วัน: 29 กรกฎาคม 2026

พว. ขยายโมเดล GPAS 5 Steps ปลุกพลังเยาวชนสู่นวัตกร

เชื่อไหมครับว่าการศึกษาในโลกยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ใครจำเก่งกว่าใครอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างนวัตกรตัวน้อยให้เกิดขึ้นจริง ล่าสุด สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ขยายโมเดล GPAS 5 Steps ปลุกพลังเยาวชนสู่นวัตกรแห่งอนาคต ด้วยการลงพื้นที่จัดอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกในภาคใต้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อยกระดับการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้เป็นรูปธรรมมากกว่าที่เคย

ทำไม พว. ขยายโมเดล GPAS 5 Steps ปลุกพลังเยาวชนสู่นวัตกรแห่งอนาคต ถึงสำคัญ?

การจัดอบรมในครั้งนี้ที่เครือข่ายโรงเรียนเทพมิตรศึกษา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการศึกษาไทยในหัวเมืองภาคใต้ครับ โดยนำแนวคิดมาจากโรงเรียนต้นแบบอย่างดรุณาราชบุรี มาถ่ายทอดสู่ครูผู้สอนในสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในห้องเรียนจากการที่ครูเป็นผู้บรรยายฝ่ายเดียว มาเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ และลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง

ปลุกศักยภาพด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. ได้เน้นย้ำชัดเจนว่า หากเราต้องการพัฒนาประเทศไทยสู่ยุค 4.0 เราต้องเลิกมองการสอบว่าเป็นเพียงเครื่องมือวัดความจำ แต่ต้องใช้ พว. ขยายโมเดล GPAS 5 Steps ปลุกพลังเยาวชนสู่นวัตกรแห่งอนาคต เป็นเครื่องมือในการค้นหาศักยภาพเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน โดยกระบวนการนี้จะช่วยให้เด็กได้:

  • รู้จักตั้งคำถามและรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
  • คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบตามขั้นตอน GPAS
  • สร้างชิ้นงานหรือผลผลิตที่เป็นรูปธรรม
  • นำองค์ความรู้ไปประกอบอาชีพและพัฒนาชุมชนได้จริง

ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนเทพมิตรศึกษาก็เห็นพ้องกันว่า ความเหลื่อมล้ำไม่ได้อยู่ที่ฐานะเสมอไป แต่อยู่ที่การเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง การใช้ GPAS 5 Steps จะเข้ามาช่วยครูออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ทำให้เด็กที่มีพื้นฐานการเรียนรู้ต่างกันสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นอกจากการเรียนรู้ในตำราแล้ว คุณครูหลายท่านที่ร่วมอบรมยังแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวและชุมชนคือห้องเรียนที่ดีที่สุด การที่ พว. ลงมาเป็นพี่เลี้ยงทางวิชาการให้แบบนี้ จะช่วยให้ครูมีความมั่นใจในการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกและท้าทายมากขึ้น ทุกวันนี้เด็กไทยมีความสามารถซ่อนอยู่มากมาย อยู่ที่ว่าเราจะมีเครื่องมือแบบไหนไปเปิดล็อกศักยภาพเหล่านั้น

สุดท้ายนี้ ผมมองว่าก้าวสำคัญของ พว. ในภาคใต้ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การอบรมตามนโยบาย แต่คือการจุดประกายความหวังให้กับระบบการศึกษาไทย การที่เด็กคนหนึ่งได้เรียนรู้ที่จะ “คิดเป็น” และ “ทำเป็น” คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับการเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติครับ

ที่มา – พว. ปักหมุดภาคใต้ครั้งแรก ขยายโมเดล GPAS 5 Steps ปลุกพลังเยาวชนสู่นวัตกรแห่งอนาคต

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เชื่อว่าในช่วงการเมืองที่ดุเดือด หลายคนคงได้เห็นประเด็นดราม่าที่พรรคฝ่ายค้านมักจะออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยล่าสุดเกิดกรณีที่ “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากว่าทำไมการทำงานการเมืองถึงเบี่ยงเบนไปสู่การจับผิดส่วนตัวแทนที่จะเน้นเรื่องงานบริการประชาชน

“แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ภาพถ่ายของแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายเนวิน ชิดชอบ และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยตีความว่าเป็นภาพที่ต้องการสยบรอยร้าว แต่ทางด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่านี่เป็นการปั่นกระแสที่ปราศจากข้อเท็จจริง เพราะในความเป็นจริงสมาชิกพรรคภูมิใจไทยยังเหนียวแน่นและทำงานร่วมกันได้เป็นปกติไม่มีปัญหาภายในแต่อย่างใด

เหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงยืนยันความสามัคคี

การที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา ได้ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมองข้ามข่าวลือที่พยายามจะสร้างความแตกแยก โดยเฉพาะในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ที่เป็นช่วงเวลาทองในการลงพื้นที่พบปะประชาชน แทนที่จะมาวนเวียนกับเรื่องการจินตนาการถึงรอยร้าวในพรรค ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพรรคเลยแม้แต่น้อย

  • การเมืองสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ
  • การรับฟังปัญหาประชาชนควรเป็นลำดับความสำคัญแรกของฝ่ายค้าน
  • เลิกให้ความสำคัญกับการปั่นกระแสความขัดแย้งที่ไม่เป็นความจริง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง การวิจารณ์ด้วยเหตุและผลเป็นเรื่องที่ดี แต่การมุ่งเน้นสร้างข่าวเท็จเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรแก่ประชาชน แทนที่จะมาจับผิดว่าใครทะเลาะกับใคร ควรเปรียบเทียบผลงานและนโยบายที่ช่วยเหลือชาวบ้านได้จริงจะดีกว่า หากทุกพรรคหันมาทำการเมืองด้วยความโปร่งใสและมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาปากท้องตามที่หาเสียงไว้ เชื่อว่าภาพลักษณ์ของนักการเมืองในสายตาประชาชนจะดูดีขึ้นอีกมาก

ที่มา – “แนน” สวน “ณัฐชา” ควรลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน มากกว่าสร้างประเด็นว่า “ภูมิใจไทย” ทะเลาะกันเอง

เฮนเดอร์สันใกล้ซบเชลซี ในขณะที่เวลเบ็คเตรียมตรวจร่างกาย

เฮนเดอร์สันใกล้ซบเชลซี ในขณะที่เวลเบ็คเตรียมตรวจร่างกาย

แฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซีเตรียมตัวตื่นเต้นกันได้เลย เพราะล่าสุดมีรายงานข่าวว่า เฮนเดอร์สันใกล้ซบเชลซี อย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีการตกลงเงื่อนไขเบื้องต้นและตัวนักเตะเตรียมยกเลิกสัญญากับทางฝั่งเบรนท์ฟอร์ดเพื่อย้ายมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ในเร็วๆ นี้

ในขณะเดียวกัน แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้ามากประสบการณ์ก็กำลังเดินทางมาตรวจร่างกายที่เชลซีหลังจากตกลงเซ็นสัญญา 2 ปี ซึ่งการขยับตัวในตลาดนักเตะครั้งนี้เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าชาบี อลอนโซ่ กุนซือคนใหม่ของทีม ต้องการเน้นไปที่ประสบการณ์เพื่อเข้ามายกระดับทีมที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งตลอดสองปีที่ผ่านมา การที่ เฮนเดอร์สันใกล้ซบเชลซี นั้น จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางร่วมกับนักเตะชั้นนำอย่าง มอยเซส ไกเซโด้ และ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ

กลยุทธ์ใหม่ของชาบี อลอนโซ่: ทำไม เฮนเดอร์สันใกล้ซบเชลซี ถึงสำคัญ?

หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมทีมถึงเบนเข็มมาหานักเตะอายุเยอะขึ้น คำตอบนั้นง่ายมาก นั่นคือ “ประสบการณ์ในสนาม” ที่เชลซีขาดหายไปในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา การเข้ามาของเวลเบ็คและเฮนเดอร์สันจะช่วยสอนบทเรียนสำคัญให้เหล่าดาวรุ่งในทีมได้เป็นอย่างดี เพราะทั้งคู่ผ่านเวทีใหญ่ระดับโลกมาอย่างโชกโชน ทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกของเฮนเดอร์สัน รวมถึงสถิติการทำประตูมากมายของเวลเบ็คในพรีเมียร์ลีก

การปรับทัพครั้งใหญ่เพื่อกลับมาลุ้นแชมป์

  • เสริมความเก๋าด้วยนักเตะระดับตำนาน
  • ปรับโมเดลการซื้อนักเตะให้สมดุลมากขึ้น
  • เป้าหมายสูงสุดคือการกลับมาท้าชิงแชมป์ในทุกรายการ

