วัน: 12 พฤษภาคม 2026

ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา

ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย หลังจากสถานการณ์การระบาดบนเรือสำราญเริ่มคลี่คลาย แต่เรายังต้องเฝ้าระวังกันต่อไปนะครับ

ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของการระบาดของไวรัสฮันตาในวงกว้าง หลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถอพยพผู้โดยสารกลุ่มสุดท้ายจากเรือสำราญลำที่เกิดเหตุได้ครบทุกคนแล้ว การอพยพนี้รวมถึงผู้โดยสาร 28 คนที่เดินทางด้วยเครื่องบินสองลำมาถึงเมืองไอนด์โฮเฟน ใกล้ท่าเรือร็อตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม ผอ.WHO ยังได้เตือนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ เนื่องจากไวรัสฮันตามีระยะฟักตัวที่ยาวนาน "แน่นอนว่าสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเราอาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า" ดร.เทดรอสกล่าว และย้ำว่าภารกิจในการควบคุมการระบาดยังไม่สิ้นสุด

สถานการณ์บนเรือสำราญ MV Hondius และผลกระทบ

เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ออกจากเกาะเตเนริเฟ่ของสเปนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และกำลังมุ่งหน้ากลับท่าเรือร็อตเตอร์ดัม สถานการณ์การระบาดบนเรือทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และผู้ติดเชื้อยืนยันทั้งหมด 7 ราย รวมถึงชาวอเมริกัน 1 รายและชาวฝรั่งเศส 1 รายที่เดินทางกลับประเทศก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังมีพนักงานโรงพยาบาลในเนเธอร์แลนด์ 12 คนที่ต้องกักตัว หลังจากจัดการตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของผู้ต้องสงสัยโดยไม่เคร่งครัดตามขั้นตอน

ไวรัสฮันตาคืออะไร และเสี่ยงแพร่กระจายอย่างไร

ไวรัสฮันตามักมีพาหะเป็นสัตว์หนู แต่สายพันธุ์แอนดีสสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ WHO ยืนยันว่าความเสี่ยงการระบาดใหญ่ยังต่ำมาก อาการติดเชื้อที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้สูง เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย และหายใจลำบาก หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าและมูลหนู
  • สวมหน้ากากและถุงมือเมื่อทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยง
  • ล้างมือบ่อยๆ และรักษาความสะอาด
  • เฝ้าระวังหากเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง

แม้ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา แต่เราควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง สถานการณ์ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตอบสนองอย่างรวดเร็วจากหน่วยงานสาธารณสุขระดับโลก

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าโรคอุบัติใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ โดยเฉพาะในพื้นที่แออัดอย่างเรือสำราญ การที่ WHO สามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่งเป็นผลจากความร่วมมือที่ดี แต่เราคนไทยเองก็ควรติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์คล้ายกันในบ้านเรา

หากคุณสนใจข่าวสุขภาพและการระบาดโรค ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนคนรอบข้างกันนะครับ!

ที่มา – ผอ. WHO ชี้ ไม่พบสัญญาณ การระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา

บาร์นสลีย์ เรียกสเตนเดล กลับเป็นเฮดโค้ช

บาร์นสลีย์ เรียกสเตนเดล กลับเป็นเฮดโค้ช

บาร์นสลีย์ เรียกตัวดาเนียล สเตนเดล กลับมารับตำแหน่งเฮดโค้ชอีกครั้ง ด้วยสัญญา 2 ปี

ข่าวดีของแฟนบอลบาร์นสลีย์ เมื่อสโมสรประกาศบาร์นสลีย์ เรียกสเตนเดล กลับเป็นเฮดโค้ชคนเก่าที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ให้ทีม หลังจากคอนอร์ ฮูริฮาเน่ ก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อจบฤดูกาลที่แล้ว ทีม “ไทค์ส” จบอันดับ 15 ในลีกวัน ซึ่งถือว่าไม่น่าพอใจนักสำหรับสโมสรที่มีเป้าหมายสูงกว่านั้น

สเตนเดล วัย 52 ปี ชาวเยอรมันรายนี้ เคยพาบาร์นสลีย์เลื่อนชั้นจากลีกทูในปี 2019 ด้วยคะแนนรวมสูงสุดเป็นสถิติสโมสรถึง 91 คะแนน นั่นคือช่วงเวลาที่แฟนๆ ยังจดจำได้ดี แต่โชคร้ายที่เขาถูกปลดในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น หลังจากทีมออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้ไม่ดีพอ

หลังจากนั้น สเตนเดลไปคุมทีมฮาร์ทส์ในสกอตแลนด์ ก่อนย้ายไปฝรั่งเศสกับน็องซี และล่าสุดกลับเยอรมนีคุมทีมสำรองของฮาโนเวอร์ 96 การกลับมาครั้งนี้ คาดว่าบอร์ดบริหารบาร์นสลีย์มองเห็นศักยภาพของเขาในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเล่นเกมรุกที่ดุดันแบบสไตล์สเตนเดล

บาร์นสลีย์ เรียกสเตนเดล กลับเป็นเฮดโค้ช: สัญญาและความคาดหวัง

สัญญาใหม่ของสเตนเดลมีระยะเวลา 2 ปีเต็ม ซึ่งแสดงถึงความมั่นใจจากสโมสร เขาจะเข้ามารับช่วงต่อจากฮูริฮาเน่ที่ทำผลงานกลางๆ ในลีกวันฤดูกาลที่ผ่านมา แฟนๆ ต่างตั้งตารอว่าสเตนเดลจะนำพาทีมกลับสู่แชมเปี้ยนชิพได้อีกครั้งหรือไม่

