วัน: 25 กรกฎาคม 2026

หนุ่มก่อสร้างคว้าไขควงแทงหนุ่มใหญ่สาหัส หลังชกต่อยแย่งจักรยานกันใช้

หนุ่มก่อสร้างคว้าไขควงแทงหนุ่มใหญ่สาหัส หลังชกต่อยแย่งจักรยานกันใช้

เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญใจกลางเมืองอุดรธานี เมื่อมีการรายงานข่าวคดี หนุ่มก่อสร้างคว้าไขควงแทงหนุ่มใหญ่สาหัส หลังชกต่อยแย่งจักรยานกันใช้ กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองอุดรธานี แต่กลับเกิดเหตุทะเลาะวิวาทจนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธ

จุดเริ่มต้นของชนวนเหตุความรุนแรง

จากข้อมูลเชิงลึกพบว่าผู้ก่อเหตุและผู้บาดเจ็บต่างเป็นเพื่อนร่วมงานก่อสร้างที่รู้จักมักคุ้นกันดี โดยสาเหตุหลักที่ทำให้นายสิทธิศักดิ์ อายุ 26 ปี ตัดสินใจนำไขควงออกมาทำร้ายร่างกายนายฉลาด อายุ 52 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียเลือดมากนั้น มาจากการมีปากเสียงเรื่องการแย่งจักรยานส่วนกลางที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ยืมใช้ ความไม่พอใจที่สะสมจากการชกต่อยกันมาก่อนหน้านี้จึงระเบิดออกมาเป็นเหตุการณ์ดังกล่าวนั่นเอง

  • จุดเกิดเหตุ: สวนสาธารณะหนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี
  • พฤติการณ์: ใช้อาวุธไขควงแทงเข้าจุดสำคัญ
  • ผลลัพธ์: ผู้บาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกเส้นเลือดใหญ่

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมคนเราถึงยอมใช้ความรุนแรงเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยอย่างการแย่งจักรยาน การกระทำของ หนุ่มก่อสร้างคว้าไขควงแทงหนุ่มใหญ่สาหัส หลังชกต่อยแย่งจักรยานกันใช้ ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการขาดสติ เมื่ออารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่คุ้มเสียเลย แม้จะมีพลเมืองดีอย่าง นสต.วัธนชัย เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นจนทันเวลา แต่ชีวิตของผู้ก่อเหตุเองก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลจากการหนีคดีในครั้งนี้

การติดตามตัวผู้ก่อเหตุและการดำเนินคดี

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวนายสิทธิศักดิ์ผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด แม้เจ้าตัวจะได้วิ่งหลบหนีออกจากไซต์งานก่อสร้างไปแล้ว แต่เชื่อมั่นในฝีมือเจ้าหน้าที่ว่าจะสามารถนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายได้โดยเร็ว ข่าวเรื่อง หนุ่มก่อสร้างคว้าไขควงแทงหนุ่มใหญ่สาหัส หลังชกต่อยแย่งจักรยานกันใช้ นี้เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับสังคมไทย ในการใช้ชีวิตร่วมกันในพื้นที่สาธารณะ ควรยึดถือหลักการประนีประนอมมากกว่าการตัดสินปัญหาด้วยกำลังครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากฝากไว้ว่าไม่มีใครได้ประโยชน์จากการทะเลาะวิวาท การหันหน้าเข้าพูดคุยและใจเย็นลงเพียงนิด อาจช่วยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องที่ตกลงกันได้ ไม่ต้องเจ็บตัว และไม่ต้องสูญเสียอิสรภาพครับ

ที่มา – หนุ่มก่อสร้างคว้าไขควงแทงหนุ่มใหญ่สาหัส หลังชกต่อยแย่งจักรยานกันใช้

อนาคตบรูโน่ กิมาไรส์ ยังไม่แน่นอนท่ามกลางความสนใจจากอาร์เซนอล

อนาคตบรูโน่ กิมาไรส์ ยังไม่แน่นอนท่ามกลางความสนใจจากอาร์เซนอล

แฟนบอล “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด อาจจะต้องลุ้นกันตัวโก่งในช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อ เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมคนเก่งออกมาเปิดเผยว่า เขายังไม่สามารถให้คำมั่นสัญญาใดๆ เกี่ยวกับอนาคตของ บรูโน่ กิมาไรส์ กองกลางตัวเก่งทัพกัปตันทีมได้ หลังจากมีข่าวหนาหูว่า “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เตรียมยื่นข้อเสนอสูงถึง 70 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวมิดฟิลด์ชาวบราซิลรายนี้ไปร่วมทัพ

แม้ว่า เอ็ดดี้ ฮาว จะยืนยันว่าเขาได้พูดคุยกับลูกทีมคนสำคัญอยู่เสมอ แต่เขาก็ยอมรับตามตรงว่าในสถานการณ์นี้ เขาไม่สามารถการันตีอะไรได้เลยเกี่ยวกับ อนาคตบรูโน่ กิมาไรส์ ยังไม่แน่นอนท่ามกลางความสนใจจากอาร์เซนอล อย่างที่เป็นข่าวใหญ่ในสื่อฟุตบอลขณะนี้ ฮาวกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า บรูโน่เป็นทั้งนักเตะที่ยอดเยี่ยมและเป็นคนดี ซึ่งทุกคนในสโมสรต่างรักและอยากให้เขาอยู่กับทีมต่อไป

ความกังวลใจเรื่อง อนาคตบรูโน่ กิมาไรส์ ยังไม่แน่นอนท่ามกลางความสนใจจากอาร์เซนอล

สืบเนื่องจากนโยบายการทำทีมที่เปลี่ยนไปในช่วงหลัง รวมถึงการเสียผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ซานโดร โตนาลี ไปให้กับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ทำให้แฟนบอลนิวคาสเซิลค่อนข้างเป็นกังวลกับการรักษาแกนหลักของทีมเอาไว้ แม้ว่าทางสาลิกาดงจะมีการดึงดาวรุ่งอย่าง ฌอน สเตอร์ และ อลาดจิ บัมบา เข้ามาเสริมทัพ แต่การรักษาบรูโน่ไว้นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญที่ฮาวต้องพยายามอย่างหนัก

ความหวังใหม่และการปรับทัพของนิวคาสเซิล

ในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ฌอน สเตอร์ ดาวรุ่งชาวดัตช์ได้โชว์ฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างทีมรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม นิโคลาส สเตอร์ ยังต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีกอีกมาก และนี่คือเหตุผลที่ทำให้การตัดสินใจเรื่อง อนาคตบรูโน่ กิมาไรส์ ยังไม่แน่นอนท่ามกลางความสนใจจากอาร์เซนอล กลายเป็นประเด็นที่วิกฤตที่สุดสำหรับแฟนบอลในเวลานี้

  • สถานะของบรูโน่: กัปตันทีมคนเก่งที่ทุกคนรัก
  • ทิศทางสโมสร: เน้นดาวรุ่งแต่ยังต้องการตัวเก๋าประคอง
  • การเคลื่อนไหวของอาร์เซนอล: ข้อเสนอ 70 ล้านปอนด์ที่อาจเปลี่ยนทิศทางทีม

จากมุมมองของผม การเสียบรูโน่ไปในช่วงที่สโมสรกำลังผลัดใบอาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีมอย่างมหาศาล ฮาวต้องพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อโน้มน้าวให้เขายังคงเป็นหัวเรือใหญ่ในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ก ต่อไป เพราะนักเตะระดับนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ในตลาดซื้อขาย ส่วนตัวผมเชื่อว่าการรั้งเขาไว้จะสำคัญกว่าการหาเงินก้อนโตมาหมุนเวียนในทีมครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ

ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุสลดใจในพื้นที่ จ.ชลบุรี เมื่อได้รับรายงานว่ามีเหตุ ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นริมถนน 331 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา สร้างความตื่นตระหนกให้กับเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ระทึกขวัญ ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินท่ามกลางความโศกเศร้า เมื่อพนักงานก่อสร้างรายหนึ่งต้องมาจบชีวิตลงจากการทำงาน โดยเหตุ ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย ครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะที่พวกเขาลงไปปฏิบัติหน้าที่ในบ่อเพื่อวัดระยะพื้นที่ก่อสร้าง

ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นเพื่อนคนงานเล่าว่า ในจังหวะที่นาย NAY ZAR KYAW อายุ 28 ปี กำลังทำงานอยู่นั้น ดินบริเวณปากบ่อได้เกิดพังทลายลงมาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณเตือน แม้เพื่อนคนงานจะพยายามเข้าช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แต่ก็สามารถดึงคนงานชาวไทยออกมาได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนนาย NAY ZAR KYAW ถูกดินทับจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

  • รายละเอียดผู้เสียชีวิต: นาย NAY ZAR KYAW อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา
  • รายละเอียดผู้บาดเจ็บ: นายอุรุพงษ์ อายุ 43 ปี มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย
  • สถานที่เกิดเหตุ: โครงการก่อสร้างริมถนน 331 ต.บ่อวิน จ.ชลบุรี

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งรัดตรวจสอบความปลอดภัยในจุดก่อสร้าง และรวบรวมหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากความประมาทหรือข้อผิดพลาดทางเทคนิค เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ข้อคิดจากเหตุการณ์นี้: ความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานดินและฐานราก การมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมและการตรวจสอบสภาพหน้างานอย่างละเอียดก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง คือสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพื่อปกป้องชีวิตของแรงงานทุกคนให้ปลอดภัยในทุกขั้นตอน

ที่มา – ดินสไลด์ทับคนงานชาวเมียนมา ดับ 1 ศพ ขณะก่อสร้างเสาตอม่อ คนไทยเจ็บ 1 ราย

ซูกัส สาวใจเด็ดฟาดฝีปากแก๊งวัยรุ่นอิตาลี เข้าแจ้งความ สน.สำเหร่

ซูกัส สาวใจเด็ดฟาดฝีปากแก๊งวัยรุ่นอิตาลี เข้าแจ้งความ สน.สำเหร่

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อ ซูกัส สาวใจเด็ดฟาดฝีปากแก๊งวัยรุ่นอิตาลี บนรถไฟฟ้าบีทีเอส หลังจากที่เธอพยายามตักเตือนกลุ่มนักเรียนต่างชาติที่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น แต่กลับถูกโต้ตอบด้วยถ้อยคำหยาบคายและกิริยาที่ไม่เหมาะสม ล่าสุดเธอได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มนักเรียนชาวอิตาเลียนจำนวนมากเดินทางขึ้นรถไฟฟ้าและสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ซูกัสในฐานะผู้โดยสารจึงใช้ความกล้าหาญในการเอ่ยปากตักเตือนด้วยความสุภาพ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการดูถูกและคุกคามทางเพศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องการเคารพสิทธิส่วนบุคคลในพื้นที่สาธารณะ

สรุปเหตุการณ์ ซูกัส สาวใจเด็ดฟาดฝีปากแก๊งวัยรุ่นอิตาลี

หลังจากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าอันตรายบนขบวนรถไฟฟ้าเพียงลำพัง ซูกัสได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน.สำเหร่ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • เธอให้ข้อมูลว่ากลุ่มวัยรุ่นอิตาลีได้แสดงพฤติกรรมบูลลี่คนเอเชียและคุกคามเธออย่างชัดเจน
  • แม้จะมีอาจารย์ร่วมทางมาด้วย แต่กลับไม่ได้รับคำขอโทษหรือการห้ามปรามจากผู้นำกลุ่ม
  • เธอต้องการให้กรณีของ ซูกัส สาวใจเด็ดฟาดฝีปากแก๊งวัยรุ่นอิตาลี เป็นบทเรียนว่านักท่องเที่ยวควรเคารพกฎกติกาและมารยาทของประเทศที่ไปเยือน

การจัดการกับปัญหาบนพื้นที่สาธารณะ

กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้แก่สังคมไทยในการปรับปรุงมาตรการจัดการกับผู้ที่ทำผิดกฎระเบียบในรถสาธารณะ อย่างไรก็ตาม ซูกัสได้ฝากข้อคิดที่น่าสนใจว่า แม้โซเชียลมีเดียจะช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมได้ แต่การใช้อารมณ์หรือการล่าแม่มดจนเกินขอบเขตอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศได้เช่นกัน

มุมมองของเราคือ การที่เธอออกมาปกป้องสิทธิ์ของตนเองอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะเป็นการแสดงออกถึงพลเมืองดีที่ไม่นิ่งเฉยต่อความไม่ถูกต้อง หวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยเข้าใจถึงระเบียบสังคมมากขึ้น และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยบนรถไฟฟ้าให้เข้มงวดกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกกับผู้โดยสารคนใดในอนาคต

ที่มา – “ซูกัส” สาวใจเด็ดฟาดฝีปากแก๊งวัยรุ่นอิตาลี เข้าแจ้งความเอาผิดที่ สน.สำเหร่

พบ “ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส” ครั้งแรกของไทยที่หินสามวาฬ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความสวยงามของ “หินสามวาฬ” จังหวัดบึงกาฬกันมาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่านอกจากวิวหลักล้านที่นั่นแล้ว ผืนป่าแห่งนี้ยังมีความลับสุดมหัศจรรย์ซ่อนอยู่! ล่าสุดมีข่าวดีที่ทำเอาวงการนักวิจัยธรรมชาติวิทยาตื่นเต้นกันถ้วนหน้า เมื่อทีมนักวิจัยกรมป่าไม้ได้ยืนยันการค้นพบ ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส ครั้งแรกของไทยที่หินสามวาฬ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในบ้านเราเลยทีเดียว

เจาะลึกการค้นพบ ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส ครั้งแรกของไทยที่หินสามวาฬ

การสำรวจในโครงการศึกษาความหลากหลายของสัตว์ป่าปี 2568 ณ ป่านันทนาการหินสามวาฬ นำมาซึ่งการค้นพบที่น่าประทับใจ เมื่อทีมวิจัยพบค้างคาวที่มีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนใคร หลังจากที่ได้ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศอย่าง รศ.ดร.รองลาภ สุขมาสรวง และ ดร.พิพัฒน์ สร้อยสุข มาช่วยตรวจสอบลักษณะทางกายภาพและเสียงร้อง จึงได้ข้อสรุปว่าเป็นชนิด Hipposideros rotalis หรือที่เรียกกันว่า Laotian Leaf-nosed Bat ครับ

ลักษณะเด่นของ ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส ครั้งแรกของไทยที่หินสามวาฬ

เจ้าค้างคาวตัวจิ๋วชนิดนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก หากใครมีโอกาสได้เห็นใกล้ๆ (ซึ่งเป็นไปได้ยากในธรรมชาติ) ให้สังเกตจุดเหล่านี้ครับ:

  • รูปร่างขนาดเล็ก: น้ำหนักตัวประมาณ 11 กรัม ท่อนแขนยาวเพียง 45-49 มิลลิเมตร
  • ใบจมูกที่เป็นเอกลักษณ์: นี่คือหัวใจสำคัญของการจำแนกชนิด โดยมีใบจมูกด้านหลังแบ่งเป็น 4 ช่องอย่างชัดเจน
  • สีขน: ขนด้านหลังสีน้ำตาล ส่วนท้องสีอ่อนกว่า โดยเส้นขนมีการไล่สีแบบพิเศษจากโคนสีขาว ตรงกลางสีน้ำตาล และปลายสีอ่อน

ในมุมมองของนักอนุรักษ์ การพบ ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส ครั้งแรกของไทยที่หินสามวาฬ ยืนยันให้เราเห็นถึงความสำคัญของผืนป่าไทยที่มีความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศของประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวอย่างแนบแน่น ป่าหินสามวาฬไม่ได้เป็นแค่แหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นบ้านหลังใหญ่ที่รักษาชีวิตพันธุ์หายากเอาไว้มากมาย

ถึงแม้ตอนนี้เราจะยังมีข้อมูลทางชีววิทยาของค้างคาวชนิดนี้ไม่มากนัก แต่การค้นพบครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติได้มากขึ้น ใครจะไปรู้ว่าท่ามกลางป่าอันเงียบสงบ ยังมีสิ่งมีชีวิตน่าทึ่งรอให้เราเข้าไปศึกษาอยู่เสมอ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนหินสามวาฬ อย่าลืมส่งกำลังใจและช่วยกันดูแลผืนป่าแห่งนี้ให้คงความสมบูรณ์ เพื่อให้เจ้าค้างคาวน้อยของเราเติบโตต่อไปในธรรมชาติอย่างปลอดภัยนะครับ

ที่มา – ทีมนักวิจัยกรมป่าไม้พบ “ค้างคาวฮิปโปไซเดอรอส โรทาลิส” ครั้งแรกของไทยที่หินสามวาฬ

คณะผู้ศรัทธากว่า 100 ชีวิต สักการะองค์เทพเจ้านาจาที่จีน

เชื่อว่าเพื่อนๆ สายมูหลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้านาจา วันนี้เรามีเรื่องราวสุดพิเศษจากทริปที่น่าประทับใจมากเมื่อบริษัท จิ่วหลานเฟิ่ง จำกัด ได้พา คณะผู้ศรัทธากว่า 100 ชีวิต สักการะองค์เทพเจ้านาจา ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จีน อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งถือเป็นทริปปฐมฤกษ์ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความเชื่อและวัฒนธรรมจีนที่ทรงคุณค่าครับ

ประสบการณ์สุดพิเศษ คณะผู้ศรัทธากว่า 100 ชีวิต สักการะองค์เทพเจ้านาจา ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จีน

การเดินทางในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเหล่าผู้ศรัทธาได้มีโอกาสเดินทางไปยังสถานที่สำคัญที่เป็นต้นกำเนิดความเชื่อขององค์เทพเจ้านาจาโดยตรง การได้เข้าร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ประจำปีที่สืบทอดกันมากว่าพันปีนั้นถือเป็นบุญตาและเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่งครับ

เบื้องหลังความสำเร็จของการเดินทาง

คุณพิมพ์ชนก กุลจรัสธนา CEO ของจิ่วหลานเฟิ่ง ได้เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็นโครงการที่พา คณะผู้ศรัทธากว่า 100 ชีวิต สักการะองค์เทพเจ้านาจา ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จีน ได้นั้น เธอใช้เวลาศึกษาข้อมูลเชิงลึกและลงพื้นที่จริงในประเทศจีนกว่า 1 ปีเต็ม เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธานี้จะเปี่ยมไปด้วยความรู้ ประวัติศาสตร์ และเนื้อหาที่ถูกต้องตามหลักวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมที่สุด

ทำไมการเดินทางแบบมีที่มาที่ไปถึงสำคัญ? เพราะการไปกราบไหว้เทพเจ้าไม่ใช่แค่เรื่องของโชคลาภ แต่คือการเข้าใจประวัติศาสตร์และรากเหง้าของความเชื่อนั้นๆ ครับ สิ่งที่จิ่วหลานเฟิ่งมุ่งเน้นคือ:

  • การศึกษาประวัติศาสตร์จากสถานที่จริง
  • ซึมซับวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง
  • การสร้างเครือข่ายผู้ศรัทธาที่มีใจรักในการให้

