วัน: 24 พฤษภาคม 2026

รุกปราบแอปฯ เงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด รัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ

ในยุคที่การเข้าถึงแหล่งเงินเป็นเรื่องง่ายผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้มิจฉาชีพหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการหลอกลวงประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการระบาดของแอปพลิเคชันเงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยมหาโหด ล่าสุดมีการเปิดเผยว่ารัฐบาลได้เร่งเครื่อง รุกปราบแอปฯ เงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด อย่างจริงจัง เพื่อตัดวงจรการทุจริตและปกป้องเงินในกระเป๋าของพี่น้องประชาชน

มาตรการเด็ดขาด: รุกปราบแอปฯ เงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เดินหน้ากวาดล้างแอปพลิเคชันและเว็บไซต์เงินกู้ที่ไม่มีใบอนุญาตจำนวนกว่า 1,500 รายการ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาเชิงรุกเพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนจะไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่มักใช้คำโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง ไม่ว่าจะเป็นคำว่า “กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องมีหลักประกัน” ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินของท่าน

วิธีสังเกตและป้องกันตัวจากการรุกปราบแอปฯ เงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด

การป้องกันตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ก่อนที่ท่านจะกดตกลงขอสินเชื่อออนไลน์ผ่านแอปฯ เหล่านั้น โปรดใช้ความระมัดระวังด้วยวิธีดังต่อไปนี้:

  • ตรวจสอบรายชื่อแอปฯ ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยกดค้นหาคำว่า “เช็กแอปเงินกู้”
  • ระวังการขอให้โอนเงิน “ค่าธรรมเนียม” หรือ “เงินมัดจำ” ก่อนได้รับสินเชื่อ เพราะบริษัทสินเชื่อถูกกฎหมายไม่มีนโยบายการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว
  • สังเกตความผิดปกติของข้อความที่ส่งมาทางข้อความหรือโซเชียลมีเดียที่เน้นย้ำเรื่องการอนุมัติไวแม้ติดแบล็กลิสต์

หากท่านเผลอหลงเชื่อหรือตกเป็นเหยื่อแล้ว อย่าเพิ่งตื่นตระหนกครับ ท่านสามารถแจ้งระงับบัญชีธนาคารได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์ AOC 1441 การแจ้งเหตุที่รวดเร็วจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและอายัดเงินได้ทันท่วงทีมากยิ่งขึ้นครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า “ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องเงิน” การกู้เงินควรทำผ่านสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือและมีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลส่วนตัวของท่านจะไม่หลุดไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพครับ ขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อนคลิกทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของท่านเอง

ที่มา – รุกปราบแอปฯ เงินกู้เถื่อน-ดอกเบี้ยโหด รัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ

กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 25 พ.ค. 69 ไฟดับหลายจุดในกรุงเทพฯ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาไฟดับกะทันหัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อไม่ให้ท่านต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัว ทางการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 25 พ.ค. 69 ไฟดับหลายจุดในกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้เตรียมตัววางแผนรับมือล่วงหน้าอย่างเหมาะสม

ตรวจสอบพื้นที่ กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 25 พ.ค. 69 ไฟดับหลายจุดในกรุงเทพฯ

การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญที่การไฟฟ้านครหลวงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับการประกาศ กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 25 พ.ค. 69 ไฟดับหลายจุดในกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

รายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

หากคุณพักอาศัยหรือประกอบธุรกิจในแถบพื้นที่ดังต่อไปนี้ โปรดวางแผนสำรองพลังงานหรือเตรียมตัวให้พร้อมตลอดช่วงเวลาที่ระบุไว้ครับ:

  • ถนนประชาสำราญ ซอยแสนสุข (บริเวณรีสอร์ตศรีมหาวงษ์รีสอร์ท) เวลา 09.00 – 15.00 น.
  • ริมถนนเพื่อปฏิบัติงานตัดต้นไม้ในคลองบางขวาง เวลา 09.00 – 16.00 น.
  • ถนนนิมิตใหม่ ซอยนิมิตใหม่ 27 และบริเวณใกล้เคียง เวลา 09.00 – 15.30 น.
  • ถนนมไหสวรรย์ ซอย 6 ท้ายซอย เวลา 09.00 – 13.00 น.
  • ถนนวัชรพล ซอยวัชรพล 1/10 (หมู่บ้านเศรษฐสิริ) เวลา 09.00 – 15.00 น.

การดำเนินการเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ระบบไฟฟ้าจ่ายกระแสได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกคน ทางเราจึงขอแนะนำให้เพื่อนๆ ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น คอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้ระบบสำรองไฟ (UPS) หรืออุปกรณ์ทำความเย็นที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงที่ไฟฟ้าดับ

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการระงับการจ่ายกระแสไฟ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงได้ตลอด 24 ชั่วโมง การเตรียมพร้อมที่ดีจะช่วยให้การใช้ชีวิตของท่านไม่สะดุดแม้ในวันที่ไฟดับครับ

ที่มา – กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 25 พ.ค. 69 ไฟดับหลายจุดในกรุงเทพฯ

นายกฯ หนุนเอกชนไทยในฝรั่งเศส ต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบดันแฟรนไชส์ไทยในตลาดยุโรป

เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อได้เห็นข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทยในการบุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการที่ นายกฯ หนุนเอกชนไทยในฝรั่งเศส ต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบดันแฟรนไชส์ไทยในตลาดยุโรป ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้สินค้าและบริการของไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

นายกฯ หนุนเอกชนไทยในฝรั่งเศส ต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบดันแฟรนไชส์ไทยในตลาดยุโรป อย่างไร?

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อท่านนายกฯ ได้หารือร่วมกับผู้บริหารบริษัทเอกชนไทยชั้นนำในกรุงปารีส เพื่อรับฟังปัญหาและหาจุดเชื่อมโยงในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลมีแผนชัดเจนที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายและการเงินเข้ามาช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา FTA หรือการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจาก EXIM Bank ได้ง่ายขึ้น เพื่อการขยายธุรกิจให้กว้างไกลกว่าเดิม

โอกาสทองของร้านอาหารไทยเมื่อ นายกฯ หนุนเอกชนไทยในฝรั่งเศส ต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบดันแฟรนไชส์ไทยในตลาดยุโรป

ปัญหาหนึ่งที่คนไทยในต่างแดนพบเจอก็คือ รสชาติอาหารไทยในบางร้านที่ดัดแปลงจนขาดความเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นการที่รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนให้คนไทยได้ทำธุรกิจแฟรนไชส์อาหารไทยโดยตรง จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ดังนี้:

  • การันตีความอร่อย: รสชาติไทยแท้ที่ปรุงโดยคนไทยจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอาหารไทยทั่วโลก
  • เพิ่มยอดส่งออกวัตถุดิบ: เมื่อร้านแฟรนไชส์ขยายตัว ความต้องการวัตถุดิบจากประเทศไทยก็จะสูงขึ้น ช่วยเหลือเกษตรกรไทยได้โดยตรง
  • การสร้างงาน: เปิดโอกาสให้คนไทยในยุโรปได้มีรายได้และสร้างธุรกิจที่มั่นคง

นอกจากนี้ ในฝั่งของภาครัฐได้เตรียมหารือกับทางธนาคารเพื่อออกแบบมาตรการส่งเสริมการลงทุนโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพสามารถนำแบรนด์ไปปักธงในตลาดระดับโลกได้อย่างสง่างาม นี่ถือเป็นการเปลี่ยนเกมที่น่ายกย่อง เพราะนอกจากจะสร้างรายได้เข้าประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งออก Soft Power ของไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในตลาดระดับสากลอีกด้วย

ในฐานะคนไทย ผมเชื่อว่าหากโครงการนี้ได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ร้านอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจากบ้านเราจะกลายเป็นที่ชื่นชอบของชาวยุโรปอย่างแน่นอน การมีภาครัฐที่คอยเป็นพี่เลี้ยงและผลักดันเช่นนี้ คือหัวใจสำคัญของการสร้างความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการไทยในต่างแดนครับ

ที่มา – นายกฯ หนุนเอกชนไทยในฝรั่งเศส ต่อยอดนำเข้าวัตถุดิบดันแฟรนไชส์ไทยในตลาดยุโรป

ยืนยันตัวตน แอปฯ เป๋าตัง ได้ที่ไหนบ้าง เตรียมพร้อมลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส

ยืนยันตัวตน แอปฯ “เป๋าตัง” ได้ที่ไหนบ้าง เตรียมพร้อมก่อนลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส”

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับโครงการที่หลายคนรอคอยอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่พี่น้องประชาชนกว่า 43 ล้านคน หลายคนอาจสงสัยว่าการจะเข้าร่วมโครงการนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการ ยืนยันตัวตน แอปฯ “เป๋าตัง” ได้ที่ไหนบ้าง เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิเงิน 4,000 บาทที่จะแจกกันในโครงการนี้ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันแบบละเอียดครับ

หากคุณเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คุณต้องเตรียมความพร้อมให้ดี เพราะการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” นั้นจำกัดสิทธิเพียง 30 ล้านสิทธิเท่านั้น โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น. ซึ่งหากยังไม่ได้ยืนยันตัวตนไว้ก่อน อาจจะทำให้เสียเวลาในขั้นตอนสำคัญได้ครับ

ช่องทางและขั้นตอนการยืนยันตัวตน แอปฯ เป๋าตัง ได้ที่ไหนบ้าง

สำหรับคำถามที่ว่า ยืนยันตัวตน แอปฯ “เป๋าตัง” ได้ที่ไหนบ้าง นั้น หลักๆ เลยคือคุณสามารถไปดำเนินการได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา เพียงนำบัตรประชาชนตัวจริงไปแจ้งพนักงานว่าขอยืนยันตัวตนเพื่อใช้งานโครงการรัฐ หรือถ้าไม่สะดวกไปที่สาขา คุณสามารถใช้บริการที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ “Confirm ID” ได้ด้วยตนเอง ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมากครับ

วิธีดำเนินการผ่านตู้ ATM (สำหรับตู้แบบไม่มีปุ่มกดข้างหน้าจอ):

  • เลือกเมนู “ยืนยันตัวตน / สิทธิสวัสดิการ”
  • กดยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย และยอมรับเงื่อนไข
  • ใส่บัตรประชาชนของคุณที่ช่องเสียบบัตร
  • รอระบบตรวจสอบข้อมูลสักครู่ จากนั้นนำบัตรออกแล้วไปทำรายการต่อในแอปฯ เป๋าตัง

วิธีดำเนินการผ่านตู้ ATM (สำหรับตู้แบบมีปุ่มกดด้านล่าง):

  • เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน”
  • เลือก “บริการยืนยันตัวตน” และกดตกลง
  • เสียบบัตรประชาชนแล้วกดปุ่มถัดไปตามคำแนะนำบนหน้าจอ

ต้องขอย้ำอีกครั้งว่า หากคุณเคยยืนยันตัวตนกับโครงการของรัฐโครงการก่อนๆ มาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปยืนยันตัวตนใหม่ให้เสียเวลาครับ แต่ถ้าใครที่ไม่แน่ใจ แนะนำให้รีบไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนถึงวันลงทะเบียนจริง เพื่อให้การกดรับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด

การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญของการได้รับสิทธิต่างๆ จากภาครัฐ อย่าลืมเช็กสถานะการยืนยันตัวตนในแอปฯ เป๋าตังของท่านให้ดี เพื่อที่คุณจะไม่พลาดเงินก้อนสำคัญจากโครงการนี้ครับ ขอให้ทุกคนโชคดีและลงทะเบียนได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้นะครับ

ที่มา – ยืนยันตัวตน แอปฯ “เป๋าตัง” ได้ที่ไหนบ้าง เตรียมพร้อมก่อนลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส”

ธนกร จี้ ปิยบุตร เลิกปลุกปั่นเรื่อง องคมนตรี หวังผลการเมือง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ สส. พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้กรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์และเสนอให้มีการยกเลิกคณะองคมนตรี ซึ่งนายธนกรมองว่าเรื่องนี้คือ ธนกร จี้ ปิยบุตร เลิกปลุกปั่นเรื่อง องคมนตรี หวังผลการเมือง อย่างชัดเจน

วิเคราะห์ปม ธนกร จี้ ปิยบุตร เลิกปลุกปั่นเรื่อง องคมนตรี หวังผลการเมือง

การแสดงความเห็นของนายธนกรในครั้งนี้ ได้สะท้อนมุมมองที่เน้นย้ำถึงความเป็นจริงในระบบการเมืองไทย โดยระบุว่าคณะองคมนตรีไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน การแต่งตั้งโยกย้าย หรือการอนุมัติงบประมาณแต่อย่างใด ดังนั้น การที่นายปิยบุตรพยายามออกมาสื่อสารให้สังคมเกิดความสับสน จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

