วัน: 26 กรกฎาคม 2026

“กุสุมาลวตี” ตอกกลับฝ่ายตรงข้ามหลังโดนฟ้องปิดปากแต่ชนะรวด 4 คดี

“กุสุมาลวตี” ตอกกลับฝ่ายตรงข้ามหลังโดนฟ้องปิดปากแต่ชนะรวด 4 คดี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย หลังจากที่นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดมหาสารคาม ได้ออกมาเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลของขบวนการเลือกตั้ง สว. ที่เธอระบุว่ามีการเซ็ตระบบไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ แม้จะถูกกดดันด้วยการฟ้องร้องคดีความเพื่อหวังปิดปาก แต่ดูเหมือนกลยุทธ์นี้จะใช้ไม่ได้ผล เพราะล่าสุด “กุสุมาลวตี” ตอกกลับฝ่ายตรงข้ามหลังโดนฟ้องปิดปากแต่ชนะรวด 4 คดี ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเปิดโปงความจริงให้สังคมได้รับรู้

เปิดเบื้องหลังขบวนการฮั้วและการสู้คดีของ “กุสุมาลวตี” ตอกกลับฝ่ายตรงข้ามหลังโดนฟ้องปิดปากแต่ชนะรวด 4 คดี

นางกุสุมาลวตีได้เปิดหลักฐานสำคัญเป็นภาพถ่ายคู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยเธอย้ำว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามถึงกระบวนการเลือก สว. ที่เต็มไปด้วยความพิสดาร ข้ามกลุ่มอาชีพอย่างไม่น่าเชื่อ เธอเล่าว่าตนเองตั้งใจลงสมัครเพื่อรับใช้ประชาชน แต่กลับพบว่าตำแหน่งต่างๆ ถูกจัดสรรไว้แล้วตั้งแต่อยู่ในระดับอำเภอ

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวนี้มีดังนี้:

  • พบการสวมสิทธิ์ข้ามกลุ่มอาชีพ เช่น คนขายข้าวแกงไปสมัครในกลุ่มวิทยาศาสตร์
  • มีการล็อกตัวผู้สมัครไว้ตั้งแต่วันแรกเพื่อตัดโอกาสคนนอก
  • ถูกฟ้องร้องถึง 4 คดีหวังใช้ภาระค่าใช้จ่ายบีบให้ยอมถอย
  • การันตีความมั่นใจด้วยประโยคเด็ดว่า “เก่งมากนัก ก็แพ้ สส.แมว 4 คดีรวดค่ะ”

ด้วยความตั้งใจจริงที่จะพิสูจน์ความจริง ทำให้นางกุสุมาลวตีไม่หวั่นไหวต่อการฟ้องร้องปิดปากหรือ SLAPP และเธอยังพร้อมจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคประชาชนอย่าง iLaw เพื่อเดินหน้าหาความยุติธรรมต่อไป การขยับตัวในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใส ซึ่งประชาชนทุกคนควรเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของเรา นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเองและตรวจสอบอำนาจรัฐ แม้หนทางจะยาวไกล แต่ความพยายามของเธอจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้มีความยุติธรรมมากขึ้นในอนาคต

ที่มา – “กุสุมาลวตี” ตอกกลับฝ่ายตรงข้ามหลังโดนฟ้องปิดปากแต่ชนะรวด 4 คดี

ปภ. แจ้งเตือน 61 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 26-30 ก.ค.

ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องระวังตัวกันให้ดีเลยครับ เพราะล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศด่วนเกี่ยวกับสถานการณ์สภาพอากาศ โดย ปภ. แจ้งเตือน 61 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 26-30 ก.ค. เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้เตรียมตัวรับมือกับฝนที่ตกหนักถึงหนักมากตลอดช่วงสัปดาห์นี้

ปภ. แจ้งเตือน 61 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 26-30 ก.ค.

