วัน: 26 กรกฎาคม 2026

ลุ้นผลคึกคัก บรรยากาศนับคะแนนเลือกตั้ง “นายก อบจ.ร้อยเอ็ด” หลังปิดหีบ

เชื่อว่าพี่น้องชาวร้อยเอ็ดหลายคนคงกำลังลุ้นกันไม่ติดเก้าอี้เลยใช่ไหมครับ กับสถานการณ์ล่าสุดหลังจากมีการปิดหีบเลือกตั้งไปเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศการนับคะแนนเลือกตั้ง นายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในวันนี้ถือว่าคึกคักเป็นพิเศษ แม้ว่าในช่วงบ่ายจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก แต่พลังของประชาชนก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ทุกคนต่างตั้งตารอคอยว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้นำเพื่อพัฒนาจังหวัดของเราให้ดียิ่งขึ้น

ลุ้นผลคึกคัก บรรยากาศนับคะแนนเลือกตั้ง “นายก อบจ.ร้อยเอ็ด” หลังปิดหีบ

ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงพื้นที่ไปดูความเรียบร้อยด้วยตัวเองที่หน่วยเลือกตั้งต่างๆ โดยภาพรวมถือว่าผ่านไปได้อย่างราบรื่นครับ แม้สภาพอากาศจะไม่เป็นใจในช่วงก่อนปิดหีบ แต่ประชาชนก็ยังคงทยอยมาใช้สิทธิกันจนวินาทีสุดท้าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าชาวร้อยเอ็ดให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งนี้มากแค่ไหน

อัปเดตความเคลื่อนไหวการนับคะแนนนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

จากการรายงานเบื้องต้น คาดการณ์ว่าเราน่าจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการกันในช่วงเวลาประมาณ 20.00-21.00 น. ของค่ำคืนนี้ โดยมีประเด็นน่าสนใจที่อยากให้ติดตามดังนี้ครับ:

  • ทุกหน่วยเลือกตั้งมีการใช้ระบบ Checklist เพื่อความโปร่งใสและแม่นยำ
  • เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนได้ในระยะ 3 เมตร
  • ยังไม่มีรายงานการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของประชาธิปไตยท้องถิ่น
  • กระแสความคึกคักของกองเชียร์ที่เฝ้ารอลุ้นคะแนนในแต่ละพื้นที่

การเลือกตั้ง นายก อบจ.ร้อยเอ็ด ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของอนาคตจังหวัดที่เราทุกคนต้องร่วมกันลุ้นและจับตาดู กกต. ได้เน้นย้ำถึงความสุจริตและเที่ยงธรรมเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงของพี่น้องมีความหมายที่สุด

ท้ายที่สุดนี้ ไม่ว่าผลการนับคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไร ผู้เขียนเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่พวกเราทุกคนออกมาทำหน้าที่ในการใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของจังหวัดร้อยเอ็ดให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ขอให้ทุกคนติดตามผลอย่างใกล้ชิดและเคารพในกติกาการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยกันนะครับ มาร่วมลุ้นผลไปพร้อมๆ กันว่าใครจะเป็นผู้ครองใจพี่น้องชาวร้อยเอ็ดในสมัยนี้!

ที่มา – ลุ้นผลคึกคัก บรรยากาศนับคะแนนเลือกตั้ง “นายก อบจ.ร้อยเอ็ด” หลังปิดหีบ

ภาณุ อุทัยรัตน์ บวชแก้บนหลัง วัดพระมหาธาตุฯ ขึ้นทะเบียน UNESCO

ร่วมยินดีกับความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ภาณุ อุทัยรัตน์ บวชแก้บนหลัง วัดพระมหาธาตุฯ ขึ้นทะเบียน UNESCO

เชื่อว่าคงไม่มีข่าวไหนที่ทำให้ชาวนครศรีธรรมราชและคนไทยทั้งประเทศปลื้มปริ่มใจเท่ากับข่าวการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ให้เป็นมรดกโลก ล่าสุด ภาณุ อุทัยรัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ทำตามความตั้งใจด้วยการเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อแก้บน หลังได้มีส่วนร่วมผลักดันให้วัดคู่บ้านคู่เมืองแห่งนี้ประสบความสำเร็จในระดับสากล

เปิดเส้นทางแห่งความมุ่งมั่น ภาณุ อุทัยรัตน์ บวชแก้บนหลัง วัดพระมหาธาตุฯ ขึ้นทะเบียน UNESCO

ย้อนกลับไปในช่วงที่ท่านยังดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด นครศรีธรรมราช ท่านภาณุถือเป็นแกนนำคนสำคัญที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการผลักดัน วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ให้ก้าวไปสู่เวที UNESCO โดยท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า หากความฝันของพี่น้องชาวใต้ในการนำวัดพระมหาธาตุขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกสำเร็จ ท่านจะอุปสมบทเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อเป็นการขอบคุณแผ่นดินเกิด และเมื่อความฝันนั้นเป็นจริง ท่านก็ไม่รอช้าที่จะทำตามสัจจะที่ให้ไว้

พิธีบวชครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว แต่เป็นสัญลักษณ์ของการทำงานหนัก ความศรัทธา และความภาคภูมิใจร่วมกันของคนทั้งจังหวัด บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงอนุโมทนาบุญจากประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

  • จุดเริ่มต้นจากการผลักดันในระดับจังหวัดสู่ระดับโลก
  • ความมุ่งมั่นของ ภาณุ อุทัยรัตน์ ที่ถือเป็นแรงบันดาลใจ
  • คุณค่าของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ในฐานะมรดกของมวลมนุษยชาติ
  • การสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป

การที่ ภาณุ อุทัยรัตน์ บวชแก้บนหลัง วัดพระมหาธาตุฯ ขึ้นทะเบียน UNESCO ได้สำเร็จนั้น สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความศรัทธาที่สามารถเปลี่ยนแรงอธิษฐานให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ในเชิงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญที่หลอมรวมความรักของชาวนครศรีธรรมราชเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น

ในฐานะพุทธศาสนิกชน เราขอร่วมอนุโมทนาบุญกับกุศลเจตนาของท่านในครั้งนี้ และหวังว่ามรดกโลกแห่งนี้จะได้รับการรักษาและส่งต่อความงดงามให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมไทยตลอดไป แล้วทุกคนล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งสำคัญนี้บ้าง? มาแบ่งปันความประทับใจกันได้เลยครับ

ที่มา – “ภาณุ อุทัยรัตน์” บวชแก้บนหลัง “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” ขึ้นทะเบียน UNESCO สำเร็จ

เจาะลึก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพลที่ทำให้บรรดาทีมงานรัฐบาลยิ้มออกกันไปตามๆ กันครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่น่าสนใจมากในแวดวงการเมืองไทยวันนี้

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง จริงหรือไม่?

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกยินดีหลังจากเห็นผลสำรวจพบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยรู้สึกชื่นชมการทำงานของรัฐบาลมากขึ้นหลังจากได้รับสิทธิ์ โดยตัวเลขที่น่าสนใจคือผู้ที่ได้รับสิทธิส่วนใหญ่ถึง 32.49% ระบุว่านโยบายนี้ช่วยให้พวกเขารู้สึกสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

เสียงสะท้อนจากประชาชนต่อ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69 หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่ง

นอกจากกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์แล้ว สิ่งที่น่าจับตามองไม่แพ้กันคือกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิ์ หรือกลุ่มที่ไม่ได้ลงทะเบียนเลย ซึ่งผลโพลระบุว่าเกินครึ่งของกลุ่มนี้ไม่มีความรู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด เนื่องจากพวกเขามีความเข้าใจเงื่อนไขการคัดกรองเป็นอย่างดี นี่ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความเข้าใจกันระหว่างภาครัฐและประชาชน

  • ผู้ได้รับสิทธิ์จำนวน 23.62% ของกลุ่มตัวอย่าง
  • กลุ่มคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์แม้จะลงทะเบียน มีความเข้าใจในเกณฑ์การคัดกรองสูงถึง 43.26%
  • ความเชื่อมั่นในเสถียรภาพเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายสวัสดิการ

อย่างไรก็ตาม การทำงานของกระทรวงการคลังต่อจากนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ความพึงพอใจ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบสวัสดิการให้มีความแม่นยำและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริงๆ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินสร้างความคุ้มค่าและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผม นโยบายนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขฐานเสียง แต่มันคือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยโอบอุ้มพี่น้องประชาชนในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังต้องการแรงสนับสนุน การที่ประชาชนเข้าใจกติกาการคัดกรองถือเป็นพัฒนาการที่ดีของการเมืองไทย หากรัฐบาลสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ เชื่อว่าผลตอบรับเชิงบวกแบบนี้จะส่งผลดีต่อภาพรวมของประเทศอย่างแน่นอน แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้? มองว่าสวัสดิการรูปแบบนี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน ลองมาแชร์ความคิดเห็นกันได้นะครับ

ที่มา – “เอกนิติ” ปลื้ม ผลโพลชี้ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69” หนุนฐานเสียงรัฐบาลพุ่งหลังได้สิทธิ

นิด้าโพล เผย คนไม่โกรธรัฐบาล ลงทะเบียนบัตรคนจนแต่ไม่ผ่าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องปากท้องและสวัสดิการของพี่น้องประชาชนมาเล่าให้ฟังครับ จากผลการสำรวจล่าสุดของ “นิด้าโพล” เกี่ยวกับเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดูเหมือนว่ากระแสความรู้สึกของประชาชนที่พลาดหวังจากการลงทะเบียนนั้นจะไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายคนคาดคิด โดยหัวข้อหลักในวันนี้คือ นิด้าโพล เผย คนไม่โกรธรัฐบาล ลงทะเบียนบัตรคนจนแต่ไม่ผ่าน ซึ่งเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงมุมมองของประชาชนที่มีต่อการจัดสรรสวัสดิการได้เป็นอย่างดีครับ

นิด้าโพล เผย คนไม่โกรธรัฐบาล ลงทะเบียนบัตรคนจนแต่ไม่ผ่าน

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,850 คนทั่วประเทศ ในวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พบตัวเลขที่น่าสนใจมากครับ เมื่อถามถึงความรู้สึกของผู้ที่ลงทะเบียนแล้วแต่ไม่ได้รับสิทธิ พบว่ากว่าร้อยละ 43.26 ระบุว่าตนเอง “ไม่โกรธเลย” ในขณะที่อีกส่วนที่เหลือมีความรู้สึกโกรธคละเคล้ากันไป แต่ก็นับว่าเป็นสัดส่วนที่น่าแปลกใจครับว่าทำไมคนถึงไม่โกรธรัฐบาล แม้จะพลาดโอกาสได้สิทธิประโยชน์ตรงนี้ไป

มุมมองต่อประเด็นนิด้าโพล เผย คนไม่โกรธรัฐบาล ลงทะเบียนบัตรคนจนแต่ไม่ผ่าน

นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจเจาะลึกลงไปอีกว่า สำหรับผู้ที่ได้สิทธิจะยังคงสนับสนุนรัฐบาลต่อไปหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ค่อนข้างก้ำกึ่งทีเดียวครับ ผู้ที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐส่วนใหญ่ยังมีความลังเลอยู่มากว่าจะสนับสนุนรัฐบาลในอนาคตอย่างไรดี โดยร้อยละ 36.84 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลโดยตรง

  • กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.78 เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนส่วนใหญ่มองว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติ
  • ความรู้สึกต่อการไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้มีผลบวกกับความโกรธแค้นเสมอไป

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้? อาจเป็นเพราะประชาชนเข้าใจในเกณฑ์การคัดเลือก หรืออาจจะมองว่าสวัสดิการเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต การที่ นิด้าโพล เผย คนไม่โกรธรัฐบาล ลงทะเบียนบัตรคนจนแต่ไม่ผ่าน เป็นเครื่องเตือนใจให้รัฐบาลต้องพิจารณาเกณฑ์การคัดเลือกให้ชัดเจนและโปร่งใสมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงครับ

ในมุมมองส่วนตัว ผมคิดว่าผลสำรวจนี้เป็นสัญญาณเตือนว่า แม้คนจะยังไม่โกรธในตอนนี้ แต่ความไม่แน่ใจหรือความคาดหวังที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองที่ชัดเจน อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นระยะยาวได้ รัฐบาลจึงควรเร่งสื่อสารและปรับปรุงฐานข้อมูลให้เข้าถึงกลุ่มคนที่ลำบากจริงๆ เพื่อให้สวัสดิการของรัฐเป็นตาข่ายรองรับสังคมที่เข้มแข็งอย่างแท้จริงครับ แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง?

ที่มา – นิด้าโพล เผย คนไม่โกรธรัฐบาล ลงทะเบียนบัตรคนจนแต่ไม่ผ่าน

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค.

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. นี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในสัปดาห์นี้มีความแปรปรวนค่อนข้างสูงจากปัจจัยทางธรรมชาติหลายประการ

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกคำเตือนผ่านประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. โดยระบุว่าร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น จะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและฝนตกหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำควรหมั่นติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ผลกระทบในทะเลและคำเตือนการเดินเรือ

นอกจากเรื่องฝนฟ้าอากาศบนแผ่นดินแล้ว ทางทะเลเองก็ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลมรสุมเช่นกัน โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูงถึง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และงดการเดินเรือเล็กหากมีการประกาศเตือนเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

หากเราย้อนกลับไปดูรายละเอียดใน ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. จะพบว่าจังหวัดที่อยู่ในโซนเสี่ยงมักจะเป็นพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ดังนั้น การตรวจสอบรายชื่อจังหวัดในแต่ละวันจึงสำคัญมาก หากคุณต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมด้วยอุปกรณ์กันฝนและวางแผนการเดินทางเพื่อเลี่ยงช่วงเวลาที่ฝนตกหนักที่สุด

  • ตรวจสอบกรมอุตุฯ ประจำวันผ่านหน้าเว็บไซต์หลัก
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถหรืออยู่อาศัยในพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน
  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • หากต้องเดินทางไปต่างประเทศหรือมณฑลกวางตุ้ง จีน ควรเช็กพายุโซนร้อนโนอึลก่อนเสมอ

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือความไม่ประมาทครับ อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติและจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ให้พร้อมเผื่อเหตุฉุกเฉิน แม้จะมีการประกาศเตือนออกมา แต่หากเรามีการเตรียมตัวล่วงหน้าก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมากครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นสัปดาห์แห่งฝนไปได้อย่างราบรื่นนะครับ

ที่มา – ประกาศอุตุฯ ฉบับ 7 เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 26-30 ก.ค.

ปิยะรัฐชย์ ลุยตาก ติดตามการบริหารจัดการน้ำ-ดันสหกรณ์ครบวงจร

ปิยะรัฐชย์ ลุยตาก ติดตามการบริหารจัดการน้ำ-ดันสหกรณ์ครบวงจร

เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดตากเพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานพัฒนาภาคการเกษตรอย่างใกล้ชิด ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเน้นย้ำถึงแนวทาง ปิยะรัฐชย์ ลุยตาก ติดตามการบริหารจัดการน้ำ-ดันสหกรณ์ครบวงจร เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านเกษตรกรรมให้แข็งแกร่ง

การบริหารจัดการน้ำหัวใจสำคัญของภาคเกษตร

จุดเริ่มต้นของการลงพื้นที่คือโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก ซึ่งรมช.เกษตรฯ ได้ติดตามการก่อสร้างระบบส่งน้ำด้วยท่อความยาวกว่า 49.9 กิโลเมตร โครงการนี้ถือเป็นหัวใจหลักในการแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมขัง โดยจะสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมได้ถึง 32,000 ไร่ ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้ใช้น้ำโดยตรงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในนโยบาย ปิยะรัฐชย์ ลุยตาก ติดตามการบริหารจัดการน้ำ-ดันสหกรณ์ครบวงจร ที่ต้องการให้เกษตรกรมีน้ำต้นทุนที่มั่นคงและยั่งยืน

นอกเหนือจากเรื่องน้ำ การส่งเสริมระบบสหกรณ์ก็เป็นอีกหนึ่งวาระเร่งด่วน โดยรมช.เกษตรฯ ได้เดินทางไปยังสหกรณ์การเกษตรบ้านตาก จำกัด เพื่อผลักดันให้สหกรณ์พัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร (ASP) และศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC Plus) ซึ่งมีความสำคัญต่อเกษตรกรในพื้นที่ดังนี้:

  • ลดต้นทุนการผลิต: ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตในราคาที่เป็นธรรม
  • เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด: เชื่อมโยงผลผลิตสู่ตลาดที่มีมาตรฐานและสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • สนับสนุนสินค้า GI: ส่งเสริมการแปรรูปและยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นจังหวัดตาก
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ: ผ่านการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์

ในท้ายที่สุด การที่ ปิยะรัฐชย์ ลุยตาก ติดตามการบริหารจัดการน้ำ-ดันสหกรณ์ครบวงจร ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการติดตามงานตามนโยบายเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในอำเภอแม่สอด เพื่อนำแนวคิดวิสาหกิจชุมชนมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีเกษตรกรในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น การพัฒนาที่เริ่มจากความเข้าใจในพื้นที่จริงเช่นนี้ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่แท้จริงของเกษตรกรไทย

ที่มา – “ปิยะรัฐชย์” ลุยตาก ติดตามการบริหารจัดการน้ำ-ดันสหกรณ์สู่ศูนย์บริการครบวงจร

ยิ่งลักษณ์ทำไดมอนด์เพนติ้งของขวัญวันเกิด 77 ปี ทักษิณ

ยิ่งลักษณ์ทำไดมอนด์เพนติ้งของขวัญวันเกิด 77 ปี ทักษิณ

กลายเป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจสุดๆ ในวันเกิดของคุณทักษิณ ชินวัตร เมื่อคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยเบื้องหลังความตั้งใจในการทำ ยิ่งลักษณ์ทำไดมอนด์เพนติ้งของขวัญวันเกิด 77 ปี ทักษิณ ด้วยความรักที่พี่มีต่อน้องอย่างเหนียวแน่น โดยงานศิลปะชิ้นพิเศษนี้ใช้เวลาถึง 9 วันเต็มในการค่อยๆ บรรจงวางเม็ดเพชรพลาสติกทีละเม็ดจนออกมาเป็นภาพที่สวยงามและทรงคุณค่า

ความตั้งใจที่มากกว่ามูลค่าของรางวัล

คุณยิ่งลักษณ์ได้เปิดเผยความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดียว่า พี่ชายมีทุกอย่างแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับวันนี้จึงไม่ใช่ของขวัญราคาแพง แต่เป็นเวลาและความพยายามที่เธอตั้งใจมอบให้ การทำ ยิ่งลักษณ์ทำไดมอนด์เพนติ้งของขวัญวันเกิด 77 ปี ทักษิณ จึงเป็นตัวแทนของความรักและความปรารถนาดีที่เธอมีให้กับพี่ชายในวาระครบรอบอายุ 77 ปี

บรรยากาศในวันเกิดของคุณทักษิณปีนี้ แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน แต่แฟนคลับและกลุ่มคนสนิทก็ยังรวมตัวกันอย่างอบอุ่น นำโดยคุณวรชัย เหมะ และคุณสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงที่ร้านอาหารย่านรามอินทรา เพื่อร่วมกันเป่าเค้กและส่งคำอวยพรให้คุณทักษิณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

หากเรามองในมุมความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้ การที่คุณ ยิ่งลักษณ์ทำไดมอนด์เพนติ้งของขวัญวันเกิด 77 ปี ทักษิณ เป็นเรื่องที่น่าประทับใจ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าในวันที่ชีวิตผ่านอะไรมามากมาย ของขวัญที่ประเมินค่าไม่ได้ที่สุดคือความใส่ใจระหว่างคนในครอบครัวนั่นเอง

  • ความทุ่มเท: ใช้เวลา 9 วันในการทำอย่างประณีต
  • แรงบันดาลใจ: ความรักและความผูกพันของพี่น้อง
  • บรรยากาศ: กลุ่มผู้สนับสนุนร่วมอวยพรด้วยความรัก

สำหรับใครที่มองหาไอเดียในการทำของขวัญให้คนสำคัญในโอกาสพิเศษ การใช้เวลาทำด้วยฝีมือตัวเองแบบนี้ ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมและสร้างความประทับใจได้ไม่รู้ลืมจริงๆ ครับ ว่าแต่คุณล่ะครับ เคยทำของขวัญแฮนด์เมดให้คนพิเศษกันบ้างหรือเปล่า?

ที่มา – “ยิ่งลักษณ์”โพสต์คลิปใช้เวลา 9 วันทำ “ไดมอนด์เพนติ้ง” เป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิด 77 ปีให้ “ทักษิณ”

ไทยเบฟ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ และน่าประทับใจมาฝากกันครับ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางคณะผู้บริหารของ ไทยเบฟ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 อย่างสมพระเกียรติ โดยนำทีมโดยคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ไทยเบฟ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กิจกรรมในครั้งนี้มีความพิเศษและมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการรวมพลังศรัทธาของประชาชนชาวไทย เพื่อจารึกประวัติศาสตร์ในรอบกว่า 240 ปีของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยไฮไลท์สำคัญคือพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือ ภายใต้โครงการ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจจากผู้คนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

บรรยากาศแห่งความศรัทธาและมงคลในงานของ ไทยเบฟ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายที่ทางผู้จัดงานตั้งใจมอบให้กับประชาชน ดังนี้ครับ:

  • ร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 225 รูป ตลอดเส้นทางคลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์
  • รับแจกน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ จากสมเด็จพระสังฆราช และพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง รวม 40 วัด จำนวนกว่า 10,000 ขวด เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • เข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย
  • ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเขตพระนคร

นับเป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นความร่วมมือร่วมใจของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมชมหรืออยากสัมผัสบรรยากาศอันร่มเย็นนี้ สามารถไปร่วมงานได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ และพื้นที่โดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์นะครับ

ในมุมมองของผม การที่องค์กรใหญ่ๆ อย่างไทยเบฟให้ความสำคัญกับกิจกรรมเทิดพระเกียรติเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นแบบอย่างที่ดีในการสืบสานวัฒนธรรมและวิถีไทยให้คงอยู่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีกด้วยครับ โอกาสสำคัญแบบนี้ไม่อยากให้ทุกคนพลาดจริงๆ ครับ มาช่วยกันสืบสานวิถีรัตนโกสินทร์ให้งดงามคู่แผ่นดินไทยสืบไป

ที่มา – “ไทยเบฟ” ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อนุทิน ร่วมงานศพ สส.หรั่ง ที่อุดรฯ หลังเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว

อนุทิน ร่วมงานศพ สส.หรั่ง ที่อุดรฯ หลังเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว

วันนี้ขอพาทุกคนมาอัปเดตบรรยากาศความโศกเศร้าและความอาลัยต่อการจากไปของบุคคลสำคัญทางการเมือง หลังจากที่ได้รับรายงานว่า อนุทิน ร่วมงานศพ สส.หรั่ง ที่อุดรฯ หลังเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความใจหายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 3 จังหวัดอุดรธานีเป็นอย่างมาก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายหรั่ง ธุระพล หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันอย่างคุ้นเคยว่า “สส.หรั่ง” ณ วัดป่าพระธรรมวิสุทธิมงคล ตำบลเชียงหวาง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี โดยนายอนุทินได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อร่วมส่ง สส.หรั่ง เป็นครั้งสุดท้าย

รายละเอียดการจากไปของ สส.หรั่ง

สำหรับการจากไปในครั้งนี้ ถือเป็นการสูญเสียบุคลากรทางการเมืองที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน สำหรับเหตุการณ์ อนุทิน ร่วมงานศพ สส.หรั่ง ที่อุดรฯ หลังเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว นั้น เกิดขึ้นหลังจากที่นายหรั่ง ธุระพล ในวัย 69 ปี ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพอุดรธานี และเสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัวเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ภายในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ได้มีบรรดาผู้แทนพรรค พี่น้องประชาชน และข้าราชการในพื้นที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่น เพื่อส่งท่าน สส. เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักและเคารพที่ชาวอุดรฯ มีให้กับท่านตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่รับใช้ประชาชน

  • ประวัติโดยย่อ: นายหรั่ง ธุระพล สส.เขต 3 จังหวัดอุดรธานี สังกัดพรรคภูมิใจไทย
  • วาระสุดท้าย: เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวในวัย 69 ปี
  • บรรยากาศงาน: นายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางร่วมงานในฐานะหัวหน้าพรรค

การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปอย่างสมเกียรติ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับ สส.หรั่ง ที่ได้อุทิศตนทำงานการเมืองมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาพื้นที่หรือการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน การที่ อนุทิน ร่วมงานศพ สส.หรั่ง ที่อุดรฯ หลังเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้เกียรติผู้ล่วงลับ แต่ยังเป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวธุระพลอีกด้วย

ในมุมมองของผู้สื่อข่าว การจากไปของ สส.หรั่ง ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นความไม่แน่นอนของชีวิต และเป็นบทพิสูจน์ถึงความดีที่ท่านได้สร้างไว้ให้เป็นที่จดจำแก่พี่น้องประชาชนชาวอุดรธานีตลอดไป หวังว่าครอบครัวจะได้รับกำลังใจอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ที่มา – “อนุทิน” ร่วมงานศพ “สส.หรั่ง” ที่อุดรฯ หลังเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว