วัน: 25 พฤษภาคม 2026

ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 60 สต./ลิตร ดีเซล 1 บาท

เชื่อว่าเพื่อนๆ นักขับรถทุกคนต้องรอฟังข่าวดีเรื่องราคาน้ำมันกันอยู่แน่นอนครับ เพราะล่าสุดมีประกาศสำคัญจากปั๊มน้ำมันเจ้าใหญ่ ว่ามีการปรับลดราคาน้ำมันในเช้าวันพรุ่งนี้ ใครที่กำลังวางแผนจะออกไปทำธุระหรือท่องเที่ยวในวันหยุดยาว อย่าลืมเช็คราคาให้ดีก่อนเติมนะครับ เพราะข่าวดีเรื่อง ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 60 สต./ลิตร ดีเซล 1 บาท จะเริ่มมีผลในเวลาตี 5 ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นี้แล้ว ถือว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปได้ไม่มากก็น้อยเลยครับ

ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 60 สต./ลิตร ดีเซล 1 บาท

การปรับลดราคาครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีของคนใช้รถยนต์ทุกประเภท โดยทางสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น และบางจาก ได้เคาะราคาลงมาในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ถึง 60 สตางค์ต่อลิตร และที่เป็นไฮไลท์พิเศษคือกลุ่มดีเซลที่ปรับลดลงไปถึง 1 บาทต่อลิตร นับเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการประกาศ ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 60 สต./ลิตร ดีเซล 1 บาท นี้จะมีผลทั่วประเทศในวันพรุ่งนี้ตั้งแต่นาทีแรกของการเริ่มงานเลยครับ

รายละเอียดราคาน้ำมันที่ปรับลดล่าสุด 26 พ.ค. 2569

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของ ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 60 สต./ลิตร ดีเซล 1 บาท ในครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มของทั้งสองค่ายขยับลงมาตามประกาศ โดยมีรายละเอียดราคาอัปเดตดังนี้ครับ

  • น้ำมันดีเซล: ปรับราคาลงมาเหลือ 41.20 บาทต่อลิตร (สำหรับดีเซล B20 อยู่ที่ 35.20 บาทต่อลิตร)
  • กลุ่มแก๊สโซฮอล์: เบนซินราคา 53.89 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.30 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.93 บาทต่อลิตร
  • ทางเลือกอื่น: แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 37.90 บาทต่อลิตร และ E85 อยู่ที่ 33.84 บาทต่อลิตร

ในมุมมองของผม การที่ราคาพลังงานมีการขยับตัวลง แม้จะเป็นเพียงการปรับลดชั่วคราว แต่ก็ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับผู้ประกอบการขนส่งและผู้ที่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวทุกวันครับ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันมีความไม่แน่นอนสูงอยู่เสมอ การขับรถอย่างประหยัดพลังงานโดยใช้ความเร็วคงที่ หรือวางแผนเส้นทางล่วงหน้า จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้ยั่งยืนกว่าครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ อย่าลืมขับขี่อย่างปลอดภัยและมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทางกันด้วยครับ

ที่มา – ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 60 สต./ลิตร ดีเซล 1 บาท

“ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน

“ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน

ถือเป็นก้าวย่างครั้งสำคัญของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อมีการประกาศแต่งตั้งให้ “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน อย่างเป็นทางการ โดยนายภูร์ผา ไทยแท้ ได้ออกมาเปิดเผยความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งสำคัญนี้ เพื่อเป็นกระบอกเสียงหลักในการเชื่อมโยงนโยบายจากภาครัฐไปสู่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ในยุคที่การสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคม การที่ “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก นายภูร์ผาได้กล่าวขอบคุณนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ที่ให้ความไว้วางใจมอบหมายภารกิจอันมีเกียรตินี้ โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะทำงานด้วยความโปร่งใสและมุ่งเน้นผลลัพธ์เป็นหลัก

แนวทางการทำงานของ ภูร์ผา กับภารกิจใหม่ใน พม.

