วัน: 11 พฤษภาคม 2026

“ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี

“ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลจากเลขานุการรัฐมนตรีอย่างละเอียด นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงถึงความน้อมรับและความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการ

“ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี

ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายราเชนได้เดินทางไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพบกับเลขานุการรัฐมนตรี โดยได้รับฟังเหตุผลเบื้องหลังการโยกย้ายตำแหน่งของตนเอง ก่อนหน้านี้ นายราเชนเคยให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ คาดเดาว่าการโยกย้ายอาจเกี่ยวข้องกับหลานของรัฐมนตรี แต่หลังจากไตร่ตรองและรับฟังข้อมูลอย่างถี่ถ้วน ก็เชื่อมั่นว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลย

การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตามอำนาจของผู้บริหาร โดยนำเสนอผ่านลำดับชั้นเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 นายราเชนยืนยันว่า ตนไม่ติดใจในเรื่องนี้ และน้อมรับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา ขอยุติการให้ข่าวทั้งปวง เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจผิด และจะไม่ร้องเรียนไปยังหน่วยงานใดๆ

ประเด็นสำคัญที่ “ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี

  • การพบปะและรับฟังเหตุผล: เช้าวันที่ 11 พ.ค. 2569 พบเลขานุการรัฐมนตรี ได้ข้อมูลชัดเจน
  • ไตร่ตรองแล้วไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี: ยืนยันว่าเป็นกระบวนการปกติ ไม่มีเส้นสาย
  • น้อมรับและยุติข่าว: ไม่ติดใจ ไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่ม ไม่ร้องเรียน
  • ข้าราชการมืออาชีพ: จบคือจบ มุ่งหน้าที่ต่อไป

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่หลักในการทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สร้างฝนเทียมในช่วงภัยแล้ง ด้วยเทคโนโลยีเครื่องบินเกษตรและสารเคมีที่ปลอดภัย นายราเชน ดำรงตำแหน่งอธิบดีมานาน มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาการดำเนินงาน ทำให้กรมฯ สามารถช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปมโยกย้ายครั้งนี้ สร้างความสนใจในสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องหลานรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็น敏感ในวงการราชการไทยบ่อยครั้ง แต่ด้วยการออกมาชี้แจงของนายราเชนเอง ทำให้เรื่องราวคลี่คลายอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและความรับผิดชอบต่อสังคม

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของนายราเชนเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของข้าราชการไทย ที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ไม่ยื้อแย้งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เลือกน้อมรับและเดินหน้าต่อ แม้จะอยู่ในตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ ก็ยังคงความเป็นมืออาชีพไว้ได้

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่โปร่งใส หากผู้บริหารอธิบายเหตุผลได้ชัดเจน ก็สามารถลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ได้ การโยกย้ายนี้ คาดว่าจะนำพาบุคลากรใหม่มาพัฒนางานฝนหลวงให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่气候เปลี่ยนแปลงรุนแรง เกษตรกรต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น

หากคุณเป็นข้าราชการหรือสนใจข่าวสารราชการ สามารถนำเรื่องนี้ไปเป็นแง่คิดได้ ว่าความมืออาชีพคือกุญแจสู่ความก้าวหน้า ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากบล็อกนี้ และแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “ราเชน” อธิบดีฝนหลวง น้อมรับหลังฟังเหตุผลปมโยกย้าย ไม่เกี่ยวหลานรัฐมนตรี

ชม: ท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติก

ชม: ท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติก

ในศึกดาร์บี้แมตช์สุดเข้มข้นของสกอตติช พรีเมียร์ลีก ระหว่างเซลติกกับเรนเจอร์ส Daizen Maeda กองหน้าของเซลติกได้สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลทั่วโลกด้วย ท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติก ที่ช่วยผนึกชัยชนะ 3-1 ให้ทีมรักของเขา นี่คือประตูที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในประตูที่สวยงามที่สุดในฤดูกาลนี้

ท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติก

ท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติก เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เซลติกกำลังนำอยู่ 2-1 นักเตะชาวญี่ปุ่นวัย 27 ปี ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษ ก่อนจะกระโดดลอยตัวกลางอากาศ ยิงบอลด้วยส้นเท้าอย่างน่าทึ่ง บอลพุ่งตรงเข้าประตูแบบที่ผู้รักษาประตูเรนเจอร์สทำอะไรไม่ได้เลย BBC สื่อชั้นนำยกให้เป็น ‘Genius’ หรืออัจฉริยะจริงๆ

ทำไมท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติกถึงน่าประทับใจ

ประตูนี้ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังมีความสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ลีก เซลติกที่เป็นแชมป์เก่า เก็บชัยชนะในนัด Old Firm นี้ ทำให้พวกเขารั้งอันดับ 2 ห่างจากฮาร์ทส์เพียง 1 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด Maeda ซึ่งย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่ปี 2022 ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยความเร็วและความคล่องตัว โดยเฉพาะท่าลอยตัวยิงที่หาดูยาก

นอกจากนี้ ท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติก ยังถูกพูดถึงในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง แฟนบอลเซลติกโพสต์คลิปและไฮไลท์กันสนั่น แม้เนื้อหาคลิปจะดูได้เฉพาะผู้ใช้ในสหราชอาณาจักร แต่แฟนบอลทั่วโลกก็ได้ชื่นชมผ่านการบรรยายและภาพนิ่ง

