วัน: 22 มิถุนายน 2026

สส.ปชน. ซัดส่วยภูเก็ตฝังรากลึก ทำลายเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

สส.ปชน. ซัดส่วยภูเก็ตฝังรากลึก จนกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ เมื่อทางฟากฝั่งของพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดภูเก็ต โดย สส.ปชน. ซัดส่วยภูเก็ตฝังรากลึก ยืนยันว่าปัญหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือ ‘ส่วย’ นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ได้หายไปไหน แต่กลับกลายเป็นวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกจนส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ: ส่วยคือต้นทุนที่ไม่อยากจ่าย

จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับภาคธุรกิจ สส. ของพรรคประชาชนได้รับฟังเสียงสะท้อนที่น่าหดหู่ว่า ผู้ประกอบการในภูเก็ตไม่เพียงแต่ต้องเตรียมต้นทุนเพื่อทำธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียม ‘ต้นทุนส่วย’ ไว้ด้วย หากไม่ยอมจ่ายหรือเหยียบเงาใครเข้า ก็อาจจะทำธุรกิจในพื้นที่นั้นไม่ได้ ซึ่งสะท้อนว่า สส.ปชน. ซัดส่วยภูเก็ตฝังรากลึก จนทำให้นักลงทุนที่สุจริตเริ่มขาดความเชื่อมั่น และมองว่าภูเก็ตกำลังเผชิญกับโครงสร้างผู้มีอิทธิพลที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

ข้อสังเกตเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ

  • มีการโยกย้ายข้าราชการที่ถูกตั้งคำถามว่าเกี่ยวข้องกับระบอบสีน้ำเงินหรือไม่
  • นายอำเภอที่เคยถูกสอบสวนเรื่องส่วย กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เดิม
  • การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีถูกมองว่าเป็นการสร้างภาพ มากกว่าการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่? การอ้างเรื่องการโยกย้ายเพื่อจัดทัพข้าราชการให้เหมาะสม กลับดูเหมือนการวางเครือข่ายอำนาจใหม่มากกว่าการปราบปรามมาเฟียหรือการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง การที่ สส.ปชน. ซัดส่วยภูเก็ตฝังรากลึก ออกมาแฉเช่นนี้ จึงเปรียบเสมือนการปลุกสังคมให้ช่วยกันจับตาดูว่า จะมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หรือปล่อยให้ระบบส่วยทำลายอนาคตเศรษฐกิจของภูเก็ตต่อไปกันแน่

ในฐานะประชาชน เราคงต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาและกดดันให้เกิดความโปร่งใส เพราะหากพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลมืด ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นย่อมไม่ใช่แค่ของคนภูเก็ต แต่คือผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งระบบครับ

ที่มา – “สส.ปชน.” ซัดส่วยภูเก็ตฝังรากลึก ชี้ผู้ประกอบการโอด ทุกวันนี้ยังมีการเก็บส่วยอยู่

จากเบลฟาสต์สู่ฟุตบอลโลก: การเดินทางของ แม็คเดอร์มอตต์

จากเบลฟาสต์สู่ฟุตบอลโลก: การเดินทางของ แม็คเดอร์มอตต์

จากเบลฟาสต์สู่ฟุตบอลโลก: การเดินทางของ แม็คเดอร์มอตต์ คือเรื่องราวที่น่าสนใจของชายคนหนึ่งที่ผ่านเส้นทางชีวิตในวงการฟุตบอลมาอย่างโชกโชน ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มิค แม็คเดอร์มอตต์ ได้ออกเดินทางจากไอร์แลนด์เหนือไปสู่โรดไอแลนด์ ตะวันออกกลาง กาตาร์ และกานา จนกระทั่งหวนกลับมายังโรดไอแลนด์อีกครั้งในฐานะทีมงานของทีมชาติกานาในการแข่งขันฟุตบอลโลก

