วัน: 1 มิถุนายน 2026

งานดนตรี Soft power เสน่ห์แดนใต้ ยกระดับวัฒนธรรมไทย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของพลัง Soft Power กันมาบ้างแล้วนะครับ แต่ล่าสุดทางภาคใต้ของเราจัดเต็มมากกับการจัดงานคอนเสิร์ตที่ชื่อว่า “งานดนตรี Soft power เสน่ห์แดนใต้” ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณตลาดถนนคนเดิน ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานนี้ไม่ได้มีดีแค่ดนตรีสนุกๆ เท่านั้น แต่เป็นการยกระดับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กลายเป็นที่รู้จักไปไกลถึงระดับสากลเลยทีเดียว

งานดนตรี Soft power เสน่ห์แดนใต้ กับพลังขับเคลื่อนวัฒนธรรม

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่างดนตรีสมัยใหม่กับกลิ่นอายความเป็นไทยได้อย่างลงตัวครับ ทางภาครัฐโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 5 ได้ตั้งใจผลักดันให้ ดนตรี เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอัตลักษณ์ของภาคใต้ การนำศิลปินชื่อดังมากมายมารวมตัวกัน ช่วยดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสัมผัสกับเสน่ห์ของพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องความบันเทิง แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในชุมชนอย่างมาก

ทำไม งานดนตรี Soft power เสน่ห์แดนใต้ ถึงมีความสำคัญ?

สำหรับจุดเด่นของงานนี้ที่ปฏิเสธไม่ได้เลย คือ:

  • การเปิดพื้นที่สร้างสรรค์: เป็นเวทีให้เหล่าศิลปิน นักดนตรี และเยาวชนได้แสดงฝีมือ
  • การสร้างมูลค่าเพิ่ม: การนำเอาภูมิปัญญาไทยมาผนวกกับกระแส Soft Power ช่วยสร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่น
  • การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว: ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากนอกพื้นที่ให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้

ในงานนี้เราได้เห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจากการบูรณาการของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และพี่น้องประชาชนที่มาร่วมชมคอนเสิร์ตอย่างคับคั่ง การที่ศิลปินคุณภาพมาถ่ายทอดเสน่ห์แดนใต้ผ่านเสียงดนตรี ทำให้ภาพจำของวัฒนธรรมไทยดูทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้นมาก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีโลกได้อย่างไม่อายใคร

หากถามถึงความเห็นว่างานแบบนี้จะช่วยได้จริงไหม ผมขอบอกเลยว่านี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะดนตรีเป็นภาษาสากลที่ไม่มีพรมแดน หากเราสามารถนำอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ได้บ่อยครั้งขึ้น เศรษฐกิจฐานรากของเราจะแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนแน่นอนครับ ชวนเชิญให้ทุกคนลองไปสัมผัสด้วยตัวเองในโอกาสหน้าดูสักครั้ง รับรองว่าคุณจะหลงรักเสน่ห์แดนใต้ไม่แพ้กัน

ที่มา – งานดนตรี “Soft power เสน่ห์แดนใต้” ยกระดับศิลปวัฒนธรรมไทย สู่ระดับสากล

ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

รองโฆษกรัฐบาล ยันให้ความมั่นใจกับร้านค้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนและกังวลใจให้กับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเป็นอย่างมาก สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (60/40) ว่าหลังจากเข้าร่วมโครงการไปแล้ว จะมีปัญหาตามมาในเรื่องของภาษีหรือไม่ โดยเฉพาะกลัวว่าจะมีการเรียกตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากร วันนี้เรามีคำตอบที่ชัดเจนจากทำเนียบรัฐบาลมาฝากครับ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาสื่อสารเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่กำลังลังเลใจหรือกังวลว่าการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั้น รัฐบาลขอยืนยันให้มั่นใจว่า ไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายจากแอปพลิเคชันถุงเงินไปให้กรมสรรพากรเพื่อเรียกเก็บภาษีย้อนหลังอย่างแน่นอน

ทำไมร้านค้ารายย่อยถึงมีความมั่นใจได้ว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมรัฐบาลถึงออกมาให้ความมั่นใจเช่นนี้ เหตุผลสำคัญคือ:

  • ร้านค้าส่วนใหญ่ในโครงการเป็นรายย่อยที่มีรายได้ทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • เกณฑ์การคิดภาษีของกรมสรรพากรจะพิจารณาจาก “รายได้เฉลี่ยทั้งปี” ไม่ใช่เพียงแค่ยอดขายที่พุ่งขึ้นในช่วงโครงการเท่านั้น
  • รัฐบาลไม่มีนโยบายนำข้อมูลจากแอปถุงเงินไปตรวจสอบแบบเจาะจงเพื่อเก็บภาษีย้อนหลัง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการควรทราบคือ หากท่านมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวมทุกช่องทางตลอดทั้งปีถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดตามที่สรรพากรกำหนดไว้ ท่านก็มีหน้าที่ตามปกติในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติพื้นฐานตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่ประเด็นที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการนี้โดยเฉพาะ

สำหรับกระแสตอบรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) นั้นถือว่าคึกคักมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2569 มีประชาชนร่วมใช้สิทธิ์แล้วเกือบ 3 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมหลายร้อยล้านบาท ผ่านจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการกว่า 8 แสนร้านค้าทั่วประเทศ

ถึงเวลาแล้วที่พ่อค้าแม่ค้าจะหันมาโฟกัสกับการขายของและสร้างรายได้ผ่านโครงการฯ โดยไม่ต้องเก็บมาเป็นกังวลใจเรื่องภาษีจนเกินความจำเป็น ขอให้มั่นใจว่ามาตรการนี้ออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริงครับ หากคุณเป็นผู้ประกอบการอยู่ อย่ารอช้าที่จะเข้าร่วมและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับร้านค้าของตัวเองกันครับ

ที่มา – รองโฆษกรัฐบาล ยันให้ความมั่นใจกับร้านค้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

Wrexham เป็นเหตุ ผลักดัน Dom Hyam สู่ทีมชาติสกอตแลนด์

Wrexham เป็นเหตุ ผลักดัน Dom Hyam สู่ทีมชาติสกอตแลนด์

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกที่กำลังจะมาถึง เชื่อว่าทุกคนคงสังเกตเห็นการกลับมาติดทีมชาติสกอตแลนด์ของ Dom Hyam กองหลังตัวเก่ง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับแบบเต็มปากเต็มคำว่า สโมสร Wrexham คือเบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้เขาได้รับโอกาสทองนี้อีกครั้ง

ก่อนที่จะย้ายจาก Blackburn Rovers มาสู่ Wrexham เมื่อปีที่แล้ว Hyam เคยติดทีมชาติเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่การได้เป็นกำลังสำคัญในแดนหลัง ช่วยให้ทีมจบอันดับที่ 7 ในลีก Championship ได้สำเร็จ ทำให้ชื่อของเขาถูกเรียกตัวกลับมาติดธงทีมชาติอีกครั้งอย่างสง่างาม

Wrexham เป็นเหตุ ผลักดัน Dom Hyam สู่ความสำเร็จ

Hyam วัย 30 ปี กล่าวผ่าน BBC Sport Wales ว่า การที่เขามีโอกาสไปแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าสโมสร Wrexham กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานที่สูงมากเพียงใด เขาไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่ความบังเอิญ แต่เป็นเพราะการยกระดับคุณภาพการเล่นในลีกที่แข่งขันกันเข้มข้น ทำให้ฝีเท้าของเขาพัฒนาจนก้าวขึ้นมาอยู่ในสายตาของเฮดโค้ช Steve Clarke อีกครั้ง

ความมุ่งมั่นของ Dom Hyam กับความฝันในระดับโลก

หลังจากที่ต้องรอคอยโอกาสถึง 3 ปี Hyam ก็ได้กลับมาลงสนามให้ทีมชาติอีกครั้งในเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ Curaçao ไปได้ 4-1 โดยเขาเล่าว่า: “ผมทำได้เพียงแค่คุมผลงานในสนามกับสโมสรให้ดีที่สุด และการที่ Wrexham มีผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ คือส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผมได้ตามล่าความฝันบนเวทีระดับโลก”

ปัจจุบัน สกอตแลนด์กำลังเตรียมตัวอย่างหนักก่อนปะทะกับ Haiti และ Morocco ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมีไฮไลท์คือการพบกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างบราซิล ซึ่ง Hyam ยอมรับว่าเขารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ทีมชาติในครั้งนี้

หากพูดถึงเป้าหมายในอนาคตกับต้นสังกัด Hyam ยังคงมุ่งมั่นที่จะพา Wrexham ไปให้ไกลกว่าเดิมในฤดูกาลหน้า แม้ฤดูกาลที่ผ่านมาทีมจะพลาดพื้นที่เพลย์ออฟไปอย่างน่าเสียดาย แต่ด้วยสปิริตของทีมและความแข็งแกร่งของผู้เล่น เชื่อว่าปีหน้าจะเป็นโอกาสที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง แฟนๆ คงต้องรอติดตามชมกันว่า ดอม ไฮแอม และเพื่อนร่วมทีมจะสร้างปาฏิหาริย์ในสีเสื้อ Wrexham ต่อไปอย่างไร

คุณคิดว่าการย้ายทีมในครั้งนี้ของ Hyam คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาหรือไม่? คอมเมนต์พูดคุยกันได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet แอปเป๋าตัง ใช้สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส

วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet แอปเป๋าตัง ใช้สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส

สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวใช้สิทธิจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจากสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้วิธีการใช้งานที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet แอปเป๋าตัง ใช้สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อให้การใช้จ่ายในโครงการเป็นไปอย่างราบรื่นตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้เริ่มใช้สิทธิโครงการฯ

โครงการนี้ถือเป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน ทั้งกลุ่มเปราะบางและกลุ่มทั่วไป ให้สามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้อย่างสะดวก โดยจะได้รับวงเงินสนับสนุนในอัตรา 60% ของยอดใช้จ่ายจริง ซึ่งคุณสามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สำหรับขั้นตอนการเตรียมตัวเรื่องเงินในกระเป๋านั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะการรู้วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet แอปเป๋าตัง ใช้สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส ที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและไม่ต้องกังวลเมื่อถึงหน้าร้านค้า

ช่องทางและขั้นตอนการเติมเงินสู่ G-Wallet

ปัจจุบันการทำธุรกรรมผ่าน G-Wallet ทำได้ง่ายมากครับ ไม่ว่าคุณจะสะดวกใช้งานผ่าน Mobile Banking ของธนาคารชั้นนำ หรือการสแกน QR Code ก็ทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขั้นตอนหลักๆ ในการทำตามวิธีเติมเงินเข้า G-Wallet แอปเป๋าตัง ใช้สแกนจ่าย ไทยช่วยไทยพลัส มีดังนี้ครับ:

  • เติมเงินผ่าน Mobile Banking: เพียงเปิดแอปฯ เป๋าตัง ไปยังเมนู G-Wallet กดปุ่มเติมเงิน แล้วเลือกธนาคารที่ต้องการ จากนั้นคัดลอก G-Wallet ID 15 หลัก ไปวางในแอปฯ ธนาคารของคุณเพื่อทำรายการโอนเงินตามปกติ
  • เติมเงินผ่านวิธี QR PromptPay: เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการคัดลอกตัวเลขยาวๆ เพียงบันทึกรูป QR Code จากหน้าแอปฯ เป๋าตัง แล้วนำไปสแกนในแอปฯ ธนาคารทุกแห่งที่คุณใช้งานอยู่
  • เติมเงินผ่านตู้ ATM: สำหรับใครที่ไม่สะดวกใช้แอปฯ ธนาคาร สามารถเดินทางไปที่ตู้ ATM ของธนาคารที่ร่วมรายการ แล้วเลือกเมนูเติมเงินพร้อมเพย์ ระบุ G-Wallet ID ให้ครบถ้วน