นอกจากการที่ เฮนเดอร์สันใกล้ซบเชลซี แล้ว ทีมยังเดินหน้าเจรจาคว้าตัว กรานิต ชาก้า กลับมาร่วมงานกับอลอนโซ่อีกครั้ง เพื่อตอกย้ำว่าทีมกำลังจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมครั้งใหญ่จากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าสิงห์บลูส์จะกลับมาผงาดในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้

ในมุมมองของแฟนบอล นี่อาจเป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดที่สุดของบอร์ดบริหารชุดใหม่ เพราะบางครั้งพลังความสดของเด็กหนุ่มก็อาจไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความนิ่งและจังหวะของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก่อน เราคงต้องมารอลุ้นกันว่าดีลเหล่านี้จะเสร็จสิ้นทันก่อนการเปิดฤดูกาลหรือไม่ และอิมแพ็คที่นักเตะเหล่านี้สร้างขึ้นจะเป็นอย่างไรต่อฟอร์มการเล่นของทีม

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน เบนซิน-ดีเซล ลิตรละเท่าไร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ใกล้จะถึงวันใหม่แล้ว หลายคนคงวางแผนที่จะออกไปทำธุระ หรือขับรถไปเที่ยวในวันหยุดกันอยู่ใช่ไหมครับ ก่อนสตาร์ทรถออกเดินทาง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือการวางแผนเติมน้ำมันให้คุ้มค่าที่สุด วันนี้เราจึงมาอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัววางแผนค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้แม่นยำยิ่งขึ้นครับ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

การเช็กราคาน้ำมันก่อนเข้าปั๊มเป็นนิสัยที่ดีครับ เพราะบางครั้งแม้ส่วนต่างจะดูไม่เยอะ แต่ถ้าเติมเต็มถังบ่อยๆ ก็นับเป็นเงินที่ประหยัดได้พอสมควรเลย สำหรับข้อมูล ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร จากข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดจากค่ายปั๊มน้ำมันชั้นนำ ทั้ง ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ มีรายละเอียดราคาจำหน่ายหน้าปั๊มดังนี้ครับ

สรุป ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ปัจจุบันราคาน้ำมันมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา การติดตามข้อมูล ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเติมน้ำมันประเภทไหน ปั๊มอะไร เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดกับรถคู่ใจของคุณ

  • บางจาก: ไฮดีเซล S 36.69 บาท/ลิตร, GSH95S EVO 36.69 บาท/ลิตร, ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส 49.25 บาท/ลิตร
  • ปตท.: ดีเซล 36.69 บาท/ลิตร, เบนซิน 45.68 บาท/ลิตร, GSH95S EVO 36.69 บาท/ลิตร
  • เชลล์: เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร, เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล 36.69 บาท/ลิตร
  • พีที: แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร, ดีเซล 36.69 บาท/ลิตร
  • ซัสโก้: แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร, ดีเซล 36.69 บาท/ลิตร
  • คาลเท็กซ์: แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน 36.69 บาท/ลิตร, ดีเซล เทครอน 36.69 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาที่นำเสนอข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละจังหวัด ท่านผู้ใช้รถควรตรวจสอบหน้าสถานีบริการน้ำมันอีกครั้งก่อนเติม นอกจากนี้ ในการเลือกใช้น้ำมัน ควรคำนึงถึงประเภทของเครื่องยนต์เพื่อให้เครื่องแรงและถนอมอายุการใช้งานรถยนต์ของคุณให้นานยิ่งขึ้น การหมั่นตรวจเช็คลมยางและขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ยังเป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้อีกทางหนึ่งด้วยครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 30 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ประชากรสัญชาติญี่ปุ่นลดต่ำกว่า 120 ล้านคน ครั้งแรกในรอบ 42 ปี

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่นกันมาบ้าง แต่ล่าสุดสถานการณ์ดูจะมีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจและน่ากังวลกว่าที่คิดครับ เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขสถิติใหม่ล่าสุดว่า ประชากรสัญชาติญี่ปุ่นลดต่ำกว่า 120 ล้านคน ครั้งแรกในรอบ 42 ปี ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างประชากรอย่างