วัน: 26 กรกฎาคม 2026

รวบหนุ่มประดิษฐ์ปืน โพสต์ขายออนไลน์ ถูกแพงขึ้นอยู่กับออปชั่น

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อตำรวจไซเบอร์ได้บุกเข้าทลายแหล่งผลิตอาวุธปืนเถื่อนในจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ว่า รวบหนุ่มประดิษฐ์ปืน โพสต์ขายออนไลน์ ถูกแพงขึ้นอยู่กับออปชั่น โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ถือว่ามีความระมัดระวังตัวสูงมากในการทำธุรกิจผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

เหตุการณ์จับกุม รวบหนุ่มประดิษฐ์ปืน โพสต์ขายออนไลน์ ถูกแพงขึ้นอยู่กับออปชั่น

จากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ทำให้ทราบว่าผู้ต้องหาวัย 39 ปีรายนี้ มีเทคนิคในการขายที่ซับซ้อน โดยมักจะโพสต์ขายอาวุธปืนเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วลบโพสต์ทิ้งเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการที่ตำรวจสามารถ รวบหนุ่มประดิษฐ์ปืน โพสต์ขายออนไลน์ ถูกแพงขึ้นอยู่กับออปชั่น ได้ในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดวงจรการแพร่กระจายของอาวุธปืนเถื่อนได้เป็นอย่างดี

รายละเอียดของกลางและกระบวนการผลิตปืนเถื่อน

จากการตรวจค้นบ้านพักของนายวันชัย เจ้าหน้าที่พบของกลางกว่า 20 รายการ อาทิ:

  • อาวุธปืนยาวลูกกรดไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 นิ้ว 1 กระบอก
  • ลำกล้องปืนเกลียวด้านในกว่า 10 ลำกล้อง
  • กระสุนปืนขนาด .22 นิ้ว จำนวน 50 นัด
  • อุปกรณ์เครื่องมือช่างและชิ้นส่วนประกอบอาวุธปืนอีกจำนวนมาก

ผู้ต้องหาสารภาพว่าตนเองสั่งชิ้นส่วนจากเฟซบุ๊กมาประกอบเอง และเพิ่มมูลค่าตามความต้องการของลูกค้า โดยราคาขายอยู่ที่กระบอกละ 6,000-10,000 บาท ซึ่งความยากง่ายและออปชั่นเสริมเป็นตัวกำหนดราคาสินค้า นอกจากนี้ยังรับจ้างทำลำกล้องปืนรายละ 500 บาทอีกด้วย

ข้อคิดเตือนใจเรื่องการครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยมืดในโลกออนไลน์อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด การซื้อหรือครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายร้ายแรง แต่ยังเป็นการสนับสนุนอาชญากรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวและชุมชน เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่รัฐทราบเมื่อพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในสังคม

ที่มา – รวบหนุ่มประดิษฐ์ปืน โพสต์ขายออนไลน์ ถูกแพงขึ้นอยู่กับออปชั่น

กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 27 ก.ค. 69 ไฟดับบางจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญสำหรับชาวกรุงเทพฯ ที่ต้องใช้ไฟฟ้ากันครับ เพราะล่าสุดทาง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้มีการประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราว เพื่อทำการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น ใครที่พักอาศัยหรือประกอบกิจการอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ต้องรีบวางแผนเตรียมตัวกันด่วนเลยครับ เพราะ กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 27 ก.ค. 69 ไฟดับบางจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามรายละเอียดที่กำหนด

กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 27 ก.ค. 69 ไฟดับบางจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ

การดำเนินการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มั่นคงและปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องจำเป็นมากครับ แม้การที่ กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 27 ก.ค. 69 ไฟดับบางจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ จะทำให้เราไม่สะดวกบ้างในบางช่วงเวลา แต่เพื่อแลกกับการมีไฟฟ้าที่เสถียรและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุไฟฟ้าขัดข้องในอนาคต ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือแน่นอนครับ โดยในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 จะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบดังนี้ครับ

ตรวจสอบรายชื่อพื้นที่ กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 27 ก.ค. 69 ไฟดับบางจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงกับจุดดำเนินการ โปรดตรวจสอบช่วงเวลาให้ดีนะครับ:

  • ถนนเลียบคลองถนน ซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 8-4 (ซอยผู้ใหญ่ม้วน-วาสนุกุล) ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น.
  • ถนนพหลโยธิน ซอยพหลโยธิน 48 แยก 8 บางส่วน (เฉพาะผู้ได้รับประกาศดับไฟฟ้า) ตั้งแต่เวลา 09.00 – 15.00 น.

สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือ การเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนไฟจะดับครับ ควรสำรองแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ แบตสำรอง (Power bank) รวมถึงหากใครทำงานที่บ้าน (Work from Home) อย่าลืมเซฟไฟล์งานบ่อยๆ เพื่อป้องกันการสูญหายเมื่อไฟฟ้าขัดข้อง ส่วนร้านค้าหรือผู้ประกอบการ ควรเตรียมเครื่องปั่นไฟหรือเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมครับ

หากเพื่อนๆ มีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือต้องการติดต่อสอบถามข้อมูลการไฟฟ้าโดยตรง สามารถโทรแจ้งเหตุหรือสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง เบอร์ 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเช็คผ่านแอปพลิเคชัน MEA Smart Life ก็สะดวกและรวดเร็วมากๆ ครับ ขอให้ทุกคนเช็กพื้นที่ของตัวเองให้ดี จะได้ไม่สะดุดกับงานที่วางแผนไว้ในวันดังกล่าวครับ

ที่มา – กฟน. แจ้งพื้นที่ดับไฟ 27 ก.ค. 69 ไฟดับบางจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ

ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2 หลักฐานเด็ด กกต. เดินริบโพย มงคล

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำประเด็นร้อนแรงทางการเมืองได้ สำหรับคดีการเลือก สว. ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2 กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านได้เปิดเวทีแฉข้อมูลเชิงลึกที่ทำเอาหลายคนต้องตาค้างกับหลักฐานใหม่ๆ ที่ถูกนำเสนอออกมา

เจาะลึก ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือคุณไอติม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าผ่านเวทีวิปฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามสำคัญว่าเหตุใดคดีที่สังคมเฝ้ารอคอยมานานกว่า 2 ปี ถึงยังไปไม่ถึงศาลเสียที คุณไอติมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะ กกต. ที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมและกระบวนการตรวจสอบที่ดูไม่โปร่งใสเท่าที่ควร

เปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของ ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2

หลักฐานที่ทางฝ่ายค้านนำเสนอนั้นถือว่าน่าตกใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น:

  • พบโพยการลงคะแนนที่ผิดปกติอย่างชัดเจน
  • พฤติกรรมการจ้างวานโหวตและจ้างลงสมัครในหลายพื้นที่
  • มีเครือข่ายและพรรคการเมืองหนุนหลังอยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้
  • กรณีการเดินทางไปริบโพยของ กกต. ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

คุณไอติมยังได้เชื่อมโยงไปถึงกรณีของนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา โดยชี้ให้เห็นว่า ก่อนที่จะเกิดการเลือก สว. นั้น มีกระบวนการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือการแลกคะแนนทั่วไป แต่เป็นขบวนการที่วางแผนมาอย่างรัดกุมเพื่อชักใยผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่ต้องการ

ในมุมมองของพวกเรา ประชาชนทุกคนควรจับตาดูคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือบทพิสูจน์ความยุติธรรมขององค์กรอิสระในประเทศไทย หากหน่วยงานรัฐยังคงเกียร์ว่างหรือไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้อย่างกระจ่างแจ้ง ความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของเราคงจะถดถอยลงไปเรื่อยๆ เราต้องร่วมกันเป็นกระบอกเสียงและใช้การตรวจสอบภาคประชาชนให้มีประสิทธิภาพที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ที่มา – “ไอติม” ขยี้โกงสว. ภาค 2 มีหลักฐานชวนตาค้าง กกต. เดินริบโพย “มงคล”

เปิดสัญจรแล้ว เส้นทางวางบึม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ ตันหยงมัส

เปิดสัญจรแล้ว เส้นทางวางบึม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ ตันหยงมัส

หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนในพื้นที่และคนไทยทั้งประเทศ เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพรานจนเป็นเหตุให้มีการสูญเสียบุคลากรกล้าถึง 5 นาย บริเวณตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ล่าสุดบรรยากาศในพื้นที่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

การที่เจ้าหน้าที่ประกาศ เปิดสัญจรแล้ว เส้นทางวางบึม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ ตันหยงมัส ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และเร่งดำเนินการตรวจสอบหลักฐานจนมั่นใจในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดหลังเกิดเหตุ

แม้จะมีการเปิดเส้นทาง แต่ภารกิจสำคัญของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 คือการคงความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยมีการตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลต้องสงสัยอย่างละเอียดในจุดสำคัญ เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อนและสร้างความมั่นใจให้แก่คนในชุมชน

สิ่งที่น่าชื่นชมคือความเข้มแข็งของชาวบ้านในพื้นที่ตันหยงมัส แม้จะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในตลาดสดกลับมาคึกคักอีกครั้ง ดังนี้:

  • ชาวบ้านเข้าใจและคุ้นชินกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่มาเป็นอย่างดี
  • บรรยากาศการค้าขายในตลาดเทศบาลตำบลตันหยงมัสกลับมาเป็นปกติ
  • ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับด่านตรวจเป็นอย่างดี เพื่อความสงบสุขของส่วนรวม

ท้ายที่สุด การเปิดสัญจรแล้ว เส้นทางวางบึม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ ตันหยงมัส ไม่ได้เป็นเพียงการคืนเส้นทางให้ประชาชน แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่พร้อมจะเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปด้วยความเข้มแข็งและไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครับ

ที่มา – เปิดสัญจรแล้ว เส้นทางวางบึม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ “ตันหยงมัส” ตั้งด่านตรวจเข้ม

นายกฯ สั่งเร่งช่วยประชาชนลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้พิการ-ผู้ป่วย มอบอำนาจได้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับใครที่กำลังรอคอยความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการดีๆ อย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครับ ล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาจจะติดขัดในขั้นตอนการยืนยันตัวตน

นายกฯ สั่งเร่งช่วยประชาชนลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้พิการ-ผู้ป่วย มอบอำนาจได้

การยืนยันตัวตน (e-KYC) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ผ่านเกณฑ์ทุกคนต้องทำ เพื่อรับสิทธิจากรัฐบาลตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 โดยเราสามารถทำได้ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ หรือเดินทางไปที่ธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ กรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และอิสลามแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึง 12 มกราคม 2570 เลยครับ

วิธีมอบอำนาจสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

สำหรับประเด็นสำคัญที่ท่านนายกฯ เน้นย้ำคือ นายกฯ สั่งเร่งช่วยประชาชนลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้พิการ-ผู้ป่วย มอบอำนาจได้ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครตกหล่น โดยกรณีที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้พิการที่ไม่สะดวกเดินทางมาเอง สามารถให้ญาติหรือผู้รับมอบอำนาจดำเนินการแทนได้ที่ธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่งเท่านั้น โดยขอให้เตรียมเอกสาร ดังนี้:

  • หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์โครงการฯ)
  • บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนาของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

รัฐบาลต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนดูแลประชาชนเหมือนคนในครอบครัว ใครที่กังวลว่าจะทำไม่ถูก หรือกลัวติดขัดเรื่องขั้นตอน ขอให้สบายใจได้เลยครับ เพราะท่านนายกฯ ได้กำชับว่าห้ามปล่อยให้ประชาชนต้องเคว้งคว้าง ทั้งนี้ การที่ นายกฯ สั่งเร่งช่วยประชาชนลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้พิการ-ผู้ป่วย มอบอำนาจได้ ถือเป็นความใส่ใจที่ต้องการให้ทุกคนได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกันครับ

หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่าลืมติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักของกระทรวงการคลัง หรือโทรสอบถามศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์โดยตรงนะครับ หวังว่าทุกคนจะได้รับสิทธิกันครบถ้วน อย่าลืมเช็กเอกสารให้พร้อมก่อนเดินทางไปธนาคารนะครับ

ที่มา – นายกฯ สั่งเร่งช่วยประชาชนลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้พิการ-ผู้ป่วย มอบอำนาจได้

AFS ประเทศไทย หวังเคส นร.อิตาลี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตามกระบวนการ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีประเด็นสังคมที่น่าสนใจมาแบ่งปันกัน จากกรณีที่เป็นข่าวดังเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียนชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้า ซึ่งทาง AFS ประเทศไทย หวังเคส นร.อิตาลี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตามกระบวนการ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อสังคมครับ

AFS ประเทศไทย หวังเคส นร.อิตาลี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตามกระบวนการ

ทางด้าน ผศ.ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ ผู้อำนวยการใหญ่ เอเอฟเอส ประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าเราควรใช้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนในการทบทวนเรื่องการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม แทนที่จะมองว่าเป็นเพียงแค่กระแสข่าวที่ผ่านไป การอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและการปรับตัวอย่างมีสติครับ

ทำไมการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมถึงสำคัญในวิถีโลกยุคใหม่

อย่างที่เราทราบกันดีว่า AFS ประเทศไทย หวังเคส นร.อิตาลี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตามกระบวนการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กระบวนการยุติธรรมและกฎระเบียบของสังคมควรเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความเคารพ นอกจากนี้ เอเอฟเอสยังชี้ให้เห็นว่าการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ:

  • การเปิดใจเคารพความแตกต่างของแต่ละบุคคล
  • การรู้จักกาลเทศะและการใช้ชีวิตในสังคมต่างแดน
  • การสื่อสารอย่างมีสติและเข้าใจบริบทของสังคมนั้นๆ
  • การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

จากประสบการณ์กว่า 65 ปีของเอเอฟเอส ทั้งการรับเยาวชนต่างชาติเข้ามาและส่งเยาวชนไทยไปแลกเปลี่ยน ทำให้เราเห็นชัดเจนว่า การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันคือทักษะที่จำเป็นที่สุดสำหรับคนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDG) ที่เน้นส่งเสริมความเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพครับ

สุดท้ายนี้ ในเมื่อ AFS ประเทศไทย หวังเคส นร.อิตาลี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตามกระบวนการ พวกเราในฐานะคนในสังคมก็ควรให้โอกาสและใช้กรณีนี้เป็นกระจกสะท้อนเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมร่วมกัน การตำหนิเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่การเรียนรู้จากความพลาดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ คือก้าวสำคัญที่แท้จริงของการพัฒนาสังคมให้มีความเป็นมิตรและอบอุ่นสำหรับทุกคนครับ

ที่มา – AFS ประเทศไทย หวังเคส นร.อิตาลี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตามกระบวนการ

รองปลัดมหาดไทย ตรวจสนามสอบท้องถิ่น พร้อมลุยระบบโปร่งใส

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวอัปเดตที่น่าสนใจสำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวสอบหรืออยู่ในสนามสอบข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นมาฝากกันครับ ล่าสุดคุณนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสนามสอบ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อกำกับดูแลความเรียบร้อยของการจัดสอบในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยย้ำชัดกับผู้เข้าสอบทุกคนว่า รองปลัดมหาดไทย ตรวจสนามสอบท้องถิ่น ชี้สอบเสร็จมีถ่ายทอดสดให้ดูคะแนน ร้องวีโต้ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความโปร่งใสครับ

รองปลัดมหาดไทย ตรวจสนามสอบท้องถิ่น ชี้สอบเสร็จมีถ่ายทอดสดให้ดูคะแนน ร้องวีโต้ได้

การสอบในครั้งนี้มีผู้สมัครจำนวนมหาศาลกว่า 37,000 คน ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รองปลัดฯ ได้ย้ำเตือนผู้เข้าสอบทุกคนให้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ อย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านหรือวิ่งเต้นได้ เพราะหากตรวจพบ นอกจากจะเสียเงินเปล่าแล้ว ยังอาจต้องโทษถึงขั้นให้ออกจากราชการ ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ

ระบบการสอบที่โปร่งใส: สิ่งที่ผู้สอบควรรู้

สำหรับประเด็นที่หลายคนกังวลเรื่องความโปร่งใส ทางหน่วยงานได้วางกลไกป้องกันไว้อย่างรัดกุม โดย รองปลัดมหาดไทย ตรวจสนามสอบท้องถิ่น ชี้สอบเสร็จมีถ่ายทอดสดให้ดูคะแนน ร้องวีโต้ได้ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่น่าชื่นชม เพราะภายหลังการสอบเสร็จสิ้น จะมีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบคะแนนได้ด้วยตนเอง ใครที่รู้สึกข้องใจก็สามารถยื่นคำร้องวีโต้ได้ตามขั้นตอน ซึ่งจะช่วยลดความคลางแคลงใจได้เป็นอย่างดี

  • ความโปร่งใสเป็นนโยบายหลักในการจัดสอบครั้งนี้
  • การใช้ความสามารถตนเองคือกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
  • มีหน่วยงานร่วมตรวจสอบหลายภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชน
  • ทุกขั้นตอนจะมีการถ่ายทอดสดเพื่อเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา

ทางทีมงานของม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการสอบ ยืนยันว่าหลังจากเฉลยข้อสอบแล้ว ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบกระดาษคำตอบและคีย์เฉลยได้ทันที หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัย ผู้เข้าสอบสามารถดำเนินการตามสิทธิ์ที่ตนเองมีได้เลย ถือว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดสอบให้เป็นต้นแบบที่โปร่งใสที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยครับ

สุดท้ายนี้ ฝากถึงเพื่อนๆ ทุกคนว่า รองปลัดมหาดไทย ตรวจสนามสอบท้องถิ่น ชี้สอบเสร็จมีถ่ายทอดสดให้ดูคะแนน ร้องวีโต้ได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากระบวนการสอบได้มุ่งเน้นความเป็นธรรมเป็นที่ตั้ง ดังนั้น ขอให้ทุกคนมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง เตรียมตัวให้พร้อมและทำข้อสอบอย่างเต็มที่ แล้วความสำเร็จจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ สู้ๆ นะครับทุกคน!

ที่มา – รองปลัดมหาดไทย ตรวจสนามสอบท้องถิ่น ชี้สอบเสร็จมีถ่ายทอดสดให้ดูคะแนน ร้องวีโต้ได้

เลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คึกคัก คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ ก่อน 4 ทุ่ม

บรรยากาศการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของพี่น้องชาวร้อยเอ็ดในวันนี้เรียกได้ว่าเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คึกคักเป็นอย่างมากครับ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางออกมาใช้สิทธิ์ตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ทั่วจังหวัด โดยทาง กกต. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยและยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้มีความพร้อมเต็ม 100% เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรมที่สุด

สถานการณ์ภาพรวม เลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คึกคัก

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมด้วยตนเอง พร้อมกล่าวว่าจากการรายงานทั้ง 2,539 หน่วยเลือกตั้งทั่วจังหวัดร้อยเอ็ด ทุกแห่งเปิดหีบให้ประชาชนใช้สิทธิ์ได้อย่างราบรื่น ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ โดยสภาพอากาศในวันนี้ค่อนข้างเป็นใจ เย็นสบาย ทำให้ประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิ์ได้สะดวกขึ้น สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คึกคักครั้งนี้ ทาง กกต. ได้ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ไว้ที่ร้อยละ 65 เพื่อสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการเลือกผู้นำที่จะเข้ามาขับเคลื่อนงบประมาณและพัฒนาจังหวัดของเราให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

สรุปประเด็นสำคัญและขั้นตอนการนับคะแนน

สำหรับในส่วนของการนับคะแนนนั้น ทาง กกต. คาดการณ์ว่าจะทราบเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คึกคักและเห็นผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการไม่เกินเวลา 22.00 น. ของคืนนี้ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้รวดเร็วคือ:

  • บัตรเลือกตั้งมีประเภทเดียว ไม่มีความซับซ้อน
  • กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกว่า 80% มีประสบการณ์สูง
  • มีการเตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ที่ครบถ้วน

นอกจากนี้ ทาง กกต. ยังจัดเก้าอี้ไว้ให้ภาคประชาชนเข้ามาร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนในระยะที่ใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการทั้งหมดมีความโปร่งใสที่สุดครับ

ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในช่วงเช้า ได้ย้ำกับพี่น้องประชาชนว่า ขั้นตอนการลงคะแนนนั้นใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีเท่านั้น สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ ต้องรีบหน่อยนะครับ เพราะโอกาสในการร่วมกำหนดทิศทางจังหวัดร้อยเอ็ดอยู่ในมือของคุณแล้ว

หากถามถึงความเห็นส่วนตัว ผมมองว่าการตื่นตัวของชาวร้อยเอ็ดในการเลือกตั้งนายก อบจ. ครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมากของการส่งเสริมประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น การออกมาใช้สิทธิ์ไม่เพียงแค่เป็นการทำตามหน้าที่ แต่เป็นการแสดงพลังว่าเราใส่ใจต่อการพัฒนาบ้านเกิดของเรา มาร่วมลุ้นผลคะแนนไปด้วยกันในคืนนี้นะครับว่า ใครจะได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่นี้

ที่มา – เลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คึกคัก คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ ก่อน 4 ทุ่ม

ทลายรังมังกรเทา บุกโรงแรมหรูเมืองนนท์ เปิดบ่อนครบวงจร

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวสะเทือนวงการอาชญากรรมไทย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ CIB เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ ทลายรังมังกรเทา บุกโรงแรมหรูเมืองนนท์ เปิดบ่อน-ปาร์ตี้ยา-ค้ากามครบวงจร ซึ่งถือเป็นการกวาดล้างกลุ่มทุนจีนสีเทาที่เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่มั่นกระทำผิดกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัว โดยปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านงามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี

ทลายรังมังกรเทา บุกโรงแรมหรูเมืองนนท์ เปิดบ่อน-ปาร์ตี้ยา-ค้ากามครบวงจร

เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่ชาวบ้านในพื้นที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมสุดแปลกของโรงแรมแห่งนี้ เพราะพบเห็นกลุ่มคนจีนเข้าออกตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่ต้อนรับคนไทย โดยอ้างว่าห้องเต็มอยู่เสมอ เมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวนลึกลงไปจึงพบความจริงว่า โรงแรมแห่งนี้ถูกดัดแปลงเป็น “รังลับ” ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ทั้งการคัดกรองคนเข้าผ่านคีย์การ์ดและการใช้วิทยุสื่อสารตรวจตราอย่างเข้มงวด

เบื้องหลัง ทลายรังมังกรเทา บุกโรงแรมหรูเมืองนนท์ เปิดบ่อน-ปาร์ตี้ยา-ค้ากามครบวงจร

พื้นที่ชั้น 7 และ 8 ของโรงแรมกลายเป็นสถานที่จัดปาร์ตี้มั่วสุมเสพยาเสพติด เช่น เคตามีน และแฮปปี้วอเตอร์ นอกจากนี้ยังมีบ่อนพนันบาคาร่าและบริการค้าประเวณีแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้มีการจัดรถตู้คอยรับส่งลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะจากสนามบินตรงดิ่งมาที่แห่งนี้ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็นการท้าทายกฎหมายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อสถานที่แห่งนี้เคยถูกบุกจับไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2566 แต่กลับแอบปรับปรุงและเปิดใหม่ด้วยระบบที่รัดกุมกว่าเดิม

จากการบุกเข้าตรวจสอบของตำรวจกว่า 100 นาย พบของกลางจำนวนมหาศาล ทั้ง:

  • ยาเสพติด เคตามีน และแฮปปี้วอเตอร์
  • ชิปแลกเงินพนันและโต๊ะบาคาร่า
  • เงินสดจำนวนกว่า 110,000 บาท
  • กล้องวงจรปิดที่ใช้ควบคุมการเข้าออก

แม้ว่าผู้ต้องหาชาวจีนจะอ้างว่าเป็นเพียงหัวหน้าคนงาน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าขยายผลการสืบสวน เพื่อสาวไปถึงตัวการใหญ่และผู้สนับสนุนในไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้นอมินีครอบครองทรัพย์สิน เพราะเหตุการณ์ ทลายรังมังกรเทา บุกโรงแรมหรูเมืองนนท์ เปิดบ่อน-ปาร์ตี้ยา-ค้ากามครบวงจร ในครั้งนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าประเทศไทยต้องเข้มงวดกับการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทาให้หมดไป เพื่อรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของสังคมไทยเอาไว้ หากปล่อยให้กลุ่มเหล่านี้สร้างอิทธิพลต่อไปเรื่อยๆ อาจนำมาซึ่งปัญหาสังคมที่ยากจะแก้ไขในอนาคต

ที่มา – ทลายรังมังกรเทา บุกโรงแรมหรูเมืองนนท์ เปิดบ่อน-ปาร์ตี้ยา-ค้ากามครบวงจร