วัน: 15 พฤษภาคม 2026

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 16 พ.ค. 2569 แต่ละปั๊ม

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 16 พฤษภาคม 2569 มาแล้วจ้า! เพื่อนๆ ที่กำลังห่วงเรื่องค่าน้ำมันอยู่ วันนี้เรามีข้อมูลล่าสุดมาฝาก ราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ ดีเซล จากทุกปั๊มใหญ่ๆ ไม่ว่าจะ ปตท. บางจาก เชลล์ พีที ซัสโก้ คาลเท็กซ์ ราคาลิตรละกี่บาท เช็คได้เลยที่นี่ ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องไปไล่หาเว็บแต่ละเจ้า

ราคาน้ำมันปรับขึ้นลงบ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสถานการณ์ geopolitics และค่าเงินบาท ทำให้คนขับรถอย่างเราต้องเช็คราคาก่อนเติมทุกวันใช่มั้ยล่ะ? วันพรุ่งนี้ 16 พฤษภาคม 2569 ราคามีปรับเปลี่ยนบ้างตามปกติ เรารวบรวมมาจากเว็บ官方ของแต่ละบริษัทให้แล้ว ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นนะ อาจต่างกันนิดหน่อยตามพื้นที่

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 16 พฤษภาคม 2569

สรุปภาพรวม: ดีเซล B20 ทุกปั๊มอยู่ที่ 34.45 บาท/ลิตร ถูกสุด แก๊สโซฮอล์ E85 32.99 บาท คุ้มสำหรับรถที่รองรับเอทานอลสูง ส่วนเบนซินโคตรแพง 50+ บาทเลยทีเดียว ถ้าขับรถเบนซินแนะนำ GSH95 หรือ E20 ที่ถูกกว่า

ราคาน้ำมันบางจาก 16 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 34.45 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 41.45 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 61.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 55.09 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.99 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 37.05 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 43.68 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 44.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน ปตท. 16 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล B20: 34.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 41.45 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 32.99 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 37.05 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 43.68 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 44.05 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 61.25 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันเชลล์ 16 พฤษภาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 37.55 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 44.18 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 44.55 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 41.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันพีที 16 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 41.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 34.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 44.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 43.68 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 54.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 37.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันซัสโก้ 16 พฤษภาคม 2569

  • ดีเซล: 41.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 34.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 44.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 43.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 37.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันคาลเท็กซ์ 16 พฤษภาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 55.06 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 44.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 43.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 37.05 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 41.45 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 61.25 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20: 34.45 บาท/ลิตร

เทียบราคาแบบรวดเร็ว: ดีเซล B20 ถูกสุดทุกที่ 34.45 บาท แนะนำสำหรับรถกระบะหรือรถบรรทุก ส่วนรถเก๋ง GSH E20 37.05 บาท คุ้มค่าประหยัดน้ำมัน ถ้าชอบพรีเมี่ยมเชลล์หรือคาลเท็กซ์ก็มีสูตรพิเศษแต่แพงหน่อย ช่วงนี้แนะนำเติมดีเซล B20 ถ้ารถรองรับ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะ

เคล็ดลับประหยัดค่าน้ำมัน: ขับนุ่มๆ ตรวจยางลม หลีกเลี่ยงรถติด และเช็คราคาปั๊มแอพอย่าง PTT Station หรือ Bangchak App ก่อนไปเติม บางปั๊มมีโปรโมชั่นส่วนลดด้วยนะ!

ติดตาม อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 16 พฤษภาคม 2569 และวันต่อๆ ไปได้ที่นี่เลย ブックมาร์กไว้เช็คง่ายๆ ช่วยกันประหยัดค่าน้ำมันไปด้วยกัน!

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 16 พฤษภาคม 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

“พีระพันธุ์” ห่วงปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว

“พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักต่อมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเปิดทางให้ยกเว้น 8 ธุรกิจต่างด้าว ในหมวดบริการ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์อีกต่อไป เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 และถูกมองว่าเป็นการตัดอำนาจสำคัญของหน่วยงานรัฐในการกำกับดูแล

ทำไมเรื่อง “พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์ ถึงเป็นประเด็นร้อน? เพราะหลายธุรกิจในกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ และข้อมูลประชาชน ซึ่งตามหลักสากลควรอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างเข้มงวด เช่น บริการขุดเจาะและสำรวจปิโตรเลียมที่ถือเป็นสมบัติของชาติ การปลดล็อกครั้งนี้ทำให้บริษัทต่างด้าวหลุดพ้นจากการกำกับดูแลหลักของ พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้จะได้รับอนุญาตจากกฎหมายอื่น แต่กระทรวงพาณิชย์ก็จะสูญเสียอำนาจในการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุม

8 ธุรกิจต่างด้าวที่ถูกปลดล็อกมีอะไรบ้าง?