  • เซลติกชนะเรนเจอร์ส 3-1 ในศึก Old Firm
  • Maeda ยิงประตูที่ 3 ด้วยท่าลอยตัวสุดสวย
  • ทีมรุกขึ้นนำฮาร์ทส์ 1 คะแนน เหลือ 2 นัด
  • ประตูนี้ช่วยเสริมความมั่นใจให้เซลติกก่อนลุ้นแชมป์

บทวิเคราะห์: Maeda คือดาวรุ่งพุ่งแรงของเซลติก

Daizen Maeda ไม่ใช่แค่ดาวยิง แต่เป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทสุดตัว ในฤดูกาลนี้เขาลงสนามเกือบทุกนัด และยิงประตูสำคัญหลายลูก ท่าลอยตัวยิงสุดอัจฉริยะของ Maeda เซลติก แสดงให้เห็นถึงทักษะทางเทคนิคที่เหนือชั้น แม้จะมาจากญี่ปุ่น แต่เขาปรับตัวเข้ากับฟุตบอลสกอตติชได้อย่างลงตัว ผู้จัดการทีมเซลติกชื่นชมว่าประตูนี้คือ ‘โมเมนต์ของแมตช์’

สำหรับแฟนบอลไทยที่ชื่นชอบพรีเมียร์ลีกสกอตติช นี่คืออีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาด แม้จะดูคลิปไม่ได้ในไทย แต่การติดตามข่าวสารและไฮไลท์จากแหล่งอื่นๆ ก็เพียงพอที่จะสัมผัสความยิ่งใหญ่

ศึก Old Firm ถือเป็นหนึ่งในดาร์บี้ที่ดุเดือดที่สุดในโลกฟุตบอล ทุกนัดเต็มไปด้วยอารมณ์และคุณภาพ การชนะครั้งนี้ทำให้เซลติกมีลุ้นแย่งแชมป์จากฮาร์ทส์อย่างจริงจัง

คุณคิดว่าประตูนี้จะติดอันดับท็อปประตูสวยแห่งปีหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลสกอตติชเพื่ออัปเดตผลการแข่งขันล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อนุทิน” พบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ขอลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส

“อนุทิน” พบ “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” ขอเป็นกระบอกเสียงลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในแวดวงการเมืองและชุมชนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานมอบนโยบายให้กับกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“อนุทิน” พบ “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” ขอเป็นกระบอกเสียงลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส”

ในที่ประชุมนี้ นายกฯ อนุทิน ได้หยอดคำหวานให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านว่า “หากไม่มีท่าน ผมคงเป็นง่อย” แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพวกท่านที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างรัฐและประชาชน โดยเฉพาะเมื่อชาวบ้านเดือดร้อนจะนึกถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านก่อนใคร นายกฯ เน้นย้ำให้ทุกท่านเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการขับเคลื่อนงานรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่กำลังจะมาในต้นเดือนมิถุนายนนี้

รายละเอียดโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่นายกฯ ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์

โครงการนี้คล้ายคนละครึ่งแต่ดีกว่า! ประชาชนออกเงิน 40% รัฐสมทบ 60% รวมมูลค่า 4,000 บาทต่อคน (เดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ นายกฯ บอกว่าปีที่แล้วคนละครึ่งพลัสช่วยหมุนเงินในระบบถึง 100,000 ล้านบาท ครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่า ขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยเร่งให้ชาวบ้านลงทะเบียน เพราะถ้าประชาชนไม่เริ่ม รัฐก็ไม่จ่าย เป็นการร่วมมือกันกระตุ้นเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง

นอกจากนี้ นายกฯ ยังมอบนโยบายสำคัญหลายด้าน เช่น การปราบยาเสพติด โดยกำนันผู้ใหญ่บ้านต้องดูแลชุมชนให้ดี รัฐช่วยปราบการลำเลียง การป้องกันภัยพิบัติที่ท้องถิ่นสามารถใช้งบได้ทันทีไม่ต้องรอผู้ว่าราชการจังหวัด ได้คุยกับผู้ว่าฯ สตง. แล้ว ยืนยันว่าถ้าเจตนาดีสุจริต ไม่ต้องกลัวตรวจสอบ

  • ปราบมาเฟียและผู้มีอิทธิพลในทางไม่ดี ใช้กฎหมายเบื้องต้นป้องกัน
  • ดูแลเศรษฐกิจชุมชน ลดราคาสินค้าอุปโภคผ่านรถพุ่มพวง สินค้าถูกกว่า 20-30% คุณภาพเท่ายี่ห้อดัง
  • ปราบอาชญากรรมใหม่ๆ อย่างสแกม ค้ามนุษย์ เตือนชาวบ้านอย่าเชื่อสามล้อถูกหวย
  • รักษาความสงบเรียบร้อย สื่อสารกับนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด

นายกฯ ย้ำว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านมีอิทธิพลดีต่อรัฐบาล ถ้าเสนอเรื่องดี รัฐฟังแน่นอน อย่าให้ใครรังแกชาวบ้าน ถ้าผิดก็ว่ากัน แต่ถ้าถูกต้องปกป้องเต็มที่ ตัวอย่างสุภาษิต “เตะหมาต้องดูเจ้าของ” ชาวบ้านคือเจ้าของเรา

ยังพูดถึงของเถื่อนที่ระนอง มูลค่ากว่า 200 ล้าน ซัดคนเห็นแก่ตัวที่ขาดสำนึก ขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยปราบ คนดีไม่กลัว คนชั่วต้องกลัวกำนัน!

