วัน: 24 พฤษภาคม 2026

รมช.ดีอี ลุยปั้น NT เชียงใหม่โมเดล จัดระเบียบสายสื่อสาร

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่หรือเคยไปเที่ยว คงจะเคยเห็นภาพสายสื่อสารที่รุงรังพาดผ่านไปมาตามเสาไฟ ซึ่งนอกจากจะไม่สวยงามแล้วยังดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ ล่าสุดข่าวดีกำลังมาเยือนครับ เมื่อ รมช.ดีอี ได้ลงพื้นที่เพื่อผลักดันโครงการสำคัญอย่าง รมช.ดีอี ลุยปั้น “NT เชียงใหม่โมเดล” จัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน รับโครงข่ายดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนเมืองเชียงใหม่ให้กลายเป็นสมาร์ทซิตี้ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

รมช.ดีอี ลุยปั้น “NT เชียงใหม่โมเดล” จัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน รับโครงข่ายดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิต

การลงพื้นที่ของนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รอบนี้ ไม่ใช่แค่การตรวจงานทั่วไป แต่เป็นการประกาศความเอาจริงเอาจังในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยโครงการ รมช.ดีอี ลุยปั้น “NT เชียงใหม่โมเดล” จัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน รับโครงข่ายดิจิทัล นี้ NT ภาคเหนือได้เข้ามาดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้คนในพื้นที่ได้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เสถียรและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญ? ลองมาดูความพิเศษของ NT เชียงใหม่โมเดลกันครับ:

  • ทัศนียภาพดีขึ้น: การเอาสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดินทำให้บ้านเมืองดูสะอาดตา สะท้อนความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
  • ปลอดภัยหายห่วง: ลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์สายสื่อสารขาดหรืออุบัติเหตุจากอุบัติภัยทางไฟฟ้า
  • เพิ่มมาตรฐานดิจิทัล: ระบบ Single Last Mile ช่วยให้โครงข่ายมีความเสถียร รองรับการใช้งานที่พุ่งสูงขึ้นในอนาคต
  • ครอบคลุมการใช้งาน: ปัจจุบันรองรับได้กว่า 7,000 ครัวเรือน และจะขยายผลต่อไปยังย่านธุรกิจอย่างนิมมานเหมินท์และประตูท่าแพ

ทำไม รมช.ดีอี ลุยปั้น “NT เชียงใหม่โมเดล” จัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน รับโครงข่ายดิจิทัล ถึงเป็นจุดเปลี่ยน?

โครงการนี้ไม่ได้จบแค่ที่เชียงใหม่ แต่ทางกระทรวงตั้งใจให้ที่นี่เป็น “ต้นแบบ” เพื่อนำไปใช้กับจังหวัดอื่นๆ ทั่วไทยครับ ความตั้งใจคือการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยี หากระบบพื้นฐานดี เราก็สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ หรือบริการภาครัฐได้ง่ายและสะดวกขึ้นกว่าเดิมมาก การที่เจ้าหน้าที่จาก NT เข้ามาดูแลจัดการอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้การซ่อมบำรุงในอนาคตทำได้รวดเร็วขึ้นด้วย ไม่ต้องคอยงมหาว่าสายเส้นไหนของใครกันอีกต่อไป

ในอนาคตเราคงจะได้เห็นโครงข่ายสายสื่อสารที่เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนครับ สำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่โครงการก็น่าจะได้ใช้งานบริการดิจิทัลที่เสถียรและลื่นไหลกว่าเดิม เตรียมตัวปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบกับโครงการดีๆ แบบนี้ได้เลยครับ ส่วนตัวผมมองว่านี่คือก้าวสำคัญที่สะท้อนว่ารัฐบาลใส่ใจกับวิถีชีวิตจริงของประชาชนผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มองเห็นภาพชัดเจนที่สุดครับ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองที่ฉลาดและน่าอยู่ขึ้นอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – รมช.ดีอี ลุยปั้น “NT เชียงใหม่โมเดล” จัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดิน รับโครงข่ายดิจิทัล

“หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ปัดลุงป้อมหนุน

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนเริ่มจับตาสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะข่าวที่ทำเอาชาวกรุงต้องหันมาโฟกัส เมื่อ “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องแบ็กอัพ งานนี้เจ้าตัวยืนยันเสียงแข็งว่าเป็นอิสระ พร้อมลุยเพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างเต็มที่ครับ

ทำความรู้จัก “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.”

การเปิดตัวของ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ในครั้งนี้ ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มาพร้อมกับทีมงานมืออาชีพและวิสัยทัศน์ที่เน้นการแก้ปัญหาแบบ “ประสานสิบทิศ” โดยเจ้าตัวมองว่ากรุงเทพฯ ในปัจจุบันเปรียบเสมือนอยู่ในช่วงวิกฤติที่ต้องการการจัดการที่รวดเร็วและกล้าหาญ ทั้งเรื่องการปราบส่วย การจัดการขยะให้เป็นทรัพย์ และการสร้างความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

เหตุผลที่ “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ต้องจับตามอง

ทำไมต้องเป็นเขา? คำตอบถูกสะท้อนผ่านมุมมองของ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ที่ระบุว่าเมืองหลวงต้องการผู้ว่าฯ ที่ประสานงานกับหน่วยงานอื่นได้เก่ง ไม่ใช่แค่ทำงานในกรอบอำนาจ กทม. เท่านั้น ซึ่งคาแรกเตอร์นี้ตรงกับแนวทางที่ “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ได้วางไว้ นอกจากนี้เขายังย้ำชัดว่าการลงสมัครครั้งนี้ไม่มี “ลุงป้อม” หนุนหลัง เพราะอิสระคือจุดแข็งที่ทำให้เขาพูดคุยกับคนได้ทุกกลุ่ม

สำหรับทีมงานเบื้องหลังที่หม่อมกรดึงมาช่วยบริหารจัดการ ได้แก่:

  • นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล: ด้านการเงินการคลัง
  • นายอาทิตย์ เล่าสกุล: ด้านผังเมืองและสถาปัตย์
  • นายอภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์: ด้านการพัฒนาพลเมือง
  • นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์: ด้านสาธารณสุข
  • พล.ต.นพรัตน์ แป้นแก้ว: ด้านความปลอดภัย

เมื่อถามถึงคู่แข่งคนสำคัญอย่างคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หม่อมกรก็น้อมรับการทำงานที่ผ่านมา แต่ก็มองว่ายังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมาก เพื่อเปลี่ยนโฉมเมืองหลวงให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ในฐานะคนกรุง เราควรเปิดรับทุกตัวเลือกที่พร้อมจะเข้ามาอาสาพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น การมาของหม่อมกรถือเป็นสีสันสำคัญที่จะทำให้สนามเลือกตั้งครั้งนี้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก ทุกคนคิดเห็นอย่างไรกับการก้าวเข้ามาในครั้งนี้? ลองแสดงความคิดเห็นหรือร่วมแลกเปลี่ยนทิศทางอนาคตของ กทม. ไปพร้อมๆ กันนะครับ

ที่มา – “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ขอโอกาสคนกรุง ปัด “ลุงป้อม” หนุนหลัง

ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามข่าวสารอาชญากรรมคงต้องตกใจกับเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เมื่อมีการรายงานข่าว ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด ซึ่งเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างเข้มข้น

ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด

เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งเสลี่ยม ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนเสาไฟฟ้าบริเวณจุดตรวจกลางดง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดที่หนีการสกัดจับของเจ้าหน้าที่ บก.ปส. มาด้วยความเร็วสูงก่อนจะเสียหลักเกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด ในที่สุด

สรุปเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สุโขทัย

จากการตรวจสอบซากรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบของกลางจำนวนมหาศาล โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • พบยาบ้าจำนวนประมาณ 2 ล้านเม็ดภายในรถ
  • ผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือนายพิณณุ อายุ 44 ปี
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ชื่อนายณัฐนนท์ อายุ 19 ปี
  • สภาพรถพังยับเยินจากการพุ่งอัดเสาไฟฟ้าข้างทาง

ความรุนแรงของเหตุการณ์ ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด ครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ที่คิดจะก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมืด เพราะนอกจากจะต้องสูญเสียอิสรภาพแล้ว ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงถึงชีวิตจากพฤติกรรมขับรถประมาทหวังหนีเจ้าหน้าที่แบบไม่คิดชีวิต

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนี้คงต้องมีการขยายผลต่อไปว่า ขบวนการขนยาเสพติดลอตใหญ่ขนาดนี้มีใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เพราะการขนยาบ้าถึง 2 ล้านเม็ดไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่นอน เราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อสังคมไทยที่ปลอดภัยขึ้นครับ

ที่มา – ดับ 1 สาหัส 1 แก๊งค้ายาบ้า ซิ่งหนี ตร. ชนเสาไฟ ค้นรถเจอ 2 ล้านเม็ด

ยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง G-Wallet ไม่ผ่าน สแกนหน้าไม่สำเร็จ แก้ยังไง อัปเดตล่าสุด 2569

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ออกมาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในปี 2569 นี้ แต่ปัญหาที่มักพบบ่อยที่สุดและทำเอาหลายคนเหงื่อตกคือ การยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง G-Wallet ไม่ผ่าน สแกนหน้าไม่สำเร็จ แก้ยังไง อัปเดตล่าสุด 2569 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับสิทธิ หากใครกำลังประสบปัญหานี้อยู่ ไม่ต้องกังวลไปครับ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาฝากกัน

ยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง G-Wallet ไม่ผ่าน สแกนหน้าไม่สำเร็จ แก้ยังไง อัปเดตล่าสุด 2569

การใช้งานแอปเป๋าตังในปัจจุบันถือเป็นเรื่องใกล้ตัว และสำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่กำลังจะมาถึง การเตรียมความพร้อมทางเทคนิคเป็นสิ่งสำคัญมาก หากคุณเจออุปสรรคการยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง G-Wallet ไม่ผ่าน สแกนหน้าไม่สำเร็จ แก้ยังไง อัปเดตล่าสุด 2569 สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองด้วยวิธีต่อไปนี้ครับ

วิธีแก้ไขเมื่อการยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง G-Wallet ไม่ผ่าน สแกนหน้าไม่สำเร็จ แก้ยังไง อัปเดตล่าสุด 2569

  • กรณีสแกนใบหน้าไม่ผ่าน: มักเกิดจากแสงไม่เพียงพอ ควรหาสถานที่ที่มีแสงสว่างชัดเจน ถอดแว่นตาหรือหน้ากากอนามัยออก และถือโทรศัพท์ให้ตรงระดับสายตา
  • กรณีข้อมูลไม่ตรง: โปรดตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้ถูกต้องตรงกับที่ลงทะเบียนไว้
  • กรณีระบบแจ้งว่าข้อมูลขัดข้อง: แนะนำให้ปิดแอปพลิเคชันแล้วเปิดใหม่ หรืออัปเดตแอปเป๋าตังให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบ

นอกจากนี้ หากทำผ่านแอปฯ แล้วยังไม่สำเร็จ คุณสามารถไปที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย สีเทา เพื่อทำรายการ “ยืนยันตัวตน” ด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียว หรือจะไปติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทยโดยตรงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือก็เป็นวิธีที่สะดวกและแน่นอนที่สุดครับ การให้ความสำคัญกับขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้คุณได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้อย่างไร้กังวล

สุดท้ายนี้การทำธุรกรรมออนไลน์ต้องมีความใจเย็น หากพบว่าระบบแอปฯ มีผู้เข้าใช้งานจำนวนมากจนค้างหรือหน่วง แนะนำให้ลองเว้นระยะสักครู่แล้วค่อยกลับมาทำใหม่ในช่วงเวลาที่คนน้อยลง จะช่วยเพิ่มโอกาสให้การยืนยันตัวตนผ่านได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ ขอให้ทุกท่านลงทะเบียนสำเร็จและได้รับสิทธิประโยชน์กันถ้วนหน้านะครับ

ที่มา – ยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง G-Wallet ไม่ผ่าน สแกนหน้าไม่สำเร็จ แก้ยังไง อัปเดตล่าสุด 2569

อิหร่านย้ายฐานทัพบอลโลกจากสหรัฐฯ ไปเม็กซิโกแล้ว

อิหร่านย้ายฐานทัพบอลโลกจากสหรัฐฯ ไปเม็กซิโกแล้ว

แฟนบอลทั่วโลกเริ่มตื่นเต้นกับทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะมาถึง แต่อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่น่าจับตามองคือการตัดสินใจของทีมชาติอิหร่านเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม โดยล่าสุดมีการยืนยันว่า อิหร่านย้ายฐานทัพบอลโลกจากสหรัฐฯ ไปเม็กซิโก เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งกลายมาเป็นประเด็นที่คนในวงการฟุตบอลกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูหลังจาก เมห์ดี ทาจ ประธานสมาคมฟุตบอลอิหร่านได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

เหตุผลที่อิหร่านย้ายฐานทัพบอลโลกจากสหรัฐฯ ไปเม็กซิโก

เดิมทีทีมชาติอิหร่านถูกกำหนดให้ไปเก็บตัวที่เมืองทูซอน รัฐแอริโซนา ในสหรัฐอเมริกา แต่ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและข้อกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการเดินทางเข้าพื้นที่ โดยประธานสมาคมฯ ระบุว่าพวกเขาได้พูดคุยกับ FIFA จนได้ข้อสรุปว่าเป้าหมายใหม่คือเมืองติฮัวนา ในประเทศเม็กซิโก ซึ่งตั้งอยู่ติดแนวชายแดนสหรัฐฯ พอดี

การเปลี่ยนสถานที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกในการเดินทางด้วย เนื่องจากติฮัวนามีระยะทางใกล้กับสถานที่แข่งขันในลอสแอนเจลิสมากกว่าทูซอนอย่างมาก โดยใช้เวลาบินเพียง 55 นาทีเท่านั้น ซึ่งเอื้อต่อการรักษาสภาพร่างกายของนักกีฬาได้ดีกว่าเดิม

ความท้าทายเรื่องวีซ่าที่ยังต้องติดตาม

แม้จะมีการเปลี่ยนฐานไปที่เม็กซิโกแล้ว แต่กระแสข่าวเรื่องวีซ่ายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากนักเตะและทีมงานบางคนอาจมีประวัติเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งทางสหรัฐฯ เข้มงวดมากเรื่องนี้ การที่ อิหร่านย้ายฐานทัพบอลโลกจากสหรัฐฯ ไปเม็กซิโก จึงอาจช่วยลดความกดดันในเรื่องการเดินทางข้ามพรมแดนได้บางส่วน แต่ก็ยังต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าทุกอย่างจะราบรื่นทันวันที่ 11 มิถุนายนนี้หรือไม่

หากมองในมุมมองนักวิเคราะห์ฟุตบอล การย้ายฐานครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแผนการจัดการต้องมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้มั่นใจได้ว่านักกีฬาจะมีสมาธิอยู่กับเกมการแข่งขันมากที่สุด โดยไม่ต้องพะวักพะวอกกับประเด็นทางการเมืองที่อยู่นอกสนาม ต้องบอกว่านี่คือบทเรียนสำคัญของฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้จริงๆ