แม้รายละเอียดจะยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่จากร่างกฎหมาย คาดว่าประกอบด้วยบริการที่ sensitive ดังนี้

  • บริการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม
  • บริการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
  • บริการโทรคมนาคมและดาวเทียม
  • บริการจัดการข้อมูลประชาชนและฐานข้อมูล
  • บริการท่องเที่ยวและโรงแรมระดับสูง
  • บริการที่ปรึกษาทางการเงินและบัญชี
  • บริการขนส่งและโลจิสติกส์ข้ามชาติ
  • บริการด้านสุขภาพและการแพทย์เฉพาะทาง

ธุรกิจเหล่านี้หากปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาครองโดยปราศจากการตรวจสอบที่เข้มข้น อาจนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ของคนไทยและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ผลกระทบจากการตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์

นายพีระพันธุ์ เน้นย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมธุรกิจต่างด้าว จะหมดสิทธิ์ในการตรวจสอบอย่างละเอียด ส่งผลให้เกิดช่องโหว่หลายประการ เช่น

  • กระทบความมั่นคงชาติ: ทรัพยากรปิโตรเลียมอาจถูกต่างชาติผูกขาด
  • ข้อมูลประชาชนรั่วไหล: ธุรกิจฐานข้อมูลขาดการคุ้มครอง
  • เศรษฐกิจไทยเสียเปรียบ: SME ไทยแข่งขันไม่ได้กับทุนต่างชาติ
  • ขาดกลไกบังคับใช้: ไม่มีอำนาจสั่งหยุดหรือลงโทษหากผิดกฎ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงนี้คล้ายกับการเปิดประตูให้ทุนต่างชาติทะลักเข้าโดยไม่มีการกรอง สอดคล้องกับนโยบายเปิดประเทศ แต่ขาดสมดุลในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ

นายพีระพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผลกระทบสำคัญคือกระทรวงพาณิชย์จะหมดอำนาจในการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุม แม้จะมีการอนุญาตตามกฎหมายอื่นก็ตาม ซึ่งส่งผลต่อกลไกการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” คำเตือนนี้ชวนให้คิดถึงอนาคตเศรษฐกิจไทย หากไม่มีการแก้ไข

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดให้ธุรกิจ 3 ประเภทต้องขออนุญาต โดยประเภท 3 เป็นบริการที่กระทรวงพาณิชย์กำกับ การยกเว้น 8 รายการจึงเป็นการตัดวงจรการคุมเข้มที่ผ่านมา นักกฎหมายบางคนมองว่านี่อาจนำไปสู่คดีความในอนาคต หากเกิดข้อพิพาท

ในยุคที่การลงทุนต่างชาติเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อน GDP การปลดล็อกนี้อาจดึงดูดเงินทุนมหาศาล แต่ต้องถามว่าคนไทยได้ประโยชน์จริงหรือ? จากประสบการณ์ในอดีต เช่น การประมูล 3G/4G ที่ต่างชาติเข้ามาครองตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยล้มหายตายจาก

สุดท้ายแล้ว “พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่รัฐบาลควรรับฟัง ควรมีคณะกรรมการอิสระมาตรวจสอบร่างกฎหมายนี้ก่อนบังคับใช้จริง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการเปิดรับทุนต่างชาติกับการปกป้องชาติ คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงกว้างขวางยิ่งขึ้น

ที่มา – “พีระพันธุ์” ห่วงรัฐบาล ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างด้าว ตัดอำนาจกระทรวงพาณิชย์

สิริพงศ์ แจงปมขนส่งฯ ติดโผทุจริต เล็งต่อใบขับขี่ออนไลน์

สวัสดีครับชาวบล็อกทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ สิริพงศ์ แจงปมขนส่งฯ ติดโผทุจริต ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการคมนาคม ล่าสุดนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาชี้แจงแบบชัดเจนว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ที่ติดโผหน่วยงานเสี่ยงทุจริตจากรายงานของ กกร. (คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน) นั้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ทุจริตทั้งหมด แต่เป็นเพียงชื่อที่ถูกเสนอเพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ? มาดูรายละเอียดกันเลย

สิริพงศ์ แจงปมขนส่งฯ ติดโผทุจริต

จากรายงานของคณะทำงาน Zero Corruption ที่สำรวจประสบการณ์ตรงจากภาคธุรกิจ พบว่าหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมการขนส่งทางบก ติดอันดับมูลค่าสินบนสูงสุด นายสิริพงศ์ย้ำชัดว่า การถูกเสนอชื่อนี้ไม่ได้บ่งชี้ถึงพฤติกรรมทุจริตโดยตรงของเจ้าหน้าที่ แต่เกิดจากลักษณะงานที่ต้องออกใบอนุญาต บริการประชาชน และติดต่อภาคเอกชนบ่อย ๆ ทำให้มีความเสี่ยงถูกมองแบบนั้นได้ง่าย ๆ "สิริพงศ์ แจงปมขนส่งฯ ติดโผทุจริต" เพื่อให้เข้าใจตรงกัน และยืนยันว่ากระทรวงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก

หลายครั้งที่ประชาชนหรือธุรกิจอยากได้บริการเร็ว ๆ ก็เลยเกิดการเสนอผลประโยชน์เพื่อเร่งกระบวนการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ดังนั้น ทางแก้คือปรับระบบให้โปร่งใส รวดเร็ว สะดวก ลดช่องว่างเหล่านี้ให้หมดสิ้น

เพิ่มรอบอบรมใบขับขี่ ลดช่องโหว่ส่วย

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่สั่งการไปแล้ว คือให้กรมขนส่งทางบกเพิ่มรอบการอบรมใบขับขี่ โดยเฉพาะในพื้นที่แออัด เช่น จากเดิมอาจ 3-4 วันต่อสัปดาห์ เป็น 5-6 วัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่าย ไม่ต้องรอคิวนาน ลดปัญหาความล่าช้าที่อาจนำไปสู่การหาทางลัดแบบเสียเงิน

ดัน “ต่อใบขับขี่ออนไลน์” เต็มรูปแบบปี 2569

ไฮไลต์สำคัญคือการผลักดันระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ! ภายในปี 2569 จะต่ออายุใบอนุญาตขับขี่บางประเภทได้ 100% ผ่านออนไลน์ โดยไม่ต้องมาโรงงานแบบเดิม ๆ เริ่มจากใบขับขี่ประจำปีหรือทั่วไปที่ไม่ต้องทดสอบใหม่ ส่วนใบที่ต้องประเมินสมรรถนะยังต้องมา สน. ขนส่ง แต่โดยรวมจะลดการพบปะหน้า ลดขั้นตอน ลดค่าเดินทาง และที่สำคัญ ลดโอกาสเรียกรับผลประโยชน์ได้ชัดเจน

นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดงบประมาณประชาชน ลดเวลารอคอย และเพิ่มความเชื่อมั่นในบริการรัฐ ตามวิสัยทัศน์ที่นายสิริพงศ์เน้นย้ำว่า “หน้าที่ของเราคืออำนวยความสะดวก สร้างความโปร่งใส”

ประโยชน์ของการต่อใบขับขี่ออนไลน์

มาดูกันว่าทำไมนโยบายนี้ถึงเจ๋ง:

  • สะดวกสุด ๆ: ต่อได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มีอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องลางานไปสน. ขนส่ง
  • ลดทุจริต: ไม่ต้องเจอหน้าเจ้าหน้าที่ ลดช่องทางเสนอส่วย
  • ประหยัดเวลา-เงิน: ไม่เสียค่าน้ำมัน ค่าเสียเวลา รอรับใบใหม่ทางไปรษณีย์
  • โปร่งใส 100%: ระบบออนไลน์ตรวจสอบได้ ลดการแทรกแซง

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับ Thailand 4.0 ที่รัฐบาลผลักดัน Government to Digital ช่วยให้บริการประชาชนดีขึ้นแบบก้าวกระโดด

ความเห็นจากผู้ใช้บริการจริง

จากที่สอบถามเพื่อน ๆ หลายคน บางพื้นที่อย่างกรุงเทพฯ รอต่อใบขับขี่นานเป็นเดือน ถ้ามีออนไลน์จริง คงโล่งใจหายห่วง แต่อาจมีข้อกังวลเรื่องเทคโนโลยีสำหรับผู้สูงอายุ ทางแก้คือมีคู่มือออนไลน์และศูนย์ช่วยเหลือ

สรุป insight: สิริพงศ์ แจงปมขนส่งฯ ติดโผทุจริต เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ แต่ลงมือแก้ปัญหาจริงจัง โดยเฉพาะต่อใบขับขี่ออนไลน์ที่จะเปลี่ยนเกมการบริการขนส่งทั้งระบบ ถ้าทำสำเร็จ จะเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่น ๆ ตามรอย ลองนึกภาพอนาคตที่ราชการไทยโปร่งใส รวดเร็ว สะดวกขนาดไหนสิ!

CTA: คุณเคยเจอปัญหาต่อใบขับขี่ไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ ที่กำลังจะหมดอายุใบขับขี่นะครับ!

ที่มา – “สิริพงศ์” แจงปมขนส่งฯ ติดโผทุจริต ชี้แค่ถูกเสนอให้ เล็ง “ต่อใบขับขี่ออนไลน์” สกัดทุจริต

กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้วไม่ขาดอายุความ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกท่าน! วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันนะครับ เรื่องที่หลายคนรอคอย นั่นคือ กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้ว โดยเลขาธิการ กกต. ออกมาเผยความคืบหน้าว่า ที่ประชุมเริ่มพิจารณาสำนวนคำร้องนี้เรียบร้อยแล้ว แต่เพราะข้อมูลหลักฐานมีปริมาณมหาศาล เลยต้องใช้เวลาแบบไม่รีบร้อน แต่รับประกันเลยว่าจะไม่ขาดอายุความแน่นอน มาฟังรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยครับ

กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว.

ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ โดยบอกว่าตอนนี้ กกต. กำลังประชุมพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. โดยเฉพาะคดีฮั้วประมูลหรือการสมรู้ร่วมคิดในการเลือกตั้ง สว. ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจมาตั้งแต่การเลือกตั้งรอบล่าสุด นอกจากนี้ ยังมีสำนวนคดีอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาไปพร้อมกันด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาถึง 5,000 เรื่องเลยทีเดียว! กกต. สามารถเคลียร์ไปได้แล้ว 2,500 เรื่อง เหลืออีกครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 2,500 เรื่องที่ต้องจัดการให้เสร็จภายใน 1 ปีข้างหน้า เลขาฯ ยืนยันชัดเจนว่า สำนวนของสำนักงาน กกต. ไม่เคยขาดอายุความ เว้นแต่กรณีพิเศษที่ต้องขอขยายเวลา เช่นกรณีคดีฮั้ว สว. นี้แหละครับ พวกเขาจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด แต่ต้องถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

กำหนดการประชุมพิจารณา กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว.

เพื่อให้การพิจารณาเป็นระบบ ที่ประชุม กกต. ได้กำหนดตารางการประชุมไว้ชัดเจน โดยใน 1 สัปดาห์ จะใช้เวลา 1 วันเต็มๆ สำหรับคดีฮั้ว สว. โดยเฉพาะ เพราะเอกสารพยานหลักฐานมีจำนวนมาก ต้องใช้เวลาศึกษาให้ละเอียด ตัวอย่างเช่น:

  • วันจันทร์: ประชุมพิจารณาคำร้องคดีฮั้ว สว. แบบเต็มวัน
  • วันอังคาร: ประชุมเรื่องการบริหารงานและสำนวนคำร้องทั่วไป
  • วันพุธ: ประชุมเพิ่มเติม โดยที่ประชุมจะกำหนดวันเฉพาะอีกครั้ง

ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเสร็จสิ้นการพิจารณาเมื่อใด แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ จะไม่ปล่อยให้ขาดอายุความเด็ดขาด อายุความในคดีเลือกตั้งนี้สำคัญมาก เพราะถ้าขาดไป คดีก็จบ ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ชาวบ้านอย่างเราจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

มาดูบริบทกันหน่อยนะครับ คดีฮั้ว สว. นี้เกิดจากข้อกล่าวหาว่ามีการสมรู้ร่วมคิด ฮั้วประมูลที่นั่ง สว. ในเขตต่างๆ หลังการเลือกตั้ง สว. เมื่อปี 2567 ซึ่งมีผู้สมัครจำนวนมาก แต่ถูกตรวจพบความผิดปกติในการลงคะแนนและการรวมกลุ่ม ทำให้ กกต. ต้องรับคำร้องมาพิจารณา หากพิสูจน์ได้ว่ามีการฮั้วจริง อาจนำไปสู่การตัดสิทธิ์หรือดำเนินคดีอาญาได้ ส่งผลกระทบใหญ่ต่อภาพลักษณ์ของ สว. ชุดใหม่ที่กำลังเข้ารับตำแหน่ง

นอกจากนี้ กกต. ยังต้องจัดการร้องเรียนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่น การหาเสียงผิดกฎหมาย ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบการเลือกตั้งไทยยังมีช่องโหว่ให้ปรับปรุง การที่ กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แบบจริงจังแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีว่าองคากรจะทำงานโปร่งใสขึ้น

ในมุมมองของผมนะครับ การพิจารณาคดีแบบนี้ต้องใช้เวลา แต่สำคัญกว่าคือคุณภาพ ถ้าทำรีบๆ แล้วผิดพลาด ก็เท่ากับไม่เกิดประโยชน์ ชาวเน็ตอย่างเราควรให้กำลังใจ กกต. และติดตามข่าวสารต่อไป เพื่อให้การเมืองไทยสะอาดขึ้น หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีเลือกตั้ง ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ! หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ จะได้ช่วยกันเฝ้าระวัง

สรุปใจความสำคัญ: กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้ว ไม่รีบรัดแต่รับประกันไม่ขาดอายุความ ด้วยการประชุมเฉพาะกิจ 1 วัน/สัปดาห์

ที่มา – กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้ว ไม่ยืนยันจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่ไม่ขาดอายุความ

ตั๋วรอบชิงเพลย์ออฟวางขาย แม้ Spygate ไม่แน่นอน

ตั๋วรอบชิงเพลย์ออฟวางขาย แม้ Spygate ไม่แน่นอน

ตั๋วรอบชิงเพลย์ออฟวางขายแล้วนะเพื่อนๆ แม้ Spygate จะยังค้างคาแบบนี้! ทุกคนตื่นเต้นกันมั้ยกับนัดชิงชนะเลิศ Championship play-off final ระหว่าง Hull City กับ Southampton ที่ Wembley สุดยิ่งใหญ่ แต่เดี๋ยวก่อน ยังมีดราม่า Spygate ระหว่าง Saints กับ Middlesbrough ที่อาจทำให้ทุกอย่างพลิกผันได้เลย

เอาเป็นว่าตั๋วรอบชิงเพลย์ออฟวางขายแล้วจริงๆ โดยทั้งสองทีมได้โควต้าตั๋วคนละ 35,984 ใบ สำหรับนัดที่กำหนดไว้ 16:30 BST วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม แต่ EFL บอกว่าอาจเลื่อนได้นะ ถ้า hearing ของ Southampton เรื่อง Spygate ออกมาอย่างไรก็ตาม สัปดาห์ที่แล้วมีคนจากทีมงาน Saints ไปส่องการซ้อมของ Middlesbrough ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเลกแรก ซึ่งผิดกติกา EFL ชัดๆ

Hearing นี้จัดโดย Independent Disciplinary Committee จะมีขึ้นก่อนหรือวันที่ 19 พฤษภาคม ถ้าตัดสินแล้ว Middlesbrough หรือ Saints อุทธรณ์ ก็อาจยืดเยื้อไปถึงรอบชิงเลย ฟังดูวุ่นวายใช่มั้ยล่ะ Spygate นี่คล้ายๆ กรณี Arsenal สปาย Man U ตอนก่อนเลยนะ แต่ครั้งนี้ EFL เพิ่งมีกฎนี้ใหม่ๆ ยังไม่มีบทลงโทษชัดเจน อาจโดนปรับ โดนหักแต้ม หรือแย่สุดคือตกรอบเพลย์ออฟ!

