วัน: 24 กรกฎาคม 2026

โรม พา กมธ.กฎหมายฯ บุก สรรพาวุธ ทร. พิสูจน์จุดฝังกลบปืนลอบยิง สส.กมลศักดิ์

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ “โรม” พา กมธ.กฎหมายฯ บุก “สรรพาวุธ ทร.” พิสูจน์จุดฝังกลบปืนลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” เพื่อหาความจริงเกี่ยวกับอาวุธปืนปริศนาที่โผล่ไปโผล่ในเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งที่ควรจะถูกทำลายไปแล้วตามระเบียบของทางราชการ

โรม พา กมธ.กฎหมายฯ บุก “สรรพาวุธ ทร.” พิสูจน์จุดฝังกลบปืนลอบยิง “สส.กมลศักดิ์”

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ. พร้อมด้วยสมาชิกสำคัญ อาทิ นายรอมฎอน ปันจอร์ และนายปิยรัฐ จงเทพ ได้ยกขบวนลงพื้นที่กรมสรรพาวุธทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปืนกระบอกที่ใช้ลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งพบเบาะแสสำคัญว่าปืนกระบอกนี้มีหมายเลขทะเบียนตรงกับปืนในสังกัดกองทัพเรือที่ถูกระบุว่าทำลายไปแล้วตั้งแต่ปี 2564

เปิดปมร้อน การลงพื้นที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง

การที่ โรม พา กมธ.กฎหมายฯ บุก “สรรพาวุธ ทร.” พิสูจน์จุดฝังกลบปืนลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อค้นหาความจริงว่า ปืนที่ควรจะถูกตัดเป็น 7 ท่อนและฝังกลบไปนานแล้วนั้น หลุดรอดออกมาได้อย่างไร หรือกระบวนการทำลายอาวุธปืนดังกล่าวมีช่องโหว่ตรงไหนหรือไม่ โดยกิจกรรมการตรวจสอบประกอบด้วย:

  • การสังเกตการณ์ขั้นตอนการทำลายอาวุธปืนตัวอย่าง
  • การตรวจสอบพื้นที่และบ่อที่อ้างว่ามีการฝังกลบ
  • การขอข้อมูลเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบปืน

อย่างไรก็ตาม ผลการลงพื้นที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เนื่องจากทางกองทัพเรือนำเสนอเพียงรูปถ่าย ซึ่งในรูปภาพไม่สามารถยืนยันเลขทะเบียนปืนได้อย่างชัดเจนว่าตรงกับปืนที่ยึดได้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการตรวจสอบภายในกองทัพยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นใหญ่

นายรังสิมันต์ โรม ได้ให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า แม้ทาง กมธ. จะยังไม่มีอำนาจสั่งการให้ขุดบ่อฝังกลบขึ้นมาตรวจสอบใหม่ทั้งหมด แต่ลำดับต่อไปคือการเรียกดูเอกสารข้อมูลเชิงลึกและรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการของกองทัพเรือ หากพบว่ามีการทุจริตหรือปล่อยปละละเลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องชี้แจงต่อสังคมให้กระจ่างเพื่อความยุติธรรมของผู้เสียหาย

ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากที่แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อลดช่องว่างของระเบียบราชการที่อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้แก่อาวุธร้ายแรงหลุดรอดไปสู่มือของผู้ไม่หวังดี เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลสรุปของคดีนี้จะจบลงอย่างไร และความโปร่งใสจะกลับคืนมาหรือไม่

ที่มา – “โรม” พา กมธ.กฎหมายฯ บุก “สรรพาวุธ ทร.” พิสูจน์จุดฝังกลบปืนลอบยิง “สส.กมลศักดิ์”

เอกนิติ ชี้ภาษีสหรัฐฯ กระทบไทยจำกัด เร่งเจรจา IPEF

จากประเด็นร้อนแรงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศใช้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 จัดเก็บภาษีนำเข้า 12.5% กับประเทศคู่ค้ากว่า 37 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาให้ความมั่นใจต่อผู้ประกอบการไทย โดยย้ำว่า เอกนิติ ชี้ภาษีสหรัฐฯ กระทบไทยจำกัด เร่งเจรจา IPEF เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ แม้จะมีการปรับขึ้นภาษี แต่ในความเป็นจริงสินค้าไทยหลายรายการได้รับการยกเว้นอยู่แล้ว