แม็คเดอร์มอตต์เล่าให้ฟังว่าเส้นทางชีวิตของเขานั้นเหมือนกับบทภาพยนตร์ จากจุดเริ่มต้นที่เขาวางแผนจะเป็นเพียงคุณครูสอนหนังสือ แต่โอกาสที่ได้รับจากการเป็นโค้ชในสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนวิถีชีวิตเขาไปตลอดกาล ปัจจุบันเขาก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชของ คาร์ลอส เคยรอซ ในทีมชาติกานา ซึ่งถือเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่สองของเขาหลังจากเคยร่วมงานกับเคยรอซมาแล้วในทัวร์นาเมนต์ที่อิหร่าน

จากเบลฟาสต์สู่ฟุตบอลโลก: การเดินทางของ แม็คเดอร์มอตต์ กับความสำเร็จในกานา

การทำงานร่วมกับทีมชาติกานาถือเป็นโครงการที่ท้าทายและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แม็คเดอร์มอตต์กล่าวว่าเขารู้สึกประทับใจกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนักเตะกานา โดยเฉพาะวัฒนธรรมการรวมกลุ่มกันร้องเพลงและสวดมนต์ก่อนการแข่งขัน ซึ่งเขามองว่าเป็นพลังบวกที่หาได้ยากในทีมฟุตบอลอาชีพทั่วไป แม้จะมีเวลาเตรียมตัวก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์น้อย แต่พวกเขาก็สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้ด้วยการเอาชนะปานามาในเกมประเดิมสนาม

ความท้าทายครั้งใหม่และการเผชิญหน้ากับทีมอังกฤษ

ในแมตช์ต่อไป กานากำลังจะต้องลงสนามพบกับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งถือเป็นงานหินสำหรับทีม แม็คเดอร์มอตต์มองว่าเกมนี้เหมือนเป็นโอกาส “ฟรี” ที่ทีมกานาจะลงเล่นด้วยความผ่อนคลายและไร้ความกดดันหลังจากทำผลงานได้ดีในนัดแรก เขาเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกทีม โดยเฉพาะ อองตวน เซเมนโย ดาวเตะตัวเก่งจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีความเร็วและความรุนแรงในการเล่นที่เป็นอาวุธสำคัญที่จะสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของอังกฤษได้อย่างแน่นอน

  • ความมุ่งมั่นของแม็คเดอร์มอตต์คือหัวใจสำคัญ
  • บรรยากาศในทีมคือปัจจัยคว้าชัยชนะ
  • บททดสอบระดับโลกพิสูจน์ฝีมือโค้ชชาวเบลฟาสต์

เรื่องราวของแม็คเดอร์มอตต์เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า โลกฟุตบอลนั้นกลมและเล็กกว่าที่เราคิด หากคุณมีความตั้งใจและพร้อมคว้าโอกาส เส้นทางชีวิตอาชีพของคุณอาจพาคุณเดินทางไปสู่จุดสูงสุดของรายการระดับโลกได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากที่ไหนก็ตาม

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ททท. เปิดตัวทริปเอ็กซ์คลูซีฟ Ayutthaya Journey ดัน 1672 Travel Buddy มัดใจนักท่องเที่ยว

ททท. เปิดตัวทริปเอ็กซ์คลูซีฟ Ayutthaya Journey ดัน 1672 Travel Buddy มัดใจนักท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กำลังเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ที่น่าจับตามอง ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญ ททท. เปิดตัวทริปเอ็กซ์คลูซีฟ Ayutthaya Journey ดัน 1672 Travel Buddy มัดใจนักท่องเที่ยว โดยมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการผ่านช่องทาง 1672 Travel Buddy ซึ่งถือเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่จะทำให้ทุกทริปของคุณกลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ได้เผยถึงแนวคิดหลักของกิจกรรมครั้งนี้ว่า ต้องการสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับนักท่องเที่ยวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยโปรแกรมเริ่มต้นที่จังหวัดอยุธยาเมืองมรดกโลก ภายใต้ชื่อกิจกรรม ‘Ayutthaya Prestige’ ซึ่งเน้นเรื่องศิลปวัฒนธรรมและวิถีชุมชน เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้จริง

ทำไมต้องร่วมทริปกับ 1672 Travel Buddy?

สำหรับโปรเจกต์ ททท. เปิดตัวทริปเอ็กซ์คลูซีฟ Ayutthaya Journey ดัน 1672 Travel Buddy มัดใจนักท่องเที่ยว นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการพาเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการคัดสรรประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่มอบให้แก่ผู้ติดตามข้อมูลของเราอย่างใกล้ชิด โดยมีจุดเด่นหลักดังนี้:

  • เจาะลึกวัฒนธรรม: พาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์ของอยุธยาในมุมมองใหม่ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
  • กินดื่มระดับตำนาน: ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็นที่สุดของเมืองเก่า
  • การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ: ส่งเสริมแนวคิด Responsible Tourism เพื่อยั่งยืนต่อชุมชนและเศรษฐกิจในพื้นที่

ด้วยความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษ กิจกรรมในครั้งนี้จึงจำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 25 คนเท่านั้น เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึง ซึ่งนับว่าเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ 1672 Travel Buddy ในการเป็นเพื่อนคู่ใจที่วางใจได้ในทุกสถานการณ์การเดินทาง

นอกเหนือจากกิจกรรมนำร่องในครั้งนี้ ททท. ยังมุ่งมั่นพัฒนาช่องทาง 1672 Travel Buddy ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้น ใครไม่อยากพลาดโอกาสดีๆ ในการท่องเที่ยวที่ทั้งสนุกและได้สาระแบบนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากเราไว้อย่างใกล้ชิด เพราะเราเชื่อว่าทุกการเดินทางมีเรื่องราวที่รอให้คุณไปค้นพบเสมอ และเราพร้อมสนับสนุนให้การเที่ยวของคุณเป็นเรื่องง่าย สนุก และมีความรับผิดชอบต่อโลกของเราครับ ใครที่สนใจกิจกรรมดีๆ แบบนี้ แนะนำเลยว่าให้กดติดตามเพจเข้าไว้ เพราะทริปต่อไปอาจจะเป็นคิวของคุณครับ

ที่มา – ททท. เปิดตัวทริปเอ็กซ์คลูซีฟ Ayutthaya Journey ดัน 1672 Travel Buddy มัดใจนักท่องเที่ยว

Celtic ยื่นซื้อกองหลัง พร้อมเร่งดีล Saracchi

Celtic ยื่นซื้อกองหลัง พร้อมเร่งดีล Saracchi

ในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์นี้ ความเคลื่อนไหวของสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งสกอตแลนด์อย่าง Celtic ถือเป็นเรื่องที่แฟนบอลต่างจับตามองกันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจว่า Celtic ยื่นซื้อกองหลัง รายใหม่เข้าเสริมทัพ แต่สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะสโมสรต้นสังกัดเดิมยังคงเรียกค่าตัวสูงกว่าที่ยื่นไป

สถานการณ์ Celtic ยื่นซื้อกองหลัง คนใหม่

รายงานล่าสุดระบุว่า Celtic ได้ยื่นข้อเสนอจำนวน 3.5 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัว Zinedin Smajlovic กองหลังวัย 22 ปีจากทีม Sandefjord แต่ข้อเสนอดังกล่าวกลับถูกปฏิเสธกลับมา เนื่องจากสโมสรต้นสังกัดต้องการตัวเลขที่ใกล้เคียงกับ 4.3 ล้านปอนด์มากกว่า ทำให้ตอนนี้ Celtic ต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อรองเพิ่มเงินหรือมองหาเป้าหมายอื่นแทน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของทีมงานเบื้องหลังที่ต้องเร่งมือให้ทันก่อนตลาดปิด

ความคืบหน้าดีล Marcelo Saracchi กับการเร่งเครื่องเจรจา

นอกจากข่าวในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กแล้ว Celtic ยื่นซื้อกองหลัง ไม่ใช่ดีลเดียวที่น่าสนใจ เพราะในขณะเดียวกัน สโมสรกำลังเร่งเจรจากับ Boca Juniors เพื่อปิดดีลการคว้าตัว Marcelo Saracchi แบ็กซ้ายวัย 28 ปีมาร่วมทีมแบบถาวร หลังจากที่ทีมงานโค้ชยืนยันชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมในฤดูกาลหน้า ทำให้โอกาสที่ย้ายมาร่วมทัพแบบเต็มตัวมีความชัดเจนขึ้นมาก

  • Soufiane El-Faouzi: ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ Celtic แต่ดูเหมือนจะใกล้เซ็นสัญญาใหม่กับ Schalke จนถึงปี 2030
  • Jakob Breum: กองกลางตัวรุกวัย 22 ปี ยังคงเป็นชื่อที่แฟนบอลพูดถึงหลังจากมีความเป็นไปได้ในการย้ายทีม
  • ความเคลื่อนไหวอื่นๆ: สโมสรพยายามปรับทัพให้สมดุลทั้งในส่วนของแนวรับและกองกลางเพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในลีกสูงสุด

อย่างไรก็ตาม การที่ Celtic ยื่นซื้อกองหลัง และเดินหน้าเสริมทัพอย่างจริงจังในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสรที่ต้องการรักษามาตรฐานความสำเร็จเอาไว้ แฟนๆ คงต้องรอติดตามว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นนักเตะใหม่รายแรกที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในรั้ว Celtic Park

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปรับปรุงแนวรับถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะกับการแข่งขันในระดับยุโรปที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความแข็งแกร่ง หากพวกเขาสามารถตกลงค่าตัวกับ Sandefjord ได้ เราน่าจะได้เห็นการยกระดับเกมรับของทีมให้เหนียวแน่นยิ่งกว่าเดิมในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อนุทิน สวน ไอซ์ รักชนก จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน

อนุทิน สวน ไอซ์ รักชนก จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาหลายคนต้องหันมาโฟกัสกับการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตอบโต้กรณีที่นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งคำถามถึงกระบวนการ KPI ในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเหตุการณ์ อนุทิน สวน ไอซ์ รักชนก จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ได้กลายเป็นวลีเด็ดที่สร้างแรงกระเพื่อมในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง โดยเป็นการตอกกลับที่ดุเดือดและแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของหัวหน้าพรรคต่อบุคคลภายนอกที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานภายในพรรคตัวเอง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่นายอนุทินประกาศให้ สส. และรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทยมีการประเมินผลงานรอบ 1 ปี ซึ่งทางนางสาวรักชนกมองว่าเป็นการกระตุ้นให้ สส. เร่งปั่นผลงานเพื่อปกป้องโครงการ TH-AI Passport ของนายไชยชนก ชิดชอบ ทำให้เกิดการโต้ตอบกันไปมาจนกลายเป็นข่าวใหญ่โตในขณะนี้

เบื้องหลังการปะทะฝีปากเรื่องมาตรฐานการทำงาน

สำหรับประเด็นที่คนติดตามมากที่สุดคือ อนุทิน สวน ไอซ์ รักชนก จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน นั้น แสดงให้เห็นว่านายกฯ อนุทินให้ความสำคัญกับการให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยเน้นย้ำว่าเรื่องภายในพรรคเป็นเรื่องที่คนนอกไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว นอกจากนี้เขายังได้กล่าวถึงการทำงานของผู้บริหารว่ามีการประเมินตลอดเวลาเพื่อให้งานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพสูงสุด

  • พรรคภูมิใจไทยยันการประเมิน KPI เป็นเรื่องภายใน
  • นายกฯ เน้นความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานเพื่อประชาชน
  • การวิพากษ์วิจารณ์ควรอยู่บนความเหมาะสมและข้อเท็จจริง

หลายคนมองว่าการที่ อนุทิน สวน ไอซ์ รักชนก จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน สะท้อนถึงวุฒิภาวะและการตอบโต้สไตล์นักการเมืองรุ่นใหญ่ที่ต้องการตัดบทผู้ที่มาวิจารณ์แบบมองว่าไม่เหมาะสม ทั้งนี้นายอนุทินยังเสริมทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่าเรื่องเวลาในการทำงานนั้น วันหนึ่งก็นานเกินไปสำหรับการรอคอยผลสัมฤทธิ์ งานการเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการปะทะคารมในครั้งนี้จะส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลอย่างไรบ้างในอนาคต

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานควรยึดหลักจรรยาบรรณและข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้กลายเป็นการสร้างความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การเมืองไทยในสายตาประชาชน คุณคิดอย่างไรกับการโต้ตอบในครั้งนี้? มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ

ที่มา – “อนุทิน” สวน “ไอซ์ รักชนก” จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน

ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังจับตามองสถานการณ์ในจังหวัดภูเก็ตกันอยู่ใช่ไหมครับ ล่าสุดท่าน ผบ.ตร. ออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น อย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความสุขและความปลอดภัยให้กับชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวทุกคน โดยงานนี้ท่านไม่ได้ทำแค่เพียงพูด แต่เน้นย้ำถึงการลงมือปฏิบัติจริงด้วยความจริงจัง

สถานการณ์ล่าสุด ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น

เหตุการณ์ความไม่สงบหรือกลุ่มอิทธิพลมืดที่แฝงตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตเป็นเรื่องที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ครับ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เผยว่าได้ส่งทีมงานมือดีลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเรียบร้อยแล้ว โดยมีเป้าหมายหลักคือการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลที่ทำตัวเหนือกฎหมาย สำหรับใครที่กังวลว่าเรื่องนี้จะจบลงแบบเงียบๆ หรือเป็นการทำงานเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง บอกเลยว่ารอบนี้เอาจริงกว่าเดิมมากครับ

มาตรการเด็ดขาดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากจะมีคำสั่งให้ ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น แล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับหลายฝ่าย ดังนี้ครับ:

  • ส่ง พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าคุมบังเหียนศูนย์ปราบปรามผู้ร้ายข้ามชาติ
  • รวบรวมข้อมูลทุกช่องทางที่มีการร้องเรียนเข้ามาอย่างละเอียด
  • ติดตามพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ

ในส่วนของคำถามที่ว่า จะมีการออกหมายจับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลมืดเหล่านี้หรือไม่ ท่าน ผบ.ตร. ตอบแบบทิ้งท้ายไว้ว่าต้องรอผลการขยายผลจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในครั้งนี้จะทำไปตามหลักฐาน ไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวกอย่างแน่นอนครับ

หากถามถึงมุมมองส่วนตัว ผมมองว่าความจริงจังในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับจังหวัดภูเก็ต เพราะเมื่อภาพลักษณ์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยกลับมา ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวก็จะเพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว เราคงต้องคอยติดตามดูผลงานของทางตำรวจกันต่อไปว่า การกวาดล้างครั้งนี้จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้กลุ่มอิทธิพลทั้งหลายคงต้องอยู่กันไม่เป็นสุขแน่นอนครับ!

ที่มา – ผบ.ตร. ยืนยัน เดินหน้าสางผู้มีอิทธิพล จ.ภูเก็ต เข้มข้น

“นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572

“นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายนิกร จำนง จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาแสดงทัศนะถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572 ซึ่งการตัดสินใจชะลอเวลาเพื่อรอเนื้อหาจากภาคประชาชนนั้น อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อกรอบเวลาที่ประชาชนคาดหวังไว้

ความท้าทายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมุมมองของนิกร

นายนิกรได้เน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของผู้นำฝ่ายค้านและการทำงานในสภา โดยมองว่าหากรัฐสภาตัดสินใจชะลอการพิจารณาเพื่อรอร่างจากภาคประชาชน จะทำให้กระบวนการทั้งหมดล่าช้าออกไป เพราะเมื่อมีการเสนอเข้ามาใหม่ จะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อและการรับฟังความคิดเห็นอีกนับเดือน ซึ่งสถานการณ์ “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572 นี้ถือเป็นจุดที่น่ากังวลว่าความหวังของประชาชนในการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเลื่อนออกไปอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

  • การดึงร่างรัฐธรรมนูญออกไปเพื่อปรับแก้ใหม่เสียเวลาสะสม
  • ความเสี่ยงเรื่องข้อกฎหมายและการถูกร้องเรียนเรื่องจริยธรรม
  • ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้นำฝ่ายค้านในการพาเรือลำใหญ่ให้ถึงฝั่ง
  • ความกังวลว่าประชาชนจะต้องผิดหวังซ้ำซากหากการเมืองยังคงเป็นอุปสรรค

นายนิกรยังย้ำเตือนว่า การทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภานั้นไม่ใช่เพียงการเล่นเกมการเมือง แต่คือการแบกรับความคาดหวังของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงจริง ไม่ใช่แค่ความฝันค้าง โดยกล่าวถึงประเด็นที่ว่าหากเรามัวแต่เสียเวลาวนเวียนอยู่กับความเห็นที่ขัดแย้งกันเอง หรือยึดติดกับแนวทางที่สุ่มเสี่ยงต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะจบลงที่ความล่าช้า ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572 และผลกระทบนี้จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องจับตาดูว่าในสมัยประชุมหน้า รัฐสภาจะมีท่าทีอย่างไรต่อการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญนี้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่เพียงเอกสารทางกฎหมาย แต่เป็นพิมพ์เขียวของประเทศที่ประชาชนทุกคนต่างรอคอยด้วยความหวัง หากฝ่ายการเมืองสามารถลดการเล่นเกมและหันหน้ามาหาข้อสรุปที่ปลอดภัยและเป็นไปได้จริง ประเทศไทยก็คงมีโอกาสได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ไม่ต้องรอจนถึงปี 2572 ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ สรุปแล้วคือทุกคนต้องยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งมากกว่าชัยชนะทางการเมืองของฝ่ายตนเอง

ที่มา – “นิกร” มองรัฐสภาชะลอแก้รธน. เพื่อรอร่างภาคประชาชน ส่อขยับได้รธน.ใหม่ เกินปี 2572

“พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

กลายเป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ “พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากที่สถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงมีทางตันและข้อถกเถียงเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่าน สสร.

“พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การเดินหน้าสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบทกฎหมาย แต่คือเรื่องของความจริงใจจากพรรคการเมืองที่ต้องให้ประชาชนเข้ามามีอำนาจตัดสินใจอย่างแท้จริง นายพริษฐ์ได้ย้ำให้เห็นว่า กระบวนการที่ผ่านมามักถูกตั้งคำถามว่าเป็นการผูกขาดเพื่อประโยชน์ของพวกพ้องหรือไม่ โดยเฉพาะการวางโครงสร้าง สสร. ที่อาจถูกครอบงำด้วยตัวแทนจากระบอบอิทธิพลทางการเมือง

เปิดประเด็นผลหารือศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหนทางสู่รัฐธรรมนูญใหม่

จากความชัดเจนล่าสุดในการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นช่องทางว่าการเลือกตั้ง สสร. โดยตรงจากประชาชนนั้นสามารถทำได้ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการเลือกตั้งผู้ยกร่างโดยตรง แต่ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งย่อมมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดทำร่าง ซึ่งถือเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือ “พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมองว่าหากพรรคภูมิใจไทยยังคงหลีกเลี่ยงหรือตีความคำวินิจฉัยเพื่อสกัดกั้นการเลือกตั้ง สสร. 100% ก็อาจมองได้ว่ามีธงไว้แล้วเพื่อจะผูกขาดการเมืองผ่านระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมต่อระบอบประชาธิปไตย

  • การขับเคลื่อนให้ประชาชนเข้าชื่อให้ครบ 50,000 รายชื่อ
  • การผลักดันร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน
  • การวิพากษ์วิจารณ์ความพยายามฮั้วการเมืองผ่านการออกแบบกฎหมาย

ในมุมมองของพรรคประชาชน ถึงเวลาแล้วที่ทุกพรรคการเมืองควรมาร่วมหารืออย่างเปิดเผยบนพื้นฐานของข้อมูลล่าสุด ไม่ใช่การปัดตกกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเพียงเพราะต้องการคงอำนาจเดิมเอาไว้ การสร้างกติกาใหม่ที่ไร้การผูกขาดคือหัวใจสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทยในอนาคต หากเรายังปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของการฮั้วกันในเงา ก็ยากที่รัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “พริษฐ์” จี้ “พรรคภูมิใจไทย” จริงใจเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ฉันคือใคร? ทายชื่อสตาร์ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 15

ฉันคือใคร? ทายชื่อสตาร์ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 15

สวัสดีแฟนบอลทุกท่าน! วันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้งกับเกมทายชื่อนักเตะที่เราชื่นชอบ ซึ่งวันนี้เดินทางมาถึง ฉันคือใคร? ทายชื่อสตาร์ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 15 แล้ว ใครที่เป็นคอบอลตัวจริงต้องห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะนี่คือโอกาสที่คุณจะได้พิสูจน์ความจำและไหวพริบเกี่ยวกับนักเตะระดับตำนานที่เคยฝากผลงานในศึกฟุตบอลโลกเอาไว้

มาท้าทายความสามารถกับ ฉันคือใคร? ทายชื่อสตาร์ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 15

กติกาง่ายๆ เหมือนเช่นเคย คือเราจะมีคำใบ้มาให้คุณเรื่อยๆ ยิ่งคุณทายถูกได้เร็วเท่าไหร่ คะแนนของคุณก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากคุณทายพลาดในแต่ละครั้ง เราจะปลดล็อกคำใบ้ใหม่ๆ ให้คุณเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้เข้าใกล้คำตอบมากขึ้น โดยปกติแล้วการทายถูกภายใน 3 ครั้งถือว่าเป็นเซียน แต่ถ้าทำได้ 4 หรือ 5 ครั้งก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

ทำไมต้องเล่น ฉันคือใคร? ทายชื่อสตาร์ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 15

  • เป็นการทดสอบความรู้เกี่ยวกับซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโลก
  • ช่วยฝึกสมองและทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับประวัติฟุตบอล
  • สนุกและท้าทายแข่งกับเพื่อนๆ ได้ตลอดเวลา

ในวันนี้ ฉันคือใคร? ทายชื่อสตาร์ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 15 ได้ถูกออกแบบโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก BBC Sport เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลทุกอย่างแม่นยำและน่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับแฟนบอลทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเตะกองหน้าจอมถล่มประตู หรือกองหลังจอมแกร่ง เราคัดสรรมาให้คุณทายกันแบบจุใจ

อย่าลืมกลับมาทายกันใหม่ในวันพรุ่งนี้เพื่อพบกับโจทย์ข้อที่ 16 ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม! หากคุณชื่นชอบเกมนี้ สามารถติดตามหมวดหมู่รวม Quiz ฟุตบอลอื่นๆ ในหน้าเว็บของเราได้เลย เรารับรองว่ามีเรื่องราวที่น่าสนใจรอคุณอยู่อีกมากมาย ใครที่ยังไม่ได้สมัครรับการแจ้งเตือน แนะนำให้รีบกดติดตามเพื่อไม่ให้พลาดทุกคำถามสุดหินที่จะถูกส่งตรงถึงหน้าจอของคุณ

เราหวังว่าคุณจะสนุกกับการค้นหาว่าสตาร์ผู้นี้คือใคร หากใครทายถูกในครั้งเดียว อย่าลืมนำมาอวดเพื่อนๆ ในคอมเมนต์นะครับ เพราะนั่นคือเครื่องพิสูจน์ว่าคุณคือแฟนพันธุ์แท้อย่างแท้จริง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