ตั๋วรอบชิงเพลย์ออฟวางขาย แม้ Spygate ไม่แน่นอน

ทาง Hull เคลียร์ตัวเองสบายๆ ชนะ Millwall 2-0 ส่วน Saints เกือบสะดุดแต่พลิกชนะ Middlesbrough 2-1 ใน extra time จาก Shea Charles แต่ดราม่า Spygate มาบดบังหมดเลย แฟนบอล Hull ที่รอจองตั๋ว จองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน ต้องมานั่งลุ้นว่าจะได้ดูจริงมั้ย Bobbi Huyton นักข่าว BBC ที่เป็นแฟน Hull บอกกับ Radio 5 Live ว่า “เราถูกบังคับให้เสี่ยงซื้อตั๋ว มันอาจไม่เกิดขึ้นสัปดาห์หน้าเลย น่าผิดหวังมาก การจัดการแย่สุดๆ”

Hull City Official Supporters’ Club ออกแถลงการณ์ด้วย บอกว่าพวกเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรแต่โดนลงโทษแทน EFL เองผิดที่ไม่ได้กำหนดบทลงโทษ spying ชัดเจน ถ้าเลื่อนไฟนอล แฟนๆ เสียตังค์ฟรี แถมอาจไปไม่ได้ด้วย มันไม่แฟร์เลยจริงๆ

สถานการณ์ Spygate ส่งผลต่อตั๋วรอบชิงเพลย์ออฟวางขายอย่างไร

ตอนนี้ EFL ยังรับประกันไม่ได้ว่านัด Wembley จะไปตามแผนเดิม Play-off final คือโอกาสทองทีม Championship ขึ้น Premier League ได้เลยนะ รางวัลใหญ่ล้านปอนด์ แถมชื่อเสียง แต่ Spygate นี้ทำให้ทุกอย่างสั่นคลอน Saints อาจโดนลงโทษหนัก ทีม Hull ก็เดือดร้อนไปด้วย

  • Hull City ชนะ Millwall 2-0 เข้ารอบชิง
  • Southampton ชนะ Middlesbrough 2-1 extra time
  • Hearing Spygate ก่อน 19 พ.ค.
  • ตั๋วรอบชิงเพลย์ออฟวางขายแล้ว 35,984 ใบ/ทีม
  • อาจเลื่อนไฟนอลถ้าอุทธรณ์

นอกจากนี้ยังมีข่าวเก่าๆ อย่าง Play-off final may be delayed by Spygate hearing, Will Boro-Saints play-off have deciding third act?, และ Southampton ask for more time over spying claims ให้ติดตามด้วย

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: Hull City, Middlesbrough, Championship, Southampton, Football

ส่วนตัวผมคิดว่า EFL ควรเร่งตัดสิน Spygate ให้จบเร็วๆ จะได้ไม่ให้แฟนบอลเดือดร้านะ คุณล่ะคิดยังไง? ถ้าอยากอัพเดทข่าวฟุตบอล Championship ล่าสุด ติดตามบล็อกเราไว้เลย หรือแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ชงเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่

ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่รัฐสภา มีข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแส กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ชงเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่ โดยนายบุญรวี ยมจินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมใจไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค คนที่ 4 ได้เปิดเผยหลังการประชุมกมธ.นัดแรก ซึ่งแนวทางหลักคือการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ผู้บริโภคเรียกร้องมานาน

กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ชงเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่

กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคมีแผนผลักดันเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สูงขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรม โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมกมธ.ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ข้อเสนอนี้มาจากข้อร้องเรียนของประชาชนที่รู้สึกว่ารางวัลเดิมน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับกำไรมหาศาลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่เคยปรับเพิ่มมานานกว่า 10 ปี

รายละเอียดรางวัลลอตเตอรี่ที่เสนอปรับใหม่

ข้อเสนอหลักคือการปรับโครงสร้างรางวัลให้ดึงดูดมากขึ้น โดยเฉพาะรางวัลใหญ่และรางวัลเล็ก ดังนี้

  • รางวัลที่ 1: จาก 6 ล้านบาท เพิ่มเป็น 10 ล้านบาท
  • รางวัลเลขท้าย 2 ตัว: จาก 2,000 บาท เพิ่มเป็น 5,000 บาท
  • รางวัลเลขท้าย 3 ตัว: จาก 4,000 บาท เพิ่มเป็น 10,000 บาท

การปรับรางวัลเหล่านี้ถือเป็นการตอบสนองต่อผู้บริโภคที่ซื้อสลากเพื่อลุ้นโชค แต่รู้สึกว่าโอกาสได้รางวัลน้อยและเงินรางวัลไม่คุ้มค่า

เหตุผลเบื้องหลังข้อเสนอจากกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค

นายบุญรวี ยืนยันว่าการเพิ่มรางวัลไม่ได้เป็นการมอมเมาประชาชน แต่เป็นเรื่องของการค้าที่ควรเป็นธรรม กองสลากมีรายได้และกำไรสูงมากแต่ละปี ซึ่งมาจากภาษีบาปของประชาชน หากไม่แบ่งปันให้ผู้ซื้อ ก็เท่ากับเอาเปรียบ หากที่ประชุมกมธ.เห็นชอบ จะเรียกผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้ข้อมูลรายได้ กำไร เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการปรับ

นอกจากนี้ กำไรส่วนหนึ่งจะนำไปพัฒนาสวัสดิการสังคม เช่น เพิ่มทุนการศึกษาให้เด็กยากจน หรือเพิ่มค่าอาหารกลางวันนักเรียนที่ปัจจุบันได้เพียง 20 บาทต่อหัว ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ประโยชน์ที่คาดหวังจากการเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่

  • สร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค
  • ลดปัญหาหวยใต้ดินที่ผิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการถูกโกง
  • เพิ่มรายได้ให้กองสลากจากการขายสลากที่มากขึ้น
  • นำเงินกำไรไปสู่สวัสดิการสาธารณะ

คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบการซื้อลอตเตอรี่ โดยเฉพาะวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน หากรางวัลเพิ่มขึ้น จะยิ่งกระตุ้นให้ประชาชนหันมาซื้อสลากถูกกฎหมายมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายรัฐที่ต้องการควบคุมการพนัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงคัดค้านจากบางฝ่ายที่กังวลเรื่องการส่งเสริมการพนัน แต่ฝ่ายกมธ.ชี้แจงว่าเป็นการปรับสมดุล ไม่ใช่เพิ่มการมอมเมา และเงินรางวัลที่เพิ่มจะมาจากกำไรที่มีอยู่แล้ว ไม่กระทบงบประมาณแผ่นดิน

ข้อเสนอนี้กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก หากสำเร็จ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขาดการปรับปรุงมานาน

ในฐานะนักวิเคราะห์ เรามองว่าการเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่เป็นแนวทางที่ดี เพราะช่วยกระจายรายได้ให้ผู้ถูกรางวัลเล็กๆ ที่มีจำนวนมากกว่า และลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ คุณลองนึกภาพถ้าถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ได้ 5,000 บาทแทน 2,000 บาท จะช่วยเหลือครอบครัวได้มากแค่ไหน

คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ข่าวดีนี้ด้วยนะ!

ที่มา – กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ชงเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่ ถูกรางวัลที่ 1 ได้ 10 ล้าน เลขท้าย 2 ตัว ได้ 5,000

ย้อนดูประวัติบ้านใหญ่ฝั่งธนบุรี ตระกูลม่วงศิริ

ย้อนดูประวัติบ้านใหญ่ฝั่งธนบุรี ตระกูล “ม่วงศิริ” ที่เป็นเจ้าของพื้นที่การเมืองท้องถิ่นฝั่งธนฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเขตบางขุนเทียนและบางบอน ตระกูลนี้ส่งคนในครอบครัวลงชิงเก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เพื่อรักษาแชมป์เก่าไว้ได้อีกสมัย หากพูดถึงบ้านใหญ่ฝั่งธนบุรี คงไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลม่วงศิริ ที่ครองใจชาวบ้านมาหลายทศวรรษ

ย้อนดูประวัติ บ้านใหญ่ ฝั่งธนบุรี

ตระกูลม่วงศิริถือเป็นหนึ่งในตระกูลการเมืองเก่าแก่และทรงอิทธิพลที่สุดในกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี พวกเขาสร้างฐานเสียงตั้งแต่ยุคบุกเบิก สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเปลี่ยนพรรคการเมืองอย่างไร ก็ยังครองพื้นที่ได้อย่างเหนือชั้น บ้านใหญ่ฝั่งธนบุรีแห่งนี้เริ่มจากรุ่นปู่ย่าที่วางรากฐานทั้งการเมืองชาติและท้องถิ่น

รุ่นบุกเบิก: กำนันปลิว ม่วงศิริ

บุคคลสำคัญคนแรกคือ นายปลิว ม่วงศิริ หรือกำนันปลิว อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร ปี 2522 ท่านเป็นผู้ริเริ่มสร้างฐานความนิยมในเขตบางขุนเทียนและใกล้เคียง ก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกชายอย่าง นายประเสริฐ ม่วงศิริ และนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ที่ได้เป็น ส.ส. ต่อเนื่องหลายสมัย

  • นายปลิว ม่วงศิริ: ส.ส. ปี 2522
  • นายประเสริฐ ม่วงศิริ: ส.ส. หลายสมัย
  • นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ: ต่อยอดฐานเสียง

จากนั้นตระกูลนี้ขยายอิทธิพลไปถึงระดับชาติ มีสมาชิกถึง 5 คนที่เคยเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ ได้แก่ นายสากล ม่วงศิริ และ พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ พวกเขาเคยสังกัดพรรคหลากหลาย ทั้งประชากรไทย ไทยรักไทย พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย แสดงถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวทางการเมือง

ภาพตระกูลม่วงศิริ บ้านใหญ่ฝั่งธนบุรี

ครองบัลลังก์การเมืองท้องถิ่น ส.ก. หลายสมัย

ควบคู่กับการเมืองชาติ ตระกูลนี้ยังครองการเมืองท้องถิ่นอย่างเหนียวแน่น เริ่มจากปี 2533 นายสุรชัย ม่วงศิริ เป็น ส.ก.เขตบางขุนเทียน สมัยแรก สังกัดพรรคประชากรไทย และชนะเลือกตั้งถึง 3 สมัย:

  • ส.ก.บางขุนเทียน ปี 2533 – ประชากรไทย
  • ส.ก.บางขุนเทียน ปี 2537 – ประชากรไทย
  • ส.ก.บางบอน ปี 2541 – ประชาธิปัตย์ (ส.ก.คนแรกของเขตใหม่)

