วัน: 6 พฤษภาคม 2026

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก “เท้ง” ย้ำตรวจสอบรัฐบาล

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรค เป็นประธานในการประชุมครั้งสำคัญนี้ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของกลไกครม.เงา ที่มุ่งยกระดับการตรวจสอบรัฐบาลและเสนอนโยบายทางเลือกให้ประชาชนได้พิจารณา ด้วยแนวคิด agenda-based ที่เน้นประเด็นเร่งด่วนของประเทศ

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก

ในที่ประชุม มีการหารือประเด็นสำคัญหลายด้าน โดย “เท้ง” ย้ำชัดเจนว่า ครม.เงาคือเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่เป็นการนำเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน

พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก ชู 3 ประเด็นหลัก

จากการประชุม มีข้อสรุปสำคัญ 3 ประการที่ครม.เอยกขึ้นมาพูดคุยและเสนอแนะ ดังนี้

  • เรียกร้องเยียวยาภาคขนส่งและประมง: ภาคส่วนเหล่านี้แบกต้นทุนพลังงานสูงสุด แต่กลับถูกละเลยท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ครม.เงาเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นต้นน้ำของเศรษฐกิจ เช่น ชาวประมงที่ต้องเผชิญราคาน้ำมันแพงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารและสินค้าอุปโภค ในที่ประชุม ตัวแทนจากทั้งสองภาคส่วนได้มาเล่าปัญหาและเสนอแนวทางช่วยเหลือที่ตรงจุด เช่น การลดภาษีน้ำมันเฉพาะกิจหรืออุดหนุนไฟฟ้าสำหรับเรือประมง
  • เตือนโครงการแลนด์บริดจ์เสี่ยงซ้ำรอย EEC: โครงการนี้หากเดินหน้าโดยอิงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าเหตุผลเศรษฐกิจ อาจทำให้ไทยตกอยู่ใต้เงามหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่ง เหมือนกรณี EEC ที่เคยถูกวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ไม่สมดุล ครม.เงาเตือนให้รัฐบาลระวังไม่ทิ้งไพ่ใบสำคัญทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยควรศึกษาความคุ้มค่าอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
  • ห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท: มีความเสี่ยงใช้เงินแบบไร้หลักการ แค่กู้มาแจกเพื่อคะแนนนิยม โดยไม่เตรียมแผนรับมือสงครามยืดเยื้อ ครม.เงาเสนอให้รัฐบาลโปร่งใส แสดงแผนใช้เงินและชำระหนี้ชัดเจน ไม่หว่านแหงบประมาณ แต่เน้นโครงการที่ยั่งยืนเพื่อเศรษฐกิจระยะยาว

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังยืนยันบทบาทครม.เงาจะทำงานคู่ขนานกับรัฐบาล เพื่อสะท้อนการบริหารที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยได้อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์

การพรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรกนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบและเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์จริงๆ หากรัฐบาลนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปรับใช้ จะช่วยแก้ปัญหาประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจและพลังงานกำลังเผชิญความท้าทายหนักหน่วง

ในมุมมองของเรา กลไกครม.เงาแบบนี้เป็นนวัตกรรมทางการเมืองที่ไทยต้องการ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกนโยบายที่หลากหลายและดีกว่า คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอเหล่านี้? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – พรรคประชาชน ประชุม ครม.เงานัดแรก “เท้ง” ย้ำเป็นกลไกยกระดับตรวจสอบรัฐบาล

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 4,000 บาท เริ่ม 1 มิ.ย.

เปิดอัปเดตล่าสุดโครงการ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ที่กำลังจะมาแจกเงินช่วยเหลือคนละ 4,000 บาท! หากคุณกำลังมองหาข้อมูลการลงทะเบียนและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเตรียมตัวรับสิทธิประโยชน์ ล่าสุดหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพที่ถูกราคาน้ำมัน อาหาร และสถานการณ์โลกกดดัน โครงการนี้ซึ่งพัฒนามาจาก “คนละครึ่งพลัส” จะช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าเล็กๆ ให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส จะใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน พ.ร.บ.โอนงบประมาณ และงบประมาณปกติ คาดมีสิทธิประมาณ 30 ล้านราย ซึ่งเพียงพอเพราะเคยทำได้สูงสุด 28 ล้านสิทธิมาก่อน สำหรับคุณสมบัติผู้รับสิทธิ ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เช่น อายุเกิน 18 ปีหรือไม่ รวมถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ไทม์ไลน์สำคัญ

นี่คือกำหนดการที่ไม่ควรพลาด:

  • ปลายเดือนพฤษภาคม 2569: เปิดให้ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส พร้อมลงทะเบียนคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการรอบใหม่
  • 1 มิถุนายน 2569: เริ่มใช้สิทธิทันที

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ได้เงินกี่บาทและใช้ยังไง

ผู้ที่ผ่านการลงทะเบียนจะได้เงินช่วยเหลือ 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน (มิ.ย. – ก.ย. 2569) การใช้จ่ายรายวันจำกัด 100 บาท โดยรัฐช่วย 60% (60 บาท) ประชาชนจ่าย 40% (40 บาท) หากใช้ไม่หมดวันนั้น สามารถทบไปวันถัดไปได้ แต่เงินเดือนละ 1,000 บาทที่เหลือ จะไม่ทบข้ามเดือนนะครับ เหมาะสำหรับซื้อของกินของใช้ประจำวัน สนับสนุนร้านค้าทั่วไทย

โครงการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีมาก เพราะเงินหมุนเวียนในชุมชนทันที ช่วยให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกคนกำลังลำบากกับราคาสินค้าที่แพงขึ้น หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน พ่อค้าแม่ค้าหรือฟรีแลนซ์ ก็มีโอกาสได้สิทธิ ลองเช็คคุณสมบัติตัวเองดู

วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ง่ายๆ ผ่านแอปเป๋าตัง

ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ดังนี้:

  • ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จาก App Store หรือ Google Play และสมัครใช้งาน G-Wallet ให้เรียบร้อย
  • รอวันที่รัฐบาลเปิดลงทะเบียน (ปลายพ.ค. 2569) แล้วเข้าเมนูโครงการ กดลงทะเบียนทันที
  • รอแจ้งผลผ่านแอปฯ หากผ่านจะได้ใช้สิทธิเลย

แนะนำให้อัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และเตรียมบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวให้พร้อม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเทคนิค หากมีปัญหา สามารถติดต่อ call center 1111 หรือตรวจสอบเว็บไซต์กระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังเชื่อมโยงกับมาตรการอื่นๆ เช่น คนละครึ่งเฟสต่อไป ทำให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ในมุมมองของผม โครงการนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิดและปัญหาโลก ถ้าทุกคนใช้สิทธิอย่างมีสติ จะช่วยเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ยั่งยืน

รีบเตรียมตัวเลย! ดาวน์โหลดแอปเป๋าตัง ติดตามข่าวสารอัปเดต และอย่าพลาดโอกาสรับ 4,000 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงครึ่งปีหลังนี้

ที่มา – ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส เตรียมเปิดรับสิทธิ 4,000 บาท อัปเดตล่าสุด เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีนก่อนทรัมป์เยือน

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียดสุดขีด จีนซึ่งเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจและการทูต ได้ต้อนรับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศไทยอิหร่าน อย่างอบอุ่นที่กรุงปักกิ่ง การพบปะครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซและสงครามที่ลุกลาม

อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่านายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศไทยจีน ได้พบปะกับนายอับบาส อารักชีอย่างเป็นทางการ แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่าการสนทนาครอบคลุมประเด็นร้อนแรงอย่างความสัมพันธ์ทวิภาคี สถานการณ์ภูมิภาค และปัญหาสากล โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านขู่ว่าจะปิดเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ อารักชีเพิ่งเดินทางไปรัสเซีย โอมาน และปากีสถาน เพื่อรวบรวมการสนับสนุนจากชาติพันธมิตร การเยือนจีนครั้งนี้จึงเป็น ‘ปาดหน้า’ ชัดเจน เพราะเกิดขึ้นไม่ถึง 10 วันก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนจีนในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางความขัดแย้งที่ปะทุตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์

ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะถกในที่ประชุม

  • ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นทางลำเลียงน้ำมัน 20% ของโลก อิหร่านขู่อุดตันเพื่อกดดันสหรัฐฯ
  • สงครามตะวันออกกลาง: จีนเรียกร้องหยุดยิงและสนับสนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตย
  • ความสัมพันธ์ทวิภาคี: เสริมสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการทหาร
  • ท่าทีต่อทรัมป์: จีนอาจใช้ข้อมูลจากอิหร่านในการเจรจากับสหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นบทบาทของจีนในฐานะตัวกลางสำคัญ จีนยืนยันจุดยืนเรียกร้องสันติภาพ สนับสนุนอิหร่านต่อต้านการแทรกแซงจากตะวันตก โดยเฉพาะนโยบายกดดันสูงสุดของทรัมป์ที่มุ่งตัดสายสัมพันธ์อิหร่าน-โลก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

หากช่องแคบฮอร์มุซปิดจริง ราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุฟ้า ส่งผลกระทบหนักต่อไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% จากตะวันออกกลาง นอกจากนี้ การเยือนของทรัมป์ยังอาจนำไปสู่ข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐฯ ที่กระทบห่วงโซ่อุปทานโลก ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอิหร่านกำลังเร่งเจรจาเพื่อสร้างแนวร่วมต้านสหรัฐฯ โดยใช้จีนเป็นฐาน

จากมุมมอง geopolitics จีนกำลังขยายอิทธิพลในตะวันออกกลางผ่านโครงการ Belt and Road ที่เชื่อมโยงอิหร่านเข้าด้วย ขณะที่ทรัมป์ต้องการกดดันจีนเรื่อง貿易 war การพบปะอิหร่าน-จีนจึงเป็นเกมหมากรุกที่ซับซ้อน

นอกจากนี้ สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านยืนยันว่าการหารือครอบคลุมสถานการณ์ระหว่างประเทศทั้งหมด ซึ่งจีนแสดงความพร้อมช่วยเหลือด้านการทูต สถานการณ์นี้ทำให้ตะวันออกกลางร้อนระอุยิ่งขึ้น

ในฐานะนักวิเคราะห์ สิ่งที่น่าสนใจคือจีนกำลังเล่นบท ‘ผู้ไกล่เกลี่ย’ แต่ลึกๆ แล้วคือการปกป้องผลประโยชน์น้ำมันและเส้นทางค้าของตัวเอง หากคุณสนใจข่าวการเมืองโลก ติดตามเราต่อเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึก

ที่มา – อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 2 อากาศแปรปรวน ฝนหนัก 7-10 พ.ค. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวสำคัญจาก กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ไทยอากาศแปรปรวน เช็กจังหวัดฝนตกหนัก 7-10 พ.ค. 69 เลยนะ กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เกี่ยวกับอากาศที่กำลังจะแปรปรวนทั่วไทย โดยเฉพาะช่วง 7-10 พ.ค. นี้ ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวหรือทำงานกลางแจ้ง ต้องเช็กด่วนเลย!

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ไทยอากาศแปรปรวน เช็กจังหวัดฝนตกหนัก 7-10 พ.ค. 69

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ไทยตอนบนอย่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเจอฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา ปกคลุมอีสานและทะเลจีนใต้ บวกกับลมใต้-ตะวันออกเฉียงใต้พัดความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามา ทำให้อากาศเย็นลงหลังฝนตก ส่วนภาคใต้ ลมตะวันออกแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนหนักบางพื้นที่ด้วย

สาเหตุและผลกระทบจากกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2

อากาศแปรปรวนแบบนี้เกิดจากระบบความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่เคลื่อนตัวลงมา ทำให้อุณหภูมิลดลงหลังฝนซา แต่ระหว่างนั้นฝนจะเทหนัก ลมแรง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและภูเขา เพื่อนๆ ในพื้นที่เสี่ยงต้องระวังนะครับ

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เช็กเลย!

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ไทยอากาศแปรปรวน เช็กจังหวัดฝนตกหนัก 7-10 พ.ค. 69 โดยละเอียดดังนี้

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
  • ภาคกลาง: นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร

แผนที่จังหวัดฝนตกหนัก 7 พ.ค. 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อุดรธานี สกลนคร นครพนม
  • ภาคกลาง: กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร
  • ภาคใต้: สงขลา ปัตตานี นราธิวาส

แผนที่จังหวัดฝนตกหนัก 8 พ.ค. 2569

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย มหาสารคาม
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา ระยอง
  • ภาคกลาง: อ่างทอง สิงห์บุรี

แผนที่จังหวัดฝนตกหนัก 9 พ.ค. 2569

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569

  • ภาคเหนือ: ลำพูน อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย ศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง: นครปฐม สมุทรสงคราม
  • ภาคใต้: ตรัง พัทลุง

แผนที่จังหวัดฝนตกหนัก 10 พ.ค. 2569

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนให้หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่า หรือป้ายโฆษณาไม่แข็งแรง หากฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะคนในเมืองใหญ่เช่น กทม. เกษตรกรควรยึดไม้ผลให้แน่น เตรียมระบบระบายน้ำ และดูแลสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ ช่วงอากาศเปลี่ยน อย่าลืมดูแลสุขภาพ ดื่มน้ำมากๆ ใส่เสื้อกันหนาวตอนเย็นครับ

สำหรับนักเดินทาง ขับรถระวังถนนลื่น เปิดไฟหน้าเสมอ และเช็คสภาพรถ สำหรับชาวบ้าน แนะนำติดตั้งถังเก็บน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์ด้วยนะ

สรุปคือ ช่วงนี้ไทยอากาศแปรปรวนจริงๆ อย่าประมาท ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาใหม่ๆ ทุกวัน สามารถเช็คได้ที่ www.tmd.go.th หรือโทร 1182 ตลอด 24 ชม. หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เตรียมตัวได้ทันนะครับ ถ้าชอบบทความ อย่าลืมแชร์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวอากาศล่าสุด!

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 2 ไทยอากาศแปรปรวน เช็กจังหวัดฝนตกหนัก 7-10 พ.ค. 69

เร่งล่าตัวคนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน

事件ล่าสุดที่สร้างความตกใจให้กับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น คือการก่อเหตุลักทรัพย์โดย คนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน ที่ฉกเงินสด 2,000 บาทจากกระเป๋าของผู้เสียหาย ก่อนตัดสายน้ำเกลือของตัวเองแล้วหลบหนีไปอย่างไม่ใยดี เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่แพร่กระจายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะคลิปจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพชัดเจน

เร่งล่าตัวคนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 23.20 น. ภายในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลบ้านฝาง ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งได้โพสต์คลิปวงจรปิดพร้อมข้อความเตือนภัยว่า “บุคคลในภาพนี้เป็นมิจฉาชีพในคราบผู้ป่วยเข้ามาขโมยเงินของตาเชยที่เป็นผู้ป่วยในเหมือนกัน” คลิปแสดงให้เห็นชายคนหนึ่งที่แสร้งเป็นผู้ป่วย เดินไปหยิบเงินจากกระเป๋าสีแดงของนายเชย ผู้เสียหายที่กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ ก่อนจะเดินกลับเตียง ตัดสายน้ำเกลือ แล้วรีบหนีออกจากโรงพยาบาลทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฝาง ได้รับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 พ.ต.อ.กรภพ เนตรไธสง ผู้กำกับการ เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีชื่อว่า นายเดชา ขันอ่อน อายุไม่ปรากฏ ชายที่เคยต้องโทษในเรือนจำจังหวัดอุดรธานี และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อต้นปี 2567 โดยมีประวัติเร่ร่อนในพื้นที่ใกล้เคียง

ประวัติคนร้ายที่ต้องเร่งล่าตัวคนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน

ก่อนเกิดเหตุ นายเดชาได้เดินเท้ามาจากสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 อำเภอเมืองขอนแก่น โดยอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายจนศีรษะแตก เข้าพักรักษาที่โรงพยาบาลบ้านฝาง เวลาประมาณ 21.00 น. แพทย์ให้ยาน้ำเกลือและรับเป็นผู้ป่วยใน แต่ไม่นานเขาก็ลงมือลักเงิน ก่อนหลบหนี นายเดชาเป็นคนพื้นที่อำเภอบ้านฝาง แต่ภูมิลำเนาอยู่ตำบลบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ทำให้การติดตามตัวทำได้ยากขึ้น

รายละเอียดเหตุการณ์และหลักฐานสำคัญ

จากภาพวงจรปิด พบว่านายเดชาเลือกจังหวะที่ผู้เสียหายหลับสนิท เดินตรงไปที่กระเป๋า หยิบเงิน 2,000 บาท แล้วทำทีตัดสายน้ำเกลือหลอกให้ดูเหมือนถอนตัวเองออกจากโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบเส้นทางหลบหนีและขอความช่วยเหลือจากประชาชน หากใครพบเห็นบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้ง สภ.บ้านฝาง ได้ทันที

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โรงพยาบาลตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพ เพราะเป็นสถานที่ที่คนพลุกพล่านและผู้ป่วยมักวางของมีค่าละไว้ข้างตัว การที่ เร่งล่าตัวคนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน แบบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความมั่นคงในสถานพยาบาล

เคล็ดลับป้องกันการถูกฉกของมีค่าในโรงพยาบาล

  • อย่าวางเงินสดหรือของมีค่าละไว้ใกล้ตัวแบบมองไม่เห็น ใช้ล็อกเกอร์หรือฝากญาติดูแล
  • แจ้งพยาบาลหากเห็นบุคคลต้องสงสัย โดยเฉพาะผู้ป่วยใหม่ที่ไม่มีญาติมาด้วย
  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในห้องผู้ป่วยรวม และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
  • ผู้ป่วยควรแจ้งชื่อ-ที่อยู่จริง เพื่อตรวจสอบประวัติหากจำเป็น
  • ใช้กระเป๋าเงินแบบมีซิปและล็อก หรือแยกเงินจำนวนน้อยไว้ใช้

