วัน: 10 พฤษภาคม 2026

เลขเด็ดวัดเกาะเค็ดนอก อาบน้ำมนต์งวด 16/5/69

สวัสดีสายมูทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องเด็ดมาบอกต่อกันแบบสดๆ ร้อนๆ จากวัดเกาะเค็ดนอก จังหวัดปราจีนบุรี เลยนะ ที่กำลังเป็นกระแสฮอตฮิตสุดๆ ในหมู่คนเล่นหวยและสายมูเต็มตัว บรรยากาศวัดคึกคักไปด้วยสายมูมากกว่า 1,000 คน พากันแห่มาอาบน้ำมนต์เสริมดวงชะตา หนุนดวงเศรษฐี และสะเดาะเคราะห์เพี้ยนๆ ก่อนหวยออกงวด 16/5/69 นี้เอง ใครที่กำลังหาเลขเด็ดวัดเกาะเค็ดนอกอยู่ อย่าพลาดเลยล่ะ!

เลขเด็ดวัดเกาะเค็ดนอก จากพิธีอาบน้ำมนต์สุดยิ่งใหญ่

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 (ตามข่าวนะ) ผู้สื่อข่าวไปเก็บภาพมาบอกว่าที่วัดเกาะเค็ดนอก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี สายมูแทบจะเบียดเสียดกันเลยทีเดียว ทุกคนตั้งใจมาทำบุญใหญ่ อาบน้ำมนต์จากเทวดามหาสิทธิโชค เพื่อเสริมดวงให้ปังๆ โดยมีพระครูสิริพิพัฒน์ ปัญญาสิริ เจ้าอาวาสวัดเกาะเค็ดนอก เป็นประธานในพิธี ทางวัดเตรียมน้ำมนต์ผสมว่านมหามงคลตามตำราโบราณไว้เพียบเลย อาบแล้วสดชื่น รับทรัพย์เข้ากระเป๋าแน่นอน

มีคนเข้าร่วมอาบน้ำมนต์ถึง 865 คน ส่วนที่เหลืออีกกว่า 135 คน (รวมเกือบพัน) ขอน้ำพระพุทธมนต์กลับไปอาบที่บ้าน เพราะบางคนไม่พร้อม ไม่ได้เอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยน เรียกว่าเต็มเหนี่ยวสุดๆ หลังจากพระสังฆาธิการเจริญพระพุทธมนต์เสร็จ พระครูสิริพิพัฒน์ประกาศหาคนที่ได้บัตรคิวที่ 139 มาเป็นตัวแทนจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธ งานนี้ทำเอาทุกคนในพิธีตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะทำไมต้อง 139 ล่ะ? ต้องมีนัยยะแน่ๆ!

เลขเด็ดวัดเกาะเค็ดนอก ที่สายมูตีกันสนั่น

ใช่แล้ว! หลังพิธีจบ ทุกคนพูดกันปากต่อปากว่า เลข 139 ที่พระครูประกาศหา นี่แหละเลขเด็ดวัดเกาะเค็ดนอกชัดๆ บวกกับจำนวนคนที่อาบน้ำมนต์ 865 คน อีกตัว เอาไปเสี่ยงโชคงวด 16/5/69 ได้เลย สายมูบางคนตีเป็น 13, 39, 86, 65, 31, 93 อะไรแบบนี้ไปลุ้นกันเพลินๆ พิธีอาบน้ำมนต์ก็ยิ่งใหญ่ พระครูหยดน้ำตาเทียนลงโอ่งน้ำมนต์ 10 ใบ บวกอ่างใหญ่ 5 อ่าง รวมกว่า 10,000 ลิตร อาบทีละ 10 คนตามคิว จนครบทุกคน สมบูรณ์แบบมาก

วัดเกาะเค็ดนอกนี้ขึ้นชื่อเรื่องศรัทธาของชาวบ้านปราจีนบุรีและใกล้เคียงมานานแล้วนะคะ โดยเฉพาะพิธีเสริมดวงแบบนี้ ที่ช่วยให้คนที่มาทำบุญดวงปัง ลาภยศไหลมาเทมา หลายคนเคยเล่าว่าอาบแล้วชีวิตดีขึ้น หวยเข้าบ่อยๆ เลย ใครที่อยากเสริมดวงเศรษฐี แนะนำไปทำบุญที่นี่เลย ทางไกลหน่อยแต่คุ้มค่า

  • เลขเด็ดวัดเกาะเค็ดนอกหลักๆ: 139 (จากบัตรคิว), 865 (จำนวนคนอาบ)
  • เลขรอง: 13, 31, 39, 86, 65, 59
  • ชุดเลข 2 ตัว: 13, 39, 86, 65
  • ชุดเลข 3 ตัว: 139, 865

นอกจากนี้ การอาบน้ำมนต์ยังช่วยสะเดาะเคราะห์ ล้างสิ่งชั่วร้ายออกจากตัว ตามความเชื่อโบราณ ถ้าคุณกำลังดวงตก ดวงเพี้ยน ลองไปพิธีแบบนี้ดู สายมูหลายคนยืนยันว่าช่วยได้จริง โดยเฉพาะก่อนหวยออกแบบงวดนี้

ส่วนตัวแล้ว ผมเป็นสายมูเบาๆ ชอบทำบุญเสริมดวงแบบนี้ เพราะมันทำให้ใจเราสงบ มีกำลังใจลุ้นหวย ถ้าเลขเด็ดวัดเกาะเค็ดนอกงวดนี้เข้าจริง คงต้องไปแก้บนใหญ่เลยล่ะ ใครสนใจตามเลขนี้ รีบไปหาซื้อลอตเตอรี่ด่วนๆ ก่อนวันหวยออก 16/5/69 นี้ ถูกหวยรวยเบอร์ อย่าลืมมาบอกต่อนะ!

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนโชคดี ดวงปัง ลุ้นหวยงวดนี้ให้สมใจ ไปทำบุญบ่อยๆ นะ สุขใจทั้งนั้น

ที่มา – สายมูอาบน้ำมนต์เสริมดวง วัดดังปราจีนฯ ได้ “เลขเด็ด” เสี่ยงโชคงวด 16/5/69

เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน” จอดลอยลำอ่าวมะขาม วอดเกือบทั้งลำ

เกิดเหตุระทึกใจที่เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน” จอดลอยลำอ่าวมะขาม จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ทำให้เรือวอดเกือบทั้งลำ โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายหนักและจุดประกายคำถามเรื่องความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางทะเล

เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน” จอดลอยลำอ่าวมะขาม วอดเกือบทั้งลำ

เหตุการณ์เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน” เกิดขึ้นเวลา 17.25 น. พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิชิต ได้รับแจ้งจากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต (ศูนย์ไข่มุก) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สปีดโบ๊ทคันนี้เป็นของบริษัทท่องเที่ยวชื่อดัง “เลิฟอันดามัน” ซึ่งจอดลอยลำอยู่บริเวณอ่าวมะขาม ใกล้ท่าเทียบเรือวิสิษฐ์พันวา ถนนศักดิเดช ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต ห่างจากฝั่งประมาณ 200 เมตร

เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท เลิฟอันดามัน อ่าวมะขาม

ไทม์ไลน์เหตุการณ์เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน”

  • ช่วงเช้า: สปีดโบ๊ทออกจากท่าเรือเพื่อส่งนักท่องเที่ยวไปยังเกาะพีพี จังหวัดกระบี่
  • ช่วงบ่าย: กัปตันเรือนำเรือกลับมาจอดลอยลำที่อ่าวมะขาม ปิดระบบทุกอย่างบนเรือและขึ้นฝั่ง
  • 17.25 น.: เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วจากส่วนไหนของเรือยังไม่ทราบสาเหตุ
  • การตอบโต้ทันที: เจ้าหน้าที่สายตรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว สภ.วิชิต ร่วมกับเรือดับเพลิงจาก อบจ.ภูเก็ต และทัพเรือภาคที่ 3 รีบเข้าสถานที่เกิดเหตุ

เพลิงลุกโหมอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ใช้เรือดับเพลิงจากศูนย์ไข่มุก อ่าวฉลอง ควบคุมเพลิงได้ใน 20 นาที สภาพเรือเหลือแต่โครงไฟเบอร์กลาสลอยเคว้งคว้างบนผิวน้ำ ค่าเสียหายยังอยู่ระหว่างประเมิน

สภาพเรือสปีดโบ๊ทเลิฟอันดามันหลังเพลิงไหม้

สาเหตุเพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน” และการสอบสวน

เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต กำลังตรวจสอบอย่างละเอียด สาเหตุที่เป็นไปได้อาจมาจากระบบไฟฟ้าลัดวงจร น้ำมันรั่วไหล หรือความร้อนสะสม แม้เรือจะปิดระบบแล้วก็ตาม เหตุการณ์เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน” จอดลอยลำอ่าวมะขาม วอดเกือบทั้งลำนี้ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาเรือสปีดโบ๊ทที่ใช้ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

บริษัทเลิฟอันดามันเป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวทางทะเลชื่อดังในภูเก็ต มักพานักท่องเที่ยวไปยังจุดดำน้ำสวยงามอย่างเกาะพีพี อ่าวมะขามเองก็เป็นจุดจอดเรือยอดนิยมเนื่องจากน้ำนิ่งและใกล้ชายฝั่ง เหตุการณ์นี้ไม่เพียงกระทบต่อบริษัท แต่ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แห่มาภูเก็ตในช่วงไฮซีซั่น

คำแนะนำป้องกันเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนจอดลอยลำ
  • ติดตั้งระบบตรวจจับควันและดับเพลิงอัตโนมัติ
  • ฝึกอบรมลูกเรือเรื่องความปลอดภัยทางทะเล
  • หลีกเลี่ยงการจอดเรือใกล้แหล่งความร้อนหรือในที่อับอานุภาพ

จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทะเลของไทย เหตุเพลิงไหม้เรือเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยส่วนใหญ่มาจากการ维护ไม่ดี หากบริษัทท่องเที่ยวอย่างเลิฟอันดามันเสริมมาตรฐานความปลอดภัย จะช่วยป้องกันเหตุซ้ำรอยได้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์เพลิงไหม้สปีดโบ๊ทนี้เป็นบทเรียนราคาแพง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียหายทางชีวิต มันชี้ให้เห็นว่าการท่องเที่ยวภูเก็ตต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการ ควรตรวจสอบรีวิวและใบอนุญาตของบริษัทท่องเที่ยวก่อนใช้งานเสมอ

CTA: แชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ นักท่องเที่ยว และติดตามอัปเดตสาเหตุการไหม้จากข่าวล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – เพลิงไหม้สปีดโบ๊ท “เลิฟอันดามัน” จอดลอยลำอ่าวมะขาม วอดเกือบทั้งลำ

“ไทยรัฐ” คว้ารางวัล “พาดหัวข่าวดีเด่น” จากสมาคมหนังสือพิมพ์

วันนี้เรามีข่าวดีจากวงการสื่อมวลชนไทยที่น่าปลื้มใจสุดๆ เลยนะครับ! “ไทยรัฐ” คว้ารางวัลชนะเลิศ “พาดหัวข่าวดีเด่น” จาก สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องผลงานพาดหัวข่าวที่สร้างสรรค์และโดดเด่นที่สุดในรอบปี การประกาศรางวัลนี้มาจากการคัดเลือกพาดหัวข่าวจากหนังสือพิมพ์ต่างๆ ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2568 ถึงเดือนเมษายน 2569 โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยพิจารณาอย่างเข้มงวด

ไทยรัฐ คว้ารางวัลชนะเลิศ พาดหัวข่าวดีเด่น จากสมาคมหนังสือพิมพ์

“ไทยรัฐ” คว้ารางวัลชนะเลิศ “พาดหัวข่าวดีเด่น” จาก สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

พาดหัวข่าวที่ทำให้ไทยรัฐคว้ารางวัลชนะเลิศคือ “สีหศักดิ์ กรีดเขมรยับ! กลางเวทีสหประชาชาติ” ซึ่งสะท้อนถึงความกล้าที่จะนำเสนอข่าวร้อนแรงแบบตรงไปตรงมา ดึงดูดสายตาผู้อ่านได้ทันที รองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของเดลินิวส์ ด้วยพาดหัว “สละชีพเพื่อชาติสมเกียรติ 3 ทหารกล้า สู้ยิบตา ป้องบ้านหนองจาน” ที่ยกย่องวีรกรรมของทหารกล้า รองอันดับ 2 คือไทยโพสต์ กับ “ฮอร์มุดดุ! บึ้มเรือไทย” ส่วนรางวัลชมเชยมีมติชน “สหรัฐ-ยิว ถล่ม-ผู้นำอิหร่านดับ ตอ.กลางลุกเป็นไฟ” และกรุงเทพธุรกิจ “คนไทยวิกฤต เผชิญตายมากกว่าเกิด 4 ปีซ้อนเกิดน้อย ระเบิดเวลาลูกใหญ่”

รายชื่อผู้ชนะรางวัลพาดหัวข่าวสร้างสรรค์ดีเด่น

  • ชนะเลิศ: ไทยรัฐ – “สีหศักดิ์ กรีดเขมรยับ! กลางเวทีสหประชาชาติ”
  • รองชนะเลิศอันดับ 1: เดลินิวส์ – “สละชีพเพื่อชาติสมเกียรติ 3 ทหารกล้า สู้ยิบตา ป้องบ้านหนองจาน”
  • รองชนะเลิศอันดับ 2: ไทยโพสต์ – “ฮอร์มุดดุ! บึ้มเรือไทย”
  • ชมเชย: มติชน และ กรุงเทพธุรกิจ
รางวัลเกียรติยศคนหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐพาดหัวข่าวดีเด่น

นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัล เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์ ประจำปี 2569 เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพสื่อ การศึกษา สังคม และประเทศ โดยงานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ณ หอประชุมเมืองไทยประกันภัย ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ มีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ เป็นประธาน

ผู้รับรางวัลเกียรติยศคนหนังสือพิมพ์อาวุโส

  • นายระวิ โหลทอง หรือ “ศาสดาแห่งสื่อกีฬาไทย” ผู้ก่อตั้งสยามสปอร์ต ซินดิเคท มีบทบาทสำคัญในวงการฟุตบอลและสื่อไทย
  • นายสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ “ชัย ราชวัตร” การ์ตูนนิสต์การเมืองชื่อดัง ศิลปินแห่งชาติ สาขาการ์ตูน ปี 2564
  • นางผุสดี คีตวรนาฏ บรรณาธิการหญิงคนแรกของหนังสือพิมพ์ภาษาจีนในไทย สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการ

ส่วนรางวัลองค์กรและบุคคล เช่น สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, โครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรม, กลุ่มอาสา “ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” นายกัมพล ตันสัจจา, ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง ที่อุทิศตนเพื่อสังคมและสื่อ

งานมอบรางวัล ไทยรัฐ คว้ารางวัลพาดหัวข่าว จากสมาคม

รางวัลเหล่านี้ไม่เพียงยกย่องผลงาน แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สื่อไทยพัฒนาคุณภาพต่อไป การที่“ไทยรัฐ” คว้ารางวัลชนะเลิศ “พาดหัวข่าวดีเด่น” จาก สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แสดงถึงความสามารถในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ทั้งน่าติดตามและมีคุณค่า ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันสูง พาดหัวดีคือกุญแจสู่การดึงดูดผู้อ่าน

คุณคิดว่าพาดหัวข่าวไหนที่โดนใจคุณที่สุด? หรือมีเคล็ดลับการเขียนพาดหัวยังไงให้ปัง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามบล็อกนี้เพื่อข่าวสารวงการสื่อและรางวัลเด่นๆ อีกมากมายนะครับ!

ที่มา – “ไทยรัฐ” คว้ารางวัลชนะเลิศ “พาดหัวข่าวดีเด่น” จาก สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

สก.ไม้ ขอบคุณเพื่อไทย แจงลงเลือกตั้ง สก.2569 อิสระ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองท้องถิ่นที่น่าสนใจมากๆ เลย นั่นคือ สก.ไม้ ขอบคุณเพื่อไทย แจงลงเลือกตั้ง สก.2569 อิสระ นายวิพุธ ศรีวะอุไร หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ สก.ไม้ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางรัก และประธานสภากรุงเทพฯ ได้โพสต์ข้อความขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาสเขาได้ทำงานเพื่อประชาชน แต่คราวนี้เขาตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้ง สก. ปี 2569 ในนามผู้สมัครอิสระแทน ทำไมถึงเป็นแบบนี้? มาฟังเหตุผลกันเลยครับ

สก.ไม้ ขอบคุณเพื่อไทย แจงลงเลือกตั้ง สก.2569 อิสระ

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.27 น. สก.ไม้ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ลิงก์โพสต์ เพื่อชี้แจงถึงการตัดสินใจครั้งนี้ เขาบอกว่าช่วงที่ผ่านมาเห็นคำถามและความสงสัยจากประชาชนเยอะมาก ว่าทำไมถึงเลือกลงอิสระแทนที่จะอยู่กับพรรค สก.ไม้เข้าใจดี และคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติที่คนอยากรู้ความคิดของคนที่มาทำงานให้เมือง

สก.ไม้ย้ำชัดว่าสิ่งที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้จริงๆ ไม่ใช่คำพูด แต่คือผลงานและผลลัพธ์จากการทำงาน เขาเริ่มเส้นทางการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่ให้โอกาสเขาได้เข้ามารับใช้ประชาชน จากที่นั่นเขาได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ และเติบโตขึ้นมาก ขอบคุณคณะผู้บริหารและทีมงานทุกคนเสมอมา

เหตุผลหลักที่เลือก สก.ไม้ ขอบคุณเพื่อไทย แจงลงเลือกตั้ง สก.2569 อิสระ

“แต่วันนี้ผมเลือกเดินในเส้นทางงานพัฒนาท้องถิ่นในแบบที่ตัวเองเชื่อ” สก.ไม้กล่าว เขาลาออกจากกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว และได้พูดคุยทำความเข้าใจกับทางพรรคดีแล้ว เหตุผลสำคัญคือ เขาเชื่อว่าการพัฒนาเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร ต้องอาศัยคนทำงานจากหลายด้าน หลายแนวคิด ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คืออยากเห็นกรุงเทพฯ ดีขึ้นจริงๆ

  • ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือพรรคการเมือง แต่ดูที่แนวทาง วิธีคิด และผลลัพธ์ที่เกิดกับประชาชน
  • การตัดสินใจต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง และประโยชน์ของประชาชน
  • อยากทำงานเพื่อบางรักและกรุงเทพฯ ต่อไป โดยไม่จำกัดกรอบพรรค

นี่คือมุมมองที่สก.ไม้อยากสื่อ ไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนเชื่อจากโพสต์นี้โพสต์เดียว แต่ขอให้ดูจากผลงานที่ผ่านมา และสิ่งที่จะทำต่อไป ว่ายังตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนเหมือนเดิมหรือไม่

ผลงานสก.ไม้ที่ผ่านมาและวิสัยทัศน์อนาคต

สก.วิพุธ ศรีวะอุไร มีประวัติการทำงานที่แข็งแกร่งในสภากรุงเทพฯ โดยเฉพาะเขตบางรัก เขาเคยผลักดันโครงการพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานมากมาย เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วม การปรับปรุงตลาดสด และการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น ด้วยตำแหน่งประธานสภากรุงเทพฯ เขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายใหญ่ๆ ที่กระทบชีวิตคนกรุง

การเลือกทางอิสระครั้งนี้ เปิดโอกาสให้เขาได้รวมพลังกับคนทำงานจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะพรรคไหนหรืออิสระ เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ให้ก้าวหน้า ในยุคที่กรุงเทพฯ เผชิญปัญหารถติด มลพิษ สวัสดิการประชาชน สก.ไม้เชื่อว่าต้องมีทีมเวิร์คจากหลายมุมมอง

สำหรับการเลือกตั้ง สก. 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เขตบางรักจะเป็นสนามเลือกตั้งที่น่าจับตา เพราะสก.ไม้มีฐานเสียงแข็งแกร่งจากผลงาน ประชาชนบางรักและกรุงเทพฯ คงได้ประโยชน์จากผู้สมัครที่เน้นพัฒนาจริงจังแบบนี้

ในมุมส่วนตัวผมคิดว่าการเมืองท้องถิ่นแบบนี้ดีมาก เพราะไม่ติดกรอบพรรคใหญ่ เน้นผลงานล้วนๆ สุดท้ายแล้ว ประชาชนเราคือคนตัดสินใจ อย่าลืมดูประวัติ ผลงาน และวิสัยทัศน์ก่อนลงคะแนนนะครับ

CTA: คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจของสก.ไม้? คอมเมนต์ด้านล่าง แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย และติดตามข่าวเลือกตั้ง สก.2569 เพื่อข้อมูลครบถ้วน!

ที่มา – “สก.ไม้” ขอบคุณเพื่อไทยให้โอกาส แจงเหตุผลลงเลือกตั้ง สก. 2569 ในนามอิสระ

ผบก.น.2 สั่งตั้งกก.สอบปืนตำรวจหนุ่มจีน

กรณี ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน” กำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงข่าวอาชญากรรมช่วงนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่บุกจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนวัย 30 ปี ที่ซุกซ่อนคลังแสงอาวุธปืนขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ที่น่าตกใจคือ ในกองอาวุธที่พบนั้น มีปืนพกของเจ้าหน้าที่ตำรวจผสมอยู่ด้วย สร้างความฮือฮาและคำถามถึงความรับผิดชอบของตำรวจไทย

ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน”

พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 ว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว โดยมี พ.ต.อ.ธนกฤต บุญเจริญ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวออกมาตั้งแต่วันก่อนหน้า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนบุกค้นที่พักของนายหมิงเฉิน ซัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบอาวุธปืนและกระสุนจำนวนมาก โดยบางกระบอกจากเป็นของหน่วยงานตำรวจ ซึ่งเชื่อว่าอาจมีการรั่วไหลจากภายใน สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจ 2 นายจาก บก.น.2 ที่ถูกกล่าวหา

จากข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) เข้าไปเกี่ยวข้องจำนวน 2 นาย ได้แก่

  • รองสารวัตร (รองสว.) สังกัดสถานีตำรวจนครบาลสายไหม (สน.สายไหม) ซึ่งเป็นเจ้าของปืนที่พบในคลังแสง
  • สารวัตร (สว.) สังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลอื่นๆ ที่อยู่นอกสังกัดบก.น.2 ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม คณะกรรมการจะเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ เพื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของอาวุธปืน รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ โดยผู้ถูกกล่าวหาจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

ขั้นตอนการสอบสวนและการพิจารณาโทษ

ผบก.น.2 ระบุว่า การพิจารณาโทษจะทำหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนเท่านั้น โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ รอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากเป็นคดีที่กระทบภาพลักษณ์โดยตรง

กรณี ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน” นี้นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาการควบคุมอาวุธในหน่วยงานราชการ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการละเมิดจริง อาจนำไปสู่การลงโทษทางวินัยหรืออาญา รวมถึงการปรับปรุงระบบการตรวจสอบอาวุธปืนของตำรวจให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ คดีของนายหมิงเฉิน ซัน ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ลักลอบค้าอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลจับกุมผู้ร่วมแก๊งเพิ่มเติม สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าตำรวจกำลังทำงานอย่างเต็มที่

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ กรณีนี้สะท้อนถึงช่องโหว่ในระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ โดยเฉพาะอาวุธที่เป็นของอันตราย หากไม่แก้ไข อาจเกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต

สุดท้ายแล้ว กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าความโปร่งใสและการตรวจสอบภายในต้องเข้มแข็ง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตคดีได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ผบก.น.2 เผยสั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว ปมปืนตำรวจพัวพัน คลังแสง “หนุ่มจีน”

ปิดตำนาน “พลายทองใบ” ช้างงาสวย ยาวที่สุดในไทย

ข่าวเศร้าสะเทือนใจคนรักช้างทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดเหตุ ปิดตำนาน “พลายทองใบ” ช้างงาสวย ยาวที่สุดในประเทศไทย ล้มตายอย่างสงบ ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ชาวกวยอาเจียง หรือคนเลี้ยงช้างพื้นเมืองต้องหลั่งน้ำตาโหยหวน เพราะพลายทองใบคือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของสุรินทร์ ดินแดนช้างไทย

พลายทองใบ ช้างงาสวย ยาวที่สุดในประเทศไทย

ปิดตำนาน “พลายทองใบ” ช้างงาสวย ยาวที่สุดในประเทศไทย ล้มตายอย่างสงบ

พลายทองใบ หรือที่ใครๆ เรียกติดปากว่า “พ่อใหญ่ทองใบ” ถือเป็นช้างพลายชื่อดังที่มี งาสวยงามยาวที่สุดในประเทศไทย สูงประมาณ 2.10 เมตร คชลักษณ์งดงามแบบเต็มสิบของจังหวัดสุรินทร์ ช้างตัวนี้สูงสง่า หรูหราด้วยงาคู่ที่โค้งสวยสมบูรณ์แบบ ทำให้เป็นที่รักของนักท่องเที่ยวและคนไทยทั่วไป

ประวัติและความสำเร็จของพลายทองใบ

พลายทองใบเกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นลูกของพังบัวเงิน (หรือพังเงิน) ช้างแม่ที่เลื่องชื่อ ชีวิตของพลายทองใบเต็มไปด้วยเกียรติยศ โดยเฉพาะการเป็นพระเอกในโฆษณาเบียร์ช้างที่โด่งดังไปทั่วประเทศ ทำให้ชื่อเสียงของมันกระฉ่อนไปไกล ปัจจุบันอายุ 53 ปี และเข้าร่วมโครงการ “นำช้างคืนถิ่น เพื่อพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด” ซึ่งช่วยให้ช้างไทยกลับมาอยู่ในธรรมชาติและสร้างรายได้ให้ชุมชน

  • งายาว: 2.10 เมตร สวยงามที่สุดในไทย
  • เกิด: 11 พ.ย. 2516 กรุงเทพฯ
  • แม่: พังบัวเงิน
  • ชื่อเสียง: โฆษณาเบียร์ช้าง
  • ควาญ: พ่อลุน ศาลางาม (เจ้าของคือพี่ชาย)
ภาพพลายทองใบ ช้างงายาวที่สุด

ควาญช้างอย่างพ่อลุน ศาลางาม ผู้ดูแลใกล้ชิดมานาน รู้สึกเศร้าสุดขีด ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือกับครูบาใหญ่และหมอช้างเพื่อเตรียมพิธีฝังศพอย่างสมเกียรติ สมกับเป็นช้างศรีสุรินทร์

ลางบอกเหตุ? พายุถล่มอนุสาวรีย์ช้าง

ที่น่าสนใจก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน คือช่วงเย็นวันที่ 28 เมษายน 2569 พายุฤดูร้อนพัดถล่ม ทำให้ต้นพญาสัตบรรณ (ต้นตีนเป็ด) สูงกว่า 10 เมตร โค่นทับอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม) จนรูปปั้นช้างคู่เสียหาย รูปปั้นช้างพลายสีข้างทะลุ และงาหัก บางคนจึงมองว่าเป็นลางร้ายที่บอกเหตุการจากไปของพลายทองใบ

สุรินทร์เป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อว่า “ดินแดนช้าง” มีช้างมากที่สุดในไทย การสูญเสียพลายทองใบไม่ใช่แค่ช้างตัวเดียว แต่เป็นการปิดฉากตำนานช้างไทยที่สวยงามที่สุดตัวหนึ่ง ในยุคที่ช้างไทยเผชิญปัญหามากมาย เช่น การบุกรุกป่า การค้าขายผิดกฎหมาย เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าและช้างบ้านให้มากขึ้น

ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า พลายทองใบจากไปอย่างสงบสุขหลังจากใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า เป็นแบบอย่างให้ช้างไทยรุ่นหลังได้เห็นว่า การดูแลช้างต้องด้วยใจรักและความรับผิดชอบ หากคุณเป็นคนรักช้าง ลองเช็คแคล็ปไดรฟ์ช้างสุรินทร์ หรือไปเยี่ยมชมช้างไทยที่นั่นเพื่อเป็นการรำลึกถึงพลายทองใบและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นกันนะครับ!

ที่มา – ปิดตำนาน “พลายทองใบ” ช้างงาสวย ยาวที่สุดในประเทศไทย ล้มตายอย่างสงบ

“พิพัฒน์” ลุยสางปัญหาท่าเรือปัตตานี ทลายข้อจำกัดคมนาคมใต้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีข่าวดีจากภาคใต้มาฝากกัน “พิพัฒน์” ลุยสางปัญหาท่าเรือปัตตานี ทลายข้อจำกัดคมนาคมใต้ พลิกโฉมเศรษฐกิจชายแดนใต้ เป็นหัวข้อที่กำลังร้อนแรงมากๆ เลยนะครับ เพราะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ค้างคามานาน โดยมีทีมงานอย่างนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยฯ และอธิบดีกรมต่างๆ ร่วมด้วย

“พิพัฒน์” ลุยสางปัญหาท่าเรือปัตตานี ทลายข้อจำกัดคมนาคมใต้ พลิกโฉมเศรษฐกิจชายแดนใต้

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ดูงานเฉยๆ แต่เป็นการสั่งการเร่งด่วนเพื่อสร้างโครงข่ายคมนาคมที่แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของสามจังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ที่มีศักยภาพสูงแต่ติดปัญหาจราจรและโลจิสติกส์ ทำให้ต้นทุนสูงและการค้าขายลำบาก โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย

พิพัฒน์ ลุยสางปัญหาท่าเรือปัตตานี ทลายข้อจำกัดคมนาคมใต้

เร่งรัดโครงการทางบก พลิกโฉมการเดินทางชายแดนใต้

นายพิพัฒน์ ย้ำชัดว่า กำลังเร่งโครงการทางแยกต่างระดับ 2 แห่งสำคัญ ได้แก่

  • แยกดอนยาง (ทล.42 ตัด ทล.43) คืบหน้า 28.47% เร็วกว่าแผน!
  • แยกตะลุโบะ (ทล.42 ตัด ทล.410) คืบหน้า 53.69% คาดเสร็จกันยายน 2568

นอกจากนี้ ยังขยาย ทางหลวงหมายเลข 42 จากคลองแงะไปสุไหงโก-ลก กว่า 25 กม. จาก 2 ช่องเป็น 4 ช่องจราจร เชื่อมสงขลา-ปัตตานี-นราธิวาสแบบไร้รอยต่อ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ สนับสนุนการค้าข้ามชายแดนกับมาเลเซีย การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจตามนโยบายสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

โครงสร้างพื้นฐานทางบกที่ดีแบบนี้ จะช่วยลดเวลาเดินทาง ลดอุบัติเหตุ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นเติบโต เช่น การส่งออกผลไม้ อาหารทะเล ไปยังตลาดใหญ่ๆ ทำให้รายได้ชาวใต้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ปัญหาท่าเรือปัตตานี การแก้ไขคมนาคมชายแดนใต้

ปลดล็อกท่าเรือชายฝั่งปัตตานี สร้างรายได้ท้องถิ่น

ด้านนายสรรเพชญ รมช.คมนาคม เน้นปัญหาท่าเรือสินค้าปัตตานีที่ไม่มีใครใช้ เพราะค่าเช่าตามระเบียบธนารักษ์และกฎหมายซับซ้อน แผนระยะสั้น ส่งมอบให้ อบจ.ปัตตานี จัดการชั่วคราว เพื่อให้ใช้งานจริง ระยะยาว ถ่ายโอนทรัพย์สินให้ชัดเจน กลายเป็นศูนย์กลางขนส่งทางน้ำ

ส่วนการขุดลอกร่องน้ำปัตตานี คืบหน้า 56.48% (เร็วกว่าแผน 15.39%) คาดเสร็จสิงหาคม 2567 และต่อเนื่องปี 2568-2569 รองรับเรือพาณิชย์ใหญ่ขึ้น ช่วยลดการพึ่งพาทางบก ลดค่าใช้จ่ายขนส่งสินค้า

“พิพัฒน์” ลุยสางปัญหาท่าเรือปัตตานี ทลายข้อจำกัดคมนาคมใต้ พลิกโฉมเศรษฐกิจชายแดนใต้ ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาภาคใต้ให้เท่าเทียมกับส่วนอื่นๆ ของประเทศ โดยการแก้ที่ต้นตอและวางแผนอนาคต จะทำให้ชายแดนใต้กลายเป็นฮับเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในมุมมองของผม โครงการเหล่านี้ไม่เพียงแก้ปัญหาโลจิสติกส์ แต่ยังสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมความมั่นคงให้พื้นที่ หากทุกฝ่ายร่วมมือ จะเห็นผลลัพธ์ยั่งยืนแน่นอน คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – “พิพัฒน์” ลุยสางปัญหาท่าเรือปัตตานี ทลายข้อจำกัดคมนาคมใต้ พลิกโฉมเศรษฐกิจชายแดนใต้

เกษตรฯ สั่งสกัดทุเรียนอ่อนภาคตะวันออก รักษาแชมป์ส่งออกปี 69

ในช่วงฤดูทุเรียนที่กำลังมาเยือน เกษตรฯ สั่ง สกัด “ทุเรียนอ่อน” ภาคตะวันออก พร้อมตั้งเป้ารักษาแชมป์ส่งออกปี 69 กันแบบเข้มข้นเลยทีเดียว เพื่อให้ทุเรียนไทยของเรายังคงคุณภาพดี สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

เกษตรฯ สั่ง สกัด “ทุเรียนอ่อน” ภาคตะวันออก พร้อมตั้งเป้ารักษาแชมป์ส่งออกปี 69

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมฯ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ได้ขานรับนโยบายจากนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนควบคุมคุณภาพทุเรียนภาคตะวันออกอย่างเข้มงวด สกัด “ทุเรียนอ่อน” และผลผลิตด้อยคุณภาพไม่ให้หลุดสู่ตลาด

มาตรการหลักที่ใช้ ได้แก่ การตั้งจุดสกัด สุ่มตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง ตรวจก่อนตัด และจัดระเบียบสวนกับโรงคัดบรรจุ ในพื้นที่หลักอย่างจันทบุรี ระยอง และตราด โดยจุด “ตรวจก่อนตัด” ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 7 พ.ค. 2569 รวม 53 จุด ตรวจแล้ว 15,136 ตัวอย่าง จากเกษตรกร 11,938 ราย

ผลการดำเนินงานในแต่ละจังหวัด

  • ระยอง: ตั้งจุดสกัด 4 จุด ตรวจรถ 645 คัน สุ่มตรวจทุกคัน พบไม่ผ่านแค่ 2 ตัวอย่าง สร้างความเข้าใจ “ไม่ตัด ไม่ขาย ทุเรียนอ่อน”
  • จันทบุรี: ตรวจรถ 633 คัน สุ่มตรวจ 57 ตัวอย่าง ผ่าน 51 ไม่ผ่าน 6 จับทุเรียนด้อยคุณภาพในโรงคัดบรรจุ 251 ลูก พ่นสีแยกทิ้ง
  • ตราด: จุดสกัด 4 จุด ตรวจรถ 1,687 คัน ทุเรียนหมอนทองสุ่มตรวจผ่านเกณฑ์ทั้งหมด

สถานการณ์เก็บเกี่ยว ณ 7 พ.ค. 2569 เก็บแล้ว 424,269 ตัน (42.51%) โดยตราด 59.74% ระยอง 39.56% จันทบุรี 39.68% คาดพีคช่วงพฤษภาคม

เกษตรฯ สั่ง สกัด “ทุเรียนอ่อน” ภาคตะวันออก พร้อมตั้งเป้ารักษาแชมป์ส่งออกปี 69 นี้ จะช่วยรักษาภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในตลาดโลก สร้างรายได้ยั่งยืนให้เกษตรกร หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการ ลองนำมาตรฐานเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะ จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตได้เยอะเลย

นอกจากนี้ การควบคุมคุณภาพยังช่วยลดปัญหาการแข่งขันด้วยทุเรียนด้อยราคา ทำให้ราคาทุเรียนไทยในตลาดภายในและส่งออกคงที่ ผู้บริโภคได้กินทุเรียนหวานมันถูกปากมากขึ้น เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น เรียกได้ว่า win-win ทั้งระบบ

หากสนใจติดตามข่าวเกษตรเพิ่มเติม หรืออยากรู้เทคนิคปลูกทุเรียนคุณภาพ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราได้เลยวันนี้!

ที่มา – เกษตรฯ สั่ง สกัด “ทุเรียนอ่อน” ภาคตะวันออก พร้อมตั้งเป้ารักษาแชมป์ส่งออกปี 69

คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ

ในช่วงเย็นวันนี้ 10 พ.ค. 2569 คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ ได้กลายเป็นข่าวร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ขณะที่มวลชนเสื้อแดงจากทั่วประเทศทยอยสมทบกันหน้าเรือนจำคลองเปรม เพื่อรอต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จะได้รับการพักโทษและคืนอิสรภาพในวันพรุ่งนี้

คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ จนถึงเย็น บรรยากาศหน้าเรือนจำคลองเปรมคึกคักไม่น้อย มีคนเสื้อแดงเดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มจากนครราชสีมา (โคราช) และขอนแก่น ที่จ้างเหมารถตู้โดยสารกว่า 200 คน ออกเดินทางตั้งแต่ช่วงเย็นเพื่อไปสมทบกับพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศ นายบุญสม สว่างจิตร แกนนำคนเสื้อแดงทั้งสองจังหวัด กล่าวด้วยความดีใจว่า “ดีใจมากที่จะได้พบพ่อทักษิณ ท่านเป็นคนดี สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมาย หวังว่าท่านจะกลับมาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นอีกครั้ง”

กิจกรรมในวันนี้รวมถึงการแจกลอตเตอรี่โดยนายก่อแก้ว พิกุลทอง เวลา 16.30 น. เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้มารอ นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยังเดินทางมาร่วมแจกข้าวกล่องให้มวลชน หลังให้สัมภาษณ์สื่อ สีหน้ายิ้มแย้มของแกนนำคนนี้ สะท้อนถึงความหวังและความมั่นใจในวันสำคัญที่จะมาถึง

รายละเอียดการเดินทางของคนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น

  • จำนวนผู้ร่วมเดินทาง: กว่า 200 คน จากโคราชและขอนแก่น
  • วิธีการเดินทาง: เหมารถตู้โดยสาร เพื่อความสะดวกและปลอดภัย
  • จุดหมาย: หน้าเรือนจำคลองเปรม กรุงเทพฯ
  • กิจกรรมหลัก: รอรับทักษิณคืนอิสรภาพ, นอนค้างรอ, เคารพธงชาติไทยในเช้าวันพรุ่งนี้
  • ความคาดหวัง: หวังให้ทักษิณกลับมาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและการเมืองไทย

นอกจากนี้ ยังมีมวลชนจากจังหวัดอื่นๆ สมทบ ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ผู้คนร้องเพลง สวดมนต์ และพูดคุยถึงผลงานของทักษิณในอดีต เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้านที่ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เหตุการณ์ คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ นี้ ไม่เพียงแสดงถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่น แต่ยังเป็นสัญญาณของการเมืองไทยที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ

การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังผันผวน ผู้สนับสนุนเชื่อว่าประสบการณ์ของทักษิณจะช่วยฟื้นฟูประเทศได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งเสริม SME หรือแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ตำรวจดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

สำหรับภาพบรรยากาศ สามารถเห็นได้จากผู้มาร่วมที่แต่งตัวด้วยเสื้อแดงสดใส ถือป้ายต้อนรับ และรอคอยด้วยความตื่นเต้น เหตุการณ์นี้คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการเมืองใหม่ ที่ทักษิณอาจมีบทบาทสำคัญอีกครั้ง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่ยังศรัทธาในผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ การคืนอิสรภาพของทักษิณอาจนำมาซึ่งความหวังใหม่ให้กับคนเสื้อแดงและประชาชนทั่วไป ติดตามข่าวสารการเมืองและเศรษฐกิจล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกอัปเดต!

ที่มา – คนเสื้อแดงโคราช-ขอนแก่น เหมารถร่วมกิจกรรม รอรับ “ทักษิณ” คืนอิสรภาพ