ประวัติการคุมทีมของดาเนียล สเตนเดล

  • บาร์นสลีย์ (2018-2019): เลื่อนชั้นด้วย 91 คะแนน
  • ฮาร์ทส์ (2020): คุมทีมในสกอตติช พรีเมียร์ชิพ
  • น็องซี (2021): ประสบการณ์ในลีกเอิง 2
  • ฮาโนเวอร์ 96 II (ล่าสุด): พัฒนานักเตะเยาวชน

การตัดสินใจบาร์นสลีย์ เรียกสเตนเดล กลับเป็นเฮดโค้ชครั้งนี้ มาจากการพิจารณาผลงานในอดีตและความรู้จักนักเตะของสโมสรเป็นอย่างดี สเตนเดลเคยพูดถึงบาร์นสลีย์ว่าเป็น “บ้าน” ของเขา ดังนั้นโอกาสนี้ก็น่าจะเป็นการกลับมาที่สมบูรณ์แบบ

ในฤดูกาลใหม่ ลีกวันจะแข่งขันดุเดือดมากขึ้น บาร์นสลีย์มีนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่สเตนเดลรู้จักดี เช่น เดอะมาร์คัส คาร์นีย์ และคอเนอร์ แมคคาร์ธี ที่สามารถเป็นแกนหลักได้ การปรับแท็คติกจากเกมรับเป็นเกมรุก จะช่วยให้ทีมมีลุ้นท็อป 6 แน่นอน

นอกจากนี้ สโมสรยังวางแผนเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ โดยเน้นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ลีกวัน เพื่อให้เข้ากับวิสัยทัศน์ของสเตนเดล แฟนๆ สามารถติดตามข่าวสารการย้ายทีมได้ที่เว็บไซต์สโมสร

ส่วนตัวผมคิดว่าการกลับมาของสเตนเดลคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาด บาร์นสลีย์ต้องการโค้ชที่พิสูจน์ตัวเองแล้ว และเขาคือคนนั้น ลุ้นเลยว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นปีทองของไทค์สหรือไม่! ถ้าคุณเป็นแฟนบอล ติดตามข่าวฟุตบอลลีกวันและเชียร์ทีมโปรดไปด้วยกันนะครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

โปรดเกล้าฯ สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์ เป็นพยาบาล (สบ 6) พล.ต.ต.หญิง

วันนี้เรามีข่าวดีในวงการราชการที่น่าสนใจมากเลยนะครับ เรื่อง โปรดเกล้าฯ “สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์” เป็นพยาบาล (สบ 6) และพระราชทานยศ พล.ต.ต.หญิง ซึ่งเป็นผลจากการร้องทุกข์และได้รับความยุติธรรมในที่สุด หลังจากที่พันตำรวจเอกหญิงสายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์ ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งวาระปี 2567 นี่แสดงให้เห็นว่าระบบตรวจสอบของเรายังทำงานได้ดีอยู่

โปรดเกล้าฯ “สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์” เป็นพยาบาล (สบ 6) และพระราชทานยศ พล.ต.ต.หญิง

ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพันตำรวจเอกหญิงสายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์ จากตำแหน่งพยาบาล (สบ 5) กลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ ให้ดำรงตำแหน่งพยาบาล (สบ 6) และพระราชทานยศพลตำรวจตรีหญิง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568

เรื่องนี้เกิดจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ที่วินิจฉัยให้คู่กรณีซึ่งก็คือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาแต่งตั้งผู้ร้องทุกข์ให้สูงขึ้นในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ สำหรับวาระประจำปี 2568 ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามนั้นทันที และนำเสนอเพื่อทูลเกล้าฯ

พื้นหลังกรณีโปรดเกล้าฯ “สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์” เป็นพยาบาล (สบ 6)

พันตำรวจเอกหญิงสายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์ เป็นข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการดูแลสุขภาพบุคลากรตำรวจและประชาชน เธอร้องทุกข์เพราะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเลื่อนตำแหน่งวาระ 2567 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้เกิดการแก้ไขอย่างถูกต้อง

  • วันที่ 15 ส.ค. 2568: คำวินิจฉัยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
  • วาระแต่งตั้ง 2568: สั่งให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
  • 1 ต.ค. 2568: มีผลบังคับใช้การแต่งตั้งและยศนายพล
  • 12 พ.ค. 2569: ประกาศราชกิจจาฯ

นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจอีก 249 ราย และพระราชทานยศนายพลอีก 100 รายตามวาระปกติ แต่กรณีของสายวรินเป็นกรณีพิเศษที่มาจากการร้องเรียน

ความสำคัญของระบบพิทักษ์คุณธรรมในราชการตำรวจ

กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าการมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมช่วยให้ข้าราชการที่รู้สึกถูกกดขี่สามารถเรียกร้องสิทธิได้ โรงพยาบาลตำรวจเองก็เป็นสถานที่สำคัญที่ต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะพยาบาลระดับ สบ 6 ที่ต้องรับผิดชอบงานหนัก การเลื่อนยศเป็นพล.ต.ต.หญิง ยังเป็นการยกระดับเกียรติยศ ทำให้เธอสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีมากขึ้น

ในมุมมองของผม นี่คือหลักฐานว่ารัฐบาลและพระมหากษัตริย์ทรงให้ความสำคัญกับความยุติธรรม โดยเฉพาะในหน่วยงานรักษากฎหมายอย่างตำรวจ หากไม่มีระบบนี้ คงมีข้าราชการจำนวนมากที่ถูกมองข้ามไป

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจอาชีพพยาบาลในหน่วยงานรัฐ หรืออยากรู้เรื่องการเลื่อนตำแหน่งข้าราชการ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บราชกิจจานุเบกษา หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน!