นอกจากนี้ โรงพยาบาลควรมีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินและอบรมบุคลากรให้สังเกตพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยที่รีบร้อนหรือมองหาของมีค่า

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ เร่งล่าตัวคนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าที่ไหนก็ตามที่เราคิดว่าปลอดภัย 100% อย่างโรงพยาบาล ยังมีช่องโหว่ให้มิจฉาชีพแทรกซึมได้ หวังว่าตำรวจจะจับกุมได้เร็วๆ นี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

หากคุณมีเบาะแสเกี่ยวกับนายเดชา หรือเหตุการณ์คล้ายกัน สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.บ้านฝาง โทร 043-XXXXXX หรือสายด่วนตำรวจ 191 อย่าปล่อยให้อาชญากรรมลอยนวล!

ที่มา – เร่งล่าตัวคนร้ายในคราบผู้ป่วยเตียงใกล้กัน ฉกเงิน 2,000 บาทตัดสายน้ำเกลือตัวเองหนี

โป๊ปเลโอ วิจารณ์งบประมาณอาวุธมหาศาล

ในยุคที่ความขัดแย้งระหว่างประเทศรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอได้ออกมาสร้างความฮือฮาด้วยการ โป๊ปเลโอ วิจารณ์งบประมาณอาวุธมหาศาล ที่ทั่วโลกกำลังทุ่มเทกันอย่างไม่ยั้ง โดยทรงเน้นย้ำว่าการเจรจาคือหนทางสันติภาพที่เหมาะสมที่สุด แทนที่จะพึ่งพาการแข่งขันทางอาวุธที่สิ้นเปลืองและอันตราย

โป๊ปเลโอ วิจารณ์งบประมาณอาวุธมหาศาล

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวชั้นนำอย่าง AP รายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ผู้นำคริสตจักรคาทอลิกนิกายโรมัน ทรงแสดงจุดยืนชัดเจนต่อปัญหาการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธทั่วโลก ทรงชี้ว่าปัจจุบันหลายประเทศ โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจ กำลังสูบฉีดเงินทุนมหาศาลไปสู่การพัฒนาอาวุธ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่มีวันจบ แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาความยากจน ความหิวโหย และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พระสันตะปาปาเลโอ ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่มีชาติกำเนิดเป็นชาวอเมริกัน ทรงเรียกร้องให้ผู้นำโลกหันมาใช้การเจรจาแทน โดยเฉพาะในยุคที่อาวุธนิวเคลียร์กลายเป็นภัยคุกคามหลัก แนวคิดเรื่อง ‘สงครามที่ชอบธรรม’ ในสมัยโบราณไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป เพราะผลกระทบจะรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะรับไหว

โป๊ปเลโอ วิจารณ์งบประมาณอาวุธมหาศาล ท่ามกลางดราม่ากับทรัมป์

คำประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างพระสันตะปาปากับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทรัมป์เพิ่งให้สัมภาษณ์โจมตีว่าพระสันตะปาปาเลโอสนับสนุนให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่พระสันตะปาปาตอบโต้ทันทีว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะทรงไม่เคยแสดงจุดยืนเช่นนั้นมาก่อน

พระองค์ทรงย้ำว่า การตีความคำพูดของพระองค์ผิดเพี้ยน และเรียกร้องให้มีการทบทวนแนวคิดสงครามในยุคนิวเคลียร์ใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน การโต้เถียงนี้เกิดขึ้นก่อนที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศไทยสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนวาติกันในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งอาจทำให้การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับนครรัฐวาติกันซับซ้อนยิ่งขึ้น

ทำไมการเจรจาจึงเป็นทางออกที่ดีกว่าอาวุธ?

อุตสาหกรรมอาวุธทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยสหรัฐฯ เป็นผู้นำในการใช้จ่ายด้านนี้มากที่สุด การที่ โป๊ปเลโอ วิจารณ์งบประมาณอาวุธมหาศาล จึงเป็นสัญญาณสำคัญต่อนโยบายสันติภาพโลก ลองพิจารณาประเด็นสำคัญดังนี้

  • ลดความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์: การเจรจาช่วยสร้างสนธิสัญญาควบคุมอาวุธ เช่น JCPOA กับอิหร่านที่เคยประสบความสำเร็จก่อนที่ทรัมป์จะถอนตัว
  • ประหยัดงบประมาณ: เงินที่ใช้ซื้ออาวุธสามารถนำไปพัฒนาสุขภาพ การศึกษา และสิ่งแวดล้อมได้
  • ส่งเสริมสันติภาพยั่งยืน: ตัวอย่างเช่น การเจรจาสงบศึกเย็นระหว่างสหรัฐฯ-สหภาพโซเวียต ที่นำไปสู่การลดอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมาก
  • เสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างชาติ: แทนที่จะแข่งกันผลิตอาวุธที่ไม่มีประโยชน์ในระยะยาว

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นด้วยกับพระสันตะปาปา โดยชี้ว่าอุตสาหกรรมอาวุธเป็น ‘ธุรกิจแห่งความตาย’ ที่ล็อบบี้ยิสทางการเมืองให้เพิ่มงบประมาณต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัญหาสังคมถูกละเลย

การออกมาแสดงจุดยืนของโป๊ปเลโอไม่เพียงสร้างแรงกระเพื่อมในวงการศาสนา แต่ยังกระตุ้นให้ประชาคมโลกทบทวนนโยบายด้านความมั่นคงอีกครั้ง โดยเฉพาะในตะวันออกกลางและยุโรปที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามยูเครนและความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์

ในมุมมองของผู้เขียน การวิจารณ์ครั้งนี้ของโป๊ปเลโอเป็นแสงสว่างในช่วงเวลามืดมน สันติภาพแท้จริงเกิดจากการเข้าใจและเจรจา ไม่ใช่การขู่เข็ญด้วยอาวุธ หากผู้นำโลกลังเลที่จะเปลี่ยนแปลง อนาคตของมนุษยชาติอาจตกอยู่ในอันตราย

คุณคิดอย่างไรกับคำวิจารณ์ของโป๊ปเลโอ? การเจรจาจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อความสันติภาพ!

ที่มา – โป๊ปเลโอ วิจารณ์การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในอุตสาหกรรมอาวุธ ย้ำว่าการเจรจาเป็นหนทางที่เหมาะสมกว่า

กทม. แจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อน 6 พ.ค.69 อันตราย

วันนี้ (6 พฤษภาคม 2569) กทม. แจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อน ในพื้นที่กรุงเทพฯ สูงสุดอยู่ในเกณฑ์ “อันตราย” เลยนะทุกคน! อากาศร้อนแบบนี้ระวังสุขภาพตัวเองให้ดี ๆ โดยเฉพาะคนกลุ่มเสี่ยง ทางกรุงเทพมหานครโพสต์เตือนผ่านเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ แนะนำให้ประชาชนทั่วไปสังเกตอาการของตัวเอง และถ้ามีอาการผิดปกติรีบไปพบแพทย์ทันที

กทม. แจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อน

ค่าดัชนีความร้อน หรือ Heat Index คือค่าที่บอกว่าคุณรู้สสึกร้อนแค่ไหนจริง ๆ ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอากาศอย่างเดียว แต่คำนวณจากอุณหภูมิรวมกับความชื้นในอากาศ ซึ่งทำให้ร่างกายรู้สึก “ร้อนเกินทน” ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่ความชื้นสูงมากช่วงนี้ วันนี้ค่าดัชนีความร้อนพุ่งสูงถึงเกณฑ์อันตราย ซึ่งหมายถึงอุณหภูมิที่รู้สึกได้เกิน 41 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดภาวะฮีทสโตรก (heat stroke) ได้ง่าย

รู้จักค่าดัชนีความร้อนให้มากขึ้น

หลายคนอาจสงสัยว่าค่าดัชนีความร้อนต่างจากอุณหภูมิปกติยังไง? อุณหภูมิสูงสุดบอกแค่อากาศร้อนเท่าไหร่ แต่ Heat Index บอก “ความรู้สึก” ของร่างกาย เพราะความชื้นทำให้เหงื่อระเหยยาก ร่างกายระบายความร้อนไม่ได้ ส่งผลให้เสี่ยงล้มมากกว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและ กทม. ใช้ตัวชี้วัดนี้เพื่อเตือนภัยความร้อนโดยเฉพาะ เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ชื้นแฉะแบบนี้

เกณฑ์การแบ่งระดับค่าดัชนีความร้อน:

  • 27-32°C: เสี่ยงต่ำ
  • 32-41°C: เสี่ยงปานกลาง ควรระวัง
  • 41-54°C: อันตรายมาก หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
  • เกิน 54°C: วิกฤต อยู่ในที่ร่มเท่านั้น

วันนี้ กทม. ยืนยันว่าอยู่ในเกณฑ์อันตราย ดังนั้นอย่าประมาท!

อาการที่ต้องเฝ้าระวังจากค่าดัชนีความร้อนสูง

สำหรับบุคคลทั่วไป: สังเกตอาการเช่น เวียนหัว คลื่นไส้ หายใจหอบ ใจเต้นเร็ว ปัสสาวะน้อย หรือผิวหนังร้อนแห้ง หากมีให้หยุดกิจกรรมทันที ดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักในที่เย็น

กลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง หัวใจ เบาหวาน): รีบพบแพทย์เลยถ้ามีอาการผิดปกติ อย่ารอช้าเพราะอาจอันตรายถึงชีวิต

วิธีป้องกันตัวเองจากกทม. แจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อน

กรุงเทพมหานครมีบริการดี ๆ ช่วยประชาชน เช่น

  • ห้องหลบร้อน BKK Cooling Center: ค้นหาจุดใกล้บ้านได้ที่ เว็บไซต์ Greener Bangkok มีทั้งในห้าง ศูนย์บริการชุมชน สวนสาธารณะ
  • บริการทางการแพทย์: โทร 1669 สายด่วนผู้ป่วยต่างถิ่นและฉุกเฉิน

เคล็ดลับป้องกันเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ:

  • ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี ใส่หมวกกันแดด
  • หลีกเลี่ยงออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้งช่วง 10.00-16.00 น.
  • กินอาหารเบา ๆ ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น สับปะรด แตงโม
  • เปิดพัดลมหรือแอร์ อาบน้ำเย็นบ่อย ๆ

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ประกอบกับมลพิษ PM2.5 ที่อาจทำให้หายใจลำบากยิ่งขึ้น ทุกคนควรเช็คพยากรณ์อากาศทุกวัน โดยเฉพาะค่าดัชนีความร้อนจากแอปกรมอุตุหรือเว็บ กทม.

สุดท้ายนี้ การดูแลสุขภาพในฤดูร้อนไม่ใช่เรื่องยาก แค่ปรับพฤติกรรมนิดหน่อยก็ช่วยได้เยอะ อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อน ๆ และครอบครัวด้วยนะ ดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยจากความร้อนแผดเผา!

คำแนะนำ: เช็คค่าดัชนีความร้อนทุกวัน และเตรียมแผนสำรองหากต้องออกไปไหนมาไหน

ที่มา – กทม. แจ้งเตือน “ค่าดัชนีความร้อน” วันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 6 พฤษภาคม 2569

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาเช็คราคาน้ำมันล่าสุดกันแบบชิลๆ เลยนะ ใครที่กำลังจะเติมรถหรือต้องวางแผนงบประมาณ อย่าพลาดเด็ดขาด เพราะราคาน้ำมันผันผวนตลอด บางวันขึ้น บางวันลง วันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน จากปั๊มดังอย่าง ปตท. บางจาก เชลล์ พีที ซัสโก้ คาลเท็กซ์ อยู่ที่ลิตรละกี่บาทกันบ้าง มาดูกันเลย!

โดยรวมแล้ว ราคาน้ำมันวันนี้ส่วนใหญ่ปรับตัวคงที่จากเมื่อวานนะครับ โดยเฉพาะดีเซล B20 ที่ถูกสุด เหมาะสำหรับรถบรรทุกและรถใหญ่ๆ ที่ใช้น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซล 20% ช่วยลดต้นทุนได้เยอะ ส่วนแก๊สโซฮอล์ E20 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกประหยัดสำหรับรถเก๋งทั่วไป ราคาไม่แพงเกินไป ถ้าคุณขับรถประจำ ควรเช็คเว็บไซต์ปั๊มแต่ละเจ้าเพราะบางทีมีโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มด้วย

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันบางจาก วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 40.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร

บางจากวันนี้เน้นน้ำมันคุณภาพสูง EVO Series ที่ช่วยเครื่องยนต์ให้แรงและประหยัดขึ้น ถ้าคุณใช้รถสปอร์ต ลอง GSH95S EVO ดูสิครับ

ราคาน้ำมัน ปตท. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.24 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 36.30 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.93 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 43.30 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.89 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 52.39 บาท/ลิตร

ปตท. ยังคงเป็นปั๊มยอดฮิต มีสถานีเยอะทั่วประเทศ ซูเปอร์พาวเวอร์ซีรีส์เหมาะสำหรับคนชอบขับทางไกล

ราคาน้ำมันเชลล์ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.80 บาท/ลิตร (แพงกว่าปกติเล็กน้อย)
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.18 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

เชลล์เด่นเรื่องสูตร V-Power ที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ แม้ราคาสูงหน่อยแต่คุ้มสำหรับรถหรู

ราคาน้ำมัน พีที วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.39 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน ซัสโก้ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 40.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 33.80 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน คาลเท็กซ์ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.30 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.93 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 36.30 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 40.80 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 62.10 บาท/ลิตร

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันดีเซล B20 ทุกปั๊มอยู่ที่ 33.80 บาท/ลิตรเท่ากันหมด แก๊สโซฮอล์ E20 ก็ 36.30 บาท ส่วนเบนซินและพรีเมี่ยมแพงขึ้นไปตามสูตร อย่างไรก็ตาม ราคานี้เป็นราคากลางยังไม่รวมภาษีท้องถิ่น อาจต่างกันนิดหน่อยตามพื้นที่ครับ

เคล็ดลับจากเรา: ลองใช้น้ำมัน E20 หรือ E85 ถ้ารถคุณรองรับ จะช่วยประหยัดเงินได้เยอะในระยะยาว แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย วันนี้ราคายังนิ่งๆ อยู่ หวังว่าจะไม่ขึ้นเร็วๆ นี้ ถ้าอยากรู้ราคาล่าสุดทุกวัน ติดตามเว็บเราต่อได้เลยนะครับ หรือแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วย!

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 6 พฤษภาคม 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

ทรัมป์ประกาศ ระงับ Project Freedom คืบหน้าเจรจาอิหร่าน

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองระหว่างประเทศ ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐฯ จะหยุดปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Project Freedom” ชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่ามีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจากับตัวแทนจากอิหร่าน เพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงที่สมบูรณ์แบบ

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ทรัมป์ระบุในข้อความว่า จากการร้องขอของปากีสถานและประเทศอื่นๆ รวมถึงความสำเร็จทางทหารที่ได้มาจากปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน สหรัฐฯ จึงตกลงระงับ Project Freedom ชั่วคราว ในขณะที่มาตรการปิดล้อมทางทะเลยังคงอยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้การเจรจาบรรลุผล แม้จะเป็นการหยุดชั่วคราว แต่ก็นับเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานาน

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ กล่าวว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์สิ้นสุดลงแล้ว และตอนนี้สหรัฐฯ กำลังหันไปโฟกัสที่การคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก

ที่มาของ Project Freedom และความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซ

Project Freedom คือปฏิบัติการที่สหรัฐฯ ริเริ่มเพื่อคุ้มกันเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดกั้น ช่องแคบนี้มีความยาว 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางหลักสำหรับน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลก หากเกิดการปิดกั้น ราคาน้ำมันทั่วโลกจะพุ่งสูงทันที สหรัฐฯ จึงต้องเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ

ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน ในครั้งนี้ อาจเป็นผลจากการประสานงานกับพันธมิตรอย่างปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ย นอกจากนี้ ความสำเร็จทางทหารก่อนหน้านี้ เช่น การโจมตีเป้าหมายของอิหร่าน ทำให้อิหร่านยอมถอยและเปิดโต๊ะเจรจา

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการระงับ Project Freedom

  • ด้านเศรษฐกิจ: เรือสินค้าจะเดินทางได้สะดวกขึ้น ลดค่าใช้จ่ายประกันภัยและเส้นทางเลี่ยง
  • ด้านการเมือง: เป็นชัยชนะทางการทูตของทรัมป์ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ก่อนเลือกตั้ง
  • ด้านความมั่นคง: มาตรการปิดล้อมยังอยู่ อิหร่านไม่กล้าล้ำเส้นง่ายๆ
  • ตลาดน้ำมัน: ราคาน้ำมันทรงตัวหรือลดลง หากข้อตกลงสำเร็จ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การตัดสินใจทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน นี้ เป็นกลยุทธ์แบบ ” carrot and stick ” ที่ผสมผสานกำลังทหารกับการทูตได้อย่างลงตัว หากข้อตกลงลุล่วง จะช่วยลดความเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลาง และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการเจรจาครั้งนี้ให้ดี เพราะอิหร่านเคยผิดสัญญามาแล้วหลายครั้ง สหรัฐฯ ต้องมีแผนสำรองไว้เสมอ

ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าทรัมป์ยังคงเป็นนักเจรจาที่ยอดเยี่ยม หากคุณสนใจข่าวการเมืองระหว่างประเทศ ลองติดตามและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้ จะสำเร็จหรือไม่?

ที่มา – ทรัมป์ประกาศ ระงับ “Project Freedom” อ้างคืบหน้าทำข้อตกลงอิหร่าน