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ให้คุณใช้งานโครงการได้อย่างคุ้มค่าที่สุด อย่าลืมเช็กสิทธิของคุณให้ดีและวางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสมตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดโหมดประหยัดค่าครองชีพในโครงการนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการใช้จ่ายและผ่านพ้นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนี้ไปได้อย่างมั่นคงครับ

ที่มา – วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet แอปเป๋าตัง ใช้สแกนจ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส”

Saud Abdulhamid คือผู้เล่นต่างแดนเพียงหนึ่งเดียวของซาอุฯ ในบอลโลก

Saud Abdulhamid คือผู้เล่นต่างแดนเพียงหนึ่งเดียวของซาอุฯ ในบอลโลก

เมื่อเราพูดถึงการประกาศรายชื่อทีมชาติเพื่อลุยศึกฟุตบอลโลก ครั้งล่าสุดนี้ ทีมชาติซาอุดีอาระเบียได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังอีกครั้ง เมื่อรายชื่อผู้เล่นจำนวน 26 คนได้ถูกเปิดเผยออกมา โดยมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างมากคือ Saud Abdulhamid คือผู้เล่นต่างแดนเพียงหนึ่งเดียวของซาอุฯ ในบอลโลก ในขณะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ล้วนค้าแข้งอยู่ในลีกภายในประเทศอย่าง Saudi Pro League

Saud Abdulhamid คือผู้เล่นต่างแดนเพียงหนึ่งเดียวของซาอุฯ ในบอลโลก

Saud Abdulhamid ปราการหลังตัวเก่งจากสโมสรโรม่า ซึ่งเพิ่งผ่านประสบการณ์การไปเล่นแบบยืมตัวกับสโมสรล็องส์ในฝรั่งเศสและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม กลายเป็นนักเตะคนเดียวในรายชื่อชุดนี้ที่ไม่ได้สังกัดสโมสรในลีกซาอุดีอาระเบีย ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชชาวกรีกอย่าง Georgios Donis ที่ตั้งความหวังไว้สูงกับทัวร์นาเมนต์นี้

เจาะลึกความสำคัญของ Saud Abdulhamid คือผู้เล่นต่างแดนเพียงหนึ่งเดียวของซาอุฯ ในบอลโลก

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพร่วมโดยสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ทีมชาติซาอุดีอาระเบียอยู่ในกลุ่ม H ที่หนักพอสมควร โดยต้องร่วมสายกับอุรุกวัย สเปน และเคปเวิร์ด แน่นอนว่าการมีนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรปอย่าง Abdulhamid จะช่วยเพิ่มมิติและประสบการณ์ในการรับมือกับความกดดันระดับโลกได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ในทีมยังเต็มไปด้วยแข้งเก๋าอย่าง Salem Al Dawsari กัปตันทีมวัย 34 ปี จากสโมสร Al Hilal ซึ่งกำลังจะลงเล่นในฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 ของเขาแล้ว ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่แฟนบอลจะได้เห็นการผสมผสานระหว่างผู้เล่นประสบการณ์สูงกับพลังสดจากนักเตะที่ไปหาประสบการณ์ในเวทีระดับโลก

รายชื่อที่น่าสนใจในทัพนักเตะซาอุฯ

  • ผู้รักษาประตู: Mohammed Al Owais, Nawaf Al Aqidi, Ahmed Al Kassar
  • กองหลัง: Saud Abdulhamid รับหน้าที่เป็นตัวแปรสำคัญในแนวรับ
  • กองกลาง: นำทัพโดย Salem Al Dawsari และ Mohammed Kanno
  • กองหน้า: Firas Al Buraikan และ Saleh Al Shehri

นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของฟุตบอลซาอุดีอาระเบียที่พยายามยกระดับมาตรฐานทีมชาติสู่สากล แม้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับลีกในบ้าน แต่ความมุ่งมั่นและวินัยในการฝึกซ้อมจะทำให้พวกเขาเป็นทีมที่น่าจับตามองในนัดเปิดสนามกับอุรุกวัยอย่างแน่นอนครับ ในมุมมองของผม การที่ผู้เล่นได้มีโอกาสไปสัมผัสฟุตบอลระดับยุโรปแม้เพียงคนเดียว ก็สามารถสร้างจุดเปลี่ยนให้กับเกมการแข่งขันได้มากทีเดียว รอติดตามเชียร์พวกเขากันได้เลยครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน

ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน

เหตุการณ์การเมืองในฟิลิปปินส์กำลังร้อนระอุ หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวนายโฮเซ “จิงกอย” เอสตราดา สมาชิกวุฒิสภาชื่อดัง ซึ่งมีส่วนพัวพันกับข้อหาทุจริตงบประมาณแผ่นดิน งานนี้ถือเป็นกรณีศึกษาครั้งใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังจับตามองว่า ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน ครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างไรบ้าง

จากการสืบสวนพบหลักฐานมัดตัวว่ามีการยัดไส้งบประมาณโครงการป้องกันน้ำท่วมในงบรายจ่ายประจำปี 2025 โดยเอื้อประโยชน์ให้แก่เครือข่ายของตนเอง คิดเป็นมูลค่าสินบนสูงถึง 302 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นรุนแรงทุกปี งบประมาณดังกล่าวจึงมีความจำเป็นต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างสูงสุด

เบื้องลึกเบื้องหลังกรณี ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน

การดำเนินคดีในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัว สว. เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงอดีตรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการ รวมถึงเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างอีกหลายแห่ง ซึ่งล้วนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในขบวนการฉ้อราษฎร์บังหลวงระดับชาติ โดยทาง สว. เอสตราดาได้ออกมาประกาศยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองผ่านสื่อ พร้อมอ้างว่าการกระทำของรัฐบาลเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อบีบให้เขายอมเปลี่ยนข้างในการโหวตคดีสำคัญของวุฒิสภา

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน ในครั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • ผลต่อคะแนนเสียงในสภา: สว. เอสตราดาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่จะตัดสินคดีถอดถอนรองประธานาธิบดีซารา ดูเตอร์เต
  • ภาพลักษณ์ประเทศ: กระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเติบโตในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • การยกระดับการตรวจสอบ: จะทำให้ประชาชนตื่นตัวและตั้งคำถามกับการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ คดีนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญของกระบวนการยุติธรรมในฟิลิปปินส์ว่าสามารถจัดการกับผู้มีอิทธิพลทางการเมืองได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายระบุว่าโทษสูงสุดของคดีนี้คือจำคุกตลอดชีวิตและไม่มีสิทธิ์ประกันตัว เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของคดีนี้จะสะเทือนเก้าอี้รัฐบาลไปได้ไกลเพียงใด และประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมจากการทุจริตที่เกิดขึ้นหรือไม่

ที่มา – ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จ่ายค่าเดินทางผ่านแอปเป๋าตัง

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกันอยู่ใช่ไหมครับ? วันนี้มีข่าวดีมากฝากทุกคน กับโครงการที่น่าสนใจอย่าง ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ที่รัฐบาลตั้งใจออกมาเพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางของพวกเราทุกคนให้เบาลง โดยสามารถใช้จ่ายค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

รวมรายละเอียด ไทยช่วยไทย พลัส 60/40

สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 นี้ รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนได้สิทธิ์สนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งมวลชน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 โดยครอบคลุมทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถโดยสารระหว่างจังหวัด และเรือด่วน ซึ่งช่วยให้เราจ่ายค่าเดินทางในสัดส่วนที่น้อยลงเพียงแค่ 40% เท่านั้น ส่วนอีก 60% รัฐจะช่วยสนับสนุนให้ครับ

ช่องทางและวิธีการใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40

การใช้งานนั้นแสนง่าย เพียงแค่คุณมีแอปพลิเคชันเป๋าตัง ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้ทันทีในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน โดยรายละเอียดการเดินทางที่เข้าร่วมมีดังนี้ครับ:

  • รถเมล์ ขสมก.: ใช้จ่ายผ่านแอปเป๋าตังกับพนักงานเก็บค่าโดยสารได้โดยตรง
  • รถไฟฟ้า: รองรับทั้ง MRT 4 สาย (น้ำเงิน, ม่วง, เหลือง, ชมพู) และรถไฟฟ้า BTS ทุกสาย สะดวกสบายด้วยการซื้อตั๋วเที่ยวเดียวผ่านแอป
  • รถโดยสาร บขส.: รัฐช่วยสนับสนุนวงเงินสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน สำหรับเดินทางระหว่างจังหวัดที่สถานีเดินรถ บขส. ทั่วประเทศ
  • เรือโดยสาร: ใช้สิทธิ์ได้ที่จุดให้บริการที่กำหนด เช่น สาทร ไอคอนสยาม และท่าเรือสำคัญอื่นๆ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม โดยสามารถใช้บริการรถเมล์ไฟฟ้าไทย สมายล์ บัส (TSB) ได้อีกด้วย เพียงแค่แสดงบัตรประชาชนเพื่อชำระค่าโดยสารผ่านระบบ EDC ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งไทยให้เชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ในมุมมองของผม โครงการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องเงินในกระเป๋าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรและมลพิษในระยะยาวได้ ใครที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือเรียนทุกวัน ห้ามพลาดที่จะตรวจสอบสิทธิ์และเริ่มต้นใช้งานตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม

ที่มา – “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ใช้จ่ายค่ารถเมล์–รถไฟฟ้า–เรือ–รถบขส. ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มตั้งแต่วันนี้

จับมือยิง แท็กซี่จิตอาสาสมุย อ้างถูกแทงก่อนเลยยิงสวน

จับมือยิง แท็กซี่จิตอาสาสมุย อ้างถูกแทงก่อนเลยยิงสวน

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบนเกาะสมุย กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับคดีการเสียชีวิตของนายศิขรินทร์ หรือเฟิร์ส คนขับรถแท็กซี่จิตอาสา ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับมือยิง แท็กซี่จิตอาสาสมุย อ้างถูกแทงก่อนเลยยิงสวนได้สำเร็จ หลังจากผู้ต้องหาหลบหนีไปซ่อนตัว โดยความคืบหน้าของคดีนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

เปิดปมเหตุความขัดแย้งก่อนเกิดเหตุยิงกัน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวและถูกจับกุมได้นั้น พบว่าชนวนเหตุความขัดแย้งเริ่มต้นมาจากการจอดรถกีดขวางในพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งมีการโต้เถียงกันไปมาหลายครั้ง ทั้งการโพสต์ท้าทายผ่านโซเชียลมีเดียและการเผชิญหน้ากันโดยตรง จนกระทั่งนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันในค่ำคืนวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจถึงการใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา ซึ่งไม่ส่งดีต่อทั้งสองฝ่ายและยังสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างเกาะสมุยด้วย

ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี หลังจากที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 12 คน ปัจจุบันสามารถควบคุมตัวได้เกือบครบแล้ว โดยผู้ต้องหาที่ชื่อนายแบงค์ ยอมรับว่าเป็นคนใช้อาวุธปืนก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าในขณะเกิดเหตุชุลมุน ฝั่งผู้เสียชีวิตได้ใช้อาวุธมีดแทงตนก่อน จึงตัดสินใจยิงสวนเพื่อป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้าดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเข้มงวด แม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพก็ตาม

  • ความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 12 คน
  • ศาลจังหวัดเกาะสมุยไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา
  • ผู้ต้องหาอ้างเหตุป้องกันตัวและปฏิเสธการทำแผน

สรุปประเด็นสำคัญ: การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยความรุนแรงไม่เคยเป็นทางออกที่แท้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นกับคดีจับมือยิง แท็กซี่จิตอาสาสมุย อ้างถูกแทงก่อนเลยยิงสวนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้กับทุกคนในการใช้สติและหลักเหตุผลในการเจรจาแทนการใช้กำลัง เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีใครเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริงในโศกนาฏกรรมครั้งนี้

ที่มา – จับมือยิง แท็กซี่จิตอาสาสมุย อ้างถูกแทงก่อนเลยยิงสวน

เจมส์ มิลเนอร์: จากค่าแรง 70 ปอนด์สู่ตำนานพรีเมียร์ลีก 24 ปี

เจมส์ มิลเนอร์: จากค่าแรง 70 ปอนด์สู่ตำนานพรีเมียร์ลีก 24 ปี

ในโลกของฟุตบอลอาชีพ น้อยคนนักที่จะยืนระยะได้ยาวนานและสร้างผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาเหมือนกับ เจมส์ มิลเนอร์ ชายผู้เริ่มต้นเส้นทางจากเด็กน้อยที่มีค่าแรงเพียง 70 ปอนด์ต่อสัปดาห์ สู่การเป็น เจมส์ มิลเนอร์: จากค่าแรง 70 ปอนด์สู่ตำนานพรีเมียร์ลีก 24 ปี อย่างเต็มภาคภูมิ เรื่องราวของเขาไม่ใช่เพียงเรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของวินัย ความทุ่มเท และทัศนคติของผู้ชนะที่ไม่เคยยอมแพ้

เจมส์ มิลเนอร์: จากค่าแรง 70 ปอนด์สู่ตำนานพรีเมียร์ลีก 24 ปี

ตลอดระยะเวลา 24 ปีในลีกสูงสุด มิลเนอร์ผ่านการลงเล่นให้สโมสรระดับแถวหน้ามากมาย ทั้งลีดส์ ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล, แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และไบรท์ตัน เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วถึง 3 สมัย พร้อมกับถ้วยรางวัลใหญ่ๆ อีกมากมาย การสร้างสถิติลงเล่นสูงสุดในพรีเมียร์ลีกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือผลลัพธ์ของการดูแลร่างกายและการเตรียมตัวอย่างหนักในทุกๆ วัน

เส้นทางที่เต็มไปด้วยความพยายาม

ย้อนกลับไปตอนอายุ 16 ปี มิลเนอร์ยังเป็นนักเตะเยาวชนที่ต้องทำหน้าที่เก็บลูกฟุตบอลและกวาดห้องแต่งตัวหลังจากจบเกม แม้จะมีชื่อเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในขณะนั้น แต่เขาก็ยังคงถ่อมตัวและเรียนรู้จากรุ่นพี่อยู่เสมอ ความเป็นมืออาชีพที่ได้รับคำชื่นชมจากทั้งผู้จัดการทีมอย่าง เจอร์เกน คล็อปป์ และอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง อลัน เชียเรอร์ คือเครื่องพิสูจน์ว่าทำไมเขาถึงถูกเรียกขานว่าเป็น ‘ความฝันของผู้จัดการทีม’

  • เริ่มต้นอาชีพที่ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปี 2002
  • ผ่านการลงเล่นพรีเมียร์ลีกมากกว่า 650 นัด
  • คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย กับแมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล
  • รักษามาตรฐานนักกีฬาอาชีพด้วยวินัยการกินและการนอน

สิ่งที่ทำให้ เจมส์ มิลเนอร์: จากค่าแรง 70 ปอนด์สู่ตำนานพรีเมียร์ลีก 24 ปี เป็นเรื่องราวที่ทรงพลัง คือทัศนคติที่เขามีต่อฟุตบอล แม้ในวันที่อายุแตะเลข 40 เขายังคงมองว่าทุกเกมคือโอกาสที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง การได้เห็นนักเตะคนหนึ่งเติบโตจากเด็กหนุ่มผู้ได้รับค่าจ้างเพียงน้อยนิด กลายเป็นต้นแบบของผู้เล่นยุคใหม่ เป็นแรงบันดาลใจชั้นยอดให้กับนักฟุตบอลรุ่นหลังที่ต้องการเดินตามรอยความสำเร็จนี้

การเกษียณอายุของเขาไม่ใช่จุดจบของความยิ่งใหญ่ แต่คือการปิดฉากบทบันทึกที่น่าจดจำที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ มิลเนอร์ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงสถิติ แต่เขาได้ทิ้งมาตรฐานความทุ่มเทที่จะเป็นมาตรฐานให้คนรุ่นหลังต้องก้าวตามให้ทัน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