ตามด้วย นายประพันธ์ ม่วงศิริ บิดาของนายณรงค์ศักดิ์ ได้เป็น ส.ก.บางบอน 2 สมัย ปี 2545 และ 2549 สังกัดไทยรักไทย

ขณะที่ นายสาทร ม่วงศิริ ครอง ส.ก.บางขุนเทียน 2 สมัย ปี 2549 และ 2553 สังกัดประชาธิปัตย์

นายสารัช ม่วงศิริ ส.ก.บางขุนเทียน

世代ใหม่ตีตั๋ว 2 เขตหลัก

ยุคใหม่ นายสารัช ม่วงศิริ บุตรชายนายประเสริฐ เป็น ส.ก.บางขุนเทียน 2 สมัย (2553, 2565) และ นายณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ (เบิด) ลูกชายนายประพันธ์ เป็น ส.ก.บางบอน 2 สมัย สังกัดประชาธิปัตย์ ก่อนย้ายไปเพื่อไทยปี 2568

การเลือกตั้ง ส.ก. ล่าสุด บ้านใหญ่ฝั่งธนบุรี ส่งทั้งคู่ลงสมัครอีกสมัยที่ 3 ในนามผู้สมัครอิสระ กลุ่ม “คนทำงาน” เพื่อความเป็นอิสระในการพัฒนาท้องถิ่น

นายณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ ส.ก.บางบอน
กลุ่มคนทำงาน ตระกูลม่วงศิริ

ตระกูลม่วงศิริพิสูจน์แล้วว่าบ้านใหญ่ฝั่งธนบุรี ไม่ใช่แค่ชื่อเรียก แต่เป็นพลังฐานเสียงที่แท้จริง การสืบทอดแบบนี้ช่วยให้พื้นที่บางขุนเทียนและบางบอนมีตัวแทนที่รู้จักดี หากคุณเป็นชาวฝั่งธน ลองติดตามผลเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้ดู ว่าพวกเขาจะรักษาแชมป์ได้อีกหรือไม่? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองท้องถิ่นนะครับ!

ที่มา – ย้อนดูประวัติ บ้านใหญ่ ฝั่งธนบุรี ส่งคนในตระกูล “ม่วงศิริ” รักษาเก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

เซเนซี่ ลา บอร์นมัธ สิ้นฤดูกาล

เซเนซี่ ลา บอร์นมัธ สิ้นฤดูกาล นี่เป็นข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเลยนะครับ! มาร์กอส เซเนซี่ กองหลังทีมชาติอาร์เจนตินา วัย 29 ปี เตรียมอำลา บอร์นมัธ เมื่อสัญญาของเขาหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากอยู่กับทีมเชอร์รี่ส์มา 4 ปีเต็มๆ

บอร์นมัธที่กำลังลุ้นท็อปซิกซ์ในลีกตอนนี้ จะเสียเซเนซี่ไปแบบฟรีๆ เลย เพราะเขาจะกลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ทันที ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เซเนซี่ก็มีสิทธิ์เจรจากับสโมสรในยุโรปได้แล้ว และยังมีข่าวลือว่าเขากำลังมองหาทีมในพรีเมียร์ลีกต่อด้วยนะ

เซเนซี่ ลา บอร์นมัธ สิ้นฤดูกาล: ประวัติและผลงาน

เซเนซี่ย้ายมาร่วมทีมบอร์นมัธจากเฟเยนูออร์ดในปี 2022 ด้วยค่าตัวราว 15 ล้านปอนด์ เขาเป็นกองหลังตัวหลักที่ช่วยทีมรอดตกชั้นและพุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับสูงๆ แบบนี้ สถิติฤดูกาลนี้ของเขาก็ไม่เลวเลยนะ ลงเล่นไปเกือบ 30 นัด สกัดบอลได้เฉลี่ย 2.5 ครั้งต่อเกม แถมยังมีส่วนช่วยเกมรับให้เหนียวแน่น

ด้วยความที่เป็นชาวอาร์เจนตินา เซเนซี่มีสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง และอ่านเกมดี เหมาะกับพรีเมียร์ลีกสุดๆ แต่ทำไมถึงไม่ต่อสัญญาล่ะ? คงเพราะอยากหาความท้าทายใหม่ๆ หรืออาจมีข้อเสนอดีๆ จากทีมใหญ่ๆ มาหลอกล่อ

ผลกระทบต่อบอร์นมัธหลังเซเนซี่ ลา บอร์นมัธ สิ้นฤดูกาล

การที่เซเนซี่ ลา บอร์นมัธ สิ้นฤดูกาล จะทำให้แนวรับของทีมต้องปรับใหญ่เลยครับ ทีมต้องหาตัวแทนที่ไว้ใจได้ด่วน ก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิด ไม่งั้นลุ้นยูโรป้าลีกอาจสะดุดได้

  • จุดเด่นของเซเนซี่: สปีดดี, ต่อสู้แย่งบอลเก่ง
  • จุดอ่อน: บางครั้งเล่นเสี่ยงเกินไป
  • ทีมที่อาจสนใจ: เวสต์แฮม, ฟูแล่ม หรือแม้แต่ทีมในลาลีกา

แฟนบอลบอร์นมัธคงเศร้าน่าดู แต่ก็เข้าใจนะ สัญญาใกล้หมดแล้ว ทีมบริหารต้องคิดถึงอนาคต