ด้วยอิทธิพลของร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังแรงขึ้น ทำให้อากาศแปรปรวนและมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องออกมาตรการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมหรือดินโคลนถล่มบ่อยครั้ง

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายในการติดตามของ ปภ. แจ้งเตือน 61 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 26-30 ก.ค. นั้น ครอบคลุมหลายภาคส่วนทั่วประเทศ ดังนี้:

  • ภาคเหนือ: อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ และแม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำ เช่น เลย หนองคาย สกลนคร และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: รวมถึงจังหวัดกาญจนบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และจังหวัดปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ
  • ภาคใต้: ครอบคลุมจังหวัดชายฝั่งอันดามัน เช่น ระนอง พังงา และภูเก็ต ซึ่งต้องระวังเรื่องคลื่นลมแรงด้วย

นอกจากการเตรียมรับมือน้ำท่วมแล้ว ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต ควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในช่วงนี้ เพราะมีประกาศแจ้งเตือนคลื่นลมแรงที่มีกำลังสูงในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเที่ยวชมน้ำตกหรือถ้ำ ควรเช็กความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่เสมอ

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยไว้ประจำจุดเสี่ยงพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ หากเห็นว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงให้รีบย้ายไปอยู่ในที่สูงหรือตามจุดที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ทันที เพราะความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนต้องมาเป็นอันดับหนึ่งครับ

ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและระมัดระวังในการเดินทางในช่วงที่ฝนตกหนักแบบนี้ด้วยนะครับ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 หรือผ่านแอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT ได้ตลอดเวลาครับ

ที่มา – ปภ. แจ้งเตือน 61 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 26-30 ก.ค.

มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ พันธบัตรออมพลัส ดอกเบี้ยสูง 2.80%

เชื่อไหมครับว่าการเริ่มต้นลงทุนในวันนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป ล่าสุดรัฐบาลได้จัดแคมเปญเด็ดที่น่าสนใจมาก นั่นคือการเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้จับจอง มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80% เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการออมเงินที่มั่นคงและปลอดภัยที่สุด ใครที่มีเงินออมหลักร้อยก็สามารถทำกำไรจากดอกเบี้ยได้แล้วครับ

มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80%

การลงทุนครั้งนี้ถือว่าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินเป็นพิเศษ เพราะ มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80% นั้น ออกแบบมาให้ใช้ง่ายผ่านช่องทางดิจิทัล โดยแบ่งโอกาสการลงทุนออกเป็น 2 อายุสัญญา คือ แบบ 3 ปี รับดอกเบี้ย 1.80% ต่อปี และแบบ 10 ปี รับดอกเบี้ยสูงถึง 2.80% ต่อปี เรียกได้ว่าเป็นอัตราที่น่าพอใจมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่แทบจะเป็นศูนย์ครับ

ทำไมต้องเลือกลงทุนกับพันธบัตรออมพลัส?

นอกจากความมั่นคงแล้ว พันธบัตรตัวนี้ยังมาพร้อมกับจุดเด่นที่เรียกว่า “พลัส” ความคุ้มค่าในหลากหลายด้านที่มากกว่าการฝากเงินในรูปแบบปกติ ดังนี้ครับ:

  • พลัสทุกเดือน: มีการเปิดขายเป็นประจำ ช่วยให้เราสามารถวางแผนออมเงินได้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน
  • พลัสผลตอบแทน: ดอกเบี้ยในระดับที่จูงใจ เหมาะสำหรับการออมระยะยาว
  • พลัสตลาดรอง: สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดรองได้ เพิ่มสภาพคล่องให้กับเงินลงทุนของเราได้เป็นอย่างดี

สำหรับการซื้อนั้นง่ายมากครับ ใครที่มีแอป “เป๋าตัง” สามารถเข้าเมนูวอลเล็ต สบม. ลงทุนได้ทันทีด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 100 บาทเท่านั้น ส่วนใครที่ถนัดผ่านแอป Streaming ก็สามารถเริ่มลงทุนได้ขั้นต่ำ 1,000 บาทผ่านธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมรายการครับ

หากเปรียบเทียบในมุมมองของนักวางแผนการเงิน การที่ มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80% ถือเป็นโอกาสทองของการสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีครับ แม้ผลตอบแทนอาจจะไม่ได้หวือหวาเหมือนหุ้น แต่ความปลอดภัยและความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ผมแนะนำเลยว่าถ้าคุณมีเงินเย็นที่ไม่ได้ใช้ การแบ่งมาลงทุนในพันธบัตรออมพลัสคือการวางรากฐานชีวิตการเงินที่ฉลาดที่สุดในยุคนี้ครับ

ที่มา – มี 100 บาทก็เริ่มได้ รัฐบาลชวนซื้อ “พันธบัตรออมพลัส” ดอกเบี้ยสูง 2.80%

สนามสอบท้องถิ่นภาคใต้คึกคัก เจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับบรรยากาศการสอบคัดเลือกพนักงานส่วนท้องถิ่นกันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์สอบหลักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก งานนี้บอกเลยว่ากระแส สนามสอบท้องถิ่นภาคใต้คึกคัก เจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เพราะถือเป็นการจัดสอบระดับประเทศที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเป็นพิเศษในยุคนี้

สนามสอบท้องถิ่นภาคใต้คึกคัก เจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม

เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2569 ที่ทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดสอบสายงานบริหารพร้อมกัน 5 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับภาคใต้แล้ว สนามสอบที่นครศรีธรรมราชถือเป็นจุดรวมพลของคนสอบจากทั่วภูมิภาค ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูมีพลังและจริงจังเป็นอย่างมาก หลายคนที่มาสอบต่างเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และแม้จะกังวลเรื่องกฎระเบียบ แต่ก็มั่นใจได้ถึงความโปร่งใสที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ

มาตรการคุมเข้มที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม

สำหรับประเด็นที่ว่าเหตุใด สนามสอบท้องถิ่นภาคใต้คึกคัก เจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม นั้น เป็นเพราะทางผู้คุมสอบมีระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัดมาก เพื่อป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญดังนี้:

  • ไม่อนุญาตให้ญาติหรือบุคคลภายนอกเข้าภายในบริเวณสนามสอบโดยเด็ดขาด
  • ห้ามนำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต เข้าไปในห้องสอบ
  • ห้ามนำเครื่องดื่มหรือน้ำดื่มเข้าห้องสอบ
  • อนุญาตให้นำเข้าได้เพียง อุปกรณ์เขียน (ดินสอ, ปากกา, ยางลบ, กบเหลา) และบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น

ความเข้มงวดนี้ส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น ผู้เข้าสอบทุกคนต่างสวมชุดข้าราชการที่ดูภูมิฐานและเตรียมตัวเข้าประจำที่สอบตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อให้ทันเวลาตามกำหนดการในเวลา 08.15 น. การคุมเข้มนี้ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกว่าลำบาก แต่กลับสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้สมัครสอบว่า นี่คือสนามสอบที่มีมาตรฐานและปราศจากการทุจริตอย่างแท้จริง

จากการสอบถามผู้เข้าสอบรายหนึ่ง ท่านได้ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า การสอบในครั้งนี้มีความโปร่งใสสูงมาก ซึ่งแตกต่างจากการสอบในรอบที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด การที่เป็นข้าราชการอยู่แล้วยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจและยอมรับกฎระเบียบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และเชื่อมั่นว่าการดำเนินการของหน่วยงานเกี่ยวข้องจะเป็นไปอย่างยุติธรรมที่สุด

สรุปแล้ว หากใครที่กำลังเตรียมตัวสอบในสายงานราชการหรือท้องถิ่น การปฏิบัติตามกฎและระเบียบอย่างเคร่งครัดคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ว่า สนามสอบท้องถิ่นภาคใต้คึกคัก เจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม แค่ไหน หากเราเตรียมตัวมาดีและโปร่งใส ก็ไม่มีอะไรต้องกลุ้มใจครับ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เข้าสอบทุกท่านประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้!

