วัน: 15 พฤษภาคม 2026

นายกฯ ขยายผลใบชมพู ‘หมิง เฉิน ซัน’ ใช้ ปปง. สอบเงิน

ในช่วงที่การทุจริตเรื่องที่ดินกำลังเป็นประเด็นร้อน นายกรัฐมนตรี ขยายผลขบวนการออกใบชมพูให้ “หมิง เฉิน ซัน” ใช้กลไก ปปง. สอบเส้นทางเงิน ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนจับตามอง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเหตุการณ์นี้แบบเป็นกันเอง พร้อมวิเคราะห์ว่ามันหมายถึงอะไรต่อสังคมไทย

นายกรัฐมนตรี ขยายผลขบวนการออกใบชมพูให้ “หมิง เฉิน ซัน” ใช้กลไก ปปง. สอบเส้นทางเงิน

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงคดีจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตออกใบสีชมพู หรือโฉนดที่ดินให้กับนายหมิง เฉิน ซัน ชาวจีนซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธสงครามและระเบิดแรงสูง นายกฯ ยืนยันว่าจะขยายผลไปยังขบวนการใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ โดยไม่มีใครรอดพ้นหากมีส่วนเกี่ยวข้อง

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ใบสีชมพู คืออะไร? มันคือเอกสาร “นส.4-01” หรือใบรับคำขอสิทธิทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ซึ่งมักถูกใช้ในการบุกรุกที่ดินสาธารณะ หากเจ้าหน้าที่รัฐออกให้กับบุคคลที่ไม่สมควร ก็เท่ากับช่วยเหลือการยึดที่ดินผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติอย่างหมิง เฉิน ซัน ที่ถูกจับพร้อมอาวุธหนัก ทำให้เชื่อมโยงไปถึงขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ

คำแถลงเด็ดขาดจากนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี ระบุชัดว่า จะไล่จับและขยายผลต่อเนื่อง เพราะเป็นขบวนการขนาดใหญ่ นายอำเภอในพื้นที่เชียงดาวถูกสั่งย้ายออกไปแล้ว และหากเรื่องไปถึงใคร ใครก็โดน นายกฯ ยังขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ประนีประนอมกับความผิดทุกประเภท ไม่ว่าจะบุกรุกที่ดิน ยาเสพติด บ่อนพนัน ฟอกเงิน หรือสแกมเมอร์

ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง รัฐบาลได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทำให้การจับกุมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกมีอิสระในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้คดีต่างๆ ได้รับการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว

กลไก ปปง. เข้าสู่สนามสอบเส้นเงิน

ที่น่าสนใจคือ การใช้อำนาจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ต่างๆ เช่น นายอำเภอ ตำรวจ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและภูเก็ต ที่อาจเกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่ดิน นายกรัฐมนตรี ชี้ว่า นี่คือการแสดงความตั้งใจเอาจริง ไม่ใช่แค่ลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตั้งแต่ปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าฯ หากพบผิดก็ดำเนินคดีทั้งหมด

หากใครบริสุทธิ์ก็ไม่ต้องกังวล แต่ต้องมีกระบวนการสอบสวนเพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม โดยไม่มีข้อยกเว้น

  • หลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม”: นายกฯ ย้ำว่าไม่สนชื่อเสียงหรือความสัมพันธ์ ตัดสินจากพฤติกรรมผิดกฎหมายเท่านั้น
  • ลั่นยังไม่จบ: ขบวนการนี้ใหญ่โต และจะไม่หยุดแค่คดีเดียว
  • กวาดล้างข้าราชการสีเทา: ไม่ใช่แค่ยุคนี้ แต่ต้องทำต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรี ขยายผลขบวนการออกใบชมพูให้ “หมิง เฉิน ซัน” ใช้กลไก ปปง. สอบเส้นทางเงิน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังมุ่งปราบปรามอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ผลกระทบต่อสังคมและข้าราชการ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ประชาชนมั่นใจในระบบยุติธรรมมากขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงข้าราชการทุกคนที่อาจคิดทำผิด ด้วยการตรวจสอบเส้นเงินผ่าน ปปง. ทำให้ยากต่อการซุกซ่อนทรัพย์สินผิดกฎหมาย ในอดีตหลายคดีมักหยุดอยู่แค่ระดับท้องถิ่น แต่ครั้งนี้ขยายไปถึงระดับสูงกว่า

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับปัญหาชาวต่างชาติบุกรุกที่ดินในภาคเหนือและใต้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากยาเสพติดหรือคอลเซ็นเตอร์ รัฐบาลจึงใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อปกป้องทรัพยากรชาติ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การทุจริตเรื่องที่ดินทำให้ประชาชนสูญเสียที่ดินทำกินมานับไม่ถ้วน หากรัฐบาลสามารถกวาดล้างได้สำเร็จ จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น

ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ที่แสดงศักยภาพในการต่อสู้กับคอร์รัปชัน แม้จะเจอแรงต้าน แต่ความเด็ดขาดแบบนี้คือสิ่งที่สังคมต้องการ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? รัฐบาลจะทำได้จริงหรือไม่? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

นายกรัฐมนตรี ขยายผลขบวนการออกใบชมพูให้ “หมิง เฉิน ซัน” ใช้กลไก ปปง. สอบเส้นทางเงิน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิม

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ขยายผลขบวนการออกใบชมพูให้ “หมิง เฉิน ซัน” ใช้กลไก ปปง. สอบเส้นทางเงิน

วงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน

วงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน เป็นภาพที่สร้างความฮือฮาในแวดวงเศรษฐกิจไทย เมื่อนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จัดการประชุมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเหล่าซีอีโอบิ๊กธุรกิจชั้นนำของประเทศ ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ยิ้มแย้มทักทายกันอย่างอบอุ่น โดยนายกฯ นั่งหัวโต๊ะตรงกลาง ขณะที่นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และนายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการบริษัทสหพัฒนพิบูล (สหพัฒน์) นั่งประกบข้างซ้ายขวาแบบใกล้ชิดสุดๆ

วงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน

วงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน

การประชุมครั้งนี้มีธีมหลักคือ “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” นายกฯ อนุทิน ย้ำชัดว่ารัฐบาลและภาคเอกชนต้องเดินไปด้วยกันในทิศทางเดียว เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องเทคโนโลยี การเงินระหว่างประเทศ และสิ่งแวดล้อม รัฐบาลพร้อมลดอุปสรรค เช่น กฎระเบียบซ้ำซ้อน ขั้นตอนอนุญาตยุ่งยาก ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสมัยใหม่ และผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว

นายกฯ กล่าวอย่างเป็นกันเองว่า “ในวงนี้ไม่มีหัวโต๊ะ ทุกคนคือหัวโต๊ะ” และเชิตรัฐมนตรีมานั่งแซมด้วย เพื่อรับฟังตรงๆ จากผู้ประกอบการ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ กว่า 35 คน นอกจากนี้ยังเล่าประสบการณ์จากประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ ที่ไทยผลักดันพลังงานสะอาด ความมั่นคงทางอาหาร และโลจิสติกส์ โดยย้ำว่าไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางอาเซียน รัฐพร้อมอำนวยความสะดวก ไม่ยึดติดกฎเก่าๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยุติธรรม

ภาพการประชุมวงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน

ประเด็นสำคัญจากวงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน

  • ลดต้นทุนธุรกิจ: แก้กฎระเบียบซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนอนุญาต
  • พัฒนาแรงงาน: เพิ่มทักษะให้สอดคล้องอุตสาหกรรม 4.0
  • อุตสาหกรรมสีเขียว: สนับสนุนพลังงานสะอาดและความยั่งยืน
  • ขยายตลาด: ใช้โอกาสอาเซียนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
  • เพิ่มการจ้างงาน: สร้างรายได้ให้ประชาชน

หลังประชุมตอน 17.00 น. มีการถ่ายภาพหมู่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เวลา 18.00 น. และนายกฯ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำที่ตึกสันติไมตรี เวลา 19.00 น. พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคน โดยย้ำว่า “ถ้ายังไม่หนำใจ ไปทานข้าวเย็นกัน รัฐบาลเป็นเจ้ามือ” แสดงถึงความใกล้ชิดและจริงจัง

นายกฯ อนุทินกับเจ้าสัวในวงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา

การชูธง “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ครั้งนี้ นายกฯ อนุทินให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า พร้อมนำข้อเสนอไปต่อยอด เพื่อขยายกิจการ สร้างความมั่งคั่ง และเศรษฐกิจยั่งยืน โดยรัฐบาลจะไม่ทำนโยบายเดี่ยวๆ แต่สอบถามภาคเอกชนก่อนเสมอ

ภาพเพิ่มเติมวงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน

ในมุมมองของผม การประชุมนี้เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่ารัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับภาคเอกชนตัวจริง ไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น หากคุณเป็นนักธุรกิจหรือสนใจข่าวเศรษฐกิจ ลองติดตามดูว่าข้อเสนอเหล่านี้จะกลายเป็นนโยบายจริงเมื่อไหร่ แล้วคุณคิดว่าประเทศไทยจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – วงบิ๊ก CEO “เจ้าสัวซีพี-เจ้าสัวสหพัฒน์” นั่งประกบซ้าย-ขวา นายกฯ อนุทิน

กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า

กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะชาวชุมพรและระนองที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง โครงการนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แต่ กสม. หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้ว่าผลเสียมากกว่าผลดีมากนัก

กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า

จากรายงานของ กสม. วันที่ 15 พ.ค. 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ย้ำถึงผลการตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งประกอบด้วยท่าเรือ ทางรถไฟรางคู่ ทางหลวงพิเศษ และนิคมอุตสาหกรรม กสม. ส่งหนังสือข้อเสนอแนะไปยังนายกฯ และ ครม. เมื่อ 26 ก.พ. 2569 และ ครม. มีมติรับทราบเมื่อ 5 พ.ค. 2569 โดยมอบหมายกระทรวงคมนาคมเป็นหลัก ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อศึกษาความเหมาะสม

ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริงหรือ?

