – ผู้สมัครอ้าง ถูกแก้ผลคะแนน A-Level ในระบบ TCAS69 “ทปอ.” รีบแจง พร้อมเอาผิด

อิหร่านยัน เจ้าภาพบอลโลกคือฟีฟ่า

ประธานสมาคมฟุตบอลอิหร่าน (FFIRI) เมห์ดี ตาญ ประกาศชัดว่า เจ้าภาพฟุตบอลโลกคือฟีฟ่า ไม่ใช่ทรัมป์หรืออเมริกา และเรียกร้องให้มีการเคารพกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หากทีมชาติอิหร่านจะเดินทางไปแข่งขันในสหรัฐอเมริกาสำหรับทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนนี้

สถานการณ์การเข้าร่วมฟุตบอลโลก 2026 ของอิหร่านยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากความขัดแย้งทางทหารกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักเตะและเจ้าหน้าที่

เมห์ดี ตาญ เป็นหนึ่งในคณะผู้แทนที่ถูกปฏิเสธที่ชายแดนแคนาดาก่อนประชุมฟีฟ่าที่แวนคูเวอร์สัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่ให้เกียรติ

ตาญยืนยันว่าการตัดสินใจเดินทางกลับเป็นของพวกเขาเอง แต่รัฐมนตรีตรวจคนเข้าเมืองแคนาดายืนยันต่อสภาว่า วีซ่าของประธาน FFIRI ถูกยกเลิกขณะอยู่บนเครื่องบิน เนื่องจากความเชื่อมโยงกับ IRGC

เจ้าภาพฟุตบอลโลกคือฟีฟ่า ไม่ใช่ทรัมป์หรืออเมริกา

IRGC ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องระบบอิสลามของอิหร่าน และกลายเป็นพลังทางทหาร การเมือง และเศรษฐกิจที่สำคัญในประเทศ อย่างไรก็ตาม กลุ่มนี้ถูกจัดอยู่ในรายชื่อองค์กรก่อการรอกร้ายโดยแคนาดาและสหรัฐฯ

เลขาธิการฟีฟ่า มัตเทียส กราฟสตรอม ส่งจดหมายแสดงความเสียใจต่อ “ความไม่สะดวกและความผิดหวัง” และเชิญ FFIRI ไปประชุมที่ซูริคในวันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อหารือเรื่องการเตรียมตัวฟุตบอลโลก

ตาญ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสูงใน IRGC ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ IRIB เมื่อวันอังคารว่า เขาจะขอรับประกันจากฟีฟ่าเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่อิหร่านในฟุตบอลโลก

“เราต้องการการรับประกันสำหรับการเดินทางของเรา ว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ดูหมิ่นสัญลักษณ์ของระบบเรา – โดยเฉพาะ IRGC” ตาญกล่าว “นี่เป็นเรื่องที่พวกเขาต้องใส่ใจอย่างจริงจัง หากมีการรับประกันดังกล่าวและรับผิดชอบชัดเจน เหตุการณ์แบบแคนาดาจะไม่เกิดขึ้นอีก”

กำหนดการแข่งขันของอิหร่านในฟุตบอลโลก 2026

สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก จะเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลกตั้งแต่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม

  • อิหร่านจะลงแข่งสองนัดที่ลอสแองเจลิส พบนิวซีแลนด์ 15 มิถุนายน และเบลเยียม 21 มิถุนายน
  • นัดที่สามพบอียิปต์ที่ซีแอตเทิล 26 มิถุนายน

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ กล่าวสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่อนุญาตให้บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับ IRGC เข้าประเทศ

“เราจะไปฟุตบอลโลกที่เราคุณสมบัติได้ และเจ้าภาพฟุตบอลโลกคือฟีฟ่า ไม่ใช่ทรัมป์หรืออเมริกา” ตาญกล่าว “หากพวกเขายอมรับการเป็นเจ้าภาพ ก็ต้องยอมรับที่จะไม่ดูหมิ่นสถาบันทหารของเรา”

“เพราะหากทำ ก็อาจเกิดสถานการณ์แบบแคนาดา ทำให้เราต้องกลับบ้าน ดังนั้นต้องมีการรับประกันเพื่อให้เราไปด้วยความสบายใจ”

สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีทางอากาศอิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ อิหร่านเป็นสมาคมฟีฟ่าเพียงแห่งเดียวจาก 211 ประเทศที่ไม่ส่งผู้แทนไปประชุมที่แวนคูเวอร์

ประธานฟีฟ่า จิอันนี อินฟานติโน่ ยืนยันว่าอิหร่านจะไปสหรัฐฯ และแข่งตามกำหนด แม้อิหร่านจะขอย้ายนัดไปเม็กซิโกในเดือนมีนาคม

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่อาจกระทบกีฬาโลก โดยฟุตบอลโลก 2026 คาดว่าจะมี 48 ทีม และเป็นครั้งแรกที่ขยายรูปแบบ อิหร่านที่คุณสมบัติสำเร็จหวังจะสร้างประวัติศาสตร์ แต่ประเด็นวีซ่าและความมั่นคงต้องได้รับการแก้ไขจากฟีฟ่า

นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกยังคงซับซ้อน โดย IRGC ถือเป็นหัวใจของระบบอิสลาม ทำให้เจ้าหน้าที่ฟุตบอลหลายคนมีพื้นเพจากที่นั่น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าฟีฟ่าจะเจรจาเพื่อให้ทัวร์นาเมนต์ดำเนินไปอย่างราบรื่น

สำหรับแฟนบอลไทยที่ติดตามฟุตบอลโลก การเข้าร่วมของอิหร่านจะเพิ่มสีสันให้กลุ่มเอเชีย โดยทีมชาติไทยเองก็หวังคุณสมบัติในอนาคต

ในมุมมองของเรา ฟีฟ่ามีหน้าที่หลักในการรับประกันความเป็นกลางทางการเมือง เพื่อให้ฟุตบอลโลกเป็นเวทีแห่งสันติภาพ ติดตามอัปเดตข่าวฟุตบอลโลก 2026 และทีมชาติเอเชียได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติเล่าประสบการณ์

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติเล่าประสบการณ์สุดระทึก

ช่วงหลังนี้ชีวิตของ ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พลิกผันสุดขั้ว

จากจุดสูงสุดที่ช่วยทีมชาติเฮติคว้าตั๋วไปฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974 สู่ความหวาดกลัวชีวิตขณะพยายามหลบหนีจากความขัดแย้งในอิหร่าน สถานที่ที่เขาค้าแข้งให้สโมสรเอสเตกลาล ชีวิตของดาวยิงวัย 32 ปีรายนี้ช่างวุ่นวายเหลือเกิน

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ ผู้ยิงไป 44 ประตูจาก 76 นัดทีมชาติ เคยใช้เวลากว่า 6 เดือนในอาชีพ 13 ปีที่เต็มไปด้วยสีสัน โลดแล่นกับ 13 สโมสรใน 8 ประเทศ กับเซนต์ มิร์เรน ในเพสลีย์ปี 2019 ตอนนี้เขามุ่งเป้าที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ชาติที่เขาเคยเรียกว่าบ้าน

การลงสนามนัดแรกของเฮติในฟุตบอลโลกนาน 52 ปี พบกับสกอตแลนด์ จะเป็นจุดไคลแมกซ์ของช่วงเวลาบ้าๆ ของดาวยิงที่อ้างว่าชีวิตเขาได้รับการช่วยเหลือจากซิมการ์ดระหว่างการอพยพจากอิหร่านล่าสุด

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ กำหนดจะออกจากอิหร่านในวันแรกที่การโจมตีของอิสราเอล-สหรัฐเริ่มต้น แต่เขาถูกสั่งให้ลงจากเที่ยวบินด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะที่ภรรยาจากโมร็อกโก ซึ่งเป็นชาติที่เฮติจะเจอในกลุ่มเดียวกันกับสกอตแลนด์และบราซิล และลูก 4 คนของเขาอยู่ในฝรั่งเศสอย่างปลอดภัย สถานที่ที่ดาวยิงex-โคเวนทรี เกิด

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ รู้สึกขอบคุณที่ครอบครัวไม่ต้องร่วมการเดินทางอพยพสุดบ้าคลั่ง ซึ่งเขาเห็นระเบิดตกห่างตัวแค่ 100 เมตร ก่อนจะหลบหนีผ่านอาเซอร์ไบจานได้ในที่สุด

พูดคุยในพอดแคสต์ Sacked in the Morning ของบีบีซี เขากล่าวว่า “ผมกำลังจะขึ้นเครื่องไปอิสตันบูลหรือปารีส แต่แอร์โฮสเตสสั่งให้ทุกคนลงเพราะสงครามเริ่มแล้ว ลองนึกภาพถ้าภรรยาและลูกๆ อยู่ด้วย มันจะน่ากลัวแค่ไหน ถ้าอยู่คนเดียว ผมไม่ได้บอกว่าไม่สนใจชีวิตตัวเอง แต่ตัดสินใจได้เร็วกว่าและผ่อนคลายกว่า”

เกี่ยวกับปัญหาที่ชายแดนอิหร่าน-อาเซอร์ไบจาน เขาเสริมว่า “ผมติดอยู่ที่ชายแดนเกือบ 48 ชั่วโมง พวกเขาปฏิเสธ ส่งผมกลับอิหร่าน ผมเลยนอนที่ชายแดน แต่ผมโชคดีมาก เพราะก่อนสงครามเริ่ม ผมซื้อ eSIM ไว้ หลังจากนั้นอินเทอร์เน็ตในอิหร่านถูกตัด”