เหตุผลที่ ธนกร จี้ ปิยบุตร เลิกปลุกปั่นเรื่อง องคมนตรี หวังผลการเมือง

นายธนกรได้ให้เหตุผลประกอบการเรียกร้องไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้:

  • การนำเรื่องสถาบันมาวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน
  • ความพยายามสร้างภาพความหวาดระแวงทางการเมืองเพื่อหวังผลฐานเสียงของกลุ่มตัวเอง
  • การละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าองคมนตรีไม่เคยมีอำนาจสั่งการรัฐบาล แต่กลับเลือกนำมาเปิดประเด็นเพื่อให้สังคมเข้าใจผิด

นอกจากนี้ นายธนกรยังเน้นย้ำว่า ในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้งและมุ่งเน้นสร้างประโยชน์ให้ประชาชน การที่ต้องมาเสียเวลาตอบโต้ประเด็นทางการเมืองที่ไม่มีมูลความจริงถือเป็นเรื่องที่เสียโอกาสของชาติ การกระทำของนายปิยบุตรจึงเปรียบเสมือนการสร้างความขัดแย้งที่ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อภาพรวมของประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย

ในมุมมองของผู้เขียน เราควรสนับสนุนให้นักการเมืองไทยหันมาโฟกัสกับการแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชนแทนที่จะจ้องโจมตีกันด้วยประเด็นละเอียดอ่อนที่เปราะบางต่อความรู้สึกของคนในชาติ การใช้ความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์และอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงต่างหาก คือหนทางที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนมากกว่าการหวังผลทางคะแนนเสียงเพียงชั่วคราว

ที่มา – “ธนกร” จี้ “ปิยบุตร” เลิกปลุกปั่นเรื่อง “องคมนตรี” อัด หวังผลทางการเมือง

ดราม่า ไลฟ์สดร่วมเพศ ว่อนโซเชียล กรมควบคุมโรคแจงด่วน

ดราม่า ไลฟ์สดร่วมเพศ ว่อนโซเชียล กรมควบคุมโรคแจงด่วน

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการแชร์คลิป ไลฟ์สดร่วมเพศ แบบโจ่งแจ้งไม่มีเซ็นเซอร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย จนทำให้ชาวเน็ตตาดีหลายคนเข้าไปพบเห็นเพจดังและหน่วยงานราชการอย่าง กรมควบคุมโรค เข้าไปปรากฏชื่ออยู่ในรายการผู้ชมไลฟ์ดังกล่าวด้วย ทำเอาเกิดคำถามตามมามากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เหตุการณ์กระแสฮือฮานี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อมีเพจอวตารจำนวนหนึ่งแชร์คลิป 18+ ที่ผิดกฎระเบียบของแพลตฟอร์ม ทำให้ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กพากันเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และหลายคนตกใจที่พบเห็นบัญชีทางการเข้าไปชม จนกลายเป็นประเด็นว่าทำไมหน่วยงานรัฐถึงเข้าไปอยู่ในจุดนั้น

ทำไม กรมควบคุมโรค ถึงโผล่ในคลิป ไลฟ์สดร่วมเพศ ?

ล่าสุด ทางแอดมินของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างทันควันว่า ทางหน่วยงานไม่ได้ตั้งใจเข้าไปชมเพื่อความบันเทิงแต่อย่างใด แต่มีลูกเพจส่งลิงก์เข้ามาแจ้งเพื่อให้ทางแอดมินเข้าไปตรวจสอบว่ามีความผิดปกติอย่างไร ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วทางแอดมินจึงได้ส่งแจ้งสแปมไปยังระบบของเฟซบุ๊กทันที เพื่อระงับเนื้อหาดังกล่าวให้เร็วที่สุด

  • แอดมินยืนยันว่าเข้ามาเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและแจ้งรายงาน (Report)
  • ขออภัยในภาพที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด
  • ใช้โอกาสนี้ในการรณรงค์เรื่องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ทางแอดมินยังได้ทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ว่า การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันนั้นอันตรายมาก พร้อมกับแนะนำช่องทางในการขอรับถุงยางอนามัยฟรี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันโรคได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยครับ

วิธีเบิกถุงยางอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันโรค

นอกจากดราม่า ไลฟ์สดร่วมเพศ ที่เราได้เห็นกันไปแล้ว กรมควบคุมโรคยังฝากเน้นย้ำเรื่องสุขภาพทางเพศ โดยคุณสามารถขอรับอุปกรณ์ป้องกันได้ง่ายๆ ดังนี้

อยากได้ถุงยางอนามัยหรือชุดตรวจหาเชื้อ HIV เบิกได้ฟรี! เพียงคุณเข้าใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ หรือติดต่อสำนักงานสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดต่อโรคทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนักมากกว่าการไปให้ความสนใจกับคลิปที่ไม่เหมาะสมบนโซเชียลมีเดีย

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไปไวแบบนี้ การใช้วิจารณญาณในการรับชมและรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมถือเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำร่วมกันครับ และอย่าลืมว่าสุขภาพทางเพศป้องกันได้ หากเรามีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง

ที่มา – “ไลฟ์สดร่วมเพศ” ว่อนโซเชียล “กรมควบคุมโรค” แจงเหตุร่วมชม พร้อมแนะวิธีเบิกถุงยางฟรี

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เปิดลงทะเบียนพรุ่งนี้ กระตุ้นเศรษฐกิจ

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตั้งตารอข่าวดีเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ ล่าสุดมีข่าวออกมาแล้วว่า ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เตรียมเปิดให้ประชาชนและร้านค้าเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป โดยโครงการนี้ถือเป็นความหวังใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

รายละเอียดโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่คุณต้องรู้

โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เป็นมาตรการที่รัฐบาลมุ่งเน้นช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้สูงสุดถึง 60% ในขณะที่ประชาชนจ่ายสมทบเพียง 40% เท่านั้น ครอบคลุมทั้งค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการต่างๆ ที่เข้าร่วมรายการ ถือเป็นการช่วยเหลือที่น่าสนใจมากในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้

สมัคร ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 อย่างไรและใครมีสิทธิ์บ้าง?

สำหรับเงื่อนไขการลงทะเบียน ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 มีรายละเอียดดังนี้:

  • ผู้มีสิทธิ์ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ต้องไม่ใช่ผู้ถูกระงับสิทธิ์จากโครงการอื่นๆ ของรัฐ
  • เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 29 กันยายน 2569 จำกัดผู้เข้าร่วม 30 ล้านคน

ในส่วนของร้านค้า หากเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส อยู่แล้ว สามารถกดยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้ทันที ส่วนร้านใหม่สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงไทยครับ

โครงการนี้ไม่เพียงแต่เน้นช่วยปประชาชน แต่ยังเป็นการปูทางให้ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหารชุมชน หรือแม้แต่บริการ Food Delivery ได้มีรายได้หมุนเวียนเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือการใช้สิทธิ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป อย่าลืมเตรียมมือถือและอินเทอร์เน็ตให้พร้อม เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้

ในมุมมองของผู้เขียน มาตรการลักษณะนี้ถือเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่จะช่วยให้คนตัวเล็กตัวน้อยในระบบเศรษฐกิจได้ลืมตาอ้าปาก หากเราร่วมมือกันใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า จะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน อย่าลืมชวนเพื่อนและครอบครัวไปลงทะเบียนกันนะครับ

ที่มา – รัฐบาลย้ำ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เปิดลงทะเบียนพรุ่งนี้ มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

อาคาร 9 ชั้นถล่มกลางเมืองฟิลิปปินส์ รอด 19 ราย คาดสูญหาย 40 คน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสะเทือนขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ กับเหตุการณ์ อาคาร 9 ชั้นถล่มกลางเมืองฟิลิปปินส์ รอด 19 ราย คาดสูญหาย 40 คน ในเขตเมืองแองเจลิส จังหวัดปัมปังกา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

สถานการณ์ล่าสุดของเหตุการณ์ อาคาร 9 ชั้นถล่มกลางเมืองฟิลิปปินส์ รอด 19 ราย คาดสูญหาย 40 คน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้ามืดวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่ออาคารคอนกรีตความสูงถึง 9 ชั้นซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อพัฒนาเป็นโรงแรมหรูได้พังครืนลงมาทั้งหลัง เสียงสนั่นหวั่นไหวทำให้ชาวบ้านในละแวกถนนทีโอโดโรต้องรีบออกมาดูด้วยความตกใจ เบื้องต้นมีผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้ 19 ราย แต่ทว่าความสูญเสียอาจไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะยอดผู้สูญหายที่คาดว่าติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังยังมีจำนวนมากถึง 30-40 คนครับ

ความท้าทายจากอุปสรรคหน้างาน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยในฟิลิปปินส์ต้องเจอกับงานที่ยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงสร้างเสาไฟฟ้าและสายไฟแรงสูงที่หักโค่นลงมาตามตัวอาคาร ทำให้การเข้าถึงจุดที่คาดว่าจะมีผู้ติดค้างอยู่เป็นไปได้ยากและเสี่ยงอันตรายต่อทีมกู้ภัยเองด้วย ในขณะที่ความหวังของญาติพี่น้องที่มารอหน้าจุดเกิดเหตุก็ยังคงฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ที่กำลังเร่งทำหน้าที่อย่างสุดกำลัง

  • ทีมงานกู้ภัยจากหลายหน่วยงานระดมกำลังเข้าพื้นที่
  • มีการตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตก่อสร้าง
  • เร่งค้นหาผู้สูญหายก่อนที่เวลาทองจะหมดลง

หลายคนคงตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ อาคาร 9 ชั้นถล่มกลางเมืองฟิลิปปินส์ รอด 19 ราย คาดสูญหาย 40 คน ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่? แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ต้องรอผลการสืบสวนจากวิศวกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อหาคำตอบว่าเกิดจากมาตรฐานการก่อสร้างที่ต่ำกว่าเกณฑ์หรือปัจจัยทางธรรมชาติกันแน่

สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้ทีมกู้ภัยทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้ที่ยังติดค้างออกมาได้สำเร็จ และขอให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ถึงความสำคัญของการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างอาคารสูงทั่วโลก เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ที่มา – อาคาร 9 ชั้นถล่มกลางเมืองฟิลิปปินส์ รอด 19 ราย คาดสูญหาย 40 คน

สลดกลางดึก รถไฟขนสินค้าชนสาววัย 21 ขี่ จยย. ข้ามทางรถไฟย่านลาดกระบังเสียชีวิต

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่งสำหรับข่าว สลดกลางดึก รถไฟขนสินค้าชนสาววัย 21 ขี่ จยย. ข้ามทางรถไฟย่านลาดกระบังเสียชีวิต ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เขตลาดกระบังเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและผู้ที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในจุดที่เกิดอุบัติเหตุซึ่งเป็นทางลัดผ่านที่ไม่มีไม้กั้น

สลดกลางดึก รถไฟขนสินค้าชนสาววัย 21 ขี่ จยย. ข้ามทางรถไฟย่านลาดกระบังเสียชีวิต

เหตุการณ์เศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟเฉี่ยวชน บริเวณหลังวัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อรุดไปตรวจสอบพบว่าเป็น สลดกลางดึก รถไฟขนสินค้าชนสาววัย 21 ขี่ จยย. ข้ามทางรถไฟย่านลาดกระบังเสียชีวิต โดยพบผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.เอ อายุ 21 ปี ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์สภาพพังยับเยิน ส่วนรถไฟสินค้าขบวนที่เกิดเหตุได้หยุดจอดห่างออกไปประมาณ 100 เมตร

สาเหตุและข้อควรระวังบริเวณทางผ่านรถไฟ

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านทางลัดที่มีรางรถไฟตัดผ่าน 3 ราง ซึ่งในจุดดังกล่าวไม่มีเครื่องกั้นรถไฟติดตั้งอยู่ ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนในขณะที่ขบวนรถไฟสินค้ากำลังวิ่งผ่าน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่าพนักงานขับรถไฟได้มีการส่งสัญญาณเตือนก่อนถึงทางผ่านหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

สาเหตุสำคัญที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำอีกคือ:

  • การข้ามทางรถไฟในจุดที่ไม่มีป้ายเตือนหรือเครื่องกั้นที่ชัดเจน
  • สภาพแวดล้อมในช่วงเวลากลางคืนที่มีทัศนวิสัยจำกัด
  • ความเร่งรีบหรือความชะล่าใจในการใช้ทางลัดที่อันตราย

อุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกคนที่ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะบริเวณทางผ่านรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้น ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หยุดดูรถไฟก่อนตัดสินใจข้ามเสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียเหมือนเช่นกรณี สลดกลางดึก รถไฟขนสินค้าชนสาววัย 21 ขี่ จยย. ข้ามทางรถไฟย่านลาดกระบังเสียชีวิต อีกต่อไป ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ที่มา – สลดกลางดึก รถไฟขนสินค้าชนสาววัย 21 ขี่ จยย. ข้ามทางรถไฟย่านลาดกระบังเสียชีวิต