เอกนิติ ชี้ภาษีสหรัฐฯ กระทบไทยจำกัด เร่งเจรจา IPEF เพื่อเศรษฐกิจไทย

นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมองว่าผลกระทบในภาพรวมจะไม่รุนแรงอย่างที่กังวลกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญสูงสุดในเวลานี้คือการเร่งดำเนินการเจรจาในกรอบความร่วมมือ Indo-Pacific Economic Framework หรือ IPEF ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว

ทำไมการเจรจา IPEF ถึงสำคัญในสถานการณ์นี้

ขณะนี้ประเทศคู่แข่งบางประเทศที่เจรจา IPEF สำเร็จแล้ว ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ระดับ 10% ในขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างดำเนินขั้นตอนการเจรจา ทำให้เราเสียเปรียบในเชิงการแข่งขัน นี่คือเหตุผลหลักที่ เอกนิติ ชี้ภาษีสหรัฐฯ กระทบไทยจำกัด เร่งเจรจา IPEF ว่าเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดเพื่อลดแต้มต่อดังกล่าว

รัฐบาลยังมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเฉพาะประเด็นเรื่องแรงงานบังคับที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ หากไทยสามารถปรับตัวและยกระดับมาตรฐานแรงงานรวมถึงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล จะส่งผลดีต่อศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว ดังนี้:

  • ลดอุปสรรคทางการค้าจากมาตรการกีดกันของต่างประเทศ
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและคู่ค้าทั่วโลก
  • เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้าไทยในตลาดระดับบน

ในอนาคตอันใกล้นี้ รัฐบาลจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์เจาะลึกว่ามีกลุ่มอุตสาหกรรมไหนที่ยังได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมออกมาตรการประคองและสนับสนุนผู้ประกอบการให้ก้าวข้ามความท้าทายนี้ไปได้ การปฏิรูปให้สอดรับกับเวทีโลกถือเป็นบททดสอบสำคัญที่ไทยต้องเร่งทำ ไม่ใช่เพียงเพื่อลดผลกระทบทางภาษี แต่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย

คุณมองว่าไทยควรปรับตัวอย่างไรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกท่ามกลางความผันผวนของนโยบายกีดกันทางการค้าเช่นนี้? มาร่วมแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ

ที่มา – “เอกนิติ” ชี้ภาษีสหรัฐฯ กระทบไทยจำกัด เหตุสินค้าหลายกลุ่มได้ยกเว้น เร่งเจรจา IPEF

Cammy Devlin เปิดใจถึงการย้ายจาก Hearts ไป Rangers

Cammy Devlin เปิดใจถึงการย้ายจาก Hearts ไป Rangers

แฟนบอลหลายคนคงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังการย้ายทีมครั้งใหญ่ เมื่อ Cammy Devlin ตัดสินใจอำลา Heart of Midlothian เพื่อไปร่วมทีม Rangers ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวที่เขาเพิ่งเปิดเผยออกมาสดๆ ร้อนๆ เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาบอกว่ามัน “กดดันเกินไป”

Cammy Devlin เปิดใจถึงการย้ายจาก Hearts ไป Rangers ที่แสนตึงเครียด

ในช่วงที่สัญญาของ Cammy Devlin กำลังจะหมดลง เขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตการค้าแข้ง ต้องรับมือกับความผิดหวังในแมตช์สุดท้ายของฤดูกาลที่ Hearts พลาดแชมป์ Scottish Premiership ให้กับคู่แข่งอย่าง Celtic ในขณะที่อนาคตของเขายังไม่ชัดเจน Devlin กล่าวว่า Cammy Devlin เปิดใจถึงการย้ายจาก Hearts ไป Rangers ในครั้งนี้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ

เขาต้องเดินทางไปรับใช้ทีมชาติออสเตรเลียเพื่อลุยศึกฟุตบอลโลกเพียงแค่ 3 วันหลังจากจบฤดูกาลอันน่าเจ็บปวด “มันเป็นช่วงเวลาที่เครียดมากครับ” เขากล่าว “ผมต้องเลือกระหว่างการเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ Hearts หรือมองหาความท้าทายใหม่ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อมีโอกาสย้ายไปร่วมทีม Rangers มันคือโอกาสที่ดีเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้จริงๆ”

ความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับกุนซือคนใหม่

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาสามารถตัดสินใจย้ายทีมได้อย่างราบรื่นคือความสัมพันธ์กับ Derek McInnes กุนซือคนใหม่ของ Rangers ที่เคยร่วมงานกันมาก่อนที่ Hearts “ผมกับบอสสนิทกันมากครับ เขาช่วยพัฒนาฝีเท้าผมเยอะมากตอนอยู่ที่เดิม การได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งที่นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสุดๆ”

แม้ว่าการย้ายทีมจะมาพร้อมกับเสียงวิจารณ์จากแฟนบอลทีมเก่า แต่ Devlin ก็ย้ำว่าเขารู้สึกขอบคุณ Hearts เสมอที่หยิบยื่นโอกาสให้เขาได้มาโชว์ฝีเท้าในสกอตแลนด์ แต่ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ข้อเสนอจากยักษ์ใหญ่อย่าง Rangers เป็นสิ่งที่เขาปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังหรือความกดดันที่เพิ่มมากขึ้นก็ตาม

  • ประเมินทางเลือกท่ามกลางกระแสกดดัน
  • ตัดสินใจเลือกอนาคตที่ก้าวหน้า
  • ยอมรับความท้าทายใหม่ในสโมสรยักษ์ใหญ่

ท้ายที่สุดแล้ว ฟุตบอลคือเกมของโอกาสครับ เมื่อมีทางเลือกที่ดีกว่าเข้ามา การตัดสินใจที่เด็ดขาดและกล้าหาญคือบทพิสูจน์ของนักเตะอาชีพ การที่ Cammy Devlin เปิดใจถึงการย้ายจาก Hearts ไป Rangers ถือเป็นบทเรียนที่ดีว่าทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีความกดดัน แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจคุ้มค่าเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เราคงต้องคอยติดตามดูฟอร์มของเขากันต่อไปยาวๆ ว่าจะพาทีมคว้าความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหนในฤดูกาลหน้า

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่า

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการคมนาคมขนส่งไทย เมื่อคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการถึงผลการศึกษาโครงการขนาดใหญ่อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งสรุปได้สั้นๆ ว่า เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง กลายเป็นการตอกย้ำว่าโครงการที่เคยเป็นความหวังในการยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้อาจต้องพับแผนไปในที่สุด

เหตุผลที่ เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง

จากการศึกษาอย่างเข้มข้นตลอด 90 วันที่ผ่านมา คณะกรรมการพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจหลายประการครับ ประการแรกคือเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สาเหตุที่ เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง เพราะตัวเลขผลตอบแทนที่เคยคาดการณ์ไว้อาจกลายเป็นติดลบ เนื่องด้วยสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศและสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน อีกทั้งคู่แข่งในเส้นทางเดินเรือหลักของโลกก็มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว การที่จะดึงดูดสายเรือให้ย้ายเส้นทางมานั้นจึงเป็นเรื่องที่มีโอกาสน้อยมาก

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

นอกจากประเด็นเรื่องกำไรที่แลดูจะจับต้องได้ยากแล้ว เรื่องของสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ไปต่อได้ลำบาก ข้อสรุปยังชี้ชัดว่าการดำเนินโครงการจะส่งผลกระทบสูงต่อระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง และทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งขาดการบูรณาการแผนงานที่ชัดเจน อีกทั้งกระแสคัดค้านจากภาคประชาชนและนักอนุรักษ์ก็เป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญยิ่ง ทำให้เห็นว่าความยั่งยืนของพื้นที่ควรมาก่อนการลงทุนในลักษณะนี้

  • ความเสี่ยงทางการเงินจากการค้าโลกที่ลดลง
  • คู่แข่งทางธุรกิจและพันธมิตรเดินเรือที่มีอยู่เดิม
  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่สามารถจัดการได้ครอบคลุม
  • เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ที่มีความกังวลสูง

แล้วจากนี้ประเทศไทยจะไปต่อทางไหน? ทางคณะกรรมการได้เสนอทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือการเน้นพัฒนาท่าเรือระนองให้เต็มศักยภาพควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อโครงข่ายทางราง (Missing Link) เพื่อระบายสินค้าขึ้นเหนือไปยังจีนและเชื่อมโยงกับท่าเรือฝั่งตะวันออกแทน ซึ่งถือเป็นการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่จำเป็นต้องเร่งสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่สุ่มเสี่ยง

บทเรียนครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า การขับเคลื่อนโครงการระดับชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขความหวังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองรอบด้านทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่จึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจที่รอบคอบเพื่ออนาคตของชาติที่ยั่งยืนกว่าครับ

ที่มา – “เอกนิติ” ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง

เจอร์เก้น คล็อปป์ ประเดิมคุมทัพเยอรมนีขู่ลาออกถ้าล้ำเส้น

เจอร์เก้น คล็อปป์ ประเดิมคุมทัพเยอรมนีขู่ลาออกถ้าล้ำเส้น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทันทีที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือระดับตำนานก้าวเข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติเยอรมนีคนใหม่ แทนที่ของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ที่เพิ่งลาออกไปหลังจากความพ่ายแพ้ช็อกโลกต่อปารากวัยในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา แม้จะเป็นข่าวที่แฟนบอลรอคอยมานาน แต่การเริ่มต้นครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะคล็อปป์ได้ประกาศชัดเจนว่าเขามีเส้นของครอบครัวที่ไม่มีใครควรก้าวล่วง แม้จะเป็นการทำงานระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม

ในการแถลงข่าวครั้งแรกในฐานะกุนซือทีมอินทรีเหล็ก เจอร์เก้น คล็อปป์ ประเดิมคุมทัพเยอรมนีขู่ลาออกถ้าล้ำเส้น โดยระบุว่าหากสื่อมวลชนยังคงรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของครอบครัวของเขา เขาพร้อมจะเดินออกจากตำแหน่งทันทีโดยไม่รีรอ คล็อปป์กล่าวในที่ประชุมว่า ตนรักงานนี้มากและพร้อมจะทุ่มเททุกอย่างที่มีให้กับการคุมทีมชาติ แต่มันต้องอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะสำหรับเขาแล้ว นี่คือจุดสูงสุดของอาชีพโค้ชฟุตบอลที่ได้รับใช้บ้านเกิด

เหตุผลที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ประเดิมคุมทัพเยอรมนีขู่ลาออกถ้าล้ำเส้น

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมยอดกุนซือรายนี้ถึงต้องออกมาพูดเรื่องความเป็นส่วนตัวตั้งแต่เริ่มงาน ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาระแวดระวังเรื่องครอบครัว แต่การออกมาระบุชัดเจนแบบนี้เป็นการปักหมุดแนวปฏิบัติสำหรับสื่อในเยอรมนี ภายหลังจากการพักงานจากลิเวอร์พูลเมื่อปี 2024 เพราะปัญหาความเหนื่อยล้าสะสม ครั้งนี้เขาพร้อมกลับมาด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมและต้องการโฟกัสไปที่ผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว

ก้าวต่อไปของทีมชาติเยอรมนีกับยุคสมัยของคล็อปป์

การเข้ามาคุมทีมครั้งนี้ คล็อปป์เซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปี ซึ่งจะยาวไปจนถึงฟุตบอลโลกปี 2030 ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของสมาคมฟุตบอลเยอรมัน โจทย์ใหญ่ของเขาคือต้องรีบปรับจูนทีมที่กำลังระส่ำระสายให้เข้าที่เข้าทางก่อนโปรแกรมการแข่งขันสำคัญจะเริ่มต้น โดยเกมประเดิมสนามของเขาคือการพบกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในรายการเนชันส์ลีก ช่วงปลายเดือนกันยายนนี้

บททดสอบนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของแท็กติกฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ภาวะผู้นำท่ามกลางความคาดหวังมหาศาลจากแฟนบอลเยอรมันทั้งประเทศ คล็อปป์แสดงจุดยืนว่าเขามาเพื่อทำงานที่ยิ่งใหญ่นี้อย่างเต็มตัว และจะไม่ยอมให้ปัจจัยภายนอกมาบั่นทอนสมาธิของเขาและลูกทีมได้อย่างเด็ดขาด

เราต้องมาติดตามกันว่า ความเด็ดขาดและจิตวิทยาการคุมทีมแบบฉบับคล็อปป์ จะสามารถพาทัพอินทรีเหล็กกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าแห่งยุโรปได้อีกครั้งหรือไม่ แฟนบอลหลายคนเชื่อมั่นในตัวเขามากกว่ากุนซือคนใดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์บนตารางคะแนนจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อัปเดตราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 24 ก.ค. 69 ผันผวน 18 ครั้ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนและสายสะสมทองคำทุกท่าน วันนี้ตลาดทองคำค่อนข้างดุเดือดเลยทีเดียว หลายคนคงตกใจกับการเคลื่อนไหวของราคาที่ค่อนข้างแรง ใครที่กำลังเล็งว่าจะซื้อหรือจะขาย คงต้องมาดู อัปเดตราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 24 ก.ค. 69 ผันผวน 18 ครั้ง ที่เราสรุปมาให้แบบเน้นๆ กันครับ

สถานการณ์ อัปเดตราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 24 ก.ค. 69 ผันผวน 18 ครั้ง

วันนี้สมาคมค้าทองคำรายงานความเคลื่อนไหวที่ต้องบอกว่าระทึกใจสุดๆ ครับ เพราะการปรับเปลี่ยนราคาเกิดขึ้นถึง 18 ครั้งภายในวันเดียว ส่งผลให้เมื่อปิดตลาดราคาทองคำร่วงลงไปถึง 750 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของเมื่อวานนี้ ทำให้ผู้ที่ถือครองทองคำอยู่ต้องจับตาสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดและราคาทองคำ ณ ปิดตลาดวันนี้

สำหรับสรุปราคาขายทองคำ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 มีรายละเอียดดังนี้ครับ:

  • ราคาทองคำแท่ง ขายออกอยู่ที่ 64,750 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ ขายออกอยู่ที่ 65,550 บาท

และเมื่อเรามาเจาะลึก อัปเดตราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 24 ก.ค. 69 ผันผวน 18 ครั้ง เพื่อให้คนที่กำลังมองหาทองรูปพรรณน้ำหนักเบาได้วางแผนการซื้อ โดยราคาคำนวณรวมค่ากำเหน็จโดยประมาณมีดังนี้:

  • ทองรูปพรรณ ครึ่งสลึง ราคาประมาณ 8,893.75 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง ราคาประมาณ 16,987.50 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง ราคาประมาณ 33,175 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท ราคา 65,550 บาท

ต้องย้ำเตือนกันเสมอว่า ราคานี้เป็นเพียงราคาประมาณการเท่านั้นครับ ราคาซื้อขายจริงที่หน้าร้านทองอาจแตกต่างไปตามค่ากำเหน็จและเงื่อนไขของแต่ละร้านค้า ดังนั้นก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน อย่าลืมเช็คราคาผ่านทางร้านหรือเว็บไซต์สมาคมค้าทองคำอีกครั้งเพื่อความแม่นยำนะครับ

ในส่วนของคำแนะนำสำหรับนักลงทุนในช่วงที่ราคาทองมีความผันผวนสูงแบบนี้ การวางแผนแบ่งไม้ซื้อหรือทยอยสะสมทองคำในช่วงที่ราคาปรับย่อตัวลงถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจครับ แต่อย่าลืมว่าทองคำเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ควรไล่ราคาจนเกินความจำเป็น ขอให้ทุกคนลงทุนอย่างมีสติและบริหารความเสี่ยงกันให้ดีนะครับ สุดท้ายนี้หากใครมีแผนจะซื้อทองในช่วงนี้ก็ถือเป็นจังหวะที่ราคาปรับลดลงมาพอสมควร ขอให้ทุกท่านซื้อขายได้อย่างราบรื่นและได้ทองที่ถูกใจกลับบ้านกันนะครับ!

ที่มา – อัปเดตราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 24 ก.ค. 69 ผันผวน 18 ครั้ง ปิดตลาดร่วง 750 บาท

ฝ่าด่าน “ทองคำ” 3,900 ดอล… จุดวัดใจ

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน ในช่วงที่ความผันผวนของตลาดการเงินโลกกำลังรุมเร้าแบบนี้ คงไม่มีประเด็นไหนที่ร้อนแรงไปกว่าเรื่องของราคาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำที่กำลังเผชิญกับการฝ่าด่าน “ทองคำ” 3,900 ดอล… จุดวัดใจ ซึ่งถือเป็นโซนราคาที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามองอย่างตาไม่กะพริบ เพราะนี่คือบทพิสูจน์สำคัญว่าเทรนด์ขาขึ้นระยะยาวจะยังคงแข็งแกร่งอยู่หรือไม่

วิเคราะห์การฝ่าด่าน “ทองคำ” 3,900 ดอล… จุดวัดใจ ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ

ราคาทองคำได้ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดเดิมที่ระดับ 5,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาแกว่งตัวในระดับ 4,000 ดอลลาร์ และมีจังหวะหลุดลงมาแตะ 3,900 ดอลลาร์ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นสัญญาณเตือน แต่ในมุมของ คุณพวรรณ์ นววัฒนธรรม จาก YLG Bullion International ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า แม้จะเป็นช่วงของการพักฐานตามหลัก Elliott Wave แต่ภาพรวมของวัฏจักรระยะยาว หรือ Grand Supercycle ที่กินระยะเวลา 70 ปีนั้นยังคงดำเนินต่อไป โดยเราเพิ่งผ่านไปเพียง 50 ปีเท่านั้น

ปัจจัยหนุนและแรงกดดันส่งผลต่อการฝ่าด่าน “ทองคำ” 3,900 ดอล… จุดวัดใจ

ปัจจุบันตลาดกำลังต่อสู้กันระหว่างสองแรงผลักดันหลัก:

  • แรงขายระยะสั้น: นักลงทุนเทขายทองคำเพื่อไปพักเงินในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, ธุรกิจ AI และสินทรัพย์ดิจิทัล อีกทั้งกองทุน ETF ก็มีการลดสัดส่วนการถือครองอย่างต่อเนื่อง
  • แรงซื้อจากธนาคารกลาง: ในขณะที่รายย่อยขาย แต่ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีน ยังคงเดินหน้ากว้านซื้อสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้ราคาร่วงหลุดกรอบไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น

หากวิเคราะห์ตามสถานการณ์ปัจจุบัน หากราคาสามารถยืนเหนือ 3,900 ดอลลาร์ได้ ตลาดก็มีโอกาสรีบาวด์กลับไปในรูปแบบ Sideways แต่หากหลุดแนวรับนี้ไปได้ แนวรับถัดไปที่ต้องเฝ้าระวังคือ 3,500 ถึง 3,700 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นี่อาจเป็นเพียงการปรับฐานใน Worst Case เท่านั้น ไม่ใช่จุดจบของวัฏจักรทองคำแต่อย่างใด

กลยุทธ์ที่แนะนำสำหรับนักลงทุนคือการมองหาจังหวะ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” แทนที่จะตื่นตระหนกและเทขาย โดยมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 4,200 ดอลลาร์ หากผ่านไปได้เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ 4,350 ดอลลาร์ ส่วนใครที่เก็งกำไรระยะสั้น ควรหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านแทนที่จะไล่ราคาครับ

สุดท้ายนี้ การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ แต่การเข้าใจภาพใหญ่ของวัฏจักรจะช่วยให้คุณวางแผนรับมือความผันผวนนี้ได้อย่างมั่นคง ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการลงทุนครับ!

ที่มา – ฝ่าด่าน “ทองคำ” 3,900 ดอล… จุดวัดใจ

เชื่อไทย-สหรัฐฯ คุยภาษีกันได้ จ่ออุทธรณ์โอกาสแรก

สถานการณ์ด้านการค้าและการเมืองระหว่างประเทศกำลังเป็นที่จับตามอง โดยล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังมีข่าวเรื่องการปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากไทย เชื่อไทย-สหรัฐฯ คุยภาษีกันได้ จ่ออุทธรณ์โอกาสแรก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและภาคธุรกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว

เชื่อไทย-สหรัฐฯ คุยภาษีกันได้ จ่ออุทธรณ์โอกาสแรก

ประเด็นที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีไทยเพิ่มขึ้นเป็น 12.5% ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งมือแก้ไข นายอนุทินเปิดเผยว่าได้รับรายงานว่าสาเหตุหลักอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นแรงงานภาคบังคับ ซึ่งรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจและกำลังเตรียมการเจรจาอย่างเข้มข้น โดยมีความมั่นใจว่าด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ เราจะสามารถ **เชื่อไทย-สหรัฐฯ คุยภาษีกันได้ จ่ออุทธรณ์โอกาสแรก** หลังจากที่ฝ่ายไทยดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานให้เป็นไปตามเกณฑ์สากลเรียบร้อยแล้ว

เตรียมแผนรับมือเชิงรุกเพื่อผลประโยชน์สูงสุด

เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือการผลักดันให้อัตราภาษีกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุด เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการไทย โดยนายอนุทินย้ำชัดเจนว่า เราต้องเจรจาให้ได้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผ่านการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยรอการรายงานรายละเอียดฉบับเต็มจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำลังเร่งดำเนินการในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

  • เร่งตรวจสอบประเด็นมาตรฐานแรงงานให้ชัดเจน
  • เตรียมข้อมูลเจรจาเพื่อปรับลดภาษีให้ได้มากที่สุด
  • ติดตามผลการหารือจากคณะทำงานชุดใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์

ในอีกด้านหนึ่ง หลายคนอาจกำลังติดตามข่าวกรณีการลาออกของนายสันติ ปิยะทัต จากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายอนุทินได้ให้ความเห็นสั้นๆ ว่าเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล และหากต้องการทราบรายละเอียดเชิงลึกควรสอบถามจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยตรงเนื่องจากเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรง การบริหารงานในช่วงเวลานี้จึงต้องเน้นความชัดเจนและก้าวข้ามผ่านประเด็นการเมืองเพื่อมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้สำเร็จ

โดยส่วนตัวมองว่าการที่รัฐบาลแสดงความเชื่อมั่นในเวทีเจรจาเป็นสิ่งที่ดี แต่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างภายในเรื่องแรงงานจะเป็นกุญแจสำคัญที่สุดที่จะทำให้เรามีความชอบธรรมในการต่อรองให้ภาษีกลับมาอยู่ในจุดที่แข่งขันได้อีกครั้ง การติดตามความคืบหน้าจากทีมกระทรวงพาณิชย์จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาที่สุดในช่วงเวลานี้ครับ

ที่มา – เชื่อไทย-สหรัฐฯ คุยภาษีกันได้ จ่ออุทธรณ์โอกาสแรก โยนถาม “พิพัฒน์” ปม “สันติ” ลาออก

เจาะลึก “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวร้อนแรงเกี่ยวกับวงการข้าราชการไทย เมื่อข่าว “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ออกมาเปิดเผยความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของระบบสอบคัดเลือกอย่างรุนแรง

“ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ เผยเบื้องหลังทุจริต

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการทุจริตทั่วไป แต่เป็นการพบจุดบกพร่องที่ซับซ้อน ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดตำแหน่ง อัตราว่างที่ควรจะเป็น 8,000 ตำแหน่ง กลับพุ่งสูงถึง 10,000 ตำแหน่ง โดยไม่มีมติรองรับ ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ จนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

พบผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ราย ทั้งภาครัฐและเอกชน

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด คณะกรรมการพบพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 100 ราย โดยพฤติการณ์มีความน่าสงสัยทั้งในส่วนของอำนาจหน้าที่และการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น:

  • การกำหนดเงื่อนไข TOR ที่เอื้อประโยชน์
  • สัญญาจัดจ้างที่ไม่เป็นมาตรฐานตามแบบ ก.พ.
  • กระบวนการจัดสอบที่ขาดความเป็นมืออาชีพ
  • ความผิดปกติในขั้นตอนการประกาศผลและการบรรจุแต่งตั้ง

นายปกรณ์ยังได้ระบุด้วยความหนักใจว่า ในชีวิตการทำงานไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน ถึงขนาดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังต้องแซวว่าการประชุมแต่ละครั้ง ท่านประธานแทบจะหมดลมหายใจกับการถอนหายใจ เพราะความไม่สมเหตุสมผลของข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้า

บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การแจ้งเตือน แต่คณะทำงานจะส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานตรวจสอบไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปง. เพื่อให้ดำเนินการตามเส้นทางการเงินและคดีอาญาอย่างเด็ดขาด นี่จึงเป็นบทเรียนราคาแพงที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งปฏิรูปเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ระบบราชการด้วยความสามารถของตนเองอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