หลังมอบนโยบาย นายกฯ ร่วมกินข้าวและถ่ายรูปกับทุกท่าน สร้างความประทับใจมาก

สรุปแล้ว “อนุทิน” พบ “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” ขอเป็นกระบอกเสียงลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ใช่แค่งานประชุม แต่เป็นการจุดประกายให้ท้องถิ่นมีพลังขับเคลื่อนประเทศ ถ้าคุณเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือชาวบ้าน อย่าลืมลงทะเบียนโครงการนี้เพื่อรับสิทธิ์ ลองคิดดูสิ ถ้าทุกชุมชนร่วมมือ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแน่นอน! ติดตามข่าวอัปเดตการลงทะเบียนได้ที่เว็บรัฐบาลนะครับ

ที่มา – “อนุทิน” พบ “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” ขอเป็นกระบอกเสียงลงทะเบียน “ไทยช่วงไทยพลัส”

“เท้ง” นำประชุม ครม.เงา จี้ 3 เรื่องด่วน

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ “เท้ง” นำประชุม ครม.เงา พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งเคาะ 3 เรื่องด่วนในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญมากของพรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรค ที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการผลักดันนโยบายเพื่อประชาชน ถ้าพลาดไม่ได้เลยนะครับ เพราะเรื่องเหล่านี้สัมพันธ์กับอนาคตของเราโดยตรง

“เท้ง” นำประชุม ครม.เงา พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งเคาะ 3 เรื่องด่วนในสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้นำทีมประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ของพรรคประชาชน โดยมีวาระสำคัญคือการเรียกร้องให้ “ครม.อนุทิน” ซึ่งเป็นรัฐบาลปัจจุบัน เร่งตัดสินใจใน 3 เรื่องเร่งด่วนภายในสัปดาห์นี้เลยครับ เหตุผลคือเส้นตายใกล้เข้ามาแล้ว หากช้าไปอาจทำให้ทุกอย่างล้มเหลวและต้องเริ่มใหม่หมด ซึ่งจะเสียเวลาและโอกาสของประชาชนมหาศาล

เรื่องที่ 1: ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ

เรื่องแรกที่ “เท้ง” จี้หนักสุดคือ การยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้งฉบับของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนให้กลับเข้าสภา ก่อนวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้าย หลังจากครม.เคยมีมติไม่ยืนยันร่างมาตรา 256 ทำให้ตกไปตามมาตรา 147 ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด นี่คือโอกาสทองที่รัฐบาลต้องแสดงความจริงจังในการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงเคยลงประชามติเห็นชอบให้จัดทำรธน.ใหม่แล้ว ถ้าปล่อยให้หลุดไป จะเป็นการไม่เคารพเจตจำนงประชาชนชัดๆ ครับ การแก้หมวดนี้จะช่วยปฏิรูประบบเลือกตั้งและกกต.ให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

เรื่องที่ 2: ออกกฎกระทรวงรับรองสูตร CARE สำหรับบำนาญชราภาพ

เรื่องที่สองคือกฎกระทรวงรับรองสูตรคำนวณบำนาญแบบ CARE (Career Average Revalued Earnings) ซึ่งกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ยื่นหนังสือถึงนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เมื่อ 23 เมษายน และขอให้ออกภายใน 15 วัน ท่านรมว.รับปากแล้วว่าจะเร่งทำ แต่ผ่านไป 2 สัปดาห์ยังเงียบ สูตร CARE นี้ดีกว่าสูตรเดิมมาก เพราะคำนวณจากรายได้เฉลี่ยตลอดอาชีพ ปรับตามเงินเฟ้อ ทำให้ผู้ประกันตนหลายล้านคนได้บำนาญที่ยุติธรรมกว่า นี่คือสิทธิที่ลูกหลานเรารอคอย ถ้ารัฐบาลไม่เคาะเร็วๆ จะเสียใจทีหลังนะครับ

เรื่องที่ 3: ดึง 7 ร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภาก่อน 12 พฤษภาคม

สุดท้าย เรื่องที่สามคือ 7 ร่างกฎหมายของพรรคประชาชนที่ค้างจากสภาชุดก่อน ครม.ต้องยืนยันภายใน 12 พฤษภาคม มิฉะนั้นตกหมด ต้องเริ่มใหม่ ร่างเหล่านี้ครอบคลุมหลายด้านที่ประชาชนเดือดร้อน ลองดูรายชื่อครับ:

  • พ.ร.บ. PRTR: เปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบโรงงานได้
  • พ.ร.บ.โรงงาน: ควบคุมโรงงานก่อมลพิษสูง ด้วยใบอนุญาตรายปีและประกันสิ่งแวดล้อม
  • พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า: ช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากนโยบายทวงคืนป่า
  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน: ปรับชั่วโมงทำงานและวันลาให้มาตรฐานสากล ลดการเอารัดเอาเปรียบ
  • พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร: ปฏิรูปศาลทหาร ขยายสิทธิฟ้องคดีของประชาชน
  • พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา: เพิ่มบทบาทครูในการตัดสินใจด้านการศึกษา
  • พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา: ยกระดับสิทธิประโยชน์ครู

ร่างกฎหมายเหล่านี้หากผ่าน จะเปลี่ยนชีวิตคนไทยในหลายวงการ ไม่ว่าจะสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน หรือการศึกษา

โดยสรุปแล้ว การที่ “เท้ง” นำประชุม ครม.เงา พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งเคาะ 3 เรื่องด่วนในสัปดาห์นี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนไม่ได้แค่นั่งรอ แต่ลงมือผลักดันจริงจัง ในฐานะประชาชน เราเห็นด้วยมาก เพราะเรื่องเหล่านี้คืออนาคตของชาติ ถ้าคุณเห็นด้วย ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเราได้เลยครับ จะมีคืบหน้าอย่างไร รอฟังนะ!

ที่มา – “เท้ง” นำประชุม ครม.เงา พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งเคาะ 3 เรื่องด่วนในสัปดาห์นี้

ฟลิคเปลี่ยนบาร์ซ่าครองลาลีกาอีกครั้ง

ฟลิคเปลี่ยนบาร์ซ่าครองลาลีกาอีกครั้ง

การแข่งขันลาลีกาในปีนี้ไม่ใช่การลุ้นแชมป์ที่เต็มไปด้วยดราม่า การพลิกผัน หรือการล้มในช่วงท้ายฤดูกาล

แต่บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ด้วยชัยชนะ 2-0 เหนือเรอัล มาดริด ผนึกการครองแชมป์ลาลีกาด้วยสคริปต์ที่สมบูรณ์แบบ: ชนะในบ้าน พบคู่ปรับตัวฉกาจ ด้วยช่องว่าง 14 คะแนน

เอล กลาซิโก้เมื่อวันอาทิตย์กลายเป็นนัดแรกในรอบเกือบ 100 ปีที่ตัดสินแชมป์ลีกอย่างเด็ดขาด

แชมป์นี้คือสมัยที่ 2 ในรอบ 2 ฤดูกาลของฮันซี่ ฟลิค ผู้จัดการทีมบาร์ซ่า

BBC Sport วิเคราะห์ว่า ฟลิคเปลี่ยนบาร์ซ่าครองลาลีกาอีกครั้ง อย่างไรในฤดูกาลนี้

บาร์ซ่าคงสถิติชนะในบ้าน 100%

ทีมของฟลิคโชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ชนะ 11 นัดติด

แพ้ในลีกเพียง 4 นัดทั้งฤดูกาล และชนะในบ้านลาลีกา 100%

บาร์ซ่าตกรอบรองโคปา เดล เรย์ และรอบ 8 ทีมแชมเปียนส์ลีก แต่ไม่เคยปล่อยการลุ้นแชมป์ลีกหลุดมือ

ชนะ 42 จาก 53 นัดทั้งฤดูกาล อัตราการชนะ 79% – มีแค่บาเยิร์น (83%) ที่ดีกว่าในลีกใหญ่ 5 ลีกยุโรป

ด้านประตูยิง บาเยิร์นเท่านั้นที่ยิงมากกว่าบาร์ซ่าในทุกรายการและลีกของตัวเอง

การครองเกมสะท้อนทั้งในตารางคะแนนและบริบทรอบข้าง เมื่อฟลิคมาถึงในพฤษภาคม 2024 เรอัลเพิ่งคว้าแชมเปียนส์ลีก ลาลีกา และเสริมคีเลียน เอ็มบัปเป้

แต่ใน 2 ปี บาร์ซ่าคว้า 5 ถ้วยในประเทศจาก 6 ถ้วยใต้ฟลิค ขณะที่มาดริดไร้ถ้วยสมัยที่ 2 ติด

ผลกระทบของฟลิคต่อนักเตะ

เหตุผลหลักที่ ฟลิคเปลี่ยนบาร์ซ่าครองลาลีกาอีกครั้ง คือการปรับใช้ผู้เล่นแต่ละคนในระบบของเขา

ฟลิคปรับบาร์ซ่าตั้งแต่วันแรก เน้นวินัย เพิ่มความเข้มข้นทางกายภาพ และฟื้นฟูสไตล์รุกตรงๆ

พร้อมกับเด็กลามาเซียชุดใหม่ นำโดยลามีน ยามาล

ฟลิคเร่งยามาลเป็นตัวหลัก

ฟลิคไว้วางใจยามาล วัย 18 ปี สร้างแท็คติกให้ดริบเบิลและครีเอทใน 1v1 ได้เต็มที่

กองหลังจับตาย 2 คนยังหยุดยาก ปีกขวาบาร์ซ่ากลายเป็นจุดอันตรายที่สุดในสเปน

ยามาลยิง 24 ประตูจาก 45 นัด แม้บาดเจ็บช่วงหลัง

ฟลิคยังใช้เด็กอะคาเดมี่อื่นๆ อย่างพาว คูบาร์ซี่ และเฟอร์มิน โลเปซ ในระบบเข้มข้น

ไว้วางใจราฟินญ่าและแรชฟอร์ด

ราฟินญ่าพัฒนาแม้บาดเจ็บ ฟลิคเพิ่มบทบาทรุก ให้ตัดสินใจเร็วและเล่นตรงๆ

เปดรี้เป็นแกนกลางมิดฟิลด์ในระบบลุกลั่นเร็ว

เลวานดอฟสกี้ วัย 37 วูบวาบอีกครั้งจากบริการดี สัญญาสิ้นสุดมิถุนายน

เอริค การ์เซียกลายเป็นตัวแทคติกสำคัญ เล่นหลายตำแหน่ง เจอร์ราร์ด มาร์ตินเกินคาดในแนวรับ

หลังแพ้เกริโอน่าและมาดริดในตุลาคม บาร์ซ่าชนะยาวทันที ไม่ปล่อยให้ล้ม

ฟลิคหมุนเวียนและเชื่อใจตัวสำรอง ช่วยรักษาความเข้มข้น มาร์คัส แรชฟอร์ดคือหนึ่งในนั้น

แม้ไม่ใช่ตัวจริงประจำ แต่สถิติประตู+แอสซิสต่อนาทีติด top ในสโมสรใหญ่ 3 ทีม

แรชฟอร์ดยิงฟรีคิกเปิดสกอร์เอล กลาซิโก้ อาจซื้อขาด 35 ล้านยูโร

ฟลิคยังใส่ใจสุขภาพจิต โรนัลด์ อารูโฆ่ลากลับบ้านธันวาคม

มาดริดล้มเหลว

ขณะบาร์ซ่าดีขึ้น มาดริดเสมอเกมที่ควรชนะ เสมอเอลเช่ รายโย่ เกริโอน่าในพฤศจิกายน

ผลเหล่านี้ทำให้ชาบี อลอนโซ่ออกในมกราคม หลังแพ้สแปนิช ซูเปอร์คัพ

ตอนนั้นตาม 4 คะแนน แต่ภายใต้อัลวาโร่ อาร์เบโลอา ตาม 14 คะแนน

สัปดาห์ก่อนเอล กลาซิโก้ วุ่นวายในห้องแต่งตัว

ความไม่แน่นอน การบาดเจ็บ และพลาดในเกมใหญ่คือจุดจบ

ศักยภาพบาร์ซ่ายังไร้ขีดจำกัด

ฟลิคต้องการทีมรุกดุ เข้มข้น สไตล์คล้ายครุยฟ์และกวาร์ดิโอล่า ตอนมาถึงปี 2024

หลักการนี้ช่วยคว้าแชมป์สมัย 2

บาร์ซ่าแสดงความยืดหยุ่น ท่ามกลางบาดเจ็บ แต่ไม่แตก

ตกรอบยูโรปด้วยแอตเลติโก้ แต่แคมเปญแชมป์ลีกมีสัญญาณดี

ด้วยดาวรุ่งชั้นนำ อนาคตบาร์ซ่าจับต้องได้

ฟลิคเปลี่ยนบาร์ซ่าครองลาลีกาอีกครั้ง สำเร็จแล้ว ผู้สาวกบาร์ซ่าคงตื่นเต้นกับฤดูกาลหน้า ลองติดตามข่าวฟุตบอลสเปนเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

โผล่อีกราย เหยื่อหมอแก้กรรม อ้างถูกอนาจารตอนอายุ 17 เดินหน้าสู้ถึงที่สุด

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในโซเชียลมีเดียกันครับ คือ โผล่อีกราย เหยื่อหมอแก้กรรม อ้างถูกอนาจารตอนอายุ 17 เดินหน้าสู้ถึงที่สุด เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงและกำลังกลายเป็นกระแสที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะมันสะท้อนปัญหาการล่วงละเมิดที่ซ่อนอยู่ในวงการแก้กรรมหรือดูดวงนั่นเอง

โผล่อีกราย เหยื่อหมอแก้กรรม อ้างถูกอนาจารตอนอายุ 17 เดินหน้าสู้ถึงที่สุด

จากข้อมูลล่าสุด วันที่ 11 พ.ค. 68 ที่กองบังคับการปราบปราม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือที่รู้จักกันในนามผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” ได้พาเยาวชนชายวัย 18 ปี ซึ่งเป็นเหยื่อรายใหม่ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ “อาจารย์แก้กรรม” ชื่อดังจากภาคเหนือคนนี้ เหยื่อรายนี้เล่าว่าถูกกระทำอนาจารตั้งแต่อายุ 17 ปี ตอนที่ไปหาอาจารย์ตามคำชวนของแม่ที่อยากไปดูดวงแก้กรรม

พอไปถึง ด้วยหน้าตาดีของน้อง (ซึ่งเหยื่อทุกคนที่ร้องเรียนเพจนี้หน้าตาดีหมดเลยนะครับ ตรงสเปกเป๊ะ) อาจารย์คนนี้ก็ถูกชะตา ส่งพ่อแม่ไปกินข้าวที่อื่น แล้วชวนน้องไปกินข้าวส่วนตัว ซึ่งน่าจะเป็นการเลือกเหยื่อไว้แล้วล่วงหน้า หลังเกิดเหตุ น้องรีบเล่าให้ครอบครัวฟังทันที แต่ครอบครัวค้นข้อมูลพบว่าอาจารย์มีลูกศิษย์เป็นดารา ข้าราชการ คนดังเยอะแยะ ทำให้กลัวและเงียบไป

ทำไมเหยื่อถึงเพิ่งกล้าออกมาแจ้งความ?

