วัน: 26 กรกฎาคม 2026

ชวนประชาชนซื้อสินค้า ไทยช่วยไทย x Local Low Cost 1–15 ส.ค. นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกสำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะรัฐบาลจัดแคมเปญใหญ่ที่น่าสนใจมากกับโครงการ ชวนประชาชนซื้อสินค้า ไทยช่วยไทย x Local Low Cost 1–15 ส.ค. นี้ ที่จะช่วยให้เราได้เลือกซื้อของกินของใช้ในราคาที่สบายกระเป๋าขึ้น โดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือทั้งประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากครับ

ชวนประชาชนซื้อสินค้า ไทยช่วยไทย x Local Low Cost 1–15 ส.ค. นี้

สำหรับโครงการนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกับร้านค้าส่งและค้าปลีกท้องถิ่นกว่า 130 ราย ครอบคลุมถึง 800 สาขาทั่วประเทศ งานนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และสินค้าจากชุมชนได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้ามากขึ้นครับ

ทำไมต้องไปช้อปกับโครงการ ไทยช่วยไทย x Local Low Cost?

ความน่าสนใจของโครงการนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของราคาที่ลดกระหน่ำเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นที่น่าประทับใจหลายอย่าง ดังนี้ครับ:

  • สินค้าลดราคาจัดเต็ม: มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำปลา ซอสปรุงรส และอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีส่วนลดสูงถึง 60% เลยทีเดียว
  • สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น: การที่เราออกไปซื้อสินค้าในโครงการ ชวนประชาชนซื้อสินค้า ไทยช่วยไทย x Local Low Cost 1–15 ส.ค. นี้ คือการช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชนเราโดยตรง
  • กระจายสินค้าทั่วประเทศ: ด้วยร้านค้าที่เข้าร่วมกว่า 800 สาขา ทำให้เราสามารถเข้าถึงสินค้าในราคาพิเศษได้ง่ายๆ ใกล้บ้าน

ทางด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการเป็นกลไกที่เชื่อมโยงผู้ผลิตรายย่อยกับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะนอกจากเราจะได้ของถูกแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

หากใครสนใจ อยากเช็กว่ามีร้านไหนใกล้บ้านบ้าง หรืออยากรู้ว่ามีสินค้าอะไรน่าซื้อบ้าง สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือกระทรวงพาณิชย์ได้เลยครับ แนะนำว่าควรวางแผนการซื้อให้ดีเพราะสินค้าแต่ละรายการหรือแต่ละสาขาอาจมีส่วนลดที่แตกต่างกันไปครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากชวนทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการอุดหนุนสินค้าไทยครับ ถือว่าได้ทั้งของถูกใจและได้ช่วยเพื่อนร่วมชาติให้มีรายได้ไปพร้อมๆ กัน แล้วอย่าลืมแวะไปเลือกซื้อของกันนะครับ ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคมนี้เท่านั้น!

ที่มา – ชวนประชาชนซื้อสินค้า ไทยช่วยไทย x Local Low Cost 1–15 ส.ค. นี้

ดับ 2 ศพ กระบะขนผักอัดท้ายพ่วง ป้ากอดหลานวัยแบเบาะ รอดปาฏิหาริย์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยติดตามข่าวอุบัติเหตุทางถนนกันมาบ้าง แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์ถือเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจและปาฏิหาริย์ไปพร้อมๆ กัน กับเหตุการณ์ ดับ 2 ศพ กระบะขนผักอัดท้ายพ่วง ป้ากอดหลานวัยแบเบาะ รอดปาฏิหาริย์ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันพูดถึงถึงความสูญเสียในครั้งนี้

เหตุสลด ดับ 2 ศพ กระบะขนผักอัดท้ายพ่วง ป้ากอดหลานวัยแบเบาะ รอดปาฏิหาริย์

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 26 กรกฏาคม 2569 บนถนนสายกาฬสินธุ์–สมเด็จ โดยรถกระบะบรรทุกผักสดเต็มคัน มุ่งหน้าจากจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อนำผลผลิตไปส่งที่อำเภอสมเด็จ ทว่าระหว่างทางกลับเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อรถกระบะได้พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงอย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้ห้องโดยสารรถกระบะพังยับเยินทันที

รายละเอียดเหตุการณ์ ดับ 2 ศพ กระบะขนผักอัดท้ายพ่วง ป้ากอดหลานวัยแบเบาะ รอดปาฏิหาริย์

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กู้ภัย พบเศษผักสดกระจายเต็มพื้นถนน สภาพรถกระบะอัดติดกับท้ายรถพ่วงจนเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาตัดถ่างนานกว่า 20 นาที เพื่อนำร่างของผู้เคราะห์ร้ายออกมา สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดังนี้:

  • มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 2 ราย คือ นายสมใจ อายุ 39 ปี (คนขับ) และนางสาวอริญา อายุ 26 ปี
  • นางสาววยุดาวัย 32 ปี ซึ่งนั่งมาในรถ รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด
  • เด็กทารกวัยไม่ถึง 1 ปี ที่อยู่ในอ้อมกอดของนางสาววยุดารอดชีวิตอย่างเหลือเชื่อ
  • เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวผู้รอดชีวิตส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ในมุมของผู้รอดชีวิต นางสาววยุดาเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่เธอกอดหลานวัยแบเบาะเอาไว้แน่น จนทำให้เด็กน้อยปลอดภัยจากแรงกระแทกมหาศาล ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับเจ้าหน้าที่และผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

ในส่วนของคนขับรถบรรทุกพ่วงผู้รอยเหตุการณ์ นายดนัยให้การว่า กำลังเบี่ยงขวาเพื่อเตรียมกลับรถ ไม่ทันคาดคิดว่าจะเกิดเหตุพุ่งชนจากด้านท้าย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

อุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะการขับขี่รถในยามวิกาลที่มักจะเกิดอาการอ่อนเพลียหรือเผลอเรอได้ง่าย ขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ พักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทางไกล เพื่อความปลอดภัยของท่านและคนที่ท่านรัก

ที่มา – ดับ 2 ศพ กระบะขนผักอัดท้ายพ่วง ป้ากอดหลานวัยแบเบาะ รอดปาฏิหาริย์

เช็กเลย “ทางด่วนฟรี” รวม 3 สายทาง ช่วงวันหยุดยาว 28-30 ก.ค. 69

เช็กเลย “ทางด่วนฟรี” รวม 3 สายทาง ช่วงวันหยุดยาว 28-30 ก.ค. 69

ข่าวดีสำหรับคนมีรถ! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงนี้ เพราะการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ประกาศแจ้งสิทธิพิเศษเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในหลายเส้นทางหลัก เพื่อเป็นของขวัญและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในช่วง วันหยุดยาว ปลายเดือนนี้

รายละเอียดเส้นทางและช่วงเวลาใช้ เช็กเลย “ทางด่วนฟรี” รวม 3 สายทาง ช่วงวันหยุดยาว 28-30 ก.ค. 69

สำหรับการประกาศ เช็กเลย “ทางด่วนฟรี” รวม 3 สายทาง ช่วงวันหยุดยาว 28-30 ก.ค. 69 ในครั้งนี้ จะครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ไปจนถึง 30 กรกฎาคม 2569 โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึง 24.00 น. ของทุกวัน ซึ่งทางกทพ. ได้จัดเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเส้นทางที่จะเปิดให้วิ่งฟรี ได้แก่:

  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร: เส้นทางหลักที่เชื่อมต่อดินแดง-บางนา-ดาวคะนอง รวม 21 ด่าน
  • ทางพิเศษศรีรัช: เส้นทางเชื่อมต่อแจ้งวัฒนะ-บางโคล่-ศรีนครินทร์ รวม 32 ด่าน
  • ทางพิเศษอุดรรัถยา: เส้นทางบางปะอิน-ปากเกร็ด รวม 10 ด่าน

นโยบายการเปิดให้ใช้บริการฟรีนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กทพ., BEM และ NECL ตามสัญญาสัมปทาน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนเมื่อต้องเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลวันหยุดราชการ ไม่ว่าจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันอาสาฬหบูชา หรือวันเข้าพรรษา ซึ่งการเปิดด่านให้ผ่านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยังมีส่วนช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดหน้าด่านเก็บเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยครับ

สำหรับใครที่วางแผนจะออกเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางและเผื่อเวลาการเดินทางสักนิด แม้ว่าการทางพิเศษฯ จะอนุญาตให้ใช้ ทางด่วนฟรี ได้ แต่การจราจรในช่วงวันหยุดยาวมักจะมีปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่น การเดินทางท่องเที่ยวด้วยความระมัดระวังและรักษากฎจราจรจะช่วยให้ทริปของคุณปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้นครับ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่เตรียมออกเดินทางในช่วงวันหยุดยาวนี้นะครับ หากใครมีแผนจะไปเที่ยวที่ไหนอย่าลืมเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทางด้วยครับ

ที่มา – เช็กเลย “ทางด่วนฟรี” รวม 3 สายทาง ช่วงวันหยุดยาว 28-30 ก.ค. 69

โศกนาฏกรรม จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ

นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง เมื่อมีรายงานข่าวกรณีจมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งความสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กในช่วงปิดเทอมหรือช่วงที่ผู้ปกครองต้องทำงานนอกบ้าน

โศกนาฏกรรม จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่

เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นที่บ้านโคกเมี๊ยะ ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเด็กชายฝาแฝดวัยเพียง 7 ขวบ ได้พลัดตกสระน้ำกลางทุ่งนาจนเสียชีวิต โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าค้นหาและนำร่างขึ้นมาท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

สรุปเหตุการณ์ จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ

จากการสอบถามผู้เป็นย่า ซึ่งทำหน้าที่ดูแลหลานแฝดแทนพ่อแม่ที่ไปทำงานต่างจังหวัด ได้เล่าด้วยความโศกเศร้าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ออกไปตัดหญ้าให้วัวและกำชับหลานให้ดูแลกันเอง ห้ามเล่นน้ำและห้ามเล่นไฟเด็ดขาด แต่คาดว่าเด็กๆ อาศัยจังหวะนี้แอบไปเล่นน้ำที่สระหลังหมู่บ้านจนเกิดเหตุร้ายขึ้น

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุ จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่ คือลักษณะทางกายภาพของสถานที่:

  • สระน้ำตั้งอยู่กลางทุ่งนาและห่างไกลจากบ้านเรือน
  • ความลึกของสระน้ำมากกว่า 5 เมตร
  • ขอบสระมีความลาดชันสูง ทำให้เด็กเล็กเสียหลักลื่นไถลได้ง่าย
  • ไม่มีรั้วกั้นหรือป้ายเตือนอันตรายรอบบริเวณสระน้ำ

ความสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความเจ็บปวดของคุณย่าที่ดูแลหลาน แต่ยังเป็นความสะเทือนใจของคนเป็นแม่ที่ต้องรีบเดินทางจากจังหวัดชลบุรีเพื่อมาดูร่างลูกเป็นครั้งสุดท้าย พ่อแม่หลายคนมักฝากบุตรหลานไว้กับผู้สูงอายุ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย พ่อแม่ผู้ปกครองควรปฏิบัติดังนี้:

  • หากบ้านอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ควรล้อมรั้วป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงได้โดยลำพัง
  • สอนให้เด็กตระหนักถึงอันตรายของการเล่นน้ำโดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล
  • สังเกตพฤติกรรมเด็กและไม่ปล่อยให้คลาดสายตาหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
  • สอนทักษะการเอาตัวรอดในน้ำเบื้องต้นให้เด็ก เพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนให้สังคมเห็นความสำคัญของการเฝ้าระวังเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด การป้องกันย่อมดีกว่าการเสียใจภายหลัง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่าเรื่องราวนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกครอบครัวมีความระมัดระวังมากขึ้นครับ

ที่มา – จมน้ำดับคู่ ฝาแฝดวัย 7 ขวบ คาดชวนกันไปเล่นน้ำ ตอนย่าไม่อยู่

เจาะลึกคลิปไวรัล พ่อนั่งรถไฟ เดินเท้าตามหาลูก

เจาะลึกคลิปไวรัล พ่อนั่งรถไฟ เดินเท้าตามหาลูก อบอุ่นหัวใจ

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นภาพสุดซึ้งที่กลายเป็นกระแสโด่งดังบนโลกโซเชียล เมื่อมีคลิปไวรัล พ่อนั่งรถไฟ เดินเท้าตามหาลูก พลเมืองดีช่วยพาไปส่ง วินาทีเจอหน้าโผกอดกันร้องไห้ ซึ่งได้รับยอดวิวสูงถึง 12 ล้านครั้ง เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่คลิปเรียกน้ำตา แต่มันคือเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งความรักที่ไม่มีอะไรมากั้นได้ แม้ในยามที่ชีวิตติดลบหรือไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาทเดียว

นายนันทพงศ์ คุณพ่อวัย 35 ปี ได้ตัดสินใจออกเดินทางจากภาคใต้ด้วยเงินเพียงน้อยนิด มุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรีเพื่อตามหาลูกชายที่ห่างกันไปนาน หลังจากที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในครอบครัว หรือเรื่องในอดีตที่เคยผิดพลาด แต่ด้วยแรงใจและความคิดถึง ทำให้เขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้พบหน้าลูกอีกครั้ง

เบื้องหลังความหวังในคลิปไวรัล พ่อนั่งรถไฟ เดินเท้าตามหาลูก

ระหว่างการเดินทางที่ยากลำบาก เขากลายเป็นคนเดินเท้าที่ดูน่าเวทนาในสายตาผู้คน จนกระทั่งได้พบกับคุณช่อผกา พลเมืองดีผู้มีจิตเมตตาที่เข้ามาหยิบยื่นน้ำใจ ซื้ออาหารให้ และอาสาขับรถไปส่งจนถึงวัดใหม่สี่หมื่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่ลูกชายของเขาพักอาศัยอยู่ วินาทีที่เขาทั้งสองเจอกันนั้น ภาพที่ลูกชายวิ่งเข้ามากอดพ่อพร้อมเสียงเรียก “พ่อ” กลายเป็นภาพที่ตราตรึงใจทุกคนที่ได้ชม

นอกจากนี้ เรื่องราวของ คลิปไวรัล พ่อนั่งรถไฟ เดินเท้าตามหาลูก พลเมืองดีช่วยพาไปส่ง วินาทีเจอหน้าโผกอดกันร้องไห้ ยังได้เผยประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตอีกหลายด้าน:

  • ความรักของพ่อ: แม้จะไม่มีความพร้อมด้านทรัพย์สิน แต่ใจที่มุ่งมั่นของคนเป็นพ่อนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใด
  • โอกาสจากสังคม: การได้รับความช่วยเหลือจากพลเมืองดีทำให้เห็นว่าสังคมไทยยังไม่ทิ้งกัน
  • การเริ่มต้นใหม่: ฝ่ายคุณพ่อพร้อมที่จะกลับตัวเป็นคนดี เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกตัวเอง

มุมมองจากพระครูโสภณณ์จันทรังสี

ทางด้านเจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น ซึ่งเป็นผู้ดูแลน้องมาตลอด 7-8 เดือน เปิดเผยว่าทางวัดส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดีจนน้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก และเน้นย้ำว่าทางวัดยินดีสนับสนุนให้พ่อลูกได้พบกันเสมอ แต่ในเรื่องการรับกลับไปดูแลนั้น ต้องใช้เวลาและความพร้อมที่มากกว่าเดิม เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะได้รับสุขภาวะและโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมที่สุด

เรื่องราวนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญให้กับทุกคนในสังคม ว่าทุกชีวิตย่อมมีวันที่พลาดพลั้ง แต่ตราบใดที่ยังมี “ความรัก” เป็นที่ตั้ง เราก็สามารถสร้างปาฏิหาริย์และก้าวผ่านอุปสรรคไปได้เสมอ ขอชื่นชมพลเมืองดีทุกคนที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อนันทพงศ์ได้สร้างเนื้อสร้างตัว เพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคงในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

ที่มา – คลิปไวรัล พ่อนั่งรถไฟ เดินเท้าตามหาลูก พลเมืองดีช่วยพาไปส่ง วินาทีเจอหน้าโผกอดกันร้องไห้

เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา

เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงกันทั่วโซเชียล เมื่อมีกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวอิตาลีได้แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้าบีทีเอสกลางกรุงเทพฯ งานนี้ทำเอาสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีต้องรีบออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนทันที จนกระทั่งทางเครือข่ายประสานงานครูด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอิตาลี (CNDU) ออกมาย้ำว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กวัยรุ่นคึกคะนอง แต่มันคือโอกาสสำคัญที่จะทำให้เราหันกลับมามองระบบการศึกษาอย่างจริงจังครับ

ทำไมการศึกษาถึงต้องให้ความสำคัญกับ วัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย?

ทาง CNDU ได้ชี้ให้เห็นว่า การจะมองว่าพฤติกรรมแปลกๆ บนรถไฟฟ้าเป็นแค่ “เรื่องเด็กๆ” นั้นอาจไม่เพียงพอแล้ว เพราะเมื่อมีการเดินทางข้ามประเทศ สิ่งที่วัยรุ่นแสดงออกไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนของตัวเอง แต่เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของประเทศด้วย การที่ เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา ถือเป็นการผลักดันให้โรงเรียนต้องสอนเรื่องการเคารพผู้อื่นและการตระหนักถึงผลกระทบต่อสังคมให้มากขึ้น หากเด็กๆ ขาดความเข้าใจในเรื่องนี้ ตั้งแต่วันที่ยังเรียนหนังสือ วันหน้าเมื่อไปเยือนประเทศอื่นก็อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยได้อีก

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า:

  • การศึกษาไม่ได้มีแค่ในตำรา แต่คือวิถีแห่งการใช้ชีวิตและการเคารพผู้อื่น
  • พฤติกรรมของนักเรียนแลกเปลี่ยนมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างคาดไม่ถึง
  • การสร้างความรับผิดชอบต้องเริ่มปลูกฝังจากระบบการศึกษาตั้งแต่วันนี้

หลายคนมองว่าการที่ เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา นั้นคือจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะแทนที่จะเพิกเฉยหรือเพียงแค่ตำหนิพฤติกรรมเด็ก แต่การถอดบทเรียนเพื่อปรับหลักสูตรจะช่วยให้คนรุ่นใหม่มีความตระหนักรู้และรู้จักกาลเทศะมากขึ้นเมื่อต้องออกไปอยู่ในสังคมต่างวัฒนธรรม ในฐานะที่เราเป็นผู้รับชมและคนในสังคมเอง ก็ควรใช้โอกาสนี้ในการปรับตัวและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในอนาคตมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นครับ

ที่มา – เครือข่ายครูอิตาลี เรียกร้องใช้เหตุวัยรุ่นทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในไทย เป็นบทเรียนของระบบการศึกษา

จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

เชื่อว่าหลายคนกำลังรอคอยข่าวดีเรื่องสวัสดิการจากภาครัฐอยู่แน่ๆ เลยค่ะ ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าทางคณะรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาในวันจันทร์นี้ เกี่ยวกับการจ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนกลุ่มเดิมจำนวน 13.18 ล้านคน ให้ได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 นี้ค่ะ

จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

ทางด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเน้นย้ำเลยว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เพราะความตั้งใจของรัฐบาลคือต้องการให้เวลาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบสิทธิอย่างรอบคอบที่สุดก่อนที่จะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ทั้งนี้การขยายเวลาดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ผู้ถือบัตรเดิมได้รับความช่วยเหลือต่อเนื่องแล้ว ยังช่วยให้ระบบการคัดกรองข้อมูลมีความแม่นยำมากขึ้นด้วยค่ะ

โอกาสทองของผู้ถือบัตรทุกคนกับมาตรการ จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ บัตรคนจน รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

นอกจากนี้ การลงทะเบียนในรอบใหม่นี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่อาจเคยตกหล่นจากระบบไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานะคะ รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของฐานข้อมูลที่ละเอียดขึ้น ซึ่งทำให้เราเห็นภาพรวมของกลุ่มผู้เปราะบางชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่อายุระหว่าง 18-60 ปี ที่ต้องการการสนับสนุนที่มากกว่าแค่เงินสวัสดิการค่ะ

รัฐบาลวางแผนที่จะนำข้อมูลที่ละเอียดนี้มาใช้ออกแบบนโยบายเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็น:

  • การฝึกทักษะอาชีพเพิ่มเติม (Upskill) ให้ตรงกับความต้องการของตลาดงาน
  • การปรับเปลี่ยนทักษะ (Reskill) เพื่อสร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคง
  • การจัดสรรสวัสดิการให้ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

การปรับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแจกเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราเชื่อว่าหากมาตรการนี้ดำเนินการได้อย่างตรงจุด จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ ส่วนตัวมองว่าการให้เวลาตรวจสอบสิทธิอย่างรอบคอบนั้นเป็นเรื่องดี เพื่อให้เม็ดเงินถึงมือผู้ที่ควรได้รับจริงๆ ค่ะ

ที่มา – จ่อขยายเวลาใช้สิทธิ “บัตรคนจน” รายเดิม ได้ใช้ 1,000 บาท ต่ออีก 2 เดือน

ยูเนสโกขึ้นทะเบียน บึงโอคีเฟโนกี มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ

เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในสหรัฐอเมริกาอย่างแกรนด์แคนยอนกันดีอยู่แล้ว แต่รู้ไหมว่าล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนรักธรรมชาติ เมื่อยูเนสโกขึ้นทะเบียน บึงโอคีเฟโนกี มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกครับ

บึงโอคีเฟโนกี มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ คืออัญมณีของโลก

บึงโอคีเฟโนกี (Okefenokee Swamp) ตั้งอยู่ในรัฐจอร์เจีย ได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการมรดกโลกของ UNESCO ให้เป็นหนึ่งในระบบนิเวศน้ำจืดที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก การที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียน บึงโอคีเฟโนกี มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภูมิใจของชาวอเมริกัน แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของระบบนิเวศที่เปราะบางนี้ด้วยครับ

ทำไม บึงโอคีเฟโนกี มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ ถึงมีความสำคัญ?

พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังมีประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งเราสรุปข้อมูลมาให้แล้ว:

  • คลังสมบัติทางประวัติศาสตร์: ชั้นพรุในบึงสามารถเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโลกได้ย้อนหลังไปถึง 5,000 ปี
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ: เป็นบ้านของสัตว์ป่าหายากมากมาย รวมถึงพืชพรรณที่หาดูได้ยากในพื้นที่อื่น
  • ต้นกำเนิดแม่น้ำ: เป็นแหล่งต้นน้ำสายสำคัญถึง 2 สายที่หล่อเลี้ยงชีวิตในบริเวณใกล้เคียง

แม้ว่าการประกาศนี้จะสร้างความยินดีในวงกว้าง แต่ก็มีมุมมองที่น่าสนใจจากคนในพื้นที่บางส่วนที่กังวลเรื่องการจัดการพื้นที่ แต่ในมุมของการอนุรักษ์ การได้รับสถานะมรดกโลกจะช่วยให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับการปกป้องดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น และเป็นการการันตีว่าคนรุ่นหลังจะได้เห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่คงความสมบูรณ์ไว้ได้อย่างแท้จริง

ในอนาคต หากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกา บึงโอคีเฟโนกีถือเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของระบบนิเวศชุ่มน้ำที่เปรียบเสมือนปอดของโลกแห่งนี้ครับ

ที่มา – ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “บึงโอคีเฟโนกี” มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งใหม่ของสหรัฐฯ

เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีนะครับ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 6 แจ้งเตือนเรื่อง เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษเลยครับ

เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ผลกระทบทั่วไทย

เนื่องจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและอีสานตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ใกล้น้ำหรือพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องหมั่น เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ตามประกาศกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ

การเตรียมพร้อมและคำเตือนเรื่องคลื่นลมแรง

สำหรับชาวเรือและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะช่วงนี้คลื่นลมค่อนข้างแรง สูงถึง 2-3 เมตร ในขณะที่อ่าวไทยก็มีคลื่นสูงเช่นกัน สำหรับพายุไต้ฝุ่น “โนอึล” ที่หลายคนกังวล ล่าสุดได้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยครับ

  • ภาคเหนือ: ระวังฝนตกหนักในแม่ฮ่องสอน ตาก น่าน พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ฝนตกหนักครอบคลุมหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: จับตาพื้นที่จันทบุรีและตราดเป็นพิเศษ
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): ระนองและพังงาควรเฝ้าระวังฝนสะสมและคลื่นลมแรง

อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่ได้เข้ามา แต่การเตรียมตัวในช่วงที่ต้อง เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนนะครับ ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานหรือพักผ่อน ขอให้เช็กพยากรณ์อากาศรายวัน ติดตามข่าวสารพื้นที่เสี่ยงภัย และรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 6 เช็กพื้นที่ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26-30 ก.ค. “โนอึล” ขึ้นฝั่งกวางตุ้งแล้ว