อนาคตของเซเนซี่หลังลาบอร์นมัธ

เซเนซี่เคยเล่นกับเปแอสเซ, ฟิออเรนติน่า ก่อนมาพรีเมียร์ลีก ประสบการณ์เพียบเลย ผมว่ามีโอกาสไปทีมกลางๆ ในลีกใหญ่ได้สบายๆ หรือไม่ก็กลับลาตินอเมริกา? แต่จากข่าว เขายังอยากอยู่พรีเมียร์ลีกต่อ

ฤดูกาลนี้บอร์นมัธทำผลงานดีเกินคาด ชนะทีมใหญ่ๆ มาเพียบ แนวรับที่เซเนซี่ช่วยสร้างก็แข็งแกร่ง ถ้าไม่มีเขา ทีมต้องเสริมทัพหนักแน่

ส่วนเซเนซี่เอง คงอยากได้สัญญาที่ดีกว่าเดิม สิทธิ์เจรจาฟรีตั้งแต่ปีใหม่ ทำให้หลายทีมจับตาแล้วล่ะครับ

ข่าวนี้เพิ่งออกมาใหม่ๆ ยังมีรายละเอียดเพิ่มอีกแน่นอน ติดตามกันต่อนะ!

คุณคิดว่าเซเนซี่ควรไปทีมไหนดี? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ หรือแชร์ประสบการณ์ดูบอร์นมัธของคุณมาเลย อย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตทุกวันที่นี่นะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ประธานสภาหอการค้าฯ – ประธานสภาอุตฯ ชมรัฐบาลเยี่ยม

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงนี้กำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการระบาดของโรค การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก หรือความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่สิ่งที่น่ายินดีคือ ประธานสภาหอการค้าฯ – ประธานสภาอุตฯ ชมรัฐบาลเยี่ยม ที่ได้ริเริ่มจัดเวทีรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ประธานสภาหอการค้าฯ – ประธานสภาอุตฯ ชมรัฐบาลเยี่ยม

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมหารือร่วมกับรัฐบาลในเย็นวันเดียวกัน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยระบุว่าภาคเอกชนมีข้อเสนอแนะที่พร้อมนำเสนออยู่แล้ว เพื่อช่วยให้รัฐบาลสามารถตัดสินใจได้อย่างตรงจุด

ในทำนองเดียวกัน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ก็ประสานเสียงชื่นชมรัฐบาล โดยบอกว่า ประธานสภาหอการค้าฯ – ประธานสภาอุตฯ ชมรัฐบาลเยี่ยม ในการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วม แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดข้อเสนอทั้งหมด แต่ยืนยันว่ามีหลายประเด็นที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต

ข้อเสนอสำคัญที่ภาคเอกชนเตรียมนำเสนอ

จากที่ได้สัมภาษณ์ ทั้งสองท่านเน้นย้ำถึงประเด็นหลักที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการทันที เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยั่งยืน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายแอนตี้คอร์รัปชันเพื่อสร้างความโปร่งใสในระบบการทำงานของภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก โดยมองว่าเป็น quick win ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ทันที

  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน: ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การลดขั้นตอนราชการ และการสนับสนุนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมหลัก
  • ผลักดันแอนตี้คอร์รัปชัน: สร้างกลไกตรวจสอบที่โปร่งใส ลดช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทุจริต
  • ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง: ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เช่น สนับสนุน SME และแรงงานที่ได้รับผลกระทบ
  • ความร่วมมือรัฐ-เอกชน: รัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวกด้านนโยบาย ขณะที่เอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก

นายพจน์ ยังเสริมว่าการประชุมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะรับฟังตรงจาก CEO และตัวแทนภาคเอกชนชั้นนำ ซึ่งเป็นโอกาสดีในการถ่ายทอดปัญหาและข้อเสนอแนะที่มาจากประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจ โดยการติดต่อเชิญเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อน แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและจริงจังของรัฐบาล

นิมิตหมายดีต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย

ทั้งนางพิมพ์ใจและนายพจน์ ต่างย้ำว่าการจัดเวทีเช่นนี้เป็นนิมิตหมายดีมาก โดยนางพิมพ์ใจบอกว่า “ดีมาก” และนายพจน์เสริมว่า “เยี่ยมเลย” เพราะในอดีต รัฐและเอกชนมักทำงานแยกกัน แต่ครั้งนี้แสดงถึงการ synergy ที่แท้จริง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ตรงจุด เช่น GDP ที่เติบโตช้า อัตราการว่างงานสูง และการลงทุนที่ชะลอตัว

จากข้อมูลของธนาคารโลก เศรษฐกิจไทยต้องการการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย การที่รัฐบาลเปิดรับฟังจึงเป็นก้าวสำคัญ หากข้อเสนอเหล่านี้ถูกนำไปปฏิบัติ จะช่วยให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและสีเขียวได้เร็วขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังวางรากฐานความยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green) ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนเต็มที่ หากรัฐบาลแสดงความมุ่งมั่นต่อเนื่อง

คุณคิดอย่างไรกับการร่วมมือครั้งนี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ประธานสภาหอการค้าฯ – ประธานสภาอุตฯ ชมรัฐบาลเยี่ยม จัดเวทีรับฟังภาคเอกชน ชี้เป็นนิมิตหมายดี