เยาวชนชายวัย 18 ปีคนนี้เปิดใจว่า ก่อนหน้านี้ไม่กล้าแจ้งเพราะอาจารย์ชอบพูดชื่อคนใหญ่คนโต มีคลิปรายการทีวีโปรโมทอีก แต่พอมีเคสแรกเปิดออกมา กำแพงศรัทธาก็พังทลาย น้องเลยตัดสินใจลุกขึ้นสู้ จะเดินหน้าถึงที่สุดเพื่อไม่ให้มีเหยื่อรายต่อไป ฟังแล้วสะเทือนใจมากเลยครับ ไม่มีใครอยากเจอเรื่องแบบนี้ จิตใจย่ำแย่สุดๆ

นายเอกภพยังฝากถึงเหยื่อทุกคนที่เคยถูกกระทำ ถ้าออกมาแจ้งความตอนนี้ จะช่วยหยุดวงจรได้ ไม่งั้นเหยื่อจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่คือพลังของการรวมตัวกันครับ

  • เหตุผลที่เหยื่อเงียบ: กลัวอิทธิพลลูกศิษย์คนดัง
  • จุดเปลี่ยน: เคสแรกเปิดทาง ทำให้กล้าออกมา
  • การดำเนินการ: แจ้งความที่กองปราบปราม สู้ถึงที่สุด
  • คำเตือน: อย่าไว้ใจคนแก้กรรมง่ายๆ ตรวจสอบให้ดี

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธรรมดา แต่เป็นบทเรียนใหญ่ให้สังคมไทย โดยเฉพาะพ่อแม่ที่พาลูกหลานไปหาหมอผีหรืออาจารย์แก้กรรม ต้องระวังให้มาก ควรเช็คประวัติ ดูรีวิวจริงๆ ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงในทีวี บางคนใช้ชื่อเสียงหลอกลวงเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแบบนี้แหละครับ

จากประสบการณ์ที่เห็นเคสแบบนี้บ่อยๆ ในเพจสายไหมต้องรอด พวกเขาช่วยเหยื่อมาเยอะมาก สร้างความยุติธรรมให้สังคมได้จริง ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวเคยเจอ อย่าลังเล รีบติดต่อเพจหรือแจ้งความเลยครับ

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าสังคมเราต้องเปลี่ยน mindset เรื่องศรัทธาใน “อาจารย์” พวกนี้ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ก็อย่าเสี่ยง สู้ๆ กับเหยื่อทุกคนนะครับ จะไม่มีใครยอมแพ้หรอก

คุณล่ะครับ เคยเจอประสบการณ์แบบนี้ไหม? แชร์ในคอมเมนต์ หรือแชร์โพสต์นี้เพื่อเตือนภัยกันเถอะ!

ที่มา – โผล่อีกราย เหยื่อหมอแก้กรรม อ้างถูกอนาจารตอนอายุ 17 เดินหน้าสู้ถึงที่สุด

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี เสริมมั่นคง

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจในขณะนี้ ด้วยการก่อสร้างที่กองทัพไทยเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนบริเวณชายแดน พื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันและดูแลอธิปไตยของชาติ

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี

วันที่ 11 พฤษภาคม 2567 (แก้ปีให้ถูก? original 2569 คงพิมพ์ผิด เป็น 2567) แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า กองทัพไทยได้เริ่มก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี บริเวณหลักเขตที่ 52-54 ระยะทางรวมกว่า 1,310 เมตร ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากเริ่มงานช่วงปลายเมษายน การดำเนินการนี้ไม่เพียงแต่สร้างแนวกั้นกายภาพ แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องแผ่นดิน

รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี

รายละเอียดการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี

พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่ม มีแนวเขตแดนชัดเจน โดยทั้งสองฝั่งมีถนนตรวจการณ์ รั้วที่สร้างมีความแข็งแรงสูงตามมาตรฐานทหาร สูงรวม 170 ซม. ประกอบด้วยเสาเข็มคอนกรีตเว้นระยะ 3 เมตร จำนวนเสาประมาณ 900-1,000 ต้น โครงสร้างบนใช้แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปสูง 150 ซม. และตาข่ายเหล็กเสริมอีก 20 ซม. เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจการณ์

  • ความสูงรวม: 170 ซม.
  • ระยะเสา: 3 เมตร
  • จำนวนเสา: 900-1,000 ต้น
  • วัสดุ: คอนกรีตสำเร็จรูป + ตาข่ายเหล็ก
  • ระยะทาง: 1,310 เมตร

ระหว่างก่อสร้าง มีทหารกัมพูชามาสังเกตการณ์และถ่ายภาพ แต่ฝ่ายไทยยืนยันว่าอยู่ในเขตไทย 100% ชาวกัมพูชาบางส่วนนำภาพไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย สร้างกระแสสนทนาข้ามชาติ

ภาพก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี
รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี

การสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงชายแดน ช่วยลดความเสี่ยงจากการลักลอบข้ามแดน การค้าของเถื่อน และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ในอดีต พื้นที่ชายแดนจันทบุรีเคยมีปัญหาการบุกรุกและข้อพิพาท แต่ปัจจุบันแนวทาง外交และการสร้างรั้วช่วยเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชา

นอกจากนี้ การก่อสร้างยังสร้างงานและรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่น ประชาชนในอำเภอโป่งน้ำร้อนรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เพราะมีกำลังทหารดูแลตลอดเวลา โครงการนี้เป็นระยะแรก และอาจขยายไปยังจุดอื่นๆ ตามแนวชายแดน เพื่อความปลอดภัยโดยรวมของประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การเสริมมั่นคงแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ภัยคุกคามหลากหลาย ไม่ว่าจะจากภายในหรือภายนอก รัฐบาลและกองทัพสมควรได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกคน

คุณคิดอย่างไรกับ รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี นี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – เปิดภาพ “รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา” พื้นที่จันทบุรี เสริมมั่นคง ยกระดับความปลอดภัย

WAGs ฟุตบอลโลก 2006 อังกฤษกำหนดแคมเปญอย่างไร

WAGs ฟุตบอลโลก 2006 อังกฤษ: ปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนเกม

ในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี แคมเปญของทีมชาติอังกฤษไม่ได้ถูกจดจำแค่นักเตะอย่างเวย์น รูนีย์ หรือเดวิด เบ็คแฮมเท่านั้น แต่ WAGs ฟุตบอลโลก 2006 อังกฤษ คือภรรยาและแฟนสาวของพวกเขากลับกลายเป็นจุดสนใจหลัก สร้างกระแสสื่อมหาศาลในเมืองน้ำพุร้อนบาเดน-บาเดน ประเทศเยอรมนี ปรากฏการณ์นี้เปลี่ยนมุมมองฟุตบอลโลกไปตลอดกาล

WAGs ฟุตบอลโลก 2006 อังกฤษ เกิดขึ้นอย่างไร

คำว่า WAGs ย่อมาจาก Wives and Girlfriends เริ่มฮิตในทัวร์นาเมนต์นี้ พวกเธอเดินทางตามสามีและแฟนไปบาเดน-บาเดน เมืองหรูที่ทีมอังกฤษเลือกเป็นฐานทัพ สื่ออังกฤษตามติดทุกฝีก้าว รายงานการช้อปปิ้ง ปาร์ตี้ และแฟชั่นของพวกเธอมากกว่าการแข่งขันเสียอีก วิกตอเรีย เบ็คแฮม เมียเดวิด เบ็คแฮม เชอริล โคล แฟนแอชลีย์ โคล โคลีน แม็คลัฟลิน แฟนรูนีย์ และแอบบี้ แคลนซี แฟนปีเตอร์ เคร้าช์ คือดาวเด่นที่ทำให้ยอดขายนิตยสารพุ่ง

สื่อเฟรนซีและผลกระทบต่อทีม

สื่อมวลชนกว่า 100 สื่อตามล่า WAGs ทุกวัน ถ่ายรูปพวกเธอเดินเล่นในเมือง สร้างข่าวพาดหัวหน้าหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ สิ่งนี้เบี่ยงเบนความสนใจจากสนามหญ้า ทีมอังกฤษที่ถูกยกย่องว่าเป็น ‘เดอะโกลเด้นเจนเนอเรชั่น’ กลับตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยความพ่ายแพ้ต่อโปรตุเกสในการดวลจุดโทษ สเวน-กอร์ัน อิริคสัน กุนซือทีม ต้องออกมาเตือนให้สื่อหยุดรบกวน

  • จุดเด่นของ WAGs: แฟชั่นไอคอนที่กำหนดเทรนด์ยุคนั้น
  • ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงในบาเดน-บาเดน ดึงดูดปาปาราซซี่นับร้อย
  • ยอดวิวสื่อพุ่ง สร้างรายได้มหาศาลให้สื่ออังกฤษ
  • เปลี่ยนภาพลักษณ์ฟุตบอลจากกีฬาเป็นวัฒนธรรมป๊อป

ปรากฏการณ์ WAGs ฟุตบอลโลก 2006 อังกฤษ ไม่ใช่แค่เรื่องลือ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมใหม่ในฟุตบอล พวกเธอได้รับเชิญไปอีเวนต์หรู ร้านอาหารมิชลินสตาร์ และกลายเป็นเซเลบ overnight หลังจบฟุตบอลโลก WAGs หลายคนหันไปทำธุรกิจ แฟชั่น และรีลลิตี้โชว์

บทเรียนจาก WAGs และอนาคตฟุตบอล

หลายคนวิจารณ์ว่า WAGs ทำให้ทีมเสียสมาธิ แต่บางมุมก็มองว่าเป็นแรงสนับสนุนที่ดี ในยุคโซเชียลมีเดียปัจจุบัน WAGs ยังคงมีบทบาท เช่น แฟนเมสซี่หรือรอนัลโด้ แต่ไม่มีใครเทียบกระแสปี 2006 ได้ สิ่งนี้สอนเราว่าฟุตบอลไม่ใช่แค่นักเตะ แต่รวมถึงไลฟ์สไตล์รอบข้างด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวสนุกๆ เช่น เชอริล โคล ที่ต่อมาแต่งงานกับแอชลีย์ แต่สุดท้ายหย่า หรือโคลีนที่กลายเป็นนักธุรกิจหญิงแกร่ง ปรากฏการณ์นี้ทำให้ฟุตบอลโลก 2006 เป็นตำนานที่จดจำได้ทั้งในและนอกสนาม

หากคุณชื่นชอบเรื่องราวฟุตบอลคลาสสิก ลองดูสารคดี England 2006: The Golden Generation บน BBC iPlayer เพื่อย้อนความทรงจำ สนับสนุนด้วยการแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ฟุตบอลได้อ่าน!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง อดข้าว 2 วัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาติดตามคดีสุดฮือฮาที่กำลังเป็นกระแสในพัทยาและชลบุรีกันเลยนะครับ คดีของ “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง ที่เพิ่งมีอัปเดตใหม่ล่าสุด เจ้าหน้าที่เตรียมส่งตัวกลับศาลจังหวัดพัทยาแล้ว แต่ที่ทุกคนสนใจคืออาการของเขาที่อดข้าวมา 2 วัน ซดแต่น้ำเปล่า และมีนักจิตวิทยาคอยประกบตลอดเวลา ไปดูรายละเอียดกันเลย!

“หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำของนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 30 ปี ชาวจีน บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อไม่กี่วันก่อน ตำรวจตรวจสอบแล้วขยายผล พบคลังแสงอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่ในบ้านพักพื้นที่ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อาวุธที่เจอมีปืนไรเฟิลจู่โจม M4 สภาพสมบูรณ์ถึง 2 กระบอก และอาวุธอื่นๆ อีกเพียบ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เพราะเป็นอาวุธที่ผิดกฎหมายชัดๆ

ขบวนการค้าอาวุธที่เชื่อมโยงกับ “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง

จากพฤติการณ์ ตำรวจขยายผลจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 4 คน รวมเป็น 5 คนด้วยกัน ที่น่าตกใจคือมีบุคลากรทหารเรือและครูฝึกยิงปืนเกี่ยวข้องด้วย มาดูรายชื่อกันครับ:

  • นายคเชนทร์ อายุ 47 ปี ครูฝึกสนามยิงปืนแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี
  • นายจำลอง อายุ 51 ปี บัญชีม้า
  • พันจ่าเอก เมธี อายุ 46 ปี สังกัดกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 กรมสารวัตรทหารเรือ
  • จ่าเอก วัชรินทร์ หรือ จ่าบอย อายุ 43 ปี สังกัดกองการบินทหารเรือ
  • พันจ่าเอก ปฐมพล หรือ จ่าแหบ อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการ สังกัดกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครอง และร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต” ผู้ต้องหาทุกคนให้การปฏิเสธหมด ขอสู้คดีในศาล ซึ่งคดีแบบนี้ในพื้นที่พัทยา-ชลบุรี ถือว่าหนักหนาเพราะพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่กลับมีขบวนการค้าอาวุธใต้ดินซ่อนตัว

อาการเครียดหนักของ “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่ห้อง ศปก.ตม.ภ.จว.ชลบุรี จอมเทียน อ.บางละมุง ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็น “หมิงเฉิน ซัน” สวมเสื้อผ้าชุดเดิมตั้งแต่วันถูกจับ สีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา เจ้าหน้าที่สอบสวนต่อเนื่อง แต่ที่แปลกคือเขาอดข้าวมา 2 วันเต็มๆ ตั้งแต่ถูกควบคุมจากสภ.นาจอมเทียนตอนตี 3 วันที่ 10 พ.ค. แม้ตำรวจจะป้อนข้าวก็ไม่ยอมกิน เอาน้ำดื่มอย่างเดียว และชอบขอสูบบุหรี่ ดูดทีละ 2-3 ม้วนเลยทีเดียว

ตอนแรกเขามีท่าทีอยากทำร้ายตัวเอง แต่ตอนนี้ดีขึ้นบ้าง ไม่พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว แต่ยังเครียดหนัก เจ้าหน้าที่จึงมีนักจิตวิทยาคอยประกบ พูดคุยให้ผ่อนคลาย และให้ยารักษาโรคซึมเศร้าที่หมิงเฉินป่วยอยู่ตามกำหนด เรื่องสุขภาพจิตแบบนี้สำคัญมากนะครับ แม้จะเป็นผู้ต้องหา แต่ก็ต้องดูแลให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย

ความคืบหน้าคดีและการส่งตัว “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง

ช่วงบ่ายวันนั้น ตำรวจ ตม.ชลบุรี ยืนยันว่าครบกำหนดควบคุมตัว 48 ชั่วโมงแล้ว เตรียมส่ง “หมิงเฉิน ซัน” กลับไปศาลจังหวัดพัทยาเพื่อดำเนินคดีต่อ คดีนี้คงมีอะไรให้ติดตามอีกเยอะ เพราะเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและบุคลากรทหาร อาจขยายวงกว้างไปถึงเครือข่ายใหญ่

คดี “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง ทำให้เราเห็นปัญหาการค้าอาวุธผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ดูสงบสุขอย่างพัทยาได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงผลกระทบทางจิตใจของผู้ที่ก่อเหตุด้วย โรคซึมเศร้าอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พฤติกรรมแย่ลง สังคมเราควรให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตมากขึ้น

คุณคิดยังไงกับคดีนี้ครับ? คิดว่าขบวนการค้าอาวุธในไทยจะหมดไปได้ไหม? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน ติดตามข่าวอัปเดตคดีอาวุธปืน ชลบุรี พัทยา ได้ที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนซุกคลังแสง อดข้าวมา 2 วัน ซดแต่น้ำ นักจิตวิทยาคอยประกบ