วัน: 15 กรกฎาคม 2026

แคชเชียร์โรงเบียร์ลาดพร้าว เล่านาทีหนีตาย ยันไม่มีการคิดเงินลูกค้าก่อนถึงจะออกได้

แคชเชียร์โรงเบียร์ลาดพร้าว เล่านาทีหนีตาย ยันไม่มีการคิดเงินลูกค้าก่อนถึงจะออกได้

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น ณ ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่สร้างความตกอกตกใจให้กับใครหลายคน ล่าสุด นายต้อม พนักงานแคชเชียร์ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดระทึกผ่านสื่อมวลชน โดยยืนยันถึงนาทีชีวิตที่ตัดสินใจวิ่งหนีทันทีเมื่อเห็นประกายไฟ โดยเขาระบุว่า แคชเชียร์โรงเบียร์ลาดพร้าว เล่านาทีหนีตาย ยันไม่มีการคิดเงินลูกค้าก่อนถึงจะออกได้ ถือเป็นการออกมาแก้ต่างจากกระแสข่าวลือที่ว่าทางร้านมีการกักตัวลูกค้าเพื่อเก็บเงินก่อนออก ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

นายต้อมได้เล่าเหตุการณ์ว่า ในขณะที่เขากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้ยินเสียงพนักงานคนอื่นตะโกนว่า “ไฟไหม้” เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเปลวไฟลุกท่วมเพดานบริเวณหน้าเวทีอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้นิ่งนอนใจหรือสนใจทรัพย์สินใดๆ ทั้งสิ้น แต่รีบวิ่งหนีออกทางประตูหลังร้านทันที ซึ่งถือเป็นทางออกฉุกเฉินที่พนักงานใช้กัน

ความจริงจากปากพนักงาน: แคชเชียร์โรงเบียร์ลาดพร้าว เล่านาทีหนีตาย ยันไม่มีการคิดเงินลูกค้าก่อนถึงจะออกได้

สำหรับประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพนักงานต้องรอให้ลูกค้าจ่ายเงินก่อนถึงจะเปิดประตูได้นั้น นายต้อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า แคชเชียร์โรงเบียร์ลาดพร้าว เล่านาทีหนีตาย ยันไม่มีการคิดเงินลูกค้าก่อนถึงจะออกได้ จริงๆ ข้อมูลที่ถูกแชร์ในโซเชียลนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงเลย เพราะในวินาทีที่ไฟกำลังลุกลาม ไม่มีใครมัวแต่ห่วงเรื่องเงิน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้กล่าวถึงเจ้าของร้านว่า:

  • เจ้าของร้านพยายามวิ่งเข้าไปหยิบถังดับเพลิงเพื่อช่วยระงับไฟ
  • การกระทำดังกล่าวทำให้เจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟคลอก
  • เจ้าของร้านไม่ได้หนีเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

มุมมองของผู้เขียน: เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับสถานบันเทิงต่างๆ ในเรื่องของระบบความปลอดภัยและการอพยพผู้คน ในช่วงเวลาที่วิกฤตเช่นนี้ การรักษาสติและจัดลำดับความสำคัญของชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด เราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์สลดเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

หากเราอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันเช่นนี้ สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการสังเกตทางออกฉุกเฉินและช่วยเหลือผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้ออกไปจากจุดอันตรายให้เร็วที่สุด เพราะชีวิตมีค่ามากกว่าทรัพย์สินใดๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าจะมีกระแสข่าวลือออกมามากมาย แต่การฟังความข้างเดียวหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันก็ไม่ใช่ผลดี ใครที่ได้รับข่าวสารก็ควรใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูลก่อนเสมอ

ที่มา – แคชเชียร์โรงเบียร์ลาดพร้าว เล่านาทีหนีตาย ยันไม่มีการคิดเงินลูกค้าก่อนถึงจะออกได้

คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน สู่เส้นทางที่ต่างกัน

คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน สู่เส้นทางที่ต่างกัน

ในโลกของฟุตบอลอาชีพ เรามักจะได้เห็นจังหวะชีวิตที่พลิกผันราวกับประตูบานเลื่อน ซึ่งในบางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับนักเตะหลายคน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี วิลล์ คีน และ แฮร์รี เคน ต่างเป็นกองหน้าคู่หูของทีมชาติอังกฤษ แต่ใครจะไปคิดว่าเส้นทางของพวกเขาจะแยกจากกันไปไกลขนาดนี้

ในตอนนั้น วิลล์ คีน ดูเหมือนจะมีภาษีดีกว่าด้วยซ้ำในการก้าวไปสู่เวทีระดับโลก ในขณะที่ คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน กำลังมีอนาคตที่สดใส คีนกลับต้องเจอกับมรสุมใหญ่เมื่อได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสูญเสียจังหวะชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพไปนานถึง 16 เดือน ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น แฮร์รี เคน กลับค่อยๆ สร้างชื่อจนกลายเป็นกองหน้าอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน

คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน กับโชคชะตาที่พลิกผัน

การบาดเจ็บคือศัตรูร้ายที่พรากเวลาและโอกาสไปจากนักเตะ วิลล์ คีน เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า ในวัยเยาว์เขาไม่เคยรู้จักกับคำว่าสะดุด ทุกอย่างราบรื่นไปหมดจนกระทั่งเขาพ่ายแพ้ให้กับอาการบาดเจ็บซ้ำซาก ซึ่งหากเทียบกับ เคน ที่ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงมาคอยขัดขวาง ทำให้เขาสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ในขณะที่ แฮร์รี เคน กำลังจดจ่ออยู่กับการพาทีมชาติอังกฤษลุยศึกฟุตบอลโลก วิลล์ คีน ในวัย 33 ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นนักเตะไร้สังกัด กลับกำลังมุ่งมั่นฝึกซ้อมในแคมป์เก็บตัวของ PFA เพื่อรอโอกาสครั้งใหม่ในอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเล่นในสโมสรอาชีพอีกครั้ง หรือการมองหาความท้าทายใหม่ๆ

บทเรียนจากความผิดพลาดของ คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน

  • การดูแลสภาพจิตใจมีความสำคัญพอๆ กับสภาพร่างกาย
  • การปรับทัศนคติช่วยให้นักเตะผ่านพ้นวิกฤตความมั่นใจ
  • มิตรภาพและเส้นทางฟุตบอลมักจะแปรผันตามจังหวะเวลา

วิลล์ คีน ได้ใช้จิตวิทยาสปอร์ตมาช่วยฟื้นฟูจิตใจของเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาเรียนรู้ที่จะมองหาพลังบวกและการเห็นคุณค่าในตัวเอง เขาเคยเปรยว่า หากเขามีทัศนคติและความเข้าใจในการจัดการจิตใจเหมือนในวันนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย บางทีเขาอาจจะก้าวไปได้ไกลกว่านี้มาก อย่างไรก็ตาม ชีวิตยังมีทางเดินเสมอสำหรับผู้ที่ไม่ยอมแพ้

แม้เส้นทางของ คีนและเคน เพื่อนร่วมทีมอังกฤษในวันวาน จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เรื่องราวของพวกเขาคือบทเรียนที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักเตะรุ่นหลังว่า ฟุตบอลไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ แต่คือเรื่องของจังหวะ เวลา และความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ไม่มีใครพรากไปจากเราได้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“พีรวัส” ชี้ดุลการค้าไทยส่งสัญญาณวิกฤต ส่งออกโตแต่ขาดดุลพุ่ง

สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องให้เราต้องขบคิดกันหนัก โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “พีรวัส” ชี้ดุลการค้าไทยส่งสัญญาณวิกฤต ส่งออกโตแต่ขาดดุลพุ่ง ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายจับตามอง นายพีรวัส สมวงศ์ รองโฆษกพรรคกล้าธรรม ออกมาเตือนว่าตัวเลขการส่งออกที่ดูเหมือนจะเติบโตนั้น อาจเป็นเพียงฉากหน้า เพราะเมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียด เรากลับพบตัวเลขการขาดดุลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จนอาจกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขได้ยากในอนาคต

“พีรวัส” ชี้ดุลการค้าไทยส่งสัญญาณวิกฤต ส่งออกโตแต่ขาดดุลพุ่ง

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือการขาดดุลทางการค้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนที่ทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมหาศาล นายพีรวัสเน้นย้ำว่าเราไม่ควรวัดความสำเร็จเพียงแค่ยอดการส่งออกในภาพรวม เพราะนั่นไม่ได้สะท้อนถึงรายได้ที่แท้จริงของ SME ไทย หรือผู้ผลิตรายย่อยที่กำลังถูกสินค้าราคาถูกจากต่างชาติเบียดขับออกจากตลาดไปเรื่อยๆ หากปล่อยไว้เช่นนี้ การขาดดุลอาจกลายเป็นหลุมดำที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยได้

ข้อเสนอเร่งด่วนจากพรรคกล้าธรรม

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าสถานการณ์นี้ต้องการการจัดการที่รวดเร็ว พรรคกล้าธรรมได้เสนอทางออก 8 ข้อเพื่อให้กระทรวงพาณิชย์นำไปปฏิบัติภายใน 90 วัน ดังนี้ครับ:

  • เร่งมาตรการ Safeguard และไต่สวนการทุ่มตลาด เพื่อปกป้องผู้ผลิตในไทย
  • เปลี่ยนการวัดผลจากยอดส่งออกรวม เป็นการวัดมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศจริง
  • เปิดเผยข้อมูลการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ อย่างโปร่งใส
  • ปลดล็อก SME ให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์จาก FTA ได้ง่ายขึ้น
  • ส่งเสริมการเสรีในภาคบริการเพื่อลดต้นทุนแฝงให้กับผู้ผลิต
  • วางแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านโลจิสติกส์และพลังงาน
  • สร้างหลักประกันและโอกาสเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ SME รายใหม่
  • จัดทำแดชบอร์ดความเสี่ยงเพื่อรายงานข้อมูลการค้าแบบเรียลไทม์ให้ประชาชนได้รับทราบ

ความพยายามของ “พีรวัส” ชี้ดุลการค้าไทยส่งสัญญาณวิกฤต ส่งออกโตแต่ขาดดุลพุ่ง ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของการจับผิดทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเตือนภัยถึงวินาทีวิกฤตที่รัฐบาลต้องเร่งมือบริหารจัดการก่อนที่ฐานการผลิตภายในประเทศจะพังทลายลง เพราะหากรัฐมนตรียังคงทำหน้าที่เพียงผู้อ่านตัวเลขพยากรณ์อากาศ โดยไม่ลงมือจัดการพายุที่กำลังถาโถมเข้ามา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะตกอยู่กับคนไทยทุกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้

บทเรียนสำคัญในวันนี้คือ การนิ่งเฉยไม่ใช่ทางออกครับ “พีรวัส” ชี้ดุลการค้าไทยส่งสัญญาณวิกฤต ส่งออกโตแต่ขาดดุลพุ่ง คือหมุดหมายสำคัญที่บอกว่าถึงเวลาที่กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทำงานใหม่ เน้นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างมั่นคง ไม่ใช่รอรับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว

ที่มา – “พีรวัส” ชี้ดุลการค้าไทยส่งสัญญาณวิกฤต ส่งออกโตแต่ขาดดุลพุ่ง จี้ “ศุภจี” เร่ง 8 มาตรการ

“ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่

“ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่

เมื่อเร็วๆ นี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าพบของ H.E. Mr. OTAKA Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยประเด็นสำคัญของการหารือคือความร่วมมือในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและอุทกภัย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ญี่ปุ่นคอยเป็นพันธมิตรให้คำปรึกษาแก่ไทยมาตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554

ความร่วมมือยกระดับการบริหารจัดการน้ำ

สืบเนื่องจากการหารือ “ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่ เพื่อให้ไทยสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ดำเนินการนำเสนอโครงการความร่วมมือทางเทคนิคกับ JICA เพื่อขับเคลื่อนแผนงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

  • โครงการระบบสนับสนุนการตัดสินใจในลุ่มน้ำย่อยอู่ตะเภา
  • โครงการการพัฒนาระบบการกำหนดเขตพื้นที่การใช้น้ำและการจัดการพื้นที่รับน้ำ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
  • โครงการการประเมินการสะสมตัวของตะกอนบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
  • โครงการการพัฒนาระบบแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านการจัดการน้ำ