สุดท้าย กรณี โปรดเกล้าฯ “สายวริน ลาภไภูลย์พงศ์” เป็นพยาบาล (สบ 6) และพระราชทานยศ พล.ต.ต.หญิง สะท้อนถึงความโปร่งใสในระบบราชการไทยที่เราควรภาคภูมิใจ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ “สายวริน ลาภไพบูลย์พงศ์” เป็นพยาบาล (สบ 6) และพระราชทานยศ พล.ต.ต.หญิง

สกอตแลนด์ พบ อิสราเอล สองนัด ปิดสนามในฮังการี

สกอตแลนด์ พบ อิสราเอล สองนัด ปิดสนามในฮังการี กำลังจะเป็นแมตช์ที่น่าจับตามองสำหรับแฟนฟุตบอลหญิงเลยนะครับ ทีมสกอตแลนด์หญิงของเมลิสซ่า อันเดรอตต้า จะปิดฉากรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกหญิงด้วยการลงสนามสองนัดติด ๆ กันกับอิสราเอล ที่สนามกลาง Bozsik Arena ในกรุงบูดาเปสต์ ฮังการี แบบไม่มีผู้ชมเข้าไปเชียร์

นัดแรกจะเตะวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน เวลา 17:00 BST หรือประมาณเที่ยงคืนบ้านเรา ส่วนนัดสองปิดท้ายกรุ๊ป B4 วันอังคารที่ 9 มิถุนายน เวลา 18:00 สกอตแลนด์ตอนนี้ยังไม่แพ้ใคร 领็อปกรุ๊ปด้วยประตูได้เสีย และตีตั๋วเพลย์ออฟเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่มาเก็บแต้มปิดฤดูกาลให้สวยงาม

สกอตแลนด์ พบ อิสราเอล สองนัด ปิดสนามในฮังการี ทำไมต้องที่ฮังการี?

ยูฟ่า สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป ห้ามจัดการแข่งขันในอิสราเอลด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้ฮังการีกลายเป็นบ้านชั่วคราวของทีมชาติอิสราเอลทั้งชายและหญิงไปแล้ว ก่อนหน้านี้ สกอตแลนด์เคยเจออิสราเอลในรอบคัดเลือกยูโร 2025 ที่บูดาเปสต์ ก็ถล่มชนะ 5-0 ไปเลย ส่วนนัดรีเทิร์นที่แฮมป์เดน สกอตแลนด์ชนะ 4-1 แบบปิดสนาม แต่เกือบล่าช้าเพราะมีผู้ประท้วงล่ามโซ่ติดเสาโกล

สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์บอกว่าการเล่นทั้งสองนัดที่สนามกลางนี้ สอดคล้องกับทีมอื่นในกรุ๊ป B4 อิสราเอลเล่นนัดแรก ๆ ที่ Budaorsi Stadion แบบปิดสนามเหมือนกัน แต่คราวนี้ย้ายมาที่ Bozsik Arena ซึ่งเคยใช้เล่นเพลย์ออฟยูโรกับฮังการี

สกอตแลนด์ พบ อิสราเอล สองนัด ปิดสนามในฮังการี มีดราม่าอะไรบ้าง

สมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ยังไม่ชี้แจงชัดว่าทำไมไม่เล่นนัดเหย้าที่สกอตแลนด์ แต่ยืนยันว่าเป็นไปตามกฎ อันเดรอตต้า โค้ชชาวออสเตรเลีย หวังพาทีมไปฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 หลังพลาดยูโร 3 สมัยติด

เรื่อง boycott ก็เป็นประเด็นใหญ่ เหมือนกรณีไอร์แลนด์ที่ถามยูฟ่าว่าปฏิเสธลงเล่นจะโดนอะไรบ้าง คำตอบคือเสี่ยงโดนตัดสิทธิ์เลย เลยยอมเล่น แม้เจมส์ แม็คคลีน จะด่า FAI ว่าขาดความกล้า สกอตFA บอกว่าปฏิเสธเล่นจะเสียแต้มทั้งสองนัด กระทบโอกาสทีมหญิง พวกเขายังออกแถลงการณ์แสดงความเห็นใจสถานการณ์ในกาซา แต่ต้องปฏิบัติตามกฎฟีฟ่าและยูฟ่า

ฟุตบอลหญิงสกอตแลนด์กำลังมาแรง ทีมนี้มีนักเตะเก่ง ๆ อย่างเอมิลี่ ไวท์ หรือลิซ คัมเบลล์ ที่ช่วยทีมลุ้นเพลย์ออฟ แม้จะปิดสนามแต่แฟน ๆ สามารถติดตามถ่ายทอดสดได้ สกอตแลนด์ พบ อิสราเอล สองนัด ปิดสนามในฮังการี น่าจะเป็นโอกาสทดลองตัวผู้เล่นใหม่ ๆ ก่อนเพลย์ออฟใหญ่

สถานการณ์โลกทำให้ฟุตบอลต้องปรับตัว แต่สปิริตนักเตะยังคงเดิม สกอตแลนด์มีโอกาสคว้าชัยทั้งสองนัดเพื่อปิดกรุ๊ปให้สมบูรณ์แบบ คุณคิดว่าทีมสกอตแลนด์จะทำได้มั้ย? ติดตามข่าวฟุตบอลหญิงและเชียร์ทีมที่คุณรักไปด้วยกัน!

นี่คือ insight จากผม: การเล่นปิดสนามอาจช่วยลดแรงกดดัน แต่สกอตแลนด์ที่ฟอร์มดีอยู่แล้วน่าจะผ่านฉลุย ชวนแฟน ๆ มาอ่านข่าวอัปเดตฟุตบอลหญิงเพิ่มเติมที่นี่นะครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ

อุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนนที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ ทำให้รถบรรทุกหยุดกะทันหัน และรถทัวร์ที่ขับตามมาทำเบรกไม่ทัน พุ่งเสยท้ายอย่างแรง ส่งผลให้รถทัวร์ตกข้างทางและชนเพิงพักร้านขายอึ่ง มีผู้บาดเจ็บรวม 32 ราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.57 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2567 บริเวณถนนเส้น 304 (ปักธงชัย – วังน้ำเขียว) หลักกิโลเมตร 244 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

กระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ

ลำดับเหตุการณ์กระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์ อุบัติเหตุนี้เป็นแบบซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รถกระบะสีดำทะเบียน ยค 4574 ขอนแก่น เสียหลักลื่นไถลไปชนเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนน จนเสาหักโค่นล้มขวางทางพอดี ขณะนั้นรถบรรทุกของเหลว 18 ล้อ ทะเบียน 64-8735 กรุงเทพมหานคร ขับสวนทางมาจากฝั่งวังน้ำเขียว เสาไฟที่หักเข้าไปติดใต้ท้องรถ ทำให้รถบรรทุกหยุดนิ่งทันที ไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อได้

รถทัวร์โดยสารสายระยอง-พัทยา-อุบลราชธานี ทะเบียนอุบลราชธานี ซึ่งขับตามหลังรถบรรทุกมาใกล้เกินไป เบรกไม่ทันถนนเปียกชื้น จึงพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอย่างรุนแรง ก่อนเสียหลักแฉลบลงข้างทาง ไปเฉี่ยวชนเพิงพักร้านขายอึ่งจนพังยับ พนักงานขับรถทัวร์นายสุนธร สิมอุด ถูกอัดติดในรถ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือ ส่งผลให้ผู้โดยสารบาดเจ็บ 30 ราย แม่ค้าขายอึ่งบาดเจ็บอีก 2 ราย รวม 32 ราย โดย 3 รายศีรษะแตกบาดเจ็บปานกลาง อีก 29 รายบาดเจ็บเล็กน้อย ทุกคนถูกส่งโรงพยาบาลวังน้ำเขียวทันที

รถทัวร์พุ่งเสยหลังกระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ

สถานที่เกิดเหตุและการช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนเส้น 304 ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องทางโค้งและลาดชัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน และกู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือทันที พ.ต.อ.สมหมาย พิศุทธิ์เศรษฐ์ศิริ ผกก.สภ.อุดมทรัพย์ สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้ขับขี่และพยาน รวบรวมแผนที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ภาพอุบัติเหตุกระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ

สาเหตุที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุกระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ

แม้เจ้าหน้าที่จะยังสอบสวนอยู่ แต่จากลักษณะเหตุ สาเหตุหลักน่าจะมาจากถนนลื่นหลังฝนตก ประกอบกับความเร็วสูงในทางโค้ง รถกระบะเสียหลักง่าย โดยเฉพาะหากยางรถเสื่อมหรือไม่เช็คสภาพรถ นอกจากนี้ระยะห่างระหว่างรถไม่เพียงพอ ทำให้รถทัวร์หยุดไม่ทัน สร้างห่วงโซ่อุบัติเหตุ

ปัจจัยเสี่ยงบนถนน 304

  • ทางโค้งและลาดชันมาก
  • เกาะกลางถนนมีเสาไฟฟ้าเสี่ยงหักล้ม
  • รถบรรทุกหนักวิ่งเยอะ โดยเฉพาะของเหลวที่ทรงตัวยาก
  • รถโดยสารทัวร์มักแซงหรือขับชิด
  • สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ฝนตกถนนลื่น

คำแนะนำป้องกันอุบัติเหตุแบบนี้

เพื่อไม่ให้เกิดกระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อซ้ำ ผู้ใช้รถใช้ถนนควรปฏิบัติตามนี้

  • เช็คสภาพรถก่อนเดินทาง: ยาง ลมเบรก ระบบช่วงล่าง โดยเฉพาะรถกระบะและ 18 ล้อ
  • รักษาระยะห่างปลอดภัย: อย่างน้อย 3-4 วินาที โดยเฉพาะรถใหญ่
  • ลดความเร็วในทางโค้ง: ถนน 304 มีป้ายเตือนชัดเจน
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์: ขับรถต้องจดจ่อ 100%
  • เช็คพยากรณ์อากาศ: ถ้าฝนตก ให้ชะลอความเร็วเพิ่ม

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ชัดเจนว่าการขับรถต้องมีวินัยและระมัดระวังเสมอ โดยเฉพาะเส้นทางเสี่ยงอย่างถนน 304 หากทุกคนช่วยกันปฏิบัติตามกฎจราจร เราจะลดอุบัติเหตุได้มาก ช่วยแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ และครอบครัวด้วยนะครับ หรือคอมเมนต์ประสบการณ์ของคุณด้านล่าง!