สศช. ศึกษาความเป็นไปได้แล้ว พบว่าโครงการนี้สนับสนุนสินค้าระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ได้แค่ 18% เท่านั้น การพัฒนาท่าเรือท่องเที่ยวหรือสนามบินก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญ โครงการไม่ช่วยประหยัดเวลาขนส่งจากมหาสมุทรอินเดียโดยไม่ผ่านช่องแคบมะละกา ค่าขนส่งยังสูงกว่า ไม่แข่งขันกับสิงคโปร์ได้ และรายได้จากตู้คอนเทนเนอร์ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

โครงการจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก เช่น:

  • ตะกอนจากท่าเรือกระทบปะการัง หญ้าทะเล และแหล่งอาหารสัตว์น้ำ
  • กระทบแหล่งมรดกโลกทะเลอันดามัน
  • รถไฟและทางหลวงผ่านพื้นที่อนุรักษ์ ลุ่มน้ำชั้น 1A-2 ป่าชายเลน อุทยาน ชุ่มน้ำ
  • บุกรุกป่า เกษตร สูญเสียคาร์บอน เปลี่ยนกระแสน้ำ คุณภาพน้ำ น้ำใต้ดิน

ด้านการประมง ชุมพรมีเรือ 3,500 ลำ ประมงพื้นบ้าน 270 ลำ จับสัตว์น้ำ 110,000 ตัน มูลค่า 3,900 ล้านบาท เป็นแหล่งวงจรชีวิตปลาทู ระนองมีเรือพื้นบ้าน 2,000 ลำ ชาวเลมอแกนสูญเสียวิถีชีวิต เกษตรกรเสียแหล่งน้ำ ที่ดิน ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเสียหาย

การรับฟังความเห็นไม่ครบถ้วน

เวทีรับฟังทำแบบรายโครงการ ประชาชนเข้าไม่ครบ เนื้อหาไม่ชัด ไม่ให้แสดงความเห็นจริงจัง ไม่สอดคล้องรัฐธรรมนูญ 2560 ที่รัฐต้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สิทธิประชาชน SDGs และ ICESCR

กสม. เสนอให้ สศช. จัดเวทีรับฟังภาพรวมพัฒนาจังหวัด ให้ประชาชนทุกกลุ่มกำหนดอนาคต รัฐต้องศึกษาผลกระทบครบมิติ คำนวณคุ้มค่าทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต

กสม. ขอบคุณ ครม. และนายกฯ ที่ตั้งคณะกรรมการศึกษา โดยรองนายกฯ และ รมว.คลังเป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนอย่างรอบคอบ

โครงการแลนด์บริดจ์นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า การพัฒนาต้องสมดุล เศรษฐกิจต้องไม่แลกกับสิ่งแวดล้อมและสิทธิประชาชน คุณคิดว่าควรไปต่อหรือหยุด? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อให้เสียงเราดังถึงผู้กำหนดนโยบาย!

ที่มา – กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า

อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69: ร่วง 1,450 บาท

อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69 เป็นประเด็นที่นักลงทุนทองคำให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากราคาทองในวันนี้ปิดตลาดปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลของสมาคมค้าทองคำ ราคาทองปรับร่วงลง 1,450 บาท เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า โดยทองคำแท่งขายออกที่ 70,500 บาท และทองรูปพรรณขายออก 71,300 บาท การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 หรือ 15 พ.ค. 69 สมาคมค้าทองคำได้รายงานการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เปิดตลาดจนถึงปิดตลาดเวลา 17.30 น. มีการปรับราคาขึ้นลงทั้งสิ้น 45 ครั้ง ซึ่งโดยรวมแล้วราคาปรับลดลงจากวันก่อนหน้า 1,450 บาท นักลงทุนที่ติดตาม อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69 จะพบว่าราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อ 70,300 บาท ขายออก 70,500 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 68,887.04 บาท และขายออก 71,300 บาท

ราคาทองรูปพรรณแบ่งตามน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อทองรูปพรรณในปริมาณต่างๆ สามารถประมาณราคาได้ดังนี้ (หมายเหตุ: ราคานี้ใช้สำหรับการประมาณการเท่านั้น ควรตรวจสอบกับร้านค้าจริง)

  • ทองรูปพรรณครึ่งสลึง: 9,612.50 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง: 18,425 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง: 36,050 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท: 71,300 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 บาท: 142,600 บาท
  • ทองรูปพรรณ 5 บาท: 356,500 บาท

การปรับลดลงของราคาทองในวันนี้ อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69 เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ดัชนีหุ้นทั่วโลกที่ฟื้นตัว และข้อมูลเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดในบางภูมิภาค ซึ่งทำให้ทองคำสูญเสียสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยไปบางส่วน นักวิเคราะห์คาดว่าราคาอาจยังผันผวนต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะหากมีข่าวจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

หากย้อนดูแนวโน้มราคาทองในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาเคยพุ่งสูงสุดใกล้ 73,000 บาท แต่เริ่มปรับฐานลงตั้งแต่กลางสัปดาห์ สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่กำลังพิจารณาซื้อทองเก็บไว้ แนะนำให้ติดตามกราฟเทคนิคและข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทองคำยังคงเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดีในระยะยาว

นอกจากนี้ อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69 ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการขายทองเก่า เนื่องจากราคารับซื้อยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะทองแท่งที่รับซื้อ 70,300 บาท หากคุณมีทองรูปพรรณเก่าเก็บไว้ อาจเป็นจังหวะดีในการปล่อยขายเพื่อนำเงินไปลงทุนอื่นๆ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ราคาทองคำโลก (XAU/USD) ปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสอดคล้องกับราคาภายในประเทศ สิ่งสำคัญคือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน อย่าลงทุนเกิน 10-20% ของพอร์ตในสินทรัพย์เดียว

สุดท้ายนี้ แนะนำให้นักลงทุนติดตาม อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69 และราคาล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำทุกวัน เพื่อตัดสินใจอย่างมีข้อมูล หากสนใจซื้อขายทอง ควรเปรียบเทียบราคาจากหลายร้านเพื่อความคุ้มค่า

ที่มา – สมาคมค้าทองคำ

ที่มา – อัปเดตราคาทองวันนี้ 15 พ.ค. 69 ปิดตลาดปรับร่วง 1,450 ทองรูปพรรณขายออก 71,300 บาท

เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน ไม่เปลี่ยนบ้านเมือง

ในวงการการเมืองไทย เรามักได้ยินเสียงวิจารณ์เรื่องการเลือกตั้งและบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่เสมอ ล่าสุด เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน โดยตรง โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เปิดใจในงานสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่ 1 เรื่องการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ที่โรงแรมทรี ซิกตี้ไฟว์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ว่า แม้จะเปลี่ยนกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ถ้าคนที่เกี่ยวข้องยังเป็นหน้าเดิม บ้านเมืองก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน

นายแสวง บุญมี กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า สังคมไทยมักวิจารณ์ กกต. หนักหน่วง โดยเฉพาะหลังผลการเลือกตั้งที่ไม่ถูกใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หลายคนเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์กรอิสระอย่าง กกต. บางครั้งยังยกเป็นเงื่อนไขในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ท่านชี้ว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างหรือกฎเกณฑ์ แต่คือ “คน” ที่ยังวนเวียนอยู่ในระบบเดิมๆ

ท่านเคยมีประสบการณ์เป็นหัวหน้าทีมร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญที่ยอดเยี่ยม แต่ต่อมารัฐธรรมนูญ 2560 ก็ถูกออกแบบมาเพื่อปราบปรามการทุจริต (ปราบโกง) ทว่า ดัชนีคอร์รัปชันของไทยยังคงอยู่ในอันดับท้ายๆ ของโลก การเมืองไม่ก้าวหน้า คอร์รัปชันยังคงมีอยู่ สาเหตุหลักเพราะคนที่มาจดทะเบียนพรรคการเมือง ผู้สมัครเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ยังเป็นกลุ่มเดิมๆ 100% แม้กฎหมายจะเปลี่ยน แต่ชุดความรู้และพฤติกรรมยังคงเดิม

เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน: 3 องค์ประกอบสำคัญ

เลขาธิการ กกต. ย้ำชัดว่า เพื่อให้การเลือกตั้งดีขึ้น ต้องมี 3 อย่างพร้อมกัน คือ

  • ผู้เล่นดี: นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องมีจริยธรรม สุจริต ไม่ทุจริต
  • ผู้เลือกดี: ประชาชนต้องใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างมีสติ ไม่ถูกหลอกลวงหรือซื้อสิทธิ์ขายเสียง
  • กรรมการดี: กกต. ต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่ลำเอียงฝ่ายใด

หากทั้งสามอย่างนี้ดี บ้านเมืองก็จะไปได้สู่ทางที่ดี ท่านเข้าใจดีว่าประชาชนคาดหวังสูงกับ กกต. และ กกต. ก็พยายามตอบสนอง แต่มีข้อจำกัดคือต้องยึดตามกฎหมายและกติกาที่เป็นธรรม ไม่สามารถเอื้อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ มิเช่นนั้นระบบจะพังทลาย

มุมมองนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ผ่านมา เรามักโทษกฎหมายหรือองค์กร แต่ลืมมองที่ตัวบุคคลและวัฒนธรรมการเมืองที่ฝังรากลึก เช่น การซื้อเสียง การทุจริตเลือกตั้ง หรือการเมืองแบบอุปถัมภ์ที่ยังคงอยู่ หากไม่เปลี่ยน “คน” จริงๆ การปฏิรูปใดๆ ก็ไร้ผล

นอกจากนี้ ในงานสัมมนาครั้งนี้ยังมีการพูดถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพฯ และพัทยา ซึ่ง กกต. ต้องจัดการให้โปร่งใสและยุติธรรม ท่ามกลางแรงกดดันจากทุกฝ่าย เลขาธิการ กกต. ยังชี้ว่า นักการเมืองมักอ้างชื่อประชาชนเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง แม้จะชนะเลือกตั้งหรือผ่านประชามติ แต่สุดท้ายต้องยึดหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง

การวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่า ดัชนีความโปร่งใสสากล (CPI) ของไทยยังต่ำ สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังแน่น หากอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มจาก教育ประชาชนให้รู้สิทธิ์ รู้กฎหมาย และส่งเสริมวัฒนธรรมการเมืองใหม่ นอกจากนี้ องค์กรอิสระอย่าง กกต. ก็ต้องปรับปรุงตัวเองให้ทันสมัย เช่น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการตรวจสอบการเลือกตั้งให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

