วัน: 1 มิถุนายน 2026

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว การรับข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงของประเทศจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณให้มาก ล่าสุดเกิดประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ปล่อยข่าวลือเรื่องการเปิดด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จนทำให้ภาครัฐต้องออกมาจัดการอย่างเร่งด่วน โดยทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้เกิดความสับสนในวงกว้าง

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน ชี้เป็นเรื่องกระทบความมั่นคง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ระบุว่า มีการอนุญาตให้ด่านอรัญประเทศเปิดทำการเพื่อให้กลุ่มนักเรียนจากประเทศกัมพูชาเข้ามาเรียนหนังสือได้ ข้อมูลดังกล่าวถูกแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง จนเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยตามชายแดนของไทย ซึ่งในความเป็นจริงนั้น รัฐบาลได้ย้ำเสมอว่าทุกการตัดสินใจเรื่องชายแดนต้องผ่านการกลั่นกรองและคำนึงถึงความมั่นคงเป็นหลักสูงสุด

มาตรการเด็ดขาดจากภาครัฐต่อผู้เผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน

เมื่อทราบเรื่องดังกล่าว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบด่านคลองลึกทันที เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าไม่มีการเปิดด่านแต่อย่างใด และในท้ายที่สุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) เพื่อเอาผิดผู้ที่จงใจสร้างความปั่นป่วน

สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากกรณีนี้มีดังนี้:

  • ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวก่อนแชร์ทุกครั้ง โดยเฉพาะข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่ต้องมีประกาศอย่างเป็นทางการ
  • ข่าวปลอมหรือข่าวลือที่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน ไม่ใช่แค่เรื่องสนุกแต่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • การแชร์ข่าวปลอมมีความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษทางอาญาที่รุนแรง

รัฐบาลยืนยันว่าการดำเนินงานเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา จะยึดถือข้อเท็จจริงและความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง ไม่มีการดำเนินงานภายใต้ข่าวลือออนไลน์อย่างแน่นอน ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจในข้อมูลจากช่องทางหลักของรัฐบาลมากกว่าการเชื่อกระแสโซเชียลที่ขาดหลักฐานยืนยัน การหยุดแชร์ข่าวปลอมถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่และปลอดภัยจากความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นครับ

ที่มา – ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ กุข่าวเปิดชายแดน

ศุภมาส สั่ง สคบ. ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวสะเทือนขวัญในโลกโซเชียล เมื่อนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งถูกคนขับรถแอปพลิเคชันชื่อดังไล่ลงจากรถกลางย่านอโศกเพียงเพราะค่าโดยสารไม่คุ้มค่า ก่อนจะตามไปทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนขับรถนิสัยไม่ดี แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความมั่นใจในบริการสาธารณะและภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างรุนแรง ล่าสุด ศุภมาส สั่ง สคบ. ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น มาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด

ศุภมาส สั่ง สคบ. ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อกู้ภาพลักษณ์ประเทศ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคขั้นร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย รัฐมนตรีไม่ได้มองแค่การแบนคนขับออกจากระบบแล้วจบไป แต่ต้องการให้แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องออกมารับผิดชอบและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

มาตรการเด็ดขาดจาก สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หลังจากที่ ศุภมาส สั่ง สคบ. ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น แล้ว ทางหน่วยงานได้เตรียมดำเนินการดังนี้:

  • เรียกผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเข้าชี้แจงมาตรการคัดกรองคนขับและบทลงโทษในวันที่ 5 มิถุนายน 2569
  • บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
  • กรมการขนส่งทางบกจะเข้าตรวจสอบมาตรฐานรถและใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ
  • เชิญผู้ประกอบการแอปพลิเคชันรถรับจ้าง 13 ราย มาประชุมวางแนวทางมาตรฐานความปลอดภัยร่วมกันในวันที่ 12 มิถุนายน 2569

ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดบอดของระบบคัดกรองบุคลากรในแอปพลิเคชันต่างๆ ที่อาจจะให้ความสำคัญกับจำนวนรถมากกว่าคุณภาพและการตรวจสอบประวัติ หากแพลตฟอร์มยังทำหน้าที่เพียงแค่คนกลางโดยไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติย่อมถดถอยลง

รัฐบาลขอชื่นชมพลเมืองดีทุกคนที่เข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจนเหตุการณ์ไม่บานปลายไปมากกว่านี้ น้ำใจของคนไทยคือสิ่งสวยงามที่ช่วยพยุงภาพลักษณ์ประเทศไว้ในยามวิกฤต หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ ให้เร่งปรับปรุงระบบความปลอดภัยตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง การเรียกร้องความเป็นธรรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการปฏิรูประบบขนส่งผ่านแอปพลิเคชันให้ยั่งยืนครับ

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

Hearts หวังคว้าตัว Calvin Miller ร่วมทีมเร็วๆ นี้

Hearts หวังคว้าตัว Calvin Miller ร่วมทีมเร็วๆ นี้

สำหรับแฟนบอลชาวสกอตแลนด์ที่ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงนี้ คงจะเริ่มเห็นข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับสโมสร Heart of Midlothian ที่กำลังเดินเครื่องเต็มที่ในการเสริมทัพ โดยล่าสุดมีรายงานว่า Hearts หวังคว้าตัว Calvin Miller ร่วมทีมเร็วๆ นี้ หลังจากที่พวกเขาได้ทำการเจรจากับทางฝั่ง Falkirk มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เชื่อว่าการปิดดีลนี้น่าจะเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการขยับตัวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับทัพหัวใจแห่งเอดินบะระ

ทำไม Hearts หวังคว้าตัว Calvin Miller ร่วมทีมเร็วๆ นี้?

หากย้อนกลับไปดูผลงานของปีกวัย 28 ปีรายนี้ ต้องบอกว่าเขาคือหัวใจสำคัญในเกมรุกของ Falkirk ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา Miller ฝากผลงานด้วยการทำไปถึง 9 ประตูจากการลงเล่น 47 นัด ช่วยให้ทีมจบอันดับที่ 6 ในฤดูกาลแรกของการกลับมาสู่ลีกสูงสุดได้อย่างสวยงาม ไม่แปลกใจเลยที่สโมสรอย่าง Hearts มองเห็นศักยภาพและอยากดึงตัวเขามาร่วมทีมเพื่อยกระดับขุมกำลังในแนวรุกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ประวัติและเส้นทางค้าแข้งของ Calvin Miller

หลายคนอาจจะคุ้นเคยชื่อของเขาจากสมัยเริ่มต้นอาชีพกับยักษ์ใหญ่อย่าง Celtic ก่อนที่จะผ่านการพิสูจน์ตัวเองกับหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น Dundee, Ayr United, Greenock Morton รวมถึงการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างแดนกับ Harrogate Town และ Notts County การที่ Hearts หวังคว้าตัว Calvin Miller ร่วมทีมเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการนักเตะที่มีประสบการณ์สูงและผ่านสนามฟุตบอลสกอตแลนด์มาอย่างโชกโชนเพื่อเข้ามาประคองทีมในช่วงสำคัญ

นอกจากนี้ ในช่วงการเสริมทัพที่ผ่านมา Hearts ยังได้ตัวผู้เล่นที่น่าสนใจมาร่วมทีมเพิ่มหลายราย อาทิ:

  • Josh McPake: ปีกความเร็วสูงที่หมดสัญญากับ St Johnstone
  • MJ Kamson-Kamara: เซนเตอร์แบ็กจาก Lincoln City
  • Tom Renaud: กองกลางจาก Versailles

การดึงตัวทั้งสามคนนี้มารวมกับความคาดหวังในตัว Calvin Miller ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า Hearts กำลังสร้างทีมขึ้นมาใหม่เพื่อท้าชิงความสำเร็จในฤดูกาลถัดไป ในฝั่งของ Falkirk ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน หลังจากที่เพิ่งเซ็นสัญญาคว้าตัว Paul McGovern ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปีจาก Glenavon เข้ามาเสริมทัพแทนที่ช่องว่างที่อาจจะเกิดขึ้น

เราคงต้องมาลุ้นกันต่อไปว่าดีลนี้จะบรรลุข้อตกลงได้สำเร็จตามกำหนดการที่วางไว้หรือไม่ แต่ที่แน่นอนคือแฟนบอล Hearts คงกำลังตื่นเต้นกับทิศทางของสโมสรในตลาดนักเตะรอบนี้ หาก Miller ย้ายมาอยู่กับทีมจริง จะถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่น่าติดตามว่าจะสร้างผลกระทบได้มากน้อยเพียงใดในสนามครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ป้าดวงเฮง นอนเฝ้าศพญาติที่วัด คนขายหวยเร่เอารางวัลที่ 1 มาให้

เชื่อหรือไม่ว่าโชคชะตาอาจมาถึงในเวลาที่เราคาดไม่ถึงที่สุด เรื่องราวของ ป้าดวงเฮง นอนเฝ้าศพญาติที่วัด คนขายหวยเร่เอารางวัลที่ 1 มาให้ กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันไปทั่วจังหวัดสุโขทัย หลังจากที่มีคุณป้าใจบุญท่านหนึ่งได้รับโชคก้อนโตเปลี่ยนชีวิตไปในชั่วข้ามคืน ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าในงานศพที่วัด แต่กลับมีรอยยิ้มแห่งความโชคดีปรากฏขึ้นแทน

เผยที่มา ป้าดวงเฮง นอนเฝ้าศพญาติที่วัด คนขายหวยเร่เอารางวัลที่ 1 มาให้

เหตุการณ์น่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านหนองช้าง จังหวัดสุโขทัย เมื่อนางวรรณ วงค์วิวงค์ วัย 61 ปี ซึ่งกำลังทำหน้าที่เฝ้าศพญาติอยู่ที่วัดเชิงคีรี ได้ตัดสินใจซื้อลอตเตอรี่จากคนขายเร่เจ้าประจำ โดยเธอตั้งใจเพียงว่าอยากซื้อเลขเลขหามหรือเลขเบิ้ลตามความชอบส่วนตัว จนกลายมาเป็นที่มาของคำว่า ป้าดวงเฮง นอนเฝ้าศพญาติที่วัด คนขายหวยเร่เอารางวัลที่ 1 มาให้ รับทรัพย์ก้อนโตถึง 12 ล้านบาทในงวดวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ความศรัทธาและโชคลาภที่มาจากการทำบุญ

สำหรับคุณป้าวรรณ การถูกรางวัลที่ 1 ครั้งนี้ เธอเชื่อว่าเป็นบารมีของหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดเชิงคีรีที่เธอเคารพนับถือ ซึ่งเธอได้อธิษฐานขอพรอยู่เป็นประจำขณะไปทำบุญหรือปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ คุณป้ายังเป็นคนขยันทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานรับจ้างจัดโต๊ะจีนหรือรับจ้างทั่วไป ทำให้ชาวบ้านต่างพากันเข้ามาร่วมแสดงความยินดีในความโชคดีครั้งนี้ด้วยความอบอุ่น

  • เลขที่ให้โชคในงวดนี้คือ 173770
  • รางวัลใหญ่รวมมูลค่าสูงถึง 12 ล้านบาท
  • คุณป้าวางแผนรอปรึกษาครอบครัวก่อนจัดการเงินก้อนนี้

ในมุมมองของนักเสี่ยงโชค นี่อาจเป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ได้ว่า “จังหวะและบุญวาสนา” มักมาคู่กันเสมอ สำหรับใครที่อยากมีโชคลาภ สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ละทิ้งความพยายามและการรู้จักทำจิตใจให้เป็นกุศล ไม่แน่ว่าโชคใหญ่อาจจะกำลังรอคุณอยู่ในงวดถัดไปก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเลขฝัน หรือเลขจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ ควรเล่นอย่างพอประมาณเพื่อให้การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความสุขสนุกสนานมากกว่าความเครียด

ที่มา – ป้าดวงเฮง นอนเฝ้าศพญาติที่วัด คนขายหวยเร่เอารางวัลที่ 1 มาให้ รับโชคใหญ่ 12 ล้าน

วิธีค้นหาร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสใกล้ฉัน

เชื่อว่าหลายคนกำลังมองหาวิธีรับสิทธิ์จากมาตรการรัฐ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน วันนี้เราจะมาเจาะลึก วิธีค้นหาร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสใกล้ฉัน ที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังครับ

วิธีค้นหาร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสใกล้ฉัน

หลายคนอาจจะยังสับสนว่าต้องเริ่มต้นอย่างไรกับการตามหาร้านที่รองรับสิทธิ์ 60/40 เพียงแค่คุณมีแอปพลิเคชันเป๋าตังติดเครื่องไว้ ก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ค้นหาได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องไปเดินสุ่มหาร้านให้เสียเวลาครับ สำหรับขั้นตอนการทำนั้นง่ายมาก ดังนี้

1. เข้าไปที่แอปฯ เป๋าตังบนสมาร์ทโฟนของคุณ
2. กดที่แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อเข้าสู่หน้าหลักของโครงการ
3. เลือกเมนู “ค้นหาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”
4. ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง ให้กด “อนุญาต” เพื่อให้แอปฯ แสดงผลร้านค้าในรัศมีใกล้ตัวคุณ
5. เลือกตัวกรองประเภทร้านค้าที่คุณสนใจ เช่น ร้านอาหาร, ของชำ, หรือบริการขนส่ง แล้วกด “ค้นหา”

ประโยชน์ของการค้นหาร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสใกล้ฉัน

การทราบ วิธีค้นหาร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสใกล้ฉัน จะช่วยให้คุณวางแผนการใช้จ่ายในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60/40 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่มื้ออาหาร ข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงค่าบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น BTS, MRT หรือแม้แต่พี่วินมอเตอร์ไซค์ในซอยบ้าน ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้เช่นกัน

นอกเหนือจากร้านค้ารายย่อยแล้ว โครงการนี้ยังขยายความครอบคลุมไปยังฟู้ดเดลิเวอรี่ชื่อดัง ทำให้ชีวิตคนเมืองสะดวกขึ้นมากครับ อย่างไรก็ตาม ขอให้ตรวจสอบเงื่อนไขสินค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการให้ดี เช่น แอลกอฮอล์ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อการใช้งานสิทธิ์ที่ถูกต้องและราบรื่นที่สุด

หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างรวดเร็วและใช้จ่ายได้อย่างมีความสุข อย่าลืมตรวจสอบยอดคงเหลือและเงื่อนไขการใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตังเป็นประจำทุกวันนะครับ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ ในการลดภาระค่าครองชีพครับ

ที่มา – เปิดพิกัด “ไทยช่วยไทยพลัส” ค้นหาร้านค้าเข้าร่วมโครงการใกล้ฉัน ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน

ลีลล์แต่งตั้ง ดาวิเด อันเชล็อตติ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่

ลีลล์แต่งตั้ง ดาวิเด อันเชล็อตติ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลลีกเอิงอย่างมาก เมื่อสโมสรลีลล์ตัดสินใจประกาศแต่งตั้ง ดาวิเด อันเชล็อตติ เข้ามารับหน้าที่เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ด้วยสัญญา 2 ปี เพื่อพาทีมก้าวไปข้างหน้าในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ นับเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของสโมสรอย่างสมบูรณ์แบบ

เหตุผลที่ ลีลล์แต่งตั้ง ดาวิเด อันเชล็อตติ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่

ดาวิเดในวัย 36 ปี ถือเป็นลูกไม้ใต้ต้นที่ผ่านประสบการณ์การทำงานระดับโลกมาอย่างโชกโชน เขาเคยเป็นผู้ช่วยให้กับคุณพ่ออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ มาแล้วในหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ ทั้งบาเยิร์น มิวนิก, เอฟเวอร์ตัน และเรอัล มาดริด การที่ ลีลล์แต่งตั้ง ดาวิเด อันเชล็อตติ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ ในครั้งนี้ จึงเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของบอร์ดบริหารที่เชื่อมั่นในปรัชญาฟุตบอลที่เขาสั่งสมมาจากการเรียนรู้ใกล้ชิดกับยอดกุนซือระดับโลก

เส้นทางก่อนมารับงานที่ฝรั่งเศส

ก่อนหน้านี้ ดาวิเดเคยรับงานคุมทีมในบราซิลอย่างโบตาโฟโกมาแล้ว แม้ประสบการณ์ในฐานะผู้จัดการทีมหลักจะยังมีไม่มากนัก แต่ผลงานการทำงานเบื้องหลังของเขานั้นเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง โดยเขาจะเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก บรูโน เจเนซิโอ ที่เพิ่งหมดสัญญาไป หลังจากพาทีมคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ

  • วิสัยทัศน์ที่ตรงกันของสโมสรและโค้ช
  • ความมุ่งมั่นในการปั้นนักเตะดาวรุ่ง
  • เป้าหมายการรักษามาตรฐานในฟุตบอลยุโรป

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เขาจะสามารถรับมือกับแรงกดดันในลีกเอิงได้หรือไม่ แต่ด้วยบุคลิกที่มั่นใจและประสบการณ์ที่เคยผ่านเวทีใหญ่มาหมดแล้ว เชื่อว่าเขาจะนำความสดใหม่มาสู่ทีมได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นที่รู้จักในฐานะโค้ชที่ใส่ใจรายละเอียดทางเทคนิคสูงมาก ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อทีมที่กำลังต้องการพัฒนาให้กลายเป็นทีมระดับแถวหน้าของฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแฟนบอลลีลล์ นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปี การได้โค้ชไฟแรงที่ไฟแรงและมีสไตล์การคุมทีมที่ทันสมัยน่าจะช่วยยกระดับเกมการเล่นให้สนุกและดุดันยิ่งขึ้น เราคงต้องรอดูกันว่าผลงานในสนามจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้กระแสตอบรับจากแฟนบอลทั่วโลกกำลังจับตามองกุนซือป้ายแดงคนนี้อย่างใกล้ชิด

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทำไมลิเวอร์พูลต้องการ Andoni Iraola และสิ่งที่เขาจะนำเข้ามาสู่ Anfield

ทำไมลิเวอร์พูลต้องการ Andoni Iraola และสิ่งที่เขาจะนำเข้ามาสู่ Anfield

หลังจากการแยกทางกับกุนซือคนก่อน บรรยากาศที่แอนฟิลด์ดูจะหม่นหมองไปถนัดตา แฟนบอลลิเวอร์พูลต่างเฝ้ารอคอยความหวังใหม่ และชื่อของ Andoni Iraola ก็ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งที่บอร์ดบริหารหมายตาไว้ สิ่งที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างเขากับ Richard Hughes ผู้อำนวยการกีฬาของทีม ทำให้โปรเจกต์การดึงตัวครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การจ้างงานธรรมดา แต่มันคือการวางรากฐานเพื่ออนาคต

ทำไมลิเวอร์พูลต้องการ Andoni Iraola และสิ่งที่เขาจะนำเข้ามาสู่ Anfield

เหตุผลหลักที่ลิเวอร์พูลตัดสินใจทาบทามนายใหญ่ชาวสเปนรายนี้ คือสไตล์ฟุตบอลที่เน้นความดุดันและกล้าได้กล้าเสีย ต่างจากสไตล์เดิมที่ดูขาดชีวิตชีวาจนแฟนบอลเริ่มส่งเสียงโห่ Iraola คือกุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำทีมให้มีพลังงานสูง และสไตล์ ‘Gegenpressing’ หรือการไล่บี้กดดันคู่แข่ง ซึ่งเป็นดีเอ็นเอที่ลิเวอร์พูลเคยครอบครองไว้ แต่ดันทำหายไปในช่วงหลัง

พลังงานแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความสำเร็จ

นอกจากสไตล์การเล่นแล้ว ทำไมลิเวอร์พูลต้องการ Andoni Iraola และสิ่งที่เขาจะนำเข้ามาสู่ Anfield ก็คือความสามารถในการดึงศักยภาพดาวรุ่งและนักเตะใหม่ให้เปล่งประกาย หลายคนกังวลว่าเขาจะมีปัญหากับการบริหารจัดการนักเตะหรือเปล่า? แต่จากผลงานที่ Bournemouth เขาสามารถยกระดับทีมด้วยระเบียบวินัยที่เคร่งครัดและการซ้อมที่เข้มข้น แฟนๆ อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแง่ของแพชชั่นในสนาม

เขาคือคนที่เชื่อใน ‘ความวุ่นวายที่ถูกจัดการ’ คำพูดของเขาที่ว่า ‘อย่าแค่ส่งบอล แต่ให้มองไปที่ประตูเพื่อทำคะแนน’ คือทัศนคติที่ลิเวอร์พูลต้องการในเวลานี้ เพื่อเปลี่ยนสถานะจากทีมที่เกือบจะดูธรรมดา ให้กลับไปเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง

บททดสอบของ Iraola จะเกิดขึ้นทันทีที่เขาเริ่มงานที่แอนฟิลด์ การแบกรับความคาดหวังของทีมระดับโลกต่างจากการคุมทีมระดับกลางอย่างที่เขาเคยทำมา แต่ถ้าดูจากความมุ่งมั่นและการวางหน้าที่อย่างละเอียดของเขา เชื่อได้เลยว่าเราอาจจะได้เห็นยุคสมัยใหม่ที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นในไม่ช้า คุณล่ะ คิดว่า Iraola คือนัดแก้ปัญหาที่ใช่สำหรับหงส์แดงหรือไม่?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาวลุยหนองจอก

“บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในช่วงโค้งสุดท้ายเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าอย่างใกล้ชิด สร้างสีสันและได้รับความสนใจจากชาวหนองจอกเป็นอย่างมาก

วิสัยทัศน์และการขับเคลื่อน “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสะเวช หรือบิ๊กหยม ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ โดยมองว่าหนองจอกมีศักยภาพสูงมาก ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ที่กว้างขวาง แต่ยังขาดการพัฒนาที่ทั่วถึง เป้าหมายของท่านคือการเปลี่ยนหนองจอกให้เป็น “เมืองแห่งอนาคต” ที่เพียบพร้อมด้วยสุขอนามัยที่ดีและความปลอดภัย เพื่อรองรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้เกษียณอายุที่ต้องการที่พักอาศัยท่ามกลางธรรมชาติ

ไฮไลท์สำคัญคือการประกาศนโยบายเศรษฐกิจ “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก เพื่อแสดงจุดยืนว่าจะใช้อำนาจที่มีในการยกเว้นภาษี 10% ให้กับนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่นี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและเม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน

ในด้านปัญหาเรื้อรังอย่างน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ บิ๊กหยมได้วิจารณ์การทำงานของผู้บริหารชุดเดิมอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันว่าหากตนได้รับความไว้วางใจ ปัญหานี้ต้องแก้ไขให้จบสิ้นด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและเด็ดขาดกว่าเดิม โดยเน้นความร่วมมือกับตำรวจในการปราบปรามยาเสพติดและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนกรุงเป็นอันดับต้นๆ

การปรากฏตัวของ “น้องยูมี” ลูกสาวคนเล็กที่มาช่วยคุณพ่อหาเสียงเป็นครั้งแรก ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ครอบครัวที่อบอุ่นและมีความตั้งใจจริงในการเข้ามาทำงานรับใช้สังคม โดยน้องยูมีกล่าวว่าเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของคุณพ่อที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

  • นายวรชัย สมบัติเจริญกิจ ผู้สมัคร สก. เขตหนองจอก หมายเลข 2
  • นายกัณฑ์ชาติ มนต์กันภัย ผู้สมัคร สก. เขตบางกะปิ หมายเลข 2
  • นายวันชัย รัตนขจรไชย ผู้สมัคร สก. เขตลาดกระบัง หมายเลข 3
  • นายกิตติธัช อยู่ดี ผู้สมัคร สก. เขตประเวศ หมายเลข 2

ทีมงานพรรคเศรษฐกิจทั้งในส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯ และ สก. ต่างลงพื้นที่เพื่อขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน เพื่อเตรียมก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครที่น่าอยู่และเติบโตอย่างมั่นคง หากคุณต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในเขตหนองจอกและพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพฯ อย่าลืมศึกษาและทำความเข้าใจนโยบายของผู้สมัครแต่ละท่านเพื่อให้ได้ผู้ว่าฯ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก

รูปปั้นเมสซี่ 70 ฟุตในอินเดียถูกรื้อถอน

รูปปั้นเมสซี่ 70 ฟุตในอินเดียถูกรื้อถอน

แฟนบอลชาวอินเดียที่คลั่งไคล้ในตัวซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ต้องพบกับข่าวชวนให้ใจหาย เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า รูปปั้นเมสซี่ 70 ฟุตในอินเดียถูกรื้อถอน ออกจากตำแหน่งเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ผ่านการติดตั้งมาได้เพียงไม่กี่เดือนในรัฐเบงกอลตะวันตก

สาเหตุที่ รูปปั้นเมสซี่ 70 ฟุตในอินเดียถูกรื้อถอน

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อมีชาวบ้านในละแวกนั้นสังเกตเห็นความผิดปกติของอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่นี้ โดยระบุว่ามันมีอาการสั่นไหวและโอนเอนไปตามแรงลมอย่างน่ากลัว ส่งผลให้ระดับความปลอดภัยต่ำจนน่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรูปปั้นนี้ตั้งอยู่ใกล้กับถนนที่มีการจราจรหนาแน่นและสถานีรถไฟใต้ดิน

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ หน่วยงานโยธาธิการ (PWD) ในพื้นที่ได้เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างโดยละเอียดและสรุปว่ามีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะเปิดให้ผู้คนเข้าใกล้ จึงตัดสินใจอย่างเร่งด่วนว่า รูปปั้นเมสซี่ 70 ฟุตในอินเดียถูกรื้อถอน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นหากรูปปั้นพังถล่มลงมา

เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ที่ต้องพับเก็บ

รู้หรือไม่ว่ารูปปั้นดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของทีมงานกว่า 45 คนที่ใช้เวลาประกอบชิ้นงานนานกว่า 27 วัน เพื่อเทิดทูนเมสซี่ในฐานะนักเตะระดับ ‘GOAT’ หรือผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล แต่ด้วยโครงสร้างที่ทำจากไฟเบอร์กลาสและเหล็ก อาจไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพอากาศหรือแรงลมในระยะยาว ทำให้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์จริงจึงเกิดปัญหาเรื่องโครงสร้างอย่างที่เห็น

ในตอนนี้ทางการได้เคลื่อนย้ายรูปปั้นดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยงานโยธาธิการเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าแฟนคลับหลายคนจะรู้สึกเสียดาย แต่ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับตัวยงของเมสซี่ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าทางการอินเดียจะมีแผนนำรูปปั้นนี้ไปปรับปรุงหรือตั้งโชว์ในสถานที่อื่นที่ปลอดภัยกว่าเดิมหรือไม่

หากเรามองในมุมมองของฟุตบอล การแสดงออกถึงความรักต่อไอดอลเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ควรต้องคำนึงถึงมาตรฐานวิศวกรรมเป็นสำคัญ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นคงอยู่เป็นแลนด์มาร์คของแฟนบอลได้นานแสนนาน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