ที่มา – กระบะชนเสาไฟ หักโค่นติดใต้ท้องรถ 18 ล้อ รถทัวร์ตามมาเบรกไม่ทัน พุ่งเสยท้ายเจ็บระนาว

เชลซีจะรีบิลด์ทีมสำหรับ WSL ฤดูกาลหน้าอย่างไร?

เชลซีจะรีบิลด์ทีมสำหรับ WSL ฤดูกาลหน้าอย่างไร?

เป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดมากสำหรับเชลซี ในขณะที่เหลืออีกแค่หนึ่งนัดใน Women’s Super League (WSL) แต่ไม่มีถ้วยรางวัลอะไรให้ลุ้นเลย

สิงห์บลูกำลังมุ่งหน้าสู่ฤดูกาลที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2018-19 สิ้นสุดการครองแชมป์ WSL 6 ปีติดต่อกันแล้ว

ต่างจากฤดูกาลที่แล้วที่พวกเขาคว้าถ้วยในประเทศทั้ง 3 รายการ แถมยังไม่แพ้ใครเลย

ฤดูกาลนี้ พวกเขาแพ้เอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เพิ่งคว้าแชมป์ WSL ไป และตกรอบแชมเปียนส์ลีกให้อาร์เซนอล

แล้วอนาคตของเชลซีจะเป็นยังไงล่ะ? วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองว่า เชลซีจะรีบิลด์ทีมสำหรับ WSL ฤดูกาลหน้าอย่างไร

ตำแหน่งงานของโซเนีย บอมปาสเตอร์กำลังถูกคุกคามหรือ?

ฤดูกาลแรกของกุนซือโซเนีย บอมปาสเตอร์สุดยอดมาก แต่ปีนี้กลับตีกลับสู่ความจริงแบบหนักๆ

แหล่งข่าวในสโมสรยืนยันว่าตำแหน่งของเธอยังปลอดภัย แม้แฟนบอลจะเริ่มหงุดหงิด

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังพ่ายแมนฯ ซิตี้ 1-5 แบบน่าอาย เธอบอกว่าถ้าบอร์ดคิดว่าต้องเปลี่ยน เธอพร้อมไป

แต่สโมสรหนุนหลังเธอเต็มที่ แถม 5 วันหลังจากนั้น ยังประกาศต่อสัญญาถึงปี 2030 เลย

การต่อสัญญานี้เตรียมมานาน แต่จังหวะประกาศนี่แหละที่สำคัญ

เดือนถัดมา เชลซีคว้า Women’s League Cup ชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้

บอมปาสเตอร์ที่เคยคุมลียง มีประวัติการทำงานยอดเยี่ยม แม้ฤดูกาลนี้จะน่าผิดหวัง แต่มีปัจจัยภายนอกหลายอย่าง

เธอบ่นเรื่องความลึกของทีมบ่อยๆ ไม่เหมือนปีที่แล้ว เพราะบาดเจ็บเยอะและซื้อนักเตะน้อย

จาก 5 คนที่ซื้อซัมเมอร์ มีแค่เอลลี่ คาร์เพนเตอร์กับอลิสซ่า ธอมป์สันที่เป็นตัวจริง ส่วนยิมวินเตอร์ไม่มีเพิ่ม

ลอเรน เจมส์ฟิตไม่เต็มร้อยจนครึ่งหลัง แซม เคอร์ร์กลับจาก ACL สองปี และเมย์ร่า รามิเรซไม่ลงเล่นเลย

ยังมีนาตาลี บิยอร์น, ไนม์ ชาร์ลส์ และแอ๊กกี้ บีเวอร์-โจนส์ บาดเจ็บด้วย แถมพอล กรีน หัวหน้าทีมหญิงลาออกหลัง 13 ปี

ฤดูกาลนี้มีดราม่าอะไรบ้าง?

ความกดดันทำให้บอมปาสเตอร์เครียด จนระเบิดออกมาบ้าง

หลังพ่ายซิตี้ 1-5 เธอพูดถึง depth และขัดแย้งกับบอร์ดครั้งแรก

หลังชนะท็อตแน่ม 2-0 เธอยังเด็ดเดี่ยวแต่ยอมรับว่ายากลำบากส่วนตัว

แพ้อาร์เซนอล 1-3 ใน UCL เธอโมโหผู้ตัดสินมาก

เลกสองโดนแดงเพราะเถียงเรื่องดึงผมธอมป์สัน แถมโชว์คลิปในสัมภาษณ์ BBC

เธอไม่แก้ตัว บอกฤดูกาลนี้ไม่ดีพอ

“ทุกทีมพยายามไล่ตามเรา ฤดูกาลนี้เรายังไม่ถึงเป้า ผมให้ clarity ว่าต้องการ 4 ถ้วย ถ้าไม่ได้ก็ตั้งคำถามได้”

เธอมองฤดูกาลนี้เป็น transitional และเล็งคว้าคาดิย่า ชอว์ฟรีซัมเมอร์นี้

“เราจะรีวิวแล้ววางแผน เชลซีจะรีบิลด์ทีมสำหรับ WSL ฤดูกาลหน้าอย่างไร ด้วยความทะเยอทะยาน”

อนาคตเชลซีจะเป็นยังไง? เชลซีจะรีบิลด์ทีมสำหรับ WSL ฤดูกาลหน้าอย่างไร?

การเสริมทัพและโครงสร้างใหม่

บอร์ดมองบอมปาสเตอร์เป็นเทคติเซียนชั้นนำ

การปลดกรีนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาใน WSL ที่แข่งขันสูง

ฟิล แรดลีย์ ผู้อำนวยการกีฬาหญิงคนใหม่ มีประสบการณ์ทั้งชายและหญิง พูดหลายภาษา ช่วยให้บอมปาสเตอร์โฟกัสสนาม

อากิ มันธาร์ และทีมช่วยเรื่อง招募

ฤดูกาลหน้าจะเล่น WSL เห主場ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ทั้งหมด เริ่มยุคใหม่

เพื่อ เชลซีจะรีบิลด์ทีมสำหรับ WSL ฤดูกาลหน้าอย่างไร พวกเขาต้องเพิ่ม depth ซื้อสตาร์ดัง ลดบาดเจ็บ และ unity ทีม

ด้วยบอมปาสเตอร์และโครงสร้างใหม่ เชลซีกำลังมุ่งสู่การกลับมาครอง WSL อีกครั้ง

คุณคิดว่าเชลซีจะทำได้มั้ย? ติดตามข่าวฟุตบอลหญิง WSL กับเราต่อไปนะ แล้วอย่าลืมคอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เฟลิก ขยายสัญญากับบาร์เซโลนา

เฟลิก ขยายสัญญากับบาร์เซโลนา จนถึงปี 2028! ข่าวดีสุดๆ สำหรับแฟนบอลบาร์ซ่าทุกคนเลยนะครับ

หลังจากที่ทีมบาร์เซโลนาเพิ่งคว้าแชมป์ลาลีกา สมัยที่ 29 มาหมาดๆ จากชัยชนะเหนือเรอัล มาดริดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โค้ชฮันซี่ เฟลิก วัย 61 ปี ชาวเยอรมัน ก็ประกาศข่าวดีต่อเนื่องทันที โดยตกลงขยายสัญญากับสโมสรจนถึงปี 2028 พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี ทำให้แฟนๆ ยิ้มแก้มปริเพราะมั่นใจในฝีมือของกุนโดนีคนนี้มาก

เฟลิกที่เข้ามารับช่วงต่อจากชาบีในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 นี่แหละครับ พาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก และยังพาเหมาะคว้าโคปา เดล เรย์มาด้วย ตอนนี้บาร์ซ่ามีโอกาสปิดฤดูกาลด้วยคะแนน 100 แต้มเลยนะ เพราะเหลือแข่งอีกแค่ 3 นัดเท่านั้น สุดยอดมาก!

เฟลิก ขยายสัญญากับบาร์เซโลนา: รายละเอียดสำคัญ

“ผมดีใจมากเลยครับ” เฟลิกกล่าว “สโมสรให้ความมั่นใจกับผมและทีมสต๊าฟให้ทำงานต่อไปอีก 1-2 ปี” เดิมทีเขามีสัญญาถึงฤดูกาลหน้า แต่คราวนี้ขยายเพิ่มเป็น 2 ปี พร้อมออปชั่น ทำให้รวมเป็น 3 ปีได้หากทุกอย่างไปได้สวย

เฟลิกยังบอกอีกว่าที่บาร์ซ่าชอบทำสัญญาระยะสั้นแบบนี้ดีแล้ว ไม่ยาวเว่อร์ 3-5 ปีแบบที่โค้ชอื่นๆ ชอบ เพราะทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ตัดสินใจใหม่ได้ “เราจะไปถึง 2028 แล้วค่อยดู ถ้าทุกอย่างดี เราขยายต่อได้ สโมสรมีสิทธิ์ ผมมีสิทธิ์ ดีทั้งคู่เลย” เขาพูดแบบนี้แหละครับ

เส้นทางสู่วิถีโค้ชของฮันซี่ เฟลิก

ก่อนมาบาร์ซ่า เฟลิกเคยคุมบาเยิร์น มิวนิค ช่วง 2019-2021 คว้าแชมป์บุนเดสลีก้า 2 สมัย ชปล. และคัพเวิลด์คัพปี 2020 หลังจากนั้นไปคุมทีมชาติเยอรมนี 2 ปี ก่อนมาที่คัมป์นู นี่คือโค้ชระดับโลกจริงๆ

น่าเสียดายช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พ่อของเฟลิกเสียชีวิต แต่เขายังพาทีมชนะและสโมสรจัดไว้อาลัยนาทีเงียบก่อนเกม สปิริตดีมาก แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของเขา

ผลงานเด่นของบาร์ซ่าฤดูกาลนี้

บาร์เซโลนาคว้าแชมป์ลาลีกาด้วยคะแนนนำโด่ง 3 นัดก่อนจบฤดูกาล นี่คือฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่เฟลิกพาชนะลีกสเปน แฟนๆ บาร์ซ่าต้องขอบคุณเขาที่พาทีมกลับมาท็อปฟอร์ม หลังจากช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยดี

  • แชมป์ลาลีกา สมัยที่ 29
  • แชมป์โคปา เดล เรย์
  • โอกาส 100 แต้มในลีก
  • ฟอร์มการเล่นเพรี้ยงสุดๆ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การตัดสินใจให้เฟลิก ขยายสัญญากับบาร์เซโลนา ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ทีมมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่บาร์ซ่ากำลังฟื้นตัวทางการเงินและฟอร์มทีม การมีโค้ชเก๋าเกมอย่างเฟลิกรับประกันความสำเร็จในอนาคตได้เลยครับ แฟนบอลอย่างเราคงตั้งตารอฤดูกาลหน้าที่เขาจะพาบาร์ซ่าลุยชปล. แบบเต็มสูบ!

คุณคิดยังไงกับข่าวนี้? คิดว่าเฟลิกจะพาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ยูฟ่าหรือเปล่า? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ ติดตามข่าวฟุตบอลอัปเดตทุกวันที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

โอนีลล์ปฏิเสธงานแบล็คเบิร์นเพื่ออยู่กับไอร์แลนด์เหนือ

โอนีลล์ปฏิเสธงานแบล็คเบิร์นเพื่ออยู่กับไอร์แลนด์เหนือ นี่คือข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลเลยนะครับ! ไมเคิล โอนีลล์ โค้ชชื่อดังวัย 56 ปี ตัดสินใจไม่รับตำแหน่งกุนซือถาวรของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส แต่เลือกที่จะอยู่ต่อกับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือแทน

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โอนีลล์ได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือชั่วคราวของแบล็คเบิร์น จนจบฤดูกาล 2025-26 โดยเขาทำหน้าที่ควบคู่กับตำแหน่งโค้ชทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ในช่วงนั้น เขาคุมทีมลงแข่ง 15 นัด ชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 5 ช่วยให้ทีมรอดจากการตกชั้นได้อย่างหวุดหวิด โดยจบอันดับ 20 ในลีกรองอังกฤษ

ตลอดเวลาที่รับผิดชอบสองทีม โอนีลล์เคยย้ำหลายครั้งว่าสุดท้ายแล้วเขาจะต้องเลือกทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถทำทั้งคู่แบบถาวรได้ ล่าสุดหลังจากหารือกับสโมสร แบล็คเบิร์นออกแถลงการณ์ว่า “หลังจากการสนทนากับสโมสร ไมเคิลตัดสินใจยึดมั่นในความมุ่งมั่นระยะยาวกับตำแหน่งโค้ชทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ โดยมุ่งเน้นนำทีมสู่การลุ้นตั๋วยูโร 2028”

โอนีลล์ปฏิเสธงานแบล็คเบิร์นเพื่ออยู่กับไอร์แลนด์เหนือ: เหตุผลลึกๆ คืออะไร?

การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่สำหรับแฟนบอลที่ติดตามเส้นทางของโอนีลล์ เขามีประวัติศาสตร์อันยาวนานกับทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ นับสองสมัยที่คุมทีม เขาคว้าชัยชนะ 38 นัด เสมอ 23 แพ้ 43 และที่สำคัญคือพาทีมไปยูโร 2016 ได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์!

ตอนนี้โอนีลล์มุ่งเป้าไปที่การพาทีมกลับสู่เวทีใหญ่ยูโร 2028 ซึ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับแฟนบอลไอริช ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าเขาทำได้อีกครั้ง มันจะเป็นตำนานที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน

โอนีลล์ปฏิเสธงานแบล็คเบิร์นเพื่ออยู่กับไอร์แลนด์เหนือ ทำให้อนาคตทีมชาติสดใส

โอนีลล์ยังได้ให้สัมภาษณ์ขอบคุณสโมสรแบล็คเบิร์นว่า “แบล็คเบิร์น โรเวอร์สคือสโมสรฟุตบอลประวัติศาสตร์ มีประเพณีที่ยิ่งใหญ่และแฟนบอลที่เต็มไปด้วย passion ผมสนุกมากกับการทำงานร่วมกับนักเตะ สตาฟฟ์ และทุกคนในสโมสร” แต่สุดท้ายเขาย้ำว่า “หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ผมตัดสินใจว่าจุดมุ่งหมายระยะยาวต้องอยู่กับไอร์แลนด์เหนือ และการลุยแคมเปญยูโรข้างหน้า ขอบคุณเจ้าของทีม คณะกรรมการ สตาฟฟ์ นักเตะ และแฟนบอลสำหรับการต้อนรับและสนับสนุน”

มาดูสถิติโดยรวมของโอนีลล์กับไอร์แลนด์เหนือกันครับ เขาเปลี่ยนทีมจากทีมเล็กให้กลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ได้ในเวทีใหญ่ ฤดูกาลล่าสุด แม้จะต้องแบ่งเวลาไปคุมแบล็คเบิร์น แต่ทีมชาติยังคงแสดงฟอร์มที่น่าพอใจ

  • ชนะ 38 นัด จากการคุมสองสมัย
  • เสมอ 23 นัด
  • แพ้ 43 นัด
  • พายูโร 2016 สำเร็จ

สำหรับแบล็คเบิร์น การเสียโอนีลล์อาจเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่พวกเขาก็รอดตกชั้นได้ และตอนนี้ต้องหาโค้ชใหม่เพื่อลุยฤดูกาลหน้า ในขณะที่แฟนบอลไอร์แลนด์เหนือคงดีใจสุดๆ กับการตัดสินใจนี้

ส่วนตัวผมคิดว่า โอนีลล์ปฏิเสธงานแบล็คเบิร์นเพื่ออยู่กับไอร์แลนด์เหนือ เป็นการเลือกที่ถูกต้องแล้ว เพราะทีมชาติคือความฝันและมรดกของเขา การทุ่มเทให้ทีมชาติจะสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ไอริชรุ่นใหม่ได้มากมาย อนาคตของทีมชาติดูสดใสแน่นอน!

คุณคิดยังไงกับการตัดสินใจนี้? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิครับ และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลโลกที่นี่เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เวลส์มั่นใจเบลลามี่จะอยู่ต่อท่ามกลางข่าวเบิร์นลีย์

เวลส์มั่นใจเบลลามี่จะอยู่ต่อท่ามกลางข่าวเบิร์นลีย์

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการฟุตบอลเวลส์กันนะ เวลส์มั่นใจเบลลามี่จะอยู่ต่อท่ามกลางข่าวเบิร์นลีย์ จริงๆ แล้ว สมาคมฟุตบอลเวลส์ (FAW) กำลังมั่นใจสุดๆ ว่าเครก เบลลามี่ จะยังคงเป็นโค้ชทีมชาติชายต่อไป แม้ว่าจะมีข่าวลือจากเบิร์นลีย์ที่กำลังมองหาโค้ชใหม่หลังจากสก็อตต์ พาร์กเกอร์ ลาออกไปแล้วก็ตาม

เบลลามี่ วัย 46 ปี เคยเป็นผู้ช่วยโค้ชของวินเซนต์ คอมพานี ที่เบิร์นลีย์มาก่อน ตอนที่อดีตเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ซิตี้คุมทีมแคลเร็ตส์อยู่ เขารู้จักสโมสรนี้ดีเลยทีเดียว แม้เบิร์นลีย์จะยังไม่ได้ติดต่ออย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่ามีการคุยกันแบบไม่เป็นทางการแล้ว และ FAW ก็ได้คุยยาวๆ กับเบลลามี่ จนมั่นใจว่าเขาจะอยู่จนครบสัญญาในปี 2028

เวลส์มั่นใจเบลลามี่จะอยู่ต่อท่ามกลางข่าวเบิร์นลีย์

เหตุผลหลักเลยคือ เบลลามี่อยากพาเวลส์ไปลุยยูโร 2028 ที่เวลส์เป็นเจ้าภาพร่วมกับอังกฤษ สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ มันเป็นความฝันของเขาเลยนะเพื่อนๆ ตั้งแต่เข้ามาคุมทีมชาติในเดือนกรกฎาคม 2024 ด้วยสัญญา 4 ปี เบลลามี่ทำได้ดีมาก เริ่มต้นด้วย 9 นัดไม่แพ้ ขึ้นสู่ลีก A ในเนชันส์ ลีก และเปลี่ยนสไตล์การเล่นให้ดุดันบุกแหลก!

แต่ก็มีดราม่านิดหน่อย ในรอบคัดเลือกบอลโลก 2026 พลาดเพราะแพ้เบลเยียมสองนัด แล้วก็ตกรอบเพลย์ออฟเซมิกับบอสเนียฯ ที่บ้าน แต่โดยรวมแล้ว เขาทำให้แฟนๆ เวลส์ตื่นเต้นมาก แม้เบลลามี่จะเคยบอกว่าอยากลองคุมสโมสรใหญ่ๆ แต่ FAW ก็มีหลักประกันนะ มีคลอสปล่อยตัวที่ต้องจ่ายอย่างน้อย 700,000 ปอนด์ ถ้าจะดึงตัวไป

คู่แข่งอื่นๆ และอนาคตของเบลลามี่

นอกจากเบิร์นลีย์แล้ว ยังมีข่าวว่าสตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตเพื่อนลิเวอร์พูล ก็ถูกโยงกับตำแหน่งนี้ รวมถึงไบรอัน แบร์รี่-เมอร์ฟี่ โค้ชคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ด้วย แต่ FAW มองว่าเบลลามี่จะอยู่ต่อแน่ๆ เพื่อนๆ ล่ะ คิดยังไงกับเรื่องนี้?

  • เบลลามี่พาเวลส์ไม่แพ้ 9 นัดแรก – สุดยอด!
  • สไตล์บุกแหลก เปลี่ยนภาพลักษณ์ทีมชาติ
  • เป้าหมายยูโร 2028 – อย่าปล่อยโค้ชคนนี้ไป!
  • คลอสปล่อยตัวปกป้อง FAW ไว้ได้

ส่วนตัวผมคิดว่า เวลส์มั่นใจเบลลามี่จะอยู่ต่อท่ามกลางข่าวเบิร์นลีย์ นี่แหละถูกต้องแล้ว เพราะเขากำลังสร้างทีมที่แข็งแกร่ง และการเป็นโค้ชทีมชาติคือโอกาสทองที่จะพาประเทศบ้านเกิดไปไกล ถ้าเขาย้ายไปเบิร์นลีย์ตอนนี้ เวลส์อาจเสียหายหนัก ลองนึกภาพยูโร 2028 ที่เวลส์เป็นเจ้าภาพสิ มันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน!

แฟนบอลเวลส์อย่างเราคงต้องเอาใจช่วยให้เบลลามี่อยู่ต่อ และช่วยกันสนับสนุนทีมชาติให้มากขึ้น ถ้าคุณมีมุมมองยังไง คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยล่ะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