สำหรับเพื่อนๆ ที่พลาดทริปนี้ไป ไม่ต้องเสียใจนะครับ ทางทีมงานจิ่วหลานเฟิ่งได้ฝากข่าวประชาสัมพันธ์มาว่า ในช่วงเทศกาลกินเจประจำปี 2569 ที่จะถึงนี้ ระหว่างวันที่ 8–18 ตุลาคม ทุกท่านสามารถไปพบปะพูดคุยและร่วมออกโรงทานกับพวกเขาได้ที่ศาลเจ้าหน่าจาไท้จื้อ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ครับ เป็นโอกาสดีที่จะได้ไปร่วมสร้างมหากุศลและสัมผัสบรรยากาศความศักดิ์สิทธิ์ใกล้บ้านเรา การเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับการท่องเที่ยวสายมูในประเทศไทยสู่มาตรฐานสากลครับ

ที่มา – คณะผู้ศรัทธากว่า 100 ชีวิต สักการะองค์เทพเจ้านาจา ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จีน

“แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าของคดีฮั้วเลือก สว. ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าทุกขั้นตอนดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า คดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสังคมในทุกๆ วัน แต่ไม่ว่าจะมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวหรือการแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ กกต. ยังคงยึดมั่นในกระบวนการพิจารณาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ

กระบวนการยุติธรรมที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงกระเพื่อมทางสังคม

การที่ “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน ยังสะท้อนให้เห็นว่า กกต. แยกแยะความแตกต่างระหว่าง “ความเห็น” กับ “พยานหลักฐาน” ได้อย่างชัดเจน โดยนายแสวงระบุว่า:

  • กฎหมายเป็นที่ตั้ง: กกต. ทำงานตามความถูกต้องของกฎหมาย ไม่ใช่ทำตามความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
  • พยานหลักฐานคือหัวใจสำคัญ: การตัดสินใจในคำวินิจฉัยทุกเรื่องมีที่มาที่ไปจากข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ ไม่ใช่ตัดสินด้วยความรู้สึก
  • การเปิดรับฟังเป็นสิทธิเสรีภาพ: การวิพากษ์วิจารณ์หากไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่กระบวนการสำนวนของ กกต. จะเดินหน้าตามขั้นตอนที่วางไว้

สำหรับกรอบเวลาในการพิจารณานั้น กกต. คาดการณ์ว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยเหลือการประชุมพิจารณาอีกเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ส่วนกรณีผู้ถูกกล่าวหาฟ้องร้องผู้ที่นำข้อมูลไปเปิดเผยนั้น ถือเป็นเรื่องการรักษาสิทธิส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสำนวนคดีที่ กกต. กำลังดำเนินการอยู่แต่อย่างใด

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการพิจารณาด้วยความเข้าใจว่ากระบวนการยุติธรรมต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสที่สุดแก่ทุกฝ่าย ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสสังคม แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีนั่นเอง

ที่มา – “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน

Ipswich คว้าตัว ไดเซ็น มาเอดะ จาก Celtic ร่วมทีม

Ipswich คว้าตัว ไดเซ็น มาเอดะ จาก Celtic ร่วมทีม

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อสโมสร Ipswich Town ได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ไดเซ็น มาเอดะ (Daizen Maeda) กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่นจาก Celtic มาร่วมทัพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายาว 3 ปี โดยค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้มีรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านปอนด์

การย้ายทีมของ Ipswich คว้าตัว ไดเซ็น มาเอดะ จาก Celtic ร่วมทีม ในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมทัพที่น่าจับตามองมากที่สุดครั้งหนึ่งของ Gary O’Neil ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่หวังจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมในแดนหน้า หลังจากที่สโมสรเลื่อนชั้นกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ

เหตุผลที่ Ipswich คว้าตัว ไดเซ็น มาเอดะ จาก Celtic ร่วมทีม

ด้วยผลงานที่โดดเด่นตลอด 4 ปีครึ่งในสกอตแลนด์ มาเอดะยิงไปถึง 79 ประตูจากการลงเล่น 212 นัด พร้อมคว้าแชมป์มากมายกับ Celtic ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีก หรือบอลถ้วย ความเร็วและพลังงานของเขากลายเป็นอาวุธสำคัญที่จะช่วยให้ทีมใหม่ของเขาสามารถสู้กับยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสูสี

ศักยภาพของมาเอดะกับการลุยพรีเมียร์ลีก

Gary O’Neil กล่าวชื่นชมในตัวมาเอดะว่า “เขามีความมุ่งมั่นสูงมาก มีร่างกายที่แข็งแกร่ง และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำประตูและสร้างสรรค์เกมได้ในระดับสูง” นอกจากนี้ มาเอดะยังเคยเป็นส่วนสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก 2026 อีกด้วย ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้น่าจะช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นที่รวดเร็วในอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับแฟนบอลม้าขาว Ipswich ก็น่าจะตื่นเต้นไม่น้อยกับการมาถึงของมาเอดะ เนื่องจากเขาเปรียบเสมือนเครื่องจักรสังหารประตูที่มีวินัยการเล่นสูงมาก เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อทำหน้าที่แค่กองหน้าเท่านั้น แต่เขายังพร้อมจะลงไปช่วยเกมรับและวิ่งไล่บอลตลอดทั้งเกมตามแบบฉบับนักเตะญี่ปุ่นที่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

  • เป้าหมายของมาเอดะ: ทำประตูให้ได้มากที่สุดและแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีม
  • ความรู้สึกของมาเอดะ: เติมเต็มความฝันที่อยากเล่นพรีเมียร์ลีกด้วยการเซ็นสัญญากับ Ipswich
  • การเสริมทัพอื่นๆ: นอกจากมาเอดะแล้ว Ipswich ยังได้ตัว Issa Diop และ Chuba Akpom เข้ามาสมทบ

ท้ายที่สุดนี้ เราคงต้องจับตาดูกันว่าการตัดสินใจของ Ipswich คว้าตัว ไดเซ็น มาเอดะ จาก Celtic ร่วมทีม จะส่งผลดีต่อผลงานของสโมสรมากน้อยแค่ไหน แต่ด้วยโปรไฟล์ระดับนี้ บอกได้เลยว่าฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้พรีเมียร์ลีกจะมีสีสันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับแฟนบอลโปรดติดตามฟอร์มของเขากันให้ดี!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะออกเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 มาแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์สภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเฉพาะในหัวข้อ อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เราประมาทไม่ได้เลย

อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า

เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยของเราจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และหนักมากบางแห่งในหลายภูมิภาค ข้อมูลจาก อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมตัวรับมือ

พื้นที่เสี่ยงและข้อควรระวัง

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลยังมีกำลังแรงอีกด้วย โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบนที่มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และหากบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและงดออกจากฝั่งหากจำเป็น

สำหรับพายุไต้ฝุ่น “โนอึล” ที่หลายคนกังวลนั้น ทางอุตุฯ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ซึ่งพายุลูกนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ท่านที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศช่วงนี้ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในพื้นที่นั้นๆ ให้ดีก่อนออกเดินทางเสมอ

สิ่งที่ควรทำในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย:

  • ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้พร้อมใช้งาน
  • งดกิจกรรมทางน้ำและหลีกเลี่ยงการเดินทางในจุดเสี่ยงภัย
  • ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนพี่น้องทุกคนให้ดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยกันด้วยนะครับ อย่าลืมเตรียมร่มหรืออุปกรณ์กันฝนให้พร้อมเสมอ และหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยจากสถานการณ์ฝนตกหนักในครั้งนี้ครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 5 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนถล่ม 26-30 ก.ค.69 ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า