การร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ เพราะญี่ปุ่นไม่ใช่เพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังรับบทบาทเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยปรับปรุงลำดับความสำคัญของแผนงานให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากยิ่งขึ้น สำหรับประเด็นที่ว่า “ทรงศักดิ์” เผยญี่ปุ่นพร้อมแนะแผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่ นั้น ถือเป็นนิมิตหมายอันดีเนื่องในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 140 ปี ในปี 2570 ซึ่งรัฐบาลไทยมุ่งหวังให้โครงการเหล่านี้เป็นของขวัญแห่งความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมซ้ำซาก

การบริหารจัดการลุ่มน้ำในภาพรวมถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วย การที่ไทยได้รับความร่วมมือจากญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ในการทำระบบจัดการน้ำที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ย่อมเป็นผลดีต่อการวางรากฐานการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของไทยในระยะยาว ทั้งนี้ เราควรจับตาดูว่าผลสรุปของทั้ง 4 โครงการนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าการป้องกันน้ำท่วมของไทยได้มากน้อยเพียงใด ถือเป็นความหวังใหม่ที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – “ทรงศักดิ์” หารือทูตญี่ปุ่น เผยพร้อมให้คำแนะนำไทย แผนจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา-หาดใหญ่

ชัยชนะบี้สอบผู้บริหาร อบจ.นครศรีธรรมราช ปมฮั้ว สว.

เป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่ ชัยชนะบี้สอบผู้บริหาร อบจ.นครศรีธรรมราช ปมฮั้ว สว. หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลผ่านเวทีเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีการพาดพิงถึงความไม่โปร่งใสที่อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้บริหารในระดับท้องถิ่น งานนี้ทำเอาร้อนถึง นายชัยชนะ เดชเดโช สส.พรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกโรงเรียกหาความชัดเจนและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเพื่อความกระจ่างของพี่น้องประชาชน

ชัยชนะบี้สอบผู้บริหาร อบจ.นครศรีธรรมราช ปมฮั้ว สว.

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีพยานออกมาให้ข้อมูลในวงเสวนาว่า มีผู้บริหารระดับสูงของ อบจ. ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่และละเอียดอ่อนมากในทางการเมือง นายชัยชนะมองว่าหากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่อย่าง ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไม่นิ่งเฉย เพราะนี่คือผลประโยชน์ของประเทศชาติและภาษีของประชาชนทุกคน

เจาะลึกโครงการไฟถนน LED ที่ส่อล็อกสเป็ก

นอกจากประเด็นเรื่องการฮั้ว สว. แล้ว นายชัยชนะยังได้หยิบยกเอาประเด็น ชัยชนะบี้สอบผู้บริหาร อบจ.นครศรีธรรมราช ปมฮั้ว สว. มาเชื่อมโยงกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่น่าสงสัยภายใน อบจ. โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อไฟถนนเทคโนโลยี LED รหัส 046 ที่หลายฝ่ายเริ่มออกมาตั้งคำถามว่า:

  • มีการล็อกสเป็กเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือไม่?
  • ทำไมถึงเลือกใช้ไฟนวัตกรรมที่มีราคาสูงกว่าไฟถนนของทางหลวงปกติ?
  • ความคุ้มค่าของงบประมาณแผ่นดินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่?

นายชัยชนะระบุชัดเจนว่า หากโครงการดังกล่าวมีการระบุรหัสสินค้าลงท้ายด้วย 046 จริง ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงการล็อกสเป็กอย่างชัดเจน ซึ่งตนจะตามติดเรื่องนี้อย่างไม่ลดละ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับเงินภาษีประชาชนที่ควรจะนำไปพัฒนาท้องถิ่นได้มากกว่านี้

บทเรียนในครั้งนี้ถือเป็นการเตือนภัยให้กับหน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศว่า การบริหารจัดการงบประมาณต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่การดำเนินโครงการตามอำเภอใจ การที่นักการเมืองออกมาตรวจสอบเช่นนี้ถือเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการตื่นตัวทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในยุคปัจจุบัน เราในฐานะประชาชนผู้จ่ายภาษีคงต้องรอดูบทสรุปต่อไปว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังโครงการเหล่านี้ และผลการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จะออกมาเป็นอย่างไร คงต้องจับตาดูกันยาวๆ ครับ

ที่มา – “ชัยชนะ” บี้สอบ ผู้บริหาร อบจ.นครศรีธรรมราช ถูกพาดพิงปม ฮั้ว สว.

มติตุลาการศาล รธน. เลือก “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” นั่งประธานศาลคนใหม่

มติตุลาการศาล รธน. เลือก “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” นั่งประธานศาลคนใหม่

วันนี้ขอพาทุกท่านมาอัปเดตสถานการณ์การเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะแวดวงตุลาการ เมื่อล่าสุดมีการรายงานข่าวสำคัญว่า ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติคัดเลือกให้ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ เพื่อสานต่องานในกระบวนการยุติธรรมให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและถูกต้องตามกฎหมาย

เบื้องลึกการแต่งตั้ง อุดม สิทธิวิรัชธรรม

สืบเนื่องจากมติของวุฒิสภาที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกตุลาการคนใหม่เข้ามาเสริมทัพ ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงได้จัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตุลาการที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ และบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบใหม่ ซึ่งผลสรุปการประชุมเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการที่ มติตุลาการศาล รธน. เลือก “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” นั่งประธานศาลคนใหม่ อย่างเป็นเอกฉันท์

ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการส่งหนังสือแจ้งผลการคัดเลือกไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อดำเนินการขั้นตอนทางกฎหมายในลำดับถัดไปให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญขององค์กรที่จะได้ผู้ที่มีประสบการณ์มานำทัพ

หากเรามองถึงบทบาทของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาททางรัฐธรรมนูญและประเด็นทางการเมืองที่สำคัญของประเทศ การเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่าง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม จึงได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ เป็นอย่างมากติดตามได้ว่าการดำรงตำแหน่งในวาระนี้จะมีทิศทางการทำงานอย่างไร

  • ตรวจสอบความพร้อมของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
  • รับรองบุคคลที่วุฒิสภาเห็นชอบในขั้นตอนก่อนหน้า
  • การประชุมคัดเลือกท่านประธานฯ คนล่าสุด

ท้ายที่สุด การทำงานของประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ต่อจากนี้ จะเป็นที่จับตามองว่าจะมีนโยบายหรือทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรอย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการยุติธรรมของไทยให้คงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยปี 2569 เลยทีเดียวครับ

ที่มา – มติตุลาการศาล รธน. เลือก “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” นั่งประธานศาลคนใหม่

เจาะลึกนักข่าวอาร์เจนตินาวัย 91 ปี ผู้ทำข่าวฟุตบอลโลก 18 สมัย

เจาะลึกนักข่าวอาร์เจนตินาวัย 91 ปี ผู้ทำข่าวฟุตบอลโลก 18 สมัย

ในวงการสื่อมวลชนสายกีฬา ชื่อของ Enrique Macaya Marquez กลายเป็นตำนานที่ใครๆ ต่างก็ให้ความเคารพ โดยเฉพาะภาพข่าวที่ช่างภาพและแม้แต่ผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง Lionel Scaloni ยังต้องหยุดทักทายและถ่ายรูปร่วมกับเขา เรื่องราวของนักข่าวอาร์เจนตินาวัย 91 ปี ผู้ทำข่าวฟุตบอลโลก 18 สมัยผู้นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของระยะเวลาทำงานที่ยาวนานกว่า 7 ทศวรรษเท่านั้น แต่มันคือประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่เดินได้จริงๆ

เขาเริ่มต้นก้าวแรกบนเส้นทางนี้ตั้งแต่ปี 1958 ซึ่งเป็นฟุตบอลโลกที่คนทั้งโลกได้เห็นการแจ้งเกิดของตำนานอย่าง Pele ในวัยเพียง 17 ปี ในตอนนั้น Macaya อายุเพียง 24 ปี เขาเริ่มต้นด้วยการรายงานผลการแข่งขันที่กลายเป็นฝันร้ายของอาร์เจนตินา หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Disaster of Sweden’ ที่พ่ายให้กับเชโกสโลวาเกียไปถึง 6-1 เขาจดจำความพ่ายแพ้นั้นได้ดี ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

เส้นทางสายอาชีพของนักข่าวอาร์เจนตินาวัย 91 ปี ผู้ทำข่าวฟุตบอลโลก 18 สมัย

ตลอดเกือบ 70 ปีที่ผ่านมา โลกฟุตบอลเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล จากการรายงานข่าวผ่านวิทยุและหนังสือพิมพ์ สู่ยุคดิจิทัลที่รวดเร็วทันใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในตัวของพ่อยกแห่งวงการข่าวรายนี้คือ ความใจเย็นและการไม่รีบด่วนตัดสินนักเตะหรือโค้ชเพียงเพราะกระแสสังคม เขามักจะย้ำเสมอว่า ‘คุณไม่สามารถตัดสินใครได้หากไม่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งพอเกี่ยวกับตัวบุคคลนั้นๆ’ ซึ่งเป็นปรัชญาที่ทำให้เขายังคงได้รับความไว้วางใจจากคนในวงการเสมอมา

มุมมองต่อเมสซี่และมาราโดน่า

เมื่อถูกถามถึงตำนานเบอร์ 10 ระหว่าง Lionel Messi และ Diego Maradona เขาเลือกที่จะไม่เปรียบเทียบในเชิงลบ แต่เน้นย้ำถึงบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละยุคสมัย นี่คือความละเอียดอ่อนที่หาได้ยากในสื่อยุคปัจจุบัน การที่เขาเป็นนักข่าวอาร์เจนตินาวัย 91 ปี ผู้ทำข่าวฟุตบอลโลก 18 สมัย ทำให้เขามองเห็นความเป็นมนุษย์เบื้องหลังความสำเร็จและชัยชนะของนักกีฬาเหล่านี้ได้ชัดเจนกว่าใคร

แม้ในวันนี้ เขาจะเปรยๆ เรื่องการวางมือจากการทำข่าวในอนาคต แต่การได้เห็นฟุตบอลโลกที่เป็นงานใหญ่ที่สุดในชีวิตเดินทางร่วมกับเขามาตลอดเกือบทั้งชีวิต ก็ถือเป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดครั้งหนึ่งของโลกฟุตบอลแล้ว เราต้องมารอดูกันว่าการแข่งขันในปี 2026 นี้จะเป็นการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสุดท้ายของเขาก่อนจะถึงเวลาพักผ่อนจริงๆ หรือไม่

เรื่องราวของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้เห็นว่า ความรักในอาชีพสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของอายุและร่างกายได้ หากเราตั้งใจทำสิ่งที่รักด้วยความจริงใจและไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทลายค่ายมวยเมืองระยอง จัดเด็กใต้สังเวียนให้ชายรักชาย

เชื่อว่าข่าวนี้จะเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับสังคม เมื่อตำรวจ ปคม. เพิ่งปฏิบัติการปิดล้อมทลายค่ายมวยเมืองระยอง รวบผู้จัดการ จัดเด็กใต้สังเวียนให้กลุ่มชายรักชาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการกีฬามวยไทยและสะท้อนปัญหาสังคมในเชิงลึกอย่างน่าใจหาย

คดีดัง ทลายค่ายมวยเมืองระยอง รวบผู้จัดการ จัดเด็กใต้สังเวียนให้กลุ่มชายรักชาย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีค่ายมวยแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองแอบแฝงการค้ามนุษย์ โดยบังคับเด็กในค่ายให้ขายบริการทางเพศกับกลุ่มชายรักชาย เจ้าหน้าที่จึงวางแผนส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปฝึกมวยจนพบความจริงว่า นายเช็ค ผู้จัดการค่ายมวยดังกล่าว มีพฤติการณ์เป็นธุระจัดหาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศโดยตรง ด้วยราคาเริ่มต้นหลักพันบาท

เบื้องหลังการดำเนินการ ทลายค่ายมวยเมืองระยอง รวบผู้จัดการ จัดเด็กใต้สังเวียนให้กลุ่มชายรักชาย

จากการสอบสวนเชิงลึก พบรายละเอียดที่น่าตกใจมากยิ่งขึ้น ดังนี้:

  • การจัดหาเหยื่อ: ผู้จัดการค่ายมวยมักเลือกเด็กที่มีปัญหาครอบครัว หรือเด็กที่เกเร เพื่อหลอกล่อด้วยเงินและสิ่งของ
  • อิทธิพลของชาวต่างชาติ: มีผู้อุปถัมภ์ค่ายเป็นชาวนอร์เวย์ที่ให้เงินสนับสนุนแลกกับการละเมิดทางเพศเด็กในค่ายอย่างต่อเนื่อง
  • ผลกระทบต่อเยาวชน: เด็กหลายรายถูกมอมเมาด้วยเงินจนไม่กล้าแจ้งความ หรือถูกปิดปากด้วยค่าตอบแทน

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลงานสำคัญของเจ้าหน้าที่ ปคม. ที่สามารถช่วยเหลือกลุ่มเด็กผู้เคราะห์ร้ายออกมาได้ทันเวลา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในค่ายมวยแห่งเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงระบบที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งครอบครัวและสังคมต้องหันมาใส่ใจดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ในรูปแบบแปลกประหลาดเช่นนี้อีก

เราในฐานะพลเมืองดี หากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือเด็กที่ดูผิดปกติจากการใช้ชีวิต ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพราะนี่คือหน้าประวัติศาสตร์ในเชิงลบที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นซ้ำสอง ทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อปกป้องอนาคตของชาติครับ

ที่มา – ทลายค่ายมวยเมืองระยอง รวบผู้จัดการ จัดเด็กใต้สังเวียนให้กลุ่มชายรักชาย

เจาะลึกข่าว Rangers เจรจา Leicester คว้าตัว Mavididi

เจาะลึกข่าว Rangers เจรจา Leicester คว้าตัว Mavididi

กระแสข่าวการซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้กำลังร้อนแรงสุดๆ โดยเฉพาะประเด็นที่แฟนบอลจับตามองกันมากที่สุดคือข่าว Rangers เจรจา Leicester คว้าตัว Mavididi ปีกวัย 28 ปี เข้ามาร่วมทีม Ibrox เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแดนหน้า ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นสำหรับเหล่านักเตะสายเลือดใหม่ของสโมสร

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ Rangers เจรจา Leicester คว้าตัว Mavididi

รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุว่า Rangers กำลังพยายามอย่างหนักในการโน้มน้าวให้ Stephy Mavididi ย้ายมาร่วมทีม โดยการเจรจากับต้นสังกัดอย่าง Leicester City ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นดีลที่ต้องใช้ความพยายามสูงทั้งในด้านงบประมาณและเงื่อนไขส่วนตัว แต่บรรดาแฟนบอลต่างคาดหวังว่าดีล Rangers เจรจา Leicester คว้าตัว Mavididi นี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีในเร็วๆ นี้

ความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในตลาดซื้อขายของ Rangers

นอกจากดีลในฝันข้างต้นแล้ว Rangers ยังมีภารกิจอื่นๆ ในตลาดซื้อขายอีกมากมาย ดังนี้:

  • John Souttar: ทางด้าน Leicester City ก็กำลังเหล่ๆ เซ็นเตอร์แบ็กรายนี้ของ Rangers อยู่เช่นกัน ซึ่งอาจเกิดการสลับขั้วทางการค้าได้ในอนาคต
  • Jens Hjerto-Dahl: สโมสรกำลังแข่งกับ Cardiff City ในการดึงตัวมิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้มาร่วมทีม โดยทางทีมชาวนอร์เวย์ตั้งค่าตัวไว้สูงพอสมควร
  • Vaclav Cerny: แม้จะมีความพยายามดึงตัวกลับมา แต่ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องค่าเหนื่อยจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ดีลนี้ไปต่อได้ยาก
  • James Penrice: กลับมาเป็นเป้าหมายอีกครั้งหลังจากเคยตกเป็นข่าวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ด้วยความที่การแข่งขันในลีกเข้มข้นขึ้นทุกปี Rangers จำเป็นต้องเดินเกมในตลาดซื้อขายให้ฉลาดและรวดเร็ว ไม่ว่าการเจรจาต่างๆ จะจบลงอย่างไร ทีมงานของเราจะคอยอัปเดตสถานการณ์ให้คุณทราบแบบเกาะติดขอบสนามแน่นอน

ในมุมมองของผม ดีลนี้หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการยกระดับเกมรุกของทีมอย่างเห็นได้ชัด Mavididi คือผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงและประสบการณ์ที่พร้อมจะปรับตัวเข้ากับฟุตบอลสกอตแลนด์ได้อย่างไม่มีปัญหา แฟนๆ Rangers คงต้องส่งกำลังใจเชียร์ให้การซื้อขายครั้งนี้จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งนะครับ แล้วคุณล่ะคิดอย่างไรกับข่าวลือหนาหูดังกล่าว? ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเข้ามาได้เลยครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