“ผมไม่มีสัญญาณเลย ภาวนาว่าเมื่อถึงชายแดนจะมีสัญญาณ – และมันได้ผล! มันช่วยชีวิตผม ผมติดต่อสถานทูตฝรั่งเศสได้ พวกเขาช่วยเรื่องพาสปอร์ต พูดคุยกับกองทัพอาเซอร์ไบจาน แล้วผมก็ออกมาได้”

ผมเห็นระเบิดตกห่างแค่ 100 เมตร

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ กับเซนต์ มิร์เรน สภาพอากาศสกอตแลนด์

ฟุตบอลลีกในอิหร่านถูกระงับเพราะความขัดแย้ง ดังนั้น ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ จึงฝึกซ้อมส่วนตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฟุตบอลโลก ทีมชาติเฮติกลายเป็นฮีโร่ที่พาชาติกลับสู่เวทีใหญ่ครั้งที่สองในประวัติศาสตร์

ดาวยิงรายนี้ยอมรับว่านักเตะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติ แต่ยืนยันว่าจะเล่นโดยไม่กดดันตัวเองเกินไป โดยเริ่มจากนัดเปิดสนามกับสกอตแลนด์ “เราคือทูตของชาติ รู้หน้าที่ และเยาวชนมองเราเป็นแบบอย่าง แต่เราไม่ต้องกดดันเพิ่ม การเล่นให้ชาติคือภารกิจที่ทำด้วยความรักและ passion”

ดักเคนส์ นาซอน มาเซนต์ มิร์เรนแบบยืมตัวจากซินต์-ตรูยเด้น ในครึ่งหลังฤดูกาล 2018-19 “ผมมีเรื่องราวในสกอตแลนด์” เขาเล่น 12 นัด ยิง 2 ประตู แต่บอกว่า “ยังไม่พร้อมกับความดุเดือดและการต่อสู้แบบสกอตติชฟุตบอล” แถมสภาพอากาศยังเป็นปัจจัย

“จำได้นัดนึงมีแดด หิมะ และฝนในเกมเดียว หลังจากนั้นผมคิดว่า ผมพอแล้ว” เขาหวนนึก

ฤดูร้อนในอเมริกาเหนือ สภาพอากาศคงไม่ใช่ปัญหา ดาวยิงเพื่อนกับโดมินิค เฮียม แนวรับสกอตแลนด์ที่เคยเล่นด้วยกันที่โคเวนทรี แต่เขากังวลเรื่องราคาตั๋วฟุตบอลโลกที่แพงหูฉี่ “เรื่องเดียวที่วนในหัวคือราคาตั๋ว หวังว่าจะไม่กระทบแฟนบอล เราต้องการบรรยากาศนั้น พลังนั้น อยากเห็นแฟนสกอตและเฮติในสนาม มันสำคัญมาก”

ดักเคนส์ นาซอน ดาวยิงเฮติ ยังคงเป็นนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะบนหรือนอกสนาม การลงสนามฟุตบอลโลกนัดนี้จะเป็นโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ คุณคิดว่าเฮติจะเซอร์ไพรส์สกอตแลนด์ได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลโลกเพิ่มเติมกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ดร.โจ” ทิ้งเก้าอี้ สส.ค่ายส้ม ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม.

“ดร.โจ” ทิ้งเก้าอี้ สส.ค่ายส้ม ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม.

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่สุดในสัปดาห์นี้คือ “ดร.โจ” ทิ้งเก้าอี้ สส.ค่ายส้ม ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับงานหินชน “ชัชชาติ” ดร.โจ หรือนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ค่ายส้ม ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อลงสนามชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมือง เพราะต้องเผชิญหน้ากับผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งยังคงได้รับความนิยมสูงจากชาวกรุงเทพฯ

“ดร.โจ” ทิ้งเก้าอี้ สส.ค่ายส้ม ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับงานหินชน “ชัชชาติ”

วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 นายชัยวัฒน์ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น สส. ต่อกลุ่มงานสารบรรณของสภาผู้แทนราษฎร โดยการลาออกครั้งนี้เปิดทางให้นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ “เพชร กรุณพล” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปของพรรค ได้เลื่อนขึ้นมาเสียบเก้าอี้แทน ดร.โจ เปิดใจกับสื่อมวลชนหลังยื่นหนังสือว่า แม้จะเสียดายบทบาทในสภาฯ ที่ได้ต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ก็ตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ในการรับใช้คนกรุงเทพฯ โดยตรง

ดร.โจ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เดิมทีพรรคมีแคนดิเดตหลักคือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่เนื่องจากนายวิโรจน์ยังมีปัญหาคดีความจากเหตุการณ์ 44 สส. ที่ยังไม่ชัดเจน พรรคจึงไม่ต้องการเสี่ยง จึงเลือกส่งดร.โจลงทำหน้าที่แทน การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของพรรคประชาชนที่ต้องการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้ชาวกรุง

ดร.โจ คือใคร? ทำไมถึงกล้าท้าชนผู้ว่าฯ ชัชชาติ

ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีพื้นฐานทางวิชาการเข้มข้น จบปริญญาเอก และมีประสบการณ์ในสภาในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคฝั่งก้าวหน้า ค่ายส้ม ได้รับความไว้วางใจให้เป็นรองหัวหน้าพรรค ทำให้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย ดร.โจ มีภาพลักษณ์เป็นคนรุ่นใหม่ สดใส และกล้าพูด กล้าทำ ซึ่งน่าจะดึงดูดกลุ่มวัยหนุ่มสาวในกรุงเทพฯ

การท้าชน “ชัชชาติ” ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับคะแนนท่วมท้นในการเลือกตั้งปี 2565 ด้วยคะแนนกว่า 1 ล้านเสียง จากผลงานเด่นอย่างการแก้จราจร การจัดการน้ำท่วม และโครงการฟื้นฟูเมือง ชาวกรุงยังพึงพอใจในตัวเขาสูง แต่ดร.โจ ยืนยันว่าพรรคต้องการนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ “กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหลวงแบบไหนที่มอบชีวิตที่ดีให้คนทุกคนได้จริง” เขาพร้อมพิสูจน์เจตจำนงนี้

ผลกระทบต่อพรรคประชาชนและการเมืองกทม.

การลาออกของดร.โจ ส่งผลให้เกิดการปรับโครงสร้างในพรรคทันที นายกรุณพล เทียนสุวรรณ จะเข้ามารับผิดชอบในสภาแทน ซึ่งถือเป็นการเลื่อนชั้นให้สมาชิกใหม่ สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ คาดว่าจะเข้มข้นเพราะมีผู้สมัครหลายราย แต่ดร.โจ จากค่ายส้มน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการดึงฐานเสียงฝั่งก้าวหน้า

  • จุดเด่นของดร.โจ: มีวิสัยทัศน์ชัดเจน เน้นความเท่าเทียมและคุณภาพชีวิต
  • ความท้าทาย: ต้องสู้กับภาพลักษณ์ผู้ว่าฯ ชัชชาติที่แข็งแกร่ง
  • โอกาส: ปัญหาเก่าของกทม. อย่างฝุ่น PM2.5 จราจรหนึบ และที่อยู่อาศัย ยังรอการแก้ไข
  • คู่แข่งอื่น: อาจมีตัวเต็งจากพรรคใหญ่เข้ามาเพิ่ม

นอกจากนี้ “ดร.โจ” ทิ้งเก้าอี้ สส.ค่ายส้ม ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับงานหินชน “ชัชชาติ” ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคประชาชนกำลังเร่งเครื่องเพื่อขยายอิทธิพลในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่เป็นฐานเสียงหลัก การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบารอมิเตอร์วัดกระแสการเมืองไทยก่อนเลือกตั้งใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน การลงสมัครของดร.โจ ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำพาการเปลี่ยนแปลงมาสู่กทม. หากเขาเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้จริง ชาวกรุงอาจได้ทางเลือกที่น่าสนใจ คุณคิดเห็นอย่างไรกับข่าว “ดร.โจ” ทิ้งเก้าอี้ สส.ค่ายส้ม ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับงานหินชน “ชัชชาติ” นี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองจากเรา!

ที่มา – “ดร.โจ” ทิ้งเก้าอี้ สส.ค่ายส้ม ท้าชิงผู้ว่าฯ กทม. ยอใรับงานหินชน “ชัชชาติ”

“การดี” จี้รัฐแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน คิดสั้นพุ่ง 18%

“การดี” จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน หลังจากเกิดเหตุสะเทือนใจเพื่อนลูกในวัยมัธยมตัดสินใจจบชีวิตตัวเองถึง 2 รายในเวลาไล่เลี่ยกัน สถิติเด็กมัธยมที่เคยคิดสั้นพุ่งสูงถึง 17.6% ทำให้ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต้องลุกขึ้นหารือในสภา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

การดี จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน

ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ดร.การดี ได้นำเรื่องราวใกล้ตัวมาสะท้อนปัญหาสังคม โดยเล่าว่าลูกสาวแจ้งข่าวร้ายว่าเพื่อนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตัวเองจบชีวิตลง 2 คนติด ๆ กัน สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงวิกฤตสุขภาพจิตของเยาวชนไทยที่กำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาจากแรงกดดันหลายด้าน เช่น การเรียนที่หนักหน่วง แรงกดดันจากโซเชียลมีเดีย และปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัวที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก

จากข้อมูลกรมสุขภาพจิต พบว่ากลุ่มอายุ 18-24 ปี มีภาวะซึมเศร้าสูงถึง 26.9% ส่วนนักเรียนมัธยมศึกษาที่เคยคิดฆ่าตัวตายอย่างจริงจังมีถึง 17.6% หรือเกือบ 18% เลยทีเดียว แม้จะมีนโยบายและ MOU ระหว่างหน่วยงาน แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังไม่ทั่วถึง ทำให้การดี จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน โดยเสนอให้กระทรวงสาธารณสุข ศึกษาธิการ และ อว. ยกระดับการทำงาน

สาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน

ปัญหาสุขภาพจิตในวัยเรียนเกิดจากหลายปัจจัยที่ทับถมกัน ดังนี้

  • แรงกดดันจากการเรียน: คะแนนสอบ การแข่งขันเพื่อเข้าวิทยาลัย ทำให้เด็กเครียดสะสม
  • โซเชียลมีเดียและ Peer Pressure: การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในโลกออนไลน์ นำไปสู่ความรู้สึกด้อยค่า
  • ปัญหาครอบครัว: เศรษฐกิจตกต่ำ ความขัดแย้งในบ้าน ส่งผลให้เด็กแบกรับความเครียด
  • ขาดการสนับสนุน: โรงเรียนขาดนักจิตวิทยาและครูแนะแนวที่เพียงพอ

สถิติเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องตื่นตัว การดี จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่อาจทวงคืนได้ โดยเฉพาะในเดือนแห่งการรณรงค์สุขภาพจิต (Mind Month)

ข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน

ดร.การดี เสนอแนวทางชัดเจน 3 ประการ เพื่อให้การแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • เปลี่ยนจากนโยบายบนกระดาษเป็นการเข้าถึงหน้างานจริง เช่น สายด่วนสุขภาพจิตที่ตอบสนองทันที
  • เพิ่มบุคลากร โดยจัดงบประมาณให้ทุกโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมีนักจิตวิทยาและครูแนะแนวประจำ
  • สร้างความตระหนักรู้ในสังคม ลดการตีตรผู้มีปัญหาสุขภาพจิต เพื่อให้ทุกคนกล้าเปิดใจขอความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ยังควรบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อติดตามและป้องกันความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น หากรัฐบาลลงมือจริง ปัญหานี้จะไม่ลุกลามต่อไป

สุขภาพจิตคือรากฐานของอนาคตชาติ หากปล่อยไว้ เยาวชนไทยจะเผชิญวิกฤตหนักขึ้น ในฐานะสังคม เราควรเริ่มจากตัวเอง โดยฟังลูกหลานมากขึ้น สังเกตสัญญาณเตือน และสนับสนุนให้โรงเรียนมีบริการจิตวิทยา ลองนึกภาพถ้าเด็กทุกคนมีพื้นที่ปลอดภัยในการระบาย ความสูญเสียแบบนี้จะลดลงได้มาก

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และติดตามการแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชนจากภาครัฐต่อไป เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากเราทุกคน

ที่มา – “การดี” จี้รัฐเร่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตเยาวชน เผยตัวเลขมัธยม “คิดสั้น” พุ่งเกือบ 18%

“ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา

จากกรณีที่สร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดียเรื่อง “ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอม ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของอาหารกระป๋องที่เราคุ้นเคย ล่าสุดนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

“ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอม

ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส ได้ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ ระบุว่าผลตรวจสอบเบื้องต้นที่ส่งไปยังกรมประมง พบว่าวัตถุดิบในปลากระป๋องดังกล่าวเป็นปลานิล แทนที่จะเป็นปลาแมคเคอเรลตามที่ระบุบนฉลาก ซึ่งถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จแก่ผู้บริโภค สินค้าถูกอายัดไปแล้วกว่า 10,000 กระป๋อง และสั่งเรียกคืนทั้งหมดจากตลาด เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้าง ไม่เพียงกระทบผู้ประกอบการรายนี้เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องทั้งระบบ

ผู้ประกอบการอ้างทดลองผลิต แต่ฟังดูน่าปวดหัว

ผู้ประกอบการชี้แจงว่าเป็นการทดลองผลิตเพื่อหาวัตถุดิบทดแทนปลาแมคเคอเรล เนื่องจากปลานิลราคาไม่ต่างกันมากนัก และคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ศุภมาสมองว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด เพราะการทดลองไม่ควรนำสินค้าออกวางจำหน่ายให้ประชาชนบริโภคเด็ดขาด หน่วยงานกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงเอกสารการผลิตที่พบหลักฐานชัดเจนว่าใช้ปลานิลจริง

นอกจากนี้ ยังเก็บตัวอย่างตรวจ 2 ส่วน คือ การตรวจสายพันธุ์กับกรมประมง ซึ่งผลเบื้องต้นไม่เป็นทางการยืนยันเป็นปลานิล และการตรวจความปลอดภัย เช่น เชื้อจุลินทรีย์ โลหะหนัก สถานที่ผลิตได้มาตรฐานสุขลักษณะ แต่ยังต้องรอผลอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องปลาหมอคางดำ

บทลงโทษหนักหน่วง คดีอาญายอมความไม่ได้

สำหรับการดำเนินคดี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมดำเนินตามพระราชบัญญัติอาหาร ข้อหาผลิตอาหารปลอม โทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี แสดงฉลากไม่ถูกต้องปรับเงิน สถานที่ผลิตไม่ถูกสุขลักษณะปรับเช่นกัน หากพบสารปนเปื้อนเพิ่ม จะถูกดำเนินคดีเสริม แม้ผู้บริโภคบางรายจะได้รับค่าชดเชยแล้ว แต่คดีนี้เป็นคดีอาญา ยอมความไม่ได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับบริษัทเต็มที่

  • อายัดสินค้ากว่า 10,000 กระป๋อง
  • เรียกคืนสินค้าทั้งหมด
  • ตรวจสอบเอกสารและสถานที่ผลิต
  • ผลเบื้องต้นยืนยันปลานิล

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริโภคตรวจสอบฉลากสินค้าอย่างละเอียดก่อนซื้อ โดยเฉพาะอาหารกระป๋องที่นิยมในครัวเรือน หากพบปัญหาควรรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อปกป้องสุขภาพของทุกคน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์“ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอมนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอาหาร ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง อย่าปล่อยให้ความโลภมาทำลายความเชื่อมั่น ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารสุขภาพอาหารเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา!

ที่มา – “ศุภมาส” เผยผลปลากระป๋องเบื้องต้นเป็น “ปลานิล” ชี้คดีอาญา ผลิตอาหารปลอม

เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

ในเหตุการณ์สำคัญล่าสุดของคาบสมุทรเกาหลี เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้ อย่างชัดเจน โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สะท้อนนโยบายของผู้นำคิม จอง อึน ที่ต้องการตอกย้ำความเป็นอิสระและการแยกตัวจากเกาหลีใต้แบบถาวร

เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

สำนักข่าว Reuters ได้ตรวจสอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือ พบว่ามีการลบถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับ “การรวมชาติ” ออกไปทั้งหมด ซึ่งน่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาประชาชนสูงสุดของเปียงยางในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือกำหนด “ขอบเขตดินแดน” อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าดินแดนครอบคลุมพื้นที่ติดพรมแดนกับจีนและรัสเซียทางเหนือ และติดกับเกาหลีใต้ทางใต้ รวมถึงน่านน้ำและน่านฟ้าที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์อี จอง ชอล จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล วิเคราะห์ว่ามาตราใหม่นี้กำหนดสถานะดินแดนอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่ระบุแนวเส้นแบ่งเขตแดนชายแดนหรือพื้นที่พิพาททางทะเล เช่น เส้นแบ่งเขตทางทะเลทางตอนเหนือในทะเลเหลือง นอกจากนี้ ยังมีการปรับถ้อยคำเกี่ยวกับตำแหน่งผู้นำ โดยกำหนดให้คิม จอง อึน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการรัฐ เป็นประมุขแห่งรัฐอย่างเป็นทางการ และมีอำนาจควบคุมกองกำลังนิวเคลียร์โดยตรง

  • การตัด “การรวมชาติ”: ลบแนวคิดรวมสองเกาหลีออกจากรัฐธรรมนูญ สะท้อนท่าทีแข็งกร้าว
  • กำหนดพรมแดน: ยืนยันขอบเขตติดเกาหลีใต้ จีน รัสเซีย
  • สถานะนิวเคลียร์: ประกาศตัวเป็นรัฐอาวุธนิวเคลียร์อย่างรับผิดชอบ พัฒนาต่อเพื่อปกป้องชาติ
  • อำนาจผู้นำ: คิม จอง อึน ควบคุมนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเน้นในหมวดกลาโหมว่าการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เป็นหน้าที่เพื่อยับยั้งสงครามและรักษาเสถียรภาพภูมิภาค สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าการไม่กำหนดแนวเขตแดนชัดเจนอาจเป็นกลยุทธ์หลีกเลี่ยงความตึงเครียดทันที แม้จะผลักดันแนวคิด “สองรัฐศัตรู” ให้เป็นกฎหมายสูงสุด

ย้อนกลับไปเดือนมกราคม 2024 คิม จอง อึน เรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ กำหนดเกาหลีใต้เป็นศัตรูหลัก และย้ำว่าดินแดนแยกสิ้นเชิง ในช่วงปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือมีท่าทีแข็งกร้าว ปฏิเสธข้อเสนอเจรจาจากประธานาธิบดีอี แจ มยอง และคณะผู้แทนถาวรต่อสหประชาชาติยังเงียบต่อรายงานนี้

ผลกระทบต่อสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี

การ เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้ นี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงเอกสารกฎหมาย แต่ยังส่งสัญญาณถึงนโยบายใหม่ที่มุ่งเน้นความเป็นอิสระทางทหารและการเมือง โดยเฉพาะการยึดมั่นในโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งอาจทำให้ความสัมพันธ์สองเกาหลีตึงเครียดยิ่งขึ้น ในขณะที่นานาชาติจับตาการตอบสนองจากวอชิงตันและโซล

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การแก้ไขนี้ช่วยเสริมสร้างความชอบธรรมภายในให้คิม จอง อึน ขณะที่ปิดประตูการรวมชาติที่เคยเป็นวาทกรรมหลักมานานกว่า 70 ปี สถานการณ์นี้ชวนให้คิดถึงอนาคตของคาบสมุทรเกาหลีที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางการทูตและทหารมากขึ้น

เพื่อติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศล่าสุด แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และแสดงความเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร

ที่มา – เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้

เซลติก สนใจ เลนาร์ด และ สจ๊วต – ข่าวลือ

เซลติก สนใจ เลนาร์ด และ สจ๊วต – ข่าวลือการย้ายทีมล่าสุด

ในวงการฟุตบอลสกอตติช พรีเมียร์ชิพ มีข่าวลือร้อนๆ เกี่ยวกับการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะ เซลติก สนใจ เลนาร์ด และ สจ๊วต ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลให้ความสนใจอย่างมาก Celtic กำลังวางแผนเสริมทัพเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์เก่าให้มั่นคง โดยมีนักเตะสองรายนี้ติดอยู่ในเรดาร์ของพวกเขา

เซลติก สนใจ เลนาร์ด และ สจ๊วต

เซลติก ได้จับตาดู Marc Leonard กองกลางวัย 24 ปี จาก Birmingham City ที่กำลังยืมตัวอยู่กับ Heart of Midlothian คู่ปรับในลีก พวกเขาจะติดตามฟอร์มของเขาใน 3 นัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้อย่างใกล้ชิด หาก Leonard แสดงศักยภาพได้ดี Celtic อาจยื่นข้อเสนอคว้าตัวถาวรในซัมเมอร์นี้ นอกจากนี้ Barney Stewart กองหน้าจาก Falkirk วัย 22 ปี ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับแนวรุกของเซลติก ที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายในการทำประตู

รายละเอียดข่าวลือเซลติก สนใจ เลนาร์ด และ สจ๊วต

สำหรับ Leonard เขาแสดงฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ Hearts ทำให้เซลติกมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ส่วน Stewart ที่กำลังทำผลงานร้อนแรงกับ Falkirk ในลีกล่าง ก็ถูกมองว่าเป็นดาวรุ่งที่พร้อมก้าวขึ้นมาเล่นในระดับพรีเมียร์ชิพ ข่าวลือเหล่านี้มาจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถืออย่าง Daily Record และ Football Insider ทำให้แฟนบอลเซลติกตื่นเต้นกับความเป็นไปได้นี้

นอกจากนี้ Arne Engels กองกลางดาวรุ่งวัย 22 ปีของเซลติก ถูกคาดว่าจะย้ายออกในซัมเมอร์นี้ โดยมี RB Leipzig จากบุนเดสลีกาให้ความสนใจอย่างจริงจัง รวมถึงสโมสรจากพรีเมียร์ลีก เซเรีย อา และลา ลีกา ที่กำลังจับตาดูอยู่ การจากไปของ Engels อาจเปิดช่องให้เซลติกนำเงินไปเสริมทัพนักเตะใหม่

ข่าวลือการย้ายทีมอื่นๆ ใน Scottish Premiership

  • Raith Rovers เตรียมเจรจากับ Rangers เพื่อเก็บ Paul Nsio กองกลางวัย 20 ปีที่ยืมตัวมาใช้งาน
  • Ryan Astley กองหลัง Dundee ต้องการอยู่ต่อ แม้สัญญาจะหมดในซัมเมอร์นี้
  • Aberdeen ภายใต้ Stephen Robinson ต้องการเซ็น Toyosi Olusanya ถาวร แม้ Houston Dynamo จะมีออปชั่นขยายสัญญา
  • Robinson ยังเผยว่าการเสริมทัพบางส่วน “ไม่หวือหวา” แต่จะเป็นผู้เล่นที่มั่นคง สามารถทำผลงานได้ 7-8/10 ทุกนัด
  • Inverness Caledonian Thistle หวังรั้ง Alfie Stewart กองหน้าวัย 19 ปีที่สัญญากับ Aberdeen ไม่ต่อ

ข่าวนอกสนามที่น่าสนใจคือ Zion Pullan ดาวรุ่งวัย 15 ปีของเซลติก ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติสเปนครั้งแรก ส่วน Owen Elding จาก Hibernian ยืนยันความตั้งใจเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์ แม้มีปัญหาหนังสือเดินทาง

เซลติก สนใจ เลนาร์ด และ สจ๊วต ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เสริมทัพที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะการมองหานักเตะจากลีกสกอตแลนด์ด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยประหยัดงบและปรับตัวเข้ากับลีกได้เร็ว แฟนบอลเซลติกควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะซัมเมอร์นี้อาจเปลี่ยนโฉมทีมได้

คุณคิดอย่างไรกับข่าวลือเหล่านี้? คอมเมนต์บอกความเห็นของคุณด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชู 5T

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการเศรษฐกิจไทยกันดีกว่า นั่นคือ รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ปลัดคลังนั่งประธาน ชูเกณฑ์ “5T” เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานที่กำลังรุมเร้าประเทศเรา เงินก้อนนี้ไม่ใช่แค่กู้มาใช้สุรุ่ยสุร่ายนะครับ แต่มีกลไกเข้มงวดเพื่อให้โปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุด

รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ปลัดคลังนั่งประธาน ชูเกณฑ์ “5T”

หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รัฐบาลก็ไม่รอช้าตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นทันที โดยมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เป้าหมายหลักคือคัดกรองโครงการให้ตรงจุด ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ยั่งยืน

เกณฑ์สำคัญที่ชูคือ “5T” ได้แก่ Target (มุ่งเป้าเยียวยาตรงกลุ่ม), Transition (เปลี่ยนผ่านลดความเปราะบางพลังงาน), Transform (พลิกโฉมเศรษฐกิจ), Transparent (โปร่งใสตรวจสอบได้), และ Together (ขับเคลื่อนร่วมกัน) นี่แหละครับที่ทำให้การใช้เงินก้อนนี้แตกต่างจากอดีต

องค์ประกอบคณะกรรมการกลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

  • ประธาน: ปลัดกระทรวงการคลัง (นายลวรณ แสงสนิท)
  • กรรมการ: เลขาธิการ สศช., ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, อธิบดีกรมบัญชีกลาง, ผู้อำนวยการ สศค.
  • กรรมการทรงคุณวุฒิ: ไม่เกิน 3 คน แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีคลัง
  • เลขานุการ: ผู้อำนวยการ สบน. และผู้ช่วยจาก สศช. กับ สศค.

คณะกรรมการนี้มีอำนาจเต็มพิกัด ทั้งกลั่นกรองโครงการก่อนเสนอครม., กำกับดูแลการใช้เงิน, รายงานทุก 3 เดือน, กำหนดเงินสำรอง, และแต่งตั้งอนุกรรมการได้อีกด้วย สุดท้ายต้องรายงานรัฐสภาทุกปีภายใน 60 วัน เรียกว่าโปร่งใสทุกขั้นตอนเลยครับ

อำนาจหน้าที่และการบริหารจัดการเงินกู้

นอกจากนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รับผิดชอบกู้ เบิกจ่าย ติดตามผล และชำระหนี้ ส่วน ก.พ.ร. จะร่วมกำหนดกลไกกำกับความเสี่ยงหนี้และประเมินผลโครงการ ปลัดคลังยังย้ำว่าจะออกระเบียบ 2 ฉบับในสัปดาห์หน้า เพื่อหลักเกณฑ์กลั่นกรองและติดตามผล โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาร่วม

ทำไมต้องทำแบบนี้? เพราะในวิกฤตพลังงานทั่วโลก ประเทศไหน ๆ ก็ไม่ใช้วิธีอุ้มราคาน้ำมันทั่วไป แต่ปล่อยลอยตัวแล้วเยียวยาเฉพาะกลุ่มแทน รัฐบาลไทยก็เดินตามแนวทางนี้ พร้อมเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดภายใน 1 ปี เพื่อความมั่นคงและลดต้นทุนระยะยาว

ผมคิดว่านี่เป็นมาตรการที่ฉลาดและรับผิดชอบมากครับ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่สร้างอนาคตให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้น หากโครงการผ่านการกลั่นกรองดี ๆ ก็น่าจะเห็นผลชัดเจนในไม่ช้า คุณคิดยังไงบ้าง? ติดตามอัปเดตข่าวเศรษฐกิจและพลังงานเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลยนะครับ! หรือแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ปลัดคลังนั่งประธาน ชูเกณฑ์ “5T”