แล้วคุณล่ะ คิดว่าการเตรียมตัวแบบฉุกเฉินนี้จะส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของทีมชาติอิหร่านมากน้อยแค่ไหน? มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าพวกเขาจะสร้างปาฏิหาริย์ในสนามได้หรือไม่ในทัวร์นาเมนต์ที่กำลังจะมาถึงนี้!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทลายแก๊งหมวกกันน็อค บิ๊ก แจ็ค 777 ปล่อยเงินกู้นอกระบบ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นนามบัตรแปลกๆ ที่ถูกโปรยทิ้งไว้ตามหน้าบ้านหรือย่านชุมชนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการหนี้นอกระบบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ปอศ. ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการ ทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยเงินกู้ ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

เบื้องลึกการทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยเงินกู้ ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า

เหตุการณ์การเข้าจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากกระแสข่าวการร้องเรียนหนี้นอกระบบผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยกลุ่มมิจฉาชีพในชื่อ “บิ๊ก แจ็ค 777” มีพฤติกรรมเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ความน่ากลัวของแก๊งนี้คือการปรับดอกเบี้ยที่โหดร้ายถึง 3,000% ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างถึงที่สุด

พฤติกรรมสุดแสบและหลักฐานมัดตัวแก๊งหมวกกันน็อค

จากการสอบสวนและตรวจสอบของกลาง พบว่าเครือข่ายนี้นอกจากจะปล่อยเงินกู้โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ยังมีวิธีการทวงหนี้ที่น่าหวาดกลัว คือการขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อคมาวนเวียนหน้าบ้านลูกหนี้ พร้อมข่มขู่ประจานหากไม่ยอมจ่ายเงินตามกำหนด ทางตำรวจยังพบหลักฐานเด็ดเป็นคลิปวิดีโอขณะฝึกเด็กใหม่หัดร่อนนามบัตรตามย่านมีนบุรีและร่มเกล้า ชี้ให้เห็นว่าการทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยเงินกู้ ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า ในครั้งนี้เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่

  • เป้าหมายหลัก: พ่อค้าแม่ค้าที่มีปัญหาเรื่องเงินทุน
  • วิธีการเผยแพร่: ร่อนนามบัตรตามที่สาธารณะและชุมชน
  • ความรุนแรง: ดอกเบี้ยสูง 3,000% ต่อปี และการข่มขู่ทวงหนี้
  • สถานะปัจจุบัน: ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการและขยายผลล่าตัวนายทุนใหญ่

ข้อควรระวังสำหรับพ่อค้าแม่ค้า

เหตุการณ์เศร้าใจเหล่านี้เป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่าหนี้นอกระบบนั้นมีอันตรายมากกว่าที่คิด การเลือกเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายผ่านสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ แม้อาจจะพิจารณาเงื่อนไขที่ยุ่งยากกว่าในตอนแรก แต่ก็ปลอดภัยจากแก๊งทวงหนี้โหดที่จ้องจะซ้ำเติมชีวิตคนทำมาหากินให้จมดิ่งลงไปอีก หากใครพบเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อความปลอดภัยของคนในชุมชนครับ

ที่มา – ทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยเงินกู้ ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า

“เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” ลุยหาเสียง กทม.

เชื่อว่าหลายคนต้องสะดุดตากับข่าวการเมืองล่าสุด เมื่อ “เต้ มงคลกิตติ์” นำทีมกลุ่มกรุงเทพบินได้ ลงพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างสยามสแควร์ เพื่อเปิดตัวนโยบายสุดแปลกใหม่ที่ทำเอาวัยรุ่นฮือฮากันไม่น้อย นั่นคือการเสนอ “เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” เพื่อช่วยเหลือคนโสดในกรุงเทพฯ ให้มีโอกาสพบรักแท้ผ่านระบบ AI อัจฉริยะ

“เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” สู้ศึกเลือกตั้ง กทม.

การลงพื้นที่สยามพารากอนและสยามสแควร์ในครั้งนี้ นำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พร้อมด้วยนายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งไม่ได้มีเพียงนโยบายจัดหาคู่เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตคนเมืองอีกด้วย

รายละเอียดนโยบาย “เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” และสวัสดิการอื่นๆ

นอกจากนโยบายเรื่องความรักแล้ว กลุ่มกรุงเทพบินได้ยังนำเสนอนโยบายที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น:

  • การพัฒนาแอป “TEM7” เพื่อลดค่าธรรมเนียมไรเดอร์เหลือเพียง 5% เพิ่มรายได้ให้พี่น้องชาวส่งอาหาร
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับวินมอเตอร์ไซค์และผู้ค้าหาบเร่แผงลอย โดยมี กทม. เป็นผู้ค้ำประกัน
  • เงินอุดหนุนการศึกษา จ่ายเงินช่วยเหลือเด็กนักเรียนวันละ 100 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
  • การบริหารงบประมาณ ตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเข้มงวดเพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน

ในมุมมองของทีมหาเสียง การเปิดหน่วยงานจัดหาคู่จะช่วยสร้างสังคมการพบปะที่ปลอดภัยและทันสมัย โดยใช้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการประสานหน่วยงานเขต เพื่อให้คนโสดได้จับคู่กันอย่างเป็นระบบ ถือเป็นหนึ่งใน 30 นโยบายหลักที่กลุ่มกรุงเทพบินได้ตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นจริงหากได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองและได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่นอย่างท่วมท้น ไม่ว่าจะเป็นการขอถ่ายรูปหรือการพูดคุยเล่นอย่างสนุกสนาน ในฐานะคนกรุงเทพฯ คุณคิดอย่างไรกับนโยบายเหล่านี้? จะเป็นเพียงสีสันการเมืองหรือเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยพัฒนาเมืองหลวงของเราให้น่าอยู่และอบอุ่นขึ้น หากคุณกำลังมองหาความเปลี่ยนแปลงในแง่มุมที่ไม่ซ้ำใคร การติดตามนโยบายของกลุ่มนี้ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าจับตาดูอย่างยิ่งครับ

ที่มา – “เต้” นำว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ลุยสยามสแควร์ ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่”

กรุงไทยแจงเหตุคิวแน่น แก้ปัญหาแอปฯ เป๋าตัง สแกนหน้าไม่ได้

เชื่อว่าหลายคนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงเห็นภาพประชาชนจำนวนมากไปรอคิวกันยาวเหยียดที่หน้าธนาคารกรุงไทยกันใช่ไหมครับ? หลายคนอาจจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีคนไปใช้บริการหนาแน่นผิดปกติ วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกับประเด็น กรุงไทยแจงเหตุคิวแน่น แก้ปัญหาแอปฯ เป๋าตัง สแกนหน้าไม่ได้ กันครับ

กรุงไทยแจงเหตุคิวแน่น แก้ปัญหาแอปฯ เป๋าตัง สแกนหน้าไม่ได้

สาเหตุหลักที่ทำให้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” มีปัญหาเรื่องการสแกนหน้าหรือยืนยันตัวตนไม่ได้นั้น ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของตัวแอปฯ โดยตรงเพียงอย่างเดียวครับ แต่ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาชี้แจงว่า ระบบข้อมูลบัตรประชาชนของกรมการปกครอง (DOPA) นั้นมีความขัดข้องเป็นระยะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของทุกธนาคารทั่วประเทศ ทำให้เวลาที่มีประชาชนไปติดต่อที่สาขา พนักงานจึงจำเป็นต้องใช้เวลาดำเนินการนานขึ้นกว่าปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลมีความถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

ทำไมถึงเกิดปัญหาในการยืนยันตัวตน?

สำหรับประเด็นที่หลายคนกังวลว่าระบบจะล่มถาวรหรือไม่นั้น กรมการปกครองได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ระบบทะเบียนราษฎรหลักยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่สาเหตุของความไม่เสถียรในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการที่หน่วยงานได้ทำการยกระดับมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Protection) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ระบบโปรแกรมอ่านข้อมูลจากบัตรประชาชน (Smart Card Reader) เกิดอาการติดขัดในบางช่วงเวลาครับ

  • ระบบไม่ได้ล่มถาวร แต่มีการปรับปรุงความปลอดภัย
  • ธนาคารกรุงไทยยืนยันให้บริการเต็มกำลังเพื่อช่วยประชาชน
  • ปัจจุบันระบบส่วนใหญ่กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่ยังกังวลใจเกี่ยวกับ กรุงไทยแจงเหตุคิวแน่น แก้ปัญหาแอปฯ เป๋าตัง สแกนหน้าไม่ได้ ในตอนนี้แนะนำว่า ให้ลองเว้นระยะการทำรายการ หรือหากจำเป็นต้องไปที่สาขาจริงๆ ควรตรวจสอบสถานะของแอปฯ หรือติดตามประกาศจากเพจหลักของธนาคารกรุงไทยเป็นระยะครับ เพื่อลดความแออัดและประหยัดเวลาของตัวท่านเอง

ในมุมมองของเรา ปัญหาเรื่องเทคโนโลยีและการยกระดับความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแลกมาด้วยความสะดวกสบายในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างหน่วยงานรัฐและประชาชน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิและบริการดิจิทัลได้อย่างราบรื่นที่สุด หวังว่าเหตุการณ์นี้จะช่วยให้ระบบการยืนยันตัวตนในอนาคตมีความเสถียรและรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

ที่มา – ธนาคารกรุงไทย แจงเหตุคิวแน่น คนต่อแถวแก้ปัญหาแอปฯ “เป๋าตัง” สแกนหน้า-ยืนยันตัวตนไม่ได้

ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว”

ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว”

กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในนามทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” ได้นัดหมายรวมตัวกันเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก แต่ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีการรวมตัวของรถแต่งซิ่งจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

สรุปเหตุการณ์ ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว”

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีรถจักรยานยนต์จำนวนหลายร้อยคันจากกลุ่ม ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” ซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี กำลังเคลื่อนขบวนเข้าสู่พื้นที่ โดยรถกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมายจราจร เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หรือมีการดัดแปลงสภาพท่อไอเสียให้มีเสียงดังรบกวนผู้อื่น

จากการตรวจสอบพบความผิดหลายประการ อาทิ:

  • ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
  • สภาพรถไม่ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด
  • ไม่สวมหมวกนิรภัย
  • ท่อไอเสียเสียงดังรบกวนประชาชน

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการจับกุมและเปรียบเทียบปรับรายละ 500 บาท เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยบนท้องถนนก่อนจะปล่อยให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่เขื่อนขุนด่านปราการชล

มุมมองจากเจ้าหน้าที่: ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน ทาง สภ.บ้านนา จังหวัดนครนายก ได้เน้นย้ำผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ทางจังหวัดยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนเสมอ แต่ขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะจ้องจับผิดหรือกลั่นแกล้งกลุ่ม ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” แต่อย่างใด หากทุกคนทำถูกต้องตามกฎหมายถือใบขับขี่ ใส่หมวกกันน็อก และมีทะเบียนครบถ้วน การเดินทางท่องเที่ยวก็จะปลอดภัยและมีความสุขมากกว่าเดิม

ทางเจ้าหน้าที่ยังกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ความสุภาพ รอบคอบ และเป็นมิตรกับผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาเยือน การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเตือนสติให้ชาวแก๊งรถซิ่งหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางให้มากขึ้น

ท้ายที่สุด การท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ดี แต่ความรับผิดชอบต่อสังคมและกฎหมายบนท้องถนนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า หากต้องการจัดทริปเพื่อนฝูงให้สนุกและผ่านไปได้ด้วยดี อย่าลืมเตรียมรถให้พร้อมและขับขี่อย่างระมัดระวัง เพื่อให้ทริปของคุณเป็นความทรงจำที่ดี ไม่ใช่ทริปที่จบลงด้วยใบสั่งครับ

ที่มา – ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” เที่ยวเขื่อนขุนด่าน