สำหรับเป้าหมายหลักหลังจากที่ “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน คือการลดช่องว่างระหว่างนโยบายภาครัฐกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยมีแนวทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจนดังนี้:

  • การสื่อสารที่เข้าถึงง่าย: ย่อยข้อมูลซับซ้อนให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าใจได้รวดเร็ว
  • ความโปร่งใส: นำเสนอข้อมูลภารกิจของกระทรวงอย่างตรงไปตรงมา
  • การรับฟังเสียงสะท้อน: พร้อมเปิดรับความคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจสำคัญของการทำงานในยุคปัจจุบัน หากประชาชนไม่รับรู้ถึงสิทธิหรือนโยบายที่เขาควรได้รับ การทำงานของภาครัฐย่อมไปไม่ถึงเป้าหมาย การที่นายภูร์ผาเข้ามารับหน้าที่นี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่ากระทรวง พม. กำลังเร่งปรับตัวเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้เปราะบางและประชาชนทุกคนให้ทันท่วงทีมากขึ้น เราคงต้องร่วมกันส่งกำลังใจให้กับการทำงานชิ้นสำคัญนี้ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ที่มา – “ภูร์ผา” นั่งโฆษก พม. คนใหม่ ลั่นมุ่งมั่นสื่อสารนโยบายตรงไปตรงมาเพื่อประชาชน

สโมสรใดได้รับใบแดงมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก?

สโมสรใดได้รับใบแดงมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก?

ในโลกของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ความดุดันในสนามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่บางครั้งความดุดันนั้นก็เปลี่ยนเป็นใบแดงที่สร้างตัวเลขสถิติที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า สโมสรใดได้รับใบแดงมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก กันแน่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอนอย่างเชลซี

ในฤดูกาล 2025-26 ที่ผ่านมา เชลซีต้องจบซีซั่นด้วยสถิติที่ไม่ค่อยน่าจดจำนักในแง่ของวินัย พวกเขาโดนไล่ออกจากสนามไปถึง 8 ครั้งในพรีเมียร์ลีก และหากนับรวมทุกรายการตัวเลขนี้จะพุ่งสูงถึง 11 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของสโมสร นี่เป็นการย้ำเตือนว่าแม้ฝีเท้าจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่การคุมอารมณ์ในสนามก็สำคัญไม่แพ้กัน

สโมสรใดได้รับใบแดงมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

หากเราย้อนกลับไปดูสถิติประวัติศาสตร์ของลีกสูงสุดอังกฤษ เราจะพบว่าเชลซียังคงไม่สามารถทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลได้ โดยสถิติถูกถือครองร่วมกันโดยซันเดอร์แลนด์ (ฤดูกาล 2009-10) และควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส (ฤดูกาล 2011-12) ซึ่งทั้งสองทีมเคยได้รับใบแดงถึงทีมละ 9 ใบในฤดูกาลเดียว ซึ่งเชลซีในปีที่ผ่านมาเกือบจะทำลายสถิตินี้ลงได้หากขาดไปเพียงใบเดียวเท่านั้น

อันดับทีมจอมโหดในพรีเมียร์ลีก

นอกจากเชลซีและทีมที่ทำสถิติสูงสุดแล้ว ยังมีสโมสรอื่นที่เคยสร้างตัวเลขที่ไม่พึงปรารถนานี้ไว้ในอดีต ดังนี้:

  • ซันเดอร์แลนด์ (2009-10): 9 ใบ
  • ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส (2011-12): 9 ใบ
  • เลสเตอร์ ซิตี้ (1994-95): 8 ใบ
  • แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (1998-99): 8 ใบ
  • เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (1999-00): 8 ใบ
  • นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (2008-09): 8 ใบ
  • ซันเดอร์แลนด์ (2013-14): 8 ใบ
  • เชลซี (2025-26): 8 ใบ

ความน่าสนใจอีกประการของฤดูกาลล่าสุดคือ รายชื่อของผู้เล่นเชลซีที่โดนใบแดงนั้นมีหลากหลายตำแหน่ง เริ่มตั้งแต่ โรเบิร์ต ซานเชซ, มาโล กุสโต, เทรโวห์ ชาโลบาห์, มอยเซส ไกเซโด, เวสลีย์ โฟฟาน่า (โดน 2 ครั้ง), มาร์ค คูคูเรญ่า และ เปโดร เนโต้ แม้แต่กุนซืออย่าง เอนโซ มาเรสก้า ก็ยังโดนใบแดงในช่วงท้ายเกมที่ชนะลิเวอร์พูลในเดือนตุลาคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นในทุกส่วนของทีม

สรุปแล้ว แม้ว่าความดุดันจะช่วยในเรื่องของสปิริตทีม แต่การได้รับใบแดงบ่อยครั้งก็ส่งผลกระทบต่อแผนการเล่นและการจัดตัวผู้เล่นอย่างมีนัยสำคัญ เราต้องมาลุ้นกันต่อไปว่าในอนาคตจะมีสโมสรไหนที่สามารถทำลายสถิติ 9 ใบแดงในหนึ่งฤดูกาลนี้ลงได้หรือไม่ หรือนี่จะเป็นตัวเลขที่ยากเกินกว่าจะก้าวข้ามไปได้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ประธานศาลฎีกา ให้คำแนะนำสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก

เป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนทุกคนครับ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง การฟ้องคดีปิดปาก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Anti-SLAPP โดยท่านประธานศาลฎีกาได้ออกคำแนะนำเพื่อให้ศาลใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบคดีความที่อาจเข้าข่ายเป็นการกลั่นแกล้งกัน เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือรังแกผู้คนครับ

ประธานศาลฎีกา ให้คำแนะนำสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก

การเคลื่อนไหวของศาลในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่น่าชื่นชม เพราะที่ผ่านมาเรามักเห็นกรณีที่ผู้มีอิทธิพลหรือคู่กรณีนำคดีอาญามาฟ้องร้องเพื่อกดดันหรือสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ การที่ ประธานศาลฎีกา ให้คำแนะนำสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก ออกมาอย่างเป็นทางการ จึงเป็นการปูทางให้ศาลสามารถกลั่นกรองคดีได้ตั้งแต่ต้นทางครับ

ยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้องเพื่อคุ้มครองเสรีภาพ

สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของคำแนะนำนี้คือ ประธานศาลฎีกา ให้คำแนะนำสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก โดยระบุว่าพนักงานศาลสามารถตรวจสอบพฤติการณ์ได้ หากพบว่ามีการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เช่น การฟ้องเพื่อก่อกวน การฟ้องซ้ำซ้อนในเรื่องเดียวกัน หรือการฟ้องเพื่อหวังผลในการปิดกั้นการแสดงออกเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ศาลมีอำนาจสั่งยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้อง ซึ่งถือเป็นการลดภาระให้จำเลยที่ถูกกลั่นแกล้งได้เป็นอย่างดี

แนวทางปฏิบัตินี้ ครอบคลุมพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หลายรูปแบบที่มักพบเห็นในคดีปิดปาก:

  • การฟ้องคดีในศาลที่ไกลจากที่พักของจำเลยโดยไม่มีความจำเป็น
  • การฟ้องคดีหลายคดีในเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างความเดือดร้อน
  • การใช้กระบวนการศาลกดดันให้ละเว้นการทำประโยชน์ต่อสาธารณะ
  • การบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง

การดำเนินการเช่นนี้ไม่เพียงแต่ปกป้องสิทธิส่วนบุคคล แต่ยังรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมให้คงอยู่ ไม่ให้ใครนำมาบิดเบือนใช้เป็นเครื่องมือทำลายผู้อื่นได้ง่ายๆ ในมุมมองของผม นี่คือการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกป้องทรัพยากรหรือตรวจสอบทุจริตเป็นเรื่องที่ควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ใช่ถูกแก้เผ็ดด้วยคดีความครับ

หวังว่าคำแนะนำนี้จะนำไปสู่การบังคับใช้ที่เข้มงวดและโปร่งใส เพื่อให้สังคมไทยเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องเกรงกลัวต่อภาระทางกฎหมายที่เกิดจากการกลั่นแกล้งครับ

ที่มา – ประธานศาลฎีกา ให้คำแนะนำสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก ยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้อง

เจาะลึกทุกเรื่องน่ารู้ รอบชิงชนะเลิศ คอนเฟอเรนซ์ลีก

เจาะลึกทุกเรื่องน่ารู้ รอบชิงชนะเลิศ คอนเฟอเรนซ์ลีก

แฟนบอลตัวยงห้ามพลาด! การแข่งขันครั้งสำคัญที่ทุกคนรอคอยกำลังจะมาถึง เมื่อ คริสตัล พาเลซ เตรียมโคจรมาพบกับ ราโย บาเยกาโน ในศึกรอบชิงชนะเลิศ คอนเฟอเรนซ์ลีก วันพุธนี้ ณ เมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี ถือเป็นแมตช์ที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะทั้งสองทีมต่างก็พกความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยมเพื่อคว้าถ้วยแชมป์ในฤดูกาลนี้

เจาะลึกทุกเรื่องน่ารู้ รอบชิงชนะเลิศ คอนเฟอเรนซ์ลีก

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมพาเลซถึงมาอยู่รายการนี้ ทั้งที่ผลงานใน FA Cup ปีที่แล้วยอดเยี่ยม คำตอบคือพวกเขาถูกลดระดับลงมาเนื่องจากปัญหาเรื่องกฎการถือครองสโมสร หลายคนมองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่ทีม “ดิ อีเกิลส์” จะแก้ตัวจากฤดูกาลที่ไม่ค่อยสวยหรูนักในพรีเมียร์ลีก ส่วนฝั่ง ราโย บาเยกาโน ก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในลาลีกา จนก้าวเข้ามาถึงรอบชิงได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ความพร้อมก่อนแข่งรอบชิงชนะเลิศ คอนเฟอเรนซ์ลีก

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คอนเฟอเรนซ์ลีก ครั้งนี้จะจัดขึ้นที่สนามเรดบูลล์ อารีนา เมืองไลป์ซิก ซึ่งจุผู้ชมได้เกือบ 48,000 ที่นั่ง บรรยากาศต้องดุเดือดแน่นอน โดยทั้งสองทีมต่างมีสไตล์การเล่นที่น่าสนใจ พาเลซเน้นเกมบุกที่ดุดันและมีสถิติการยิงประตูสูงสุดในรายการนี้ ขณะที่ ราโย บาเยกาโน แม้โอกาสยิงจะไม่เยอะเท่า แต่ความคมและประสิทธิภาพในการจบสกอร์ของพวกเขานั้นนับว่าอันตรายไม่แพ้กัน

ตัวเลขที่น่าสนใจจากทั้งสองทีม:

  • คริสตัล พาเลซ: มีเกมรุกที่น่ากลัวด้วยสถิติทำประตูรวม 25 ลูก และสร้างโอกาสทำประตู (Expected Goals) สูงที่สุดในทัวร์นาเมนต์
  • ราโย บาเยกาโน: ทีมนี้แม้สร้างโอกาสน้อยกว่า แต่พวกเขามีความเฉียบขาดในการเปลี่ยนจังหวะพลาดของคู่แข่งให้เป็นประตู
  • วินัยเกมรับ: ทั้งคู่มีสถิติเสียประตูและคลีนชีตที่แทบไม่ต่างกันเลย ชี้ให้เห็นว่านี่จะเป็นแมตช์ที่สูสีและตัดสินกันที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลของทีมไหน แต่แมตช์นี้คือการพิสูจน์ฝีมือระดับทวีปที่พลาดไม่ได้จริงๆ สำหรับใครที่กำลังลุ้นว่าแชมป์จะเป็นของใคร เราต้องมารอดูกันว่าความดุดันของพาเลซ หรือความเก๋าของราโย จะเป็นฝ่ายชูถ้วยแชมป์ในคืนวันพุธนี้ หวังว่าเพื่อนๆ จะมีความสุขกับการรับชมฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

TCMA ร่วมกับ จุฬาฯ วางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ สู่ Net Zero 2050

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมมีข่าวดีที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับก้าวสำคัญของประเทศไทยในการมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนมาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดทางสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ได้จับมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพันธมิตรจากแคนาดา เพื่อเดินหน้าโครงการสำคัญในการวางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ สู่ Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม

TCMA ร่วมกับ จุฬาฯ วางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ สู่ Net Zero 2050

การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะครับ เพราะเป็นการนำเอาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีคาร์บอนมาผสมผสานกับการพัฒนากำลังคน และนำไปทดลองใช้งานจริงในพื้นที่สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งถือเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ที่จะช่วยให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าอุตสาหกรรมของเราจะเปลี่ยนผ่านไปอย่างไรในอนาคต

เป้าหมายใหญ่ที่ทำได้จริงผ่านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

ความสำเร็จระดับประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาด TCMA ร่วมกับ จุฬาฯ วางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ สู่ Net Zero 2050 ได้อย่างลงตัว โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ครับ:

  • การถ่ายทอดองค์ความรู้: ดึงผู้เชี่ยวชาญจากระดับสากลมาเป็นพี่เลี้ยง
  • การพัฒนา Green Talent: สร้างบุคลากรที่เข้าใจเทคโนโลยีสีเขียวอย่างถ่องแท้
  • การทดลองในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์: เปลี่ยนทฤษฎีจากการวิจัยมาเป็นการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

ทางด้านนายสุรชัย นิ่มละออ นายก TCMA ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ่านกลไกความร่วมมือแบบ PPP (Public-Private Partnership) ที่เชื่อมโยงทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และพันธมิตรต่างชาติเข้าด้วยกัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้มีความต่อเนื่องและยั่งยืนตามโรดแมปที่วางไว้ครับ

ก้าวต่อไปสู่ต้นแบบของภูมิภาค

ด้วยความสนับสนุนจากสถานทูตแคนาดาและหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำให้เรามั่นใจได้ว่าไทยจะไม่ได้แค่ทำตามเป้าหมายของโลกเท่านั้น แต่เรากำลังจะกลายเป็นต้นแบบในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย การบูรณาการองค์ความรู้ระดับสูงเข้ากับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระดับสากลได้อย่างแน่นอนครับ

ผมมองว่านี่คือสัญญาณที่ดีมากที่ภาคเอกชนและภาคการศึกษาหันมาจับมือกันเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง การที่เรามีฐานการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบแบบนี้ ย่อมเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตที่ดีกว่าเดิมสำหรับทุกคน หากเราทุกคนร่วมมือกันสนับสนุนแนวทางอุตสาหกรรมสีเขียว ผมเชื่อมั่นว่าเป้าหมาย Net Zero 2050 จะไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – TCMA ร่วมกับ จุฬาฯ ผนึกกำลังพันธมิตร วางรากฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ สู่ Net Zero 2050

ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกาศยุทธศาสตร์ Mobility Ecosystem

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ติดตามแวดวงยานยนต์น่าจะพอทราบข่าวการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ asap กันมาบ้างแล้วนะครับ ล่าสุดทางบริษัทได้ประกาศรุกตลาดเต็มสูบผ่านยุทธศาสตร์ใหม่ที่น่าจับตามองมาก ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมตัวเองจากผู้ให้บริการรถเช่าธรรมดา สู่การเป็น ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจยานยนต์ครบวงจร (Mobility Ecosystem) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายแบบไร้รอยต่อ

ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจยานยนต์ครบวงจร (Mobility Ecosystem)

การทรานส์ฟอร์มในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เพราะทาง asap เองก็ตั้งเป้าสร้าง New Growth Engine ที่แข็งแกร่ง โดยการเชื่อมโยงระบบนิเวศของธุรกิจทั้งหมดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรถเช่า ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ ธุรกิจรถมือสอง ไปจนถึงธุรกิจประกันภัย ซึ่งคุณทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้กล่าวถึงแนวคิดที่ว่า “ทุกการเช่ารถ คือโอกาสของธุรกิจประกันภัย และทุกการคืนรถ คือโอกาสของธุรกิจรถมือสอง” นี่แหละครับคือหัวใจสำคัญของการสร้าง Mobility Ecosystem ที่ยั่งยืน

ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้วย ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจยานยนต์ครบวงจร (Mobility Ecosystem)

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 นี้ asap ได้วางกลยุทธ์ที่น่าสนใจไว้หลายด้านเลยทีเดียว:

  • ขยาย EV Fleet: ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าในฟลีทให้ได้ถึง 30% ของรถใหม่ทั้งหมด พร้อมแคมเปญ “Try Before Buy” ให้ลูกค้าได้ลองก่อนตัดสินใจซื้อจริง
  • ใช้พลัง AI: นำระบบ AI Dynamic Pricing มาใช้บริหารราคาแบบเรียลไทม์เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความคุ้มค่าสูงสุด
  • ธุรกิจรถมือสอง Casap: ปรับกลยุทธ์ “Margin over Volume” เน้นการขายปลีกที่มีผลกำไรสูงขึ้น
  • รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: ผ่านธุรกิจในเครืออย่าง EA1 ที่เป็นผู้แทนจำหน่าย CHANGAN แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ
  • รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์: โดย Evante ที่เป็นผู้จัดจำหน่าย MAXUS ย่างต่อเนื่อง เพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจ SME และการขนส่ง

ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ผมเชื่อมั่นว่าการที่ ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจยานยนต์ครบวงจร (Mobility Ecosystem) ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ asap ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของโลกยานยนต์ยุคใหม่ ทุกท่านที่มองหานวัตกรรมบริการการเดินทางครบวงจร ห้ามพลาดติดตามความเคลื่อนไหวจาก asap ต่อไปครับ เพราะนี่คืออนาคตของการเดินทางที่จับต้องได้จริง หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้บริโภคที่สนใจในเทคโนโลยี EV นี่คือโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักกับ Ecosystem ของ asap ให้ดียิ่งขึ้นครับ

ที่มา – ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ ประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจยานยนต์ครบวงจร (Mobility Ecosystem)

อีวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของ Forest กับเหตุทะเลาะวิวาท

อีวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของ Forest กับเหตุทะเลาะวิวาท

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการกีฬาเมื่อมีคลิปวิดีโอถูกแชร์ว่อนโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นภาพของ อีวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของ Forest (Nottingham Forest) ประธานสโมสรฟุตบอลชื่อดังจากพรีเมียร์ลีก กำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างการเข้าชมการแข่งขันบาสเกตบอลนัดชิงชนะเลิศ Euroleague ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ

เบื้องลึกเหตุการณ์ อีวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของ Forest ในสนามบาส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ มารินาคิส ซึ่งเป็นเจ้าของทีมบาสเกตบอล Olympiakos ด้วยเช่นกัน กำลังร่วมลุ้นการแข่งขันที่ทีมของเขาเอาชนะ Real Madrid ไปได้ 92-85 คะแนน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แฟนกีฬาให้ความสนใจกลับไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่เป็นภาพที่เขาปรากฏกายในสภาพเสื้อผ้าหลุดรุ่ยและกำลังโต้เถียงอย่างรุนแรงกับบุคคลปริศนา โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยกันไว้อยู่

รายงานข่าวระบุตัวคู่กรณีของ อีวานเจลอส มารินาคิส เจ้าของ Forest

แม้ในคลิปจะระบุตัวตนคู่กรณีได้ยาก แต่สื่อใหญ่ในกรีซรายงานว่าบุคคลที่กำลังโต้เถียงกับมารินาคิสนั้นคือ Grigoris Dimitriadis อดีตที่ปรึกษาใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีกรีซนั่นเอง เหตุการณ์นี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าของทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกรายนี้

หากเราย้อนกลับไปดูเส้นทางของมารินาคิสในช่วงที่ผ่านมา เขาถือเป็นบุคคลที่มีข่าวคราวให้ติดตามอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟอร์มการเล่นของ Nottingham Forest หรือแม้แต่ข้อพิพาทกับทางพรีเมียร์ลีกและสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) หลายต่อหลายครั้ง

  • ผลงานของ Forest: แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมบ่อยครั้ง แต่ทีมยังคงประคองตัวรอดในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ
  • พฤติกรรมในอดีต: มารินาคิสเคยถูกลงโทษแบนจากการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ในสนาม รวมถึงประเด็นความขัดแย้งเรื่อง VAR ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ

สถานการณ์ล่าสุดนี้เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์อีกชิ้นที่ทำให้เห็นว่า มารินาคิส เป็นเจ้าของสโมสรที่มีพลังงานล้นเหลือและมักตกเป็นเป้าสายตาของสาธารณชนอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่การรักษาภาพลักษณ์ของสโมสรระดับพรีเมียร์ลีกย่อมเป็นสิ่งที่แฟนบอลคาดหวังมากกว่าเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งเช่นนี้

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้อาจเตือนใจเหล่าเจ้าของสโมสรฟุตบอลว่า ทุกย่างก้าวของพวกเขานั้นอยู่ในสายตาของกล้องและแฟนบอลทั่วโลกเสมอ การควบคุมอารมณ์จึงเป็นทักษะสำคัญไม่แพ้การบริหารการเงินหรือการตัดสินใจเรื่องนักเตะครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแล้ว ทำยังไงต่อ? เช็กเลย

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังตื่นเต้น หลังจากที่ได้กดสมัครเข้าร่วมโครงการรัฐบาลล่าสุดไปแล้ว คำถามที่ตามมาหลังจาก ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแล้ว ทำยังไงต่อ? วันนี้เราจะมาเจาะลึกขั้นตอนการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มใช้สิทธิจริงในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อให้ทุกคนใช้งานได้อย่างราบรื่นและไม่พลาดทุกสิทธิประโยชน์ครับ

ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแล้ว ทำยังไงต่อ? วิธีเติมเงิน G-Wallet

เมื่อคุณได้รับข้อความยืนยันจากแอปฯ เป๋าตังแล้วว่าคุณได้รับสิทธิ โครงการนี้มีรูปแบบการจ่ายเงินแบบรัฐช่วยจ่าย 60/40 ซึ่งคุณจำเป็นต้องมีเงินใน G-Wallet ก่อนเริ่มใช้งานจริง เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง การเติมเงิน G-Wallet จึงเป็นหัวใจสำคัญที่คุณควรทำไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ

เตรียมตัวให้พร้อม: ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแล้ว ทำยังไงต่อ?

หลังจากตรวจสอบสถานะในแอปฯ เป๋าตังและได้รับสิทธิแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสังเกตว่าสิทธิของคุณถูกเปิดใช้งานหรือยัง โดยโครงการนี้จะเริ่มให้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป สำหรับวิธีการเติมเงินเข้า G-Wallet ปัจจุบันมีให้เลือกถึง 4 ช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วมากครับ:

  • Mobile Banking ทุกธนาคาร: เพียงใช้ G-Wallet ID 15 หลักของคุณเพื่อโอนเงินเข้าได้ทันที
  • ผูกบัญชีกรุงไทย: หากคุณมีบัญชีธนาคารกรุงไทยอยู่แล้ว ในแอปฯ เป๋าตังจะมีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและตรวจสอบยอดได้แบบเรียลไทม์
  • QR PromptPay: ช่องทางนี้ง่ายที่สุด เพียงให้เพื่อนหรือตัวคุณเองสแกน QR เพื่อเติมเงินเข้ากระเป๋าได้เลย
  • ตู้ ATM: สำหรับใครที่ไม่สะดวกใช้แอปฯ ก็สามารถเดินไปที่ตู้ ATM ของธนาคารชั้นนำทั่วประเทศได้เช่นกัน

เมื่อทราบแล้วว่า ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแล้ว ทำยังไงต่อ? ในขั้นตอนการใช้จ่ายจริง คุณแค่เปิดแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แล้วเลือกเมนูสแกน QR ร้านค้าถุงเงิน เมื่อสแกนเสร็จระบบจะคำนวณส่วนลดให้ทันที คุณเพียงแค่กดยืนยันชำระเงินโดยใช้เงินใน G-Wallet ที่เพิ่งเติมเข้าไป เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ

โครงการนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับเศรษฐกิจในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การบริหารจัดการเงินในกระเป๋าผ่านแอปฯ เป๋าตังจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการใช้สิทธิและวางแผนการใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุดนะครับ หากใครยังสงสัยในจุดไหน สามารถทิ้งคำถามไว้ได้เสมอครับ!

ที่มา – ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสผ่านแล้ว ทำยังไงต่อ? วิธีเติมเงิน G-Wallet รอใช้ 1 มิ.ย.