ที่มา – สนามสอบท้องถิ่นภาคใต้คึกคัก เจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม ห้ามญาติ-คนนอก เข้าบริเวณสนามสอบ

ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 6: ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 6 กันเถอะ

ทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 6

สวัสดีครับแฟนบอลทุกท่าน! วันนี้เรากลับมาพบกับความสนุกสุดท้าทายอีกครั้งกับเกมทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 6 ที่จะมาทดสอบความจำและความรู้เรื่องฟุตบอลของคุณว่าแน่นแค่ไหน กติกานั้นง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณวิเคราะห์เบาะแสที่ให้มาแล้วทายให้ถูกว่าเขาคนนั้นคือใคร ยิ่งทายถูกไวเท่าไหร่ คะแนนของคุณก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้นครับ!

มาสนุกกับการทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 6

หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่ความสนุกของการเล่นเกมนี้คือการได้ลุ้นเบาะแสในแต่ละรอบ การทายให้ถูกภายใน 3 ครั้งแรกถือว่าเป็นคะแนนที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ถ้าคุณต้องใช้ถึง 4 หรือ 5 ครั้ง ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะการทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 6 คือการฝึกสมองประลองปัญญาสำหรับคอบอลตัวจริง เหมือนกับคุณกำลังวิเคราะห์การวางแผนการเล่นของกุนซือในสนามนั่นแหละครับ

ทำไมต้องเล่นเกมทายชื่อนักเตะพรีเมียร์ลีกคนที่ 6

นอกจากจะได้ความสนุกแล้ว เกมนี้ยังช่วยอัปเดตข้อมูลนักเตะที่คุณอาจจะมองข้ามไป ไม่ว่าจะเป็นสถิติการยิงประตู การย้ายทีม หรือประวัติส่วนตัวที่น่าสนใจ การได้ลองเล่นทุกวันทำให้คุณไม่พลาดข่าวสารในวงการลูกหนังอังกฤษเลยแม้แต่นิดเดียว ใครที่มั่นใจว่ารู้จักนักเตะพรีเมียร์ลีกดีพอ ต้องลองมาพิสูจน์ตัวเองกันดูครับ

  • กฎกติกาเข้าใจง่ายเล่นได้ทุกวัย
  • กระตุ้นความจำเกี่ยวกับฟุตบอลในปัจจุบัน
  • เป็นกิจกรรมยามว่างที่ทำให้คนรักบอลสนุกไปด้วยกัน

หากคุณพร้อมแล้ว อย่ารอช้า! รีบเข้าไปร่วมสนุกและท้าทายตัวเองได้เลยนะครับ ยิ่งฝึกบ่อยสมองยิ่งไบรท์ รับรองว่าเกมส์นี้จะกลายเป็นกิจกรรมที่คุณต้องแวะมาเล่นทุกวันแน่นอน และอย่าลืมแวะกลับมาเล่นต่อในวันพรุ่งนี้ด้วยนะครับ เพราะเรามีตัวละครใหม่ๆ มาให้คุณท้าทายอยู่เสมอ

ผมเชื่อว่าแฟนบอลทุกคนมีความสามารถในการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าใครจะแม่นกว่ากันในวันนี้ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการทายชื่อนักเตะคนโปรดนะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 27 กรกฎาคม 2569

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญมาฝากสำหรับใครที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ เมื่อทาง การประปานครหลวง (กปน.) ได้ออกมาประกาศข่าวสารเกี่ยวกับ กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 27 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากมีความจำเป็นต้องหยุดปรับปรุงสถานีสูบจ่ายและมีการซ่อมบำรุงระบบท่อประปาตามจุดต่างๆ เพื่อให้การบริการน้ำประปามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นในระยะยาวครับ

กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 27 กรกฎาคม 2569

การปรับปรุงโครงสร้างและระบบน้ำในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบให้หลายครัวเรือนในพื้นที่ต่างๆ ต้องเจอกับสภาวะน้ำไหลอ่อนหรือน้ำไม่ไหลชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. ดังนั้นหากใครอยู่ในโซนที่ได้รับผลกระทบจากประกาศ กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 27 กรกฎาคม 2569 นี้ แนะนำว่าให้รีบสำรองน้ำไว้ใช้ล่วงหน้าเลยครับ

รายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

  • โซนฝั่งธนบุรี: ครอบคลุมถนนชักพระ, ฉิมพลี, ถนนสมเด็จเจ้าพระยา, ถนนวุฒากาศ, ถนนเจริญนคร, ถนนเจริญรัถ, และถนนอินทรพิทักษ์
  • โซนแจ้งวัฒนะและนนทบุรี: ถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด และถนนสุขาประชาสรรค์ 2
  • โซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก: ซอยรามอินทรา, ซอยเสนานิเวศน์, ซอยอ่อนนุช, และถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง

สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบท่อจ่ายน้ำจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดปัญหาท่อแตกหรือน้ำไหลไม่แรงในอนาคต การเตรียมตัวของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก หากบ้านใครที่มีถังพักน้ำก็อย่าลืมตรวจเช็กให้พร้อมก่อนเวลาดังกล่าวครับ การที่ กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 27 กรกฎาคม 2569 ออกมาล่วงหน้าแบบนี้ ช่วยให้เราบริหารจัดการใช้น้ำได้อย่างไม่ติดขัด

หากท่านใดต้องการตรวจสอบพื้นที่ของตนเองอย่างละเอียด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการประชาชน กปน. โทร 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของ กปน. โดยตรง ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อผ่านช่วงเวลาที่ไม่สะดวกสบายนี้ไปได้ด้วยดีนะครับ

ที่มา – กปน. แจ้งพื้นที่น้ำไม่ไหล – ไหลอ่อน 27 กรกฎาคม 2569 เช็กเลยกระทบที่ไหนบ้าง

อาการบาดเจ็บของโกเมซบดบังชัยชนะนัดแรกของอิราโอลา

อาการบาดเจ็บของโกเมซบดบังชัยชนะนัดแรกของอิราโอลา

ลิเวอร์พูลยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ Andoni Iraola เริ่มต้นด้วยชัยชนะเหนือซันเดอร์แลนด์ 4-2 ในเกมพรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา โดยทีมได้ประตูจาก Kieran Morrison, Dominik Szoboszlai, Federico Chiesa และ Lewis Koumas อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บของโกเมซบดบังชัยชนะนัดแรกของอิราโอลา ไปอย่างน่าเสียดาย หลังจาก Joe Gomez กองหลังและกัปตันทีมได้รับบาดเจ็บและต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 8

วิเคราะห์สถานการณ์: อาการบาดเจ็บของโกเมซบดบังชัยชนะนัดแรกของอิราโอลา

อิราโอลาแสดงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดหลังจบเกม โดยกล่าวว่านี่คือข่าวร้ายที่สุดของทีมในช่วงเริ่มทัวร์นาเมนต์ แม้จะทำผลงานได้ดีในการฝึกซ้อม แต่การสูญเสียกำลังหลักอย่าง Gomez ไปตั้งแต่นาทีแรกๆ ทำให้กุนซือรายนี้ต้องปวดหัวกับปัญหาแนวรับที่ค่อนข้างบางเบา ซึ่ง Richard Hughes ผู้อำนวยการกีฬาของลิเวอร์พูลก็เห็นชัดเจนแล้วว่าทีมจำเป็นต้องเร่งเสริมทัพในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คเพิ่ม

ดาวรุ่งโชว์ฟอร์มเยี่ยมแม้ทีมรับมีปัญหา

นอกจากข่าวร้าย อาการบาดเจ็บของโกเมซบดบังชัยชนะนัดแรกของอิราโอลา ก็ยังมีมุมบวกให้แฟนๆ ได้ชื่นใจ โดยเฉพาะฟอร์มของ Kieran Morrison ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น รวมถึงการกลับมาของ Harvey Elliott และประตูสุดสวยของ Dominik Szoboszlai ที่แสดงให้เห็นว่าแนวรุกของลิเวอร์พูลยังคงมีพิษสงรอบตัว แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมหลายตำแหน่งก็ตาม

ในเกมนี้เรายังได้เห็นการเปิดตัวของ Mor Talla N’diaye และ Ifeanyi Ndukwe สองกองหลังดาวรุ่งวัย 18 ปีที่ลงมาประคองสถานการณ์ไว้ได้จนถึงนาทีที่ 68 ซึ่งถือว่าทำได้ดีเกินคาด นอกจากนี้ น้องใหม่วัย 16 ปีอย่าง Josh Abe ก็ยังได้รับโอกาสประเดิมสนามและแสดงให้เห็นแววในอนาคต

  • Dominik Szoboszlai: กลับมาพร้อมกับความมั่นใจและพังสกอร์ได้
  • Federico Chiesa: พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นอาวุธสำคัญในแนวรุก
  • การปรับปรุงแนวรับ: งานใหญ่ที่อิราโอลาต้องรีบทำก่อนเปิดฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูล นี่ถือเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจ แม้จะมีเรื่องของอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวนจิตใจ แต่แผนการเล่นของอิราโอลานั้นมีความดุดันและเน้นการเพรสซิ่งที่ชัดเจน และเมื่อได้ตัวหลักอย่าง Virgil van Dijk รวมถึงการเสริมทัพเพิ่มเติมเข้ามา เชื่อว่าลิเวอร์พูลจะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งพอจะลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอน คุณคิดว่าลิเวอร์พูลควรซื้อกองหลังเพิ่มกี่คนในซัมเมอร์นี้? มาแชร์ความคิดเห็นกันครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เอกภพ ย้ำ ปชน. หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพิ่มสัดส่วนในบอร์ด สปสช.

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองประเด็นเรื่องสวัสดิการสาธารณสุขของไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อ เอกภพ ย้ำ ปชน. หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพิ่มสัดส่วนประชาชน-บุคลากรผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช. เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพของเรามีความยั่งยืนและตอบโจทย์ทุกคนมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการบริการสุขภาพในอนาคต

เหตุผลที่ เอกภพ ย้ำ ปชน. หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพิ่มสัดส่วนประชาชน-บุคลากรผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช.

การขยับตัวของพรรคประชาชนในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อปฏิรูประบบให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยนายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความตั้งใจในการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เพื่อปิดจุดอ่อนเดิมๆ ที่เคยมีมา ทั้งในเรื่องงบประมาณ คุณภาพการบริการ รวมถึงขวัญกำลังใจของผู้ให้บริการหน้างาน

รายละเอียดการปรับโครงสร้างบอร์ด สปสช.

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการปรับโครงสร้างคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดเน้นย้ำเรื่อง เอกภพ ย้ำ ปชน. หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพิ่มสัดส่วนประชาชน-บุคลากรผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช. ดังนี้:

  • เพิ่มเสียงตัวแทนประชาชน: ปรับลดสัดส่วนราชการและเพิ่มที่นั่งให้ประชาชนรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้การตัดสินใจมีความหลากหลายและเห็นหัวอกคนใช้งานจริง
  • ส่งเสริมประชาธิปไตย: สนับสนุนให้ตัวแทนในบอร์ดบางส่วนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง
  • ข้อมูลวิชาการนำทาง: ยึดการตัดสินใจบนฐานข้อมูลคุณภาพ เพื่อเลือกชุดสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า
  • สร้างมาตรฐานกองทุน: ผลักดันให้เกิดชุดสิทธิประโยชน์หลักที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้ง 3 กองทุนสุขภาพของไทย
  • ดูแลบุคลากรอย่างเป็นธรรม: จัดสรรงบประมาณเพิ่มเพื่อเป็นค่าตอบแทนที่เหมาะสม ลดภาวะสมองไหลออกจากระบบ
  • เพิ่มแหล่งรายได้ใหม่: ใช้แนวทางให้ผู้ที่มีความพร้อมเข้าถึงสิทธิประโยชน์เสริมได้ง่ายขึ้น
  • ยกระดับบริการปฐมภูมิ: มุ่งเน้นการรักษาใกล้บ้านและเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนยืนยันว่าจะไม่มีการสนับสนุนร่างกฎหมายที่ทำให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนลดน้อยลง หรือสร้างภาระค่าใช้จ่ายที่เกินตัว โดยทางพรรคจะเดินหน้าตรวจสอบร่างของฝั่งรัฐบาลอย่างเข้มข้นเพื่อผลักดันสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชนทุกคน การปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตคนไทยที่ต้องดีขึ้นในระยะยาว

เราในฐานะประชาชนผู้ใช้สิทธิคงต้องติดตามกันต่อไปว่าความพยายามในการผลักดันกฎหมายนี้จะสำเร็จหรือไม่ แต่การที่มีฝ่ายการเมืองออกมาพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าปัญหาในระบบสาธารณสุขกำลังได้รับความสนใจและถูกหยิบยกมาแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นครับ

ที่มา – “เอกภพ” ย้ำจุดยืน ปชน. หนุนแก้กฎหมายบัตรทอง เพิ่มสัดส่วนประชาชน-บุคลากรผู้ให้บริการในบอร์ด สปสช.

กรณ์ ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย เด็กเกิดน้อย เหลื่อมล้ำทางการศึกษา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นร้อนที่น่าสนใจมาก เมื่อคุณกรณ์ จาติกวณิช ได้ออกมาเผยมุมมองถึงทิศทางของบ้านเราและระดับนานาชาติ ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจที่สุดคือ “กรณ์” ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย เด็กเกิดน้อย เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่กำลังกดดันโครงสร้างประเทศอย่างหนักในปัจจุบัน

“กรณ์” ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย เด็กเกิดน้อย เหลื่อมล้ำทางการศึกษา

การบรรยายในโครงการ DIP16 สะท้อนให้เห็นว่าโลกของเรากำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคพลังงานไปสู่ยุค AI เต็มตัว ซึ่งท้าทายระบบทุนนิยมแบบเดิมอย่างรุนแรง คุณกรณ์ระบุว่า AI กำลังจัดระเบียบโครงสร้างสังคมใหม่แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ โดยกลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มที่ปรับตัวไม่ทัน ซึ่งต้องพึ่งพาการดูแลจากภาครัฐ ท่ามกลางกระแสค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแซงหน้ารายได้ของเหล่าคนรุ่นใหม่

มุมมองต่อโครงสร้างงบประมาณและความเสี่ยงที่ต้องจับตา

เมื่อเราพิจารณาในบริบทของประเทศไทย “กรณ์” ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย เด็กเกิดน้อย เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไว้อย่างชัดเจนว่า งบประมาณแผ่นดินไทยกว่า 69% ถูกกลืนกินไปกับงบบุคลากรภาครัฐ สวัสดิการสังคม และภาระหนี้สิน ทำให้เหลือส่วนงบลงทุนน้อยมาก หากรัฐบาลไม่ยอมรื้อโครงสร้างงบประมาณใหม่ ประเทศอาจเผชิญวิกฤตการเงินในอนาคต

สาเหตุและปัจจัยกดดันที่สำคัญประกอบด้วย:

  • โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วและจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพแรงงานในยุคเทคโนโลยี
  • งบประมาณประจำที่สูงจนแทบไม่เหลือพื้นที่สำหรับการลงทุนพัฒนาศักยภาพใหม่ๆ

ทางออกที่ถูกนำเสนอคือการเร่ง Reskill/Upskill คนในชาติให้ทันต่อเทคโนโลยี และที่สำคัญที่สุดคือการปรับบทบาทของภาครัฐให้มีความโปร่งใส กระจายงบประมาณให้ตรงจุดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม แทนที่จะเน้นเพียงโครงการประชานิยมที่อาจไม่ใช่ยุทธศาสตร์ในระยะยาว

ท้ายที่สุด การจะฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมทั้งในระดับรายบุคคลและระดับนโยบายของรัฐ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกหลานของเราอยู่รอดในเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนครับ

ที่มา – “กรณ์” ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย เด็กเกิดน้อย เหลื่อมล้ำทางการศึกษา