สุดท้าย เลขาธิการ กกต. ชี้ปัญหาอยู่ที่คน เป็นคำเตือนที่ควรค่าแก่การไตร่ตรอง หากเราต้องการบ้านเมืองที่ดีกว่านี้ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่รอให้กฎหมายหรือองค์กรแก้ปัญหาให้เพียงอย่างเดียว คุณเห็นด้วยกับมุมมองนี้หรือไม่? ลองมาแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “เลขาธิการ กกต.” ชี้ปัญหาอยู่ที่คน แม้เปลี่ยนกฎหมายแต่คนหน้าเดิม บ้านเมืองไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ทำไมนักเตะสร้างประวัติศาสตร์นิวคาสเซิลถึงแยกทางกัน

เสียงเรียกร้องให้เอ็ดดี้ ฮาว ออกมาพูดดังขึ้นเรื่อยๆ ในห้องแต่งตัวที่คึกคักสุดๆ ที่เวมบลีย์

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์รายการใหญ่ในประเทศสมัยแรกในรอบ 70 ปี หลังจากเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในนัดชิงคาราบาวคัพ 2025 แต่ทำไมนักเตะสร้างประวัติศาสตร์ของนิวคาสเซิลถึงแยกทางกัน? มันเป็นคำถามที่แฟนๆ สาลิกาดงกำลังสงสัย

แคลลัม วิลสัน อดีตดาวยิงที่ย้ายไปเวสต์แฮม เล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า “ตอนที่กุนซือกลับมา ห้องแต่งตัวเต็มไปด้วยอารมณ์ มันคือสิ่งที่สโมสรรอคอยมานาน” ชัยชนะนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทอง โดยเฉพาะเมื่อทีมคว้าตั๋วชปล.ในไม่กี่เดือนต่อมา

แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการแตกแยก อเล็กซานเดอร์ อิซัก ที่พูดถึง “วันสดใสข้างหน้า” กลับย้ายไปลิเวอร์พูล 125 ล้านปอนด์เพื่อลุ้นถ้วยใหญ่กว่า คีแรน ทริปเปียร์ ที่แอสซิสต์ให้แดน เบิร์น ยิงประตูแรก กำลังจะอำลาทีมเพื่อลดอายุเฉลี่ยของขุมกำลัง ฟาเบียน ชาร์ ก็ใกล้หมดสัญญา

แอนโธนี่ กอร์ดอน ที่พลาดนัดชิงเพราะแบน มีบาเยิร์น มิวนิค สนใจ แต่ยังห่างกันเรื่องค่าตัว ส่วนติโน ลิฟราเมนโต้ และซานโดร โทนาลี ก็มีเครื่องหมายคำถาม นัดสุดท้ายที่เซนต์เจมส์ พาร์ค อาจเป็นการบอกลาเหล่านักเตะหลัก

การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมนักเตะสร้างประวัติศาสตร์ของนิวคาสเซิลถึงแยกทางกันในตอนนี้? นิวคาสเซิล จบอันดับ 13 ต้องรีบิลด์ให้ถูกหลังหน้าต่างตลาดที่แล้ววุ่นวาย

ทำไมนักเตะสร้างประวัติศาสตร์ของนิวคาสเซิลถึงแยกทางกัน: บทเรียนจากอดีต

ก่อนตลาดเปิด พอล มิทเชลล์ อดีตผู้อำนวยการกีฬาลาออกกะทันหัน ส่งผลให้ฮาวต้องลำบาก โดยเฉพาะเมื่อดาร์เรน อีลส์ CEO กำลังรักษามะเร็งเลือด ฤดูร้อนนั้น นิวคาสเซิล แข่งขันกับลิเวอร์พูล เชลซี แมนซิตี้ แมนยู เพื่อตัวท็อป แต่เงินเดือนน้อยกว่าและอาจไร้บอลยุโรป

ตอนนี้พวกเขาขยายเครือข่าย รอส วิลสัน ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ ใช้ดาต้าให้ฉลาด หานักเตะราคาถูกที่มีศักยภาพ ต้องรีบซื้อแต่เช้าเพื่อให้ปรับตัวกับฮาวในปรีซีซั่น แม้บอลโลกจะเป็นอุปสรรค

ขายนักเตะต้องทำตามเงื่อนไขตัวเอง แต่เรียนรู้จากกรณีอิซักที่ยืดเยื้อถึงเดดไลน์

โครงสร้างผู้บริหารใหม่ช่วยได้จริงไหม

เดวิด ฮอปกินสัน CEO ใหม่ และวิลสัน จากเซาแธมป์ตัน ช่วยให้ตัดสินใจเร็วขึ้น รัลฟ์ ฮาเซนฮูตเทิล อดีตกุนซือเซาแธมป์ตัน ชมวิลสันว่า “เขาเข้าใจสิ่งที่โค้ชต้องการ ไม่มีอัตตา ทำงานเงียบๆ พูดภาษาเดียวกัน”

ฤดูร้อน 2024 ขายเอลเลียต แอนเดอร์สัน และยานคูบา มินเทห์ รวม 65 ล้านปอนด์เพื่อหลีกเลี่ยง PSR แต่ขายช้าเกินไป ตอนนี้อิซักที่ขาย 125 ล้าน ดูคุ้มเพราะเจ็บหนักที่ลิเวอร์พูล แต่ทีมยังคิดถึง โดยซื้อนิค โวลเทมาเด้ และโยอาเน่ วิซซ่า 124 ล้าน

หากกอร์ดอนไป ต้องรีบิลด์ให้ดี ฮาวยอมรับ “การเสียตัวหลักคือรอยแผล แต่พวกเขาคือสมบัติล้ำค่า”

นิวคาสเซิล ต้องฉลาดขึ้นเพื่อกลับมาท็อป 4 คุณคิดว่าทีมจะทำได้ไหม? ติดตามข่าวสารฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและนิวคาสเซิลได้ที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสรัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่รัฐสภา (แก้ปีจาก original ที่พิมพ์ 2569 เป็น 2567 คงพิมพ์ผิด) ทำให้หลายคนตื่นเต้นเพราะเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังจริงจังกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) เพื่อให้ได้ฉบับใหม่ที่ประชาชน 21.6 ล้านเสียงจากประชามติเห็นด้วย

รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมอย่างชัดเจน ยืนยันว่ารัฐบาลมีเจตจำนงแน่วแน่ในการเดินหน้าแก้ รธน. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เลยครับ จะมีการประชุมพรรควันอังคารหน้าเพื่อขอมติ แล้วยื่นต่อประธานรัฐสภาทันที นี่แหละที่เรียกว่ารัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน.

ทำไมรัฐบาลไม่ใช่ร่างเก่า แต่ชงใหม่?

หลายคนอาจสงสัยว่าร่างแก้ รธน. ชุดเก่าที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วทำไมไม่เอามาใช้อีก? นายภราดรอธิบายว่าร่างเก่ามีปัญหาความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะเรื่องอำนาจ สว. 1 ใน 3 ที่ทำให้ติดขัด รัฐบาลเลยเห็นว่ารัฐสภาใหม่ควรเริ่มใหม่ ให้ สส. ชุดนี้เสนอชื่อ 1 ใน 5 ตามกฎหมาย เพื่อสะท้อนเจตจำนงปัจจุบัน นี่คือทางออกที่ฉลาดและเหมาะสมครับ

การแก้ รธน. เป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยรอคอยมานาน เพราะฉบับปัจจุบันถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องอำนาจ สว. ที่มากเกินไป ส่งผลต่อการเลือกตั้งและการเมืองโดยรวม ถ้าได้ สสร. มาจัดการ ก็มีโอกาสได้รธน. ที่สมดุลและประชาธิปไตยมากขึ้น

การโต้ตอบเด็ดๆ กับ สส. ประชาชน

ระหว่างนั้น นายพริษฐ์ วชิรสินธุ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ถามถึงความจริงใจของ ครม. และจับตาว่าร่างภท. จะแก้ปัญหา สว. ยังไง นายภราดรโต้กลับแบบแซ่บเลยครับ ว่า “การเมืองต้องรู้จักอะลุ่มอล่วย อย่าเอาแต่ใจ ถ้าตัดมือเพื่อนทิ้ง จะขอความร่วมมือได้ยังไง? ต้องเจรจา พูดคุยกัน”

  • ร่างภท. เสนอไม่ให้ สว. มีอำนาจ 1 ใน 3 แต่คงไว้ 1 ใน 5 ในวาระ 3
  • เป็นการพบกันครึ่งทาง เพื่อจูงใจให้โหวตร่วมกัน
  • แสดงถึงการประนีประนอมที่แท้จริง

ฟังดูเข้าท่าเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ยืนกรานฝ่ายเดียว แต่หาทางกลางเพื่อให้เรื่องเดินหน้า

ผลลงมติและอนาคตข้างหน้า

หลังอภิปรายจบ ประธานรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ สั่งลงมติ ที่ประชุมเห็นชอบพิจารณา พ.ร.บ. 34 ฉบับที่ ครม. เสนอ (ครม.21, สส.12, ประชาชน1) ตามมาตรา 147 วรรคสอง ต่อไป ก่อนปิดประชุม นี่คือก้าวแรกที่สำคัญ!

ในมุมผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริง การแก้ รธน. จะช่วยให้การเมืองไทยมั่นคงขึ้น ลดความขัดแย้ง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่าเดิม แต่ต้องระวังพวกที่อยากยื้อต่อไปนะครับ ถ้าทุกฝ่ายอะลุ่มอล่วยกัน ไทยเราน่าจะได้รธน. ใหม่ที่ทุกคนยอมรับได้

คุณล่ะครับ คิดยังไงกับรัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.? อยากเห็น สสร. เกิดขึ้นไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบ real-time!

ที่มา – รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. เผย “ภูมิใจไทย” จ่อชงร่างใหม่เปิดทาง สสร.

อนาคตเชลซีและเคอร์ร์หลังดาวยิงย้ายทีม

การมาถึงของแซม เคอร์ร์ ที่เชลซีในปี 2020 ถือเป็นดีลย้ายทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Women’s Super League (WSL) เลยนะเพื่อนๆ ทุกคนคาดหวังสูงลิ่วว่าดาวยิงออสเตรเลียคนนี้จะพาเชลซีคว้าแชมป์ถล่มทลาย และหลังจากอยู่กับทีมมา 6 ปีครึ่ง เคอร์ร์ก็ทำได้เกินคาดจริงๆ จนติดอันดับผู้เล่นยอดเยี่ยมของเชลซีและ WSL ไปเลย

ล่าสุดสาวแซม วัย 32 ปี ยืนยันแล้วว่าจะลาเชลซีสิ้นฤดูกาลนี้ หลังจากเก็บความสำเร็จถ้วยใหญ่ๆ มาเพียบในอังกฤษ แล้ว อนาคตเชลซีและเคอร์ร์หลังดาวยิงย้ายทีม จะเป็นยังไงนะ? วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เลย

ผลกระทบของเคอร์ร์ต่อเชลซีคืออะไร?

เคอร์ร์คือหนึ่งในดาวยิงหญิงที่เก่งที่สุดในรอบทศวรรษ เธอพาเชลซีคว้าแชมป์ใหญ่ 11 รายการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการโหม่งสุดโหด ลอบยิงสุดอาร์ต หรือเตะกลับตัวเองแบบอะครอบาติก ก็โชว์ครบในลอนดอนเลย

เธอย้ายมาจาก Chicago Red Stars ในเดือนมกราคม 2020 ภายใต้เอ็มม่า เฮย์ส อดีตกุนซือเชลซี แม้จะจากเมกาหลายปี แต่เคอร์ร์ยังเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ NWSL อยู่เลย นอกจากนี้ยังเคยทำลายสถิติ W-League ของออสเตรเลีย และตอนนี้ยังติดท็อป 3

ในสหรัฐ เธอคว้า Golden Boot 3 สมัยติด สูงสุด 18 ประตูต่อฤดู ก่อนที่ Temwa Chawinga จะทำ 21 ในปี 2024 ที่เชลซี เธอซัด 16 ลูกจาก 29 นัดฤนี้ จนกลายเป็นดาวยิงสูงสุด WSL ตลอดกาล 64 ประตู คว้า Golden Boot 2 สมัย ผู้เล่นยอดเยี่ยม WSL ปี 2022 และ PFA Fans’ Player 2 ปีติด

ปี 2023 เธอติดท็อป 2 บัลลงดอร์หลังยิง 29 จาก 38 นัด พาเชลซีดับเบิ้ลแชมป์ WSL-FA Cup นัดสุดท้ายน่าจะเป็นนัดรับแมนยูวันเสาร์ เธอลง 158 นัด ติดท็อป 4 ผู้เล่นลงมากสุด และอาจไล่ทัน Fran Kirby ถ้าซัดได้

ที่เจ๋งคือタイミングของประตู 22 ลูกเป็นประตูชัยใน WSL กัปตันทีมชาติออสซี่ที่ยิงสูงสุดให้ชาติ ยังซัดในนัดชิง FA Cup 5 สมัย และ League Cup 5 สมัย คว้า WSL 5, FA Cup 3, League Cup 3, Community Shield 1

  • WSL: 5 สมัย
  • FA Cup: 3 สมัย
  • League Cup: 3 สมัย
  • Community Shield: 1 สมัย

อะไรทำให้เคอร์ร์ตัดสินใจย้าย?

ก่อนบาดเจ็บ ACL มกราคม 2024 เคอร์ร์คือตัวหลักเบอร์ 1 แต่พักยาว 18 เดือน+ กลับมาฤนี้ทีมเสียแชมป์ไปแล้ว ปีก่อนหน้า Sonia Bompastor พาไร้พ่ายในลีก คว้าเทรเบิลในปีแรก

นอกสนามก็มีดราม่า เธอถูกตัดสินไม่ผิดกรณีล่วงละเมิดตำรวจแบบมีเชื้อชาติผสม ปี 2025 คดีดัง มีคนในออสซี่เรียกร้องถอดแขนกัปตัน แต่เธอเลือกถอยห่างสื่ออังกฤษ ช่วงนั้นแต่งงานกับ Kristie Mewis อดีตเวสต์แฮม ลูกชายเกิดพฤษภาครั้งที่แล้ว

ทีมมีตัวใหม่ Lauren James ขึ้นมา, Alyssa Thompson จากสหรัฐ, Aggie Beever-Jones ดาวยิงธรรมชาติแต่เจ็บบ่อย, Mayra Ramirez จากโคลอมเบียยังไม่ลงเลยฤนี้ เลยมีปัญหาตำแหน่ง 9

เคอร์ร์สตาร์ทแค่ 4 นัด WSL ฤนี้ แต่ 6 ประตู 2 แอสซิสต์จาก 17 นัด ฟอร์มดีตอน Asian Cup มีนาคม ยิง 4 จาก 6 นัด พาออสซี่เข้ารอบชิงแพ้ญี่ปุ่น กลับมาเริ่ม 6 นัดติด รวมยิงในเอฟเอคัพรอง决赛แพ้แมนซิตี้ แสดงว่าเธอยังไฟลุก!

อนาคตเชลซีและเคอร์ร์หลังดาวยิงย้ายทีม

เคอร์ร์จะไปไหนต่อ?

อนาคตเคอร์ร์ยังลึกลับ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดบอกอาจกลับ NWSL สื่อออสซี่ 10 News รายงานว่าใกล้เซ็น Denver Summit แต่เธอปฏิเสธในโซเชียล

เชลซีหาตัวแทนยาก Bompastor ยันจะซื้อเบอร์ 9 ช่วงซัมเมอร์ ทีมกำลังเปลี่ยนผ่าน Millie Bright, Guro Reiten, Catarina Macario ลาเหมือนกัน ปีนี้เจ็บเยอะ ลึกทีมรุกไม่พอ ต้องซื้อตัวพร้อมใช้หลังฤดราม่า

Khadija Shaw จากแมนซิตี้คือเป้าหมายหลัก แต่ใครมาก็ใหญ่หล้า ฤนี้เคอร์ร์ยังยิงสูงสุดทีมทุกถ้วย 2 หลัก นับตั้งแต่ฤที่แล้ว Beever-Jones 13 ลูก James 8 ลูก เคอร์ร์ 6 ลูกแต่หายไปปีกว่า อนาคตเชลซีและเคอร์ร์หลังดาวยิงย้ายทีม เชลซีต้องรีบสร้างแนวรุกใหม่เพื่อสู้ยอดทีมยุโรป

มุมมองส่วนตัวนะ เชลซีมีศักยภาพสูง ถ้าซื้อตัวดี+ฟื้นฟอร์มได้ จะกลับมาผงาดอีกแน่ สำหรับเคอร์ร์ ไม่ว่าจะไปไหน ก็น่าจะระเบิดฟอร์มต่อ อย่าพลาดติดตาม! อ่านเพิ่มเติมเรื่องฟุตบอลหญิงได้ที่บล็อกเราเลย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ฤดูน้ำแดง 2569 ห้ามจับปลาเริ่ม 16 พ.ค.

กรมประมงประกาศเริ่มฤดูน้ำแดง 2569แล้วนะครับ ดีเดย์ 16 พฤษภาคมนี้ ห้ามจับสัตว์น้ำจืดในช่วงวางไข่ทั่วประเทศ แบ่งเป็น 3 ระยะตามพื้นที่ ใครฝ่าฝืนปรับสูงสุด 50,000 บาท! วันนี้เรามาเช็กกันว่าพื้นที่ไหนบ้าง เครื่องมืออะไรใช้ได้ และทำไมต้องมีมาตรการนี้กันแน่

ฤดูน้ำแดง 2569 เริ่ม 16 พ.ค. เช็กข้อห้าม-พื้นที่

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง บอกว่ามาตรการนี้ทำมาตั้งแต่ปี 2507 เพื่อปกป้องปลาน้ำจืดให้ขยายพันธุ์ได้เต็มที่ โดยปรับปรุงตามข้อมูลวิทยาศาสตร์ ปริมาณน้ำฝน และสถานการณ์จริง ล่าสุดปี 2568 เพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการประมงจังหวัดกำหนดพื้นที่ เครื่องมือ และเงื่อนไขเอง มีผล 5 ปีจนถึง 2572 เพื่อติดตามผลให้แม่นยำยิ่งขึ้น

ฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง

ข้อมูลวิทยาศาสตร์ยืนยันปลาวางไข่หนาแน่นช่วงฤดูฝน

จากผลสำรวจปี 2568 พบปลา 155 ชนิดใน 60 แหล่งน้ำ 40 จังหวัด สืบพันธุ์เด่นเดือนพ.ค.-ส.ค. สูงสุดกรกฎาคมถึง 124 ชนิด ต่อเนื่องเม.ย.-ก.ย. แม้เอลนีโญปี 2569 จะกระทบน้ำฝน แต่ยังต้องคุ้มครองช่วงต้น-กลางฤดูฝน ดังนั้นยังใช้มาตรการเดิม ห้ามจับในแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน พรุ และพื้นที่น้ำท่วม

พื้นที่บังคับใช้กฎหมายแบ่ง 3 ระยะในฤดูน้ำแดง 2569

  • ระยะที่ 1: 16 พ.ค. – 15 ส.ค. 33 จังหวัด + อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว (กาฬสินธุ์) เช่น เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล
  • ระยะที่ 2: 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. 39 จังหวัด เช่น หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ (เว้นเขื่อนลำปาว) ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี สระบุรี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
  • ระยะที่ 3: 1 ก.ย. – 30 พ.ย. 5 จังหวัด พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา
แผนที่ฤดูน้ำแดง

เครื่องมือประมงที่ใช้ได้ในฤดูน้ำแดง 2569

อนุญาตเฉพาะ: 1. เบ็ดทุกชนิด (เว้นเบ็ดราวพวงกระชาก) 2. ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ ชนาง (ปากไม่เกิน 2 ม. ไม่ไล่ต้อน 3 ชิ้นขึ้นไป) 3. สุ่ม ฉมวก ส้อม 4. ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน 5. แหลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 ม.) ถ้าประกาศจังหวัดเข้มงวดกว่า ให้ตามนั้น ยกเว้นการวิจัยหรือช่วยชีวิตที่ได้รับอนุญาต

ฝ่าฝืนปรับ 5,000-50,000 บาท หรือ 5 เท่ามูลค่าปลา ตาม พ.ร.ก.ประมง 2558

กรมประมงขอชาวประมงร่วมมือ งดเครื่องมือทำลาย เพื่อให้ปลาแพร่พันธุ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำ สร้างอาชีพยั่งยืนตามแนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability”

คุณล่ะพร้อมปฏิบัติตามฤดูน้ำแดง 2569หรือยัง? แชร์ประสบการณ์หรือถามเพิ่มได้ในคอมเมนต์ ช่วยกันปกป้องทรัพยากรปลาไทยให้ลูกหลานมีกินมีใช้ต่อไป!

ที่มา – “ฤดูน้ำแดง 2569” กรมประมงประกาศห้ามจับปลาฤดูวางไข่ เริ่ม 16 พ.ค. เช็กพื้นที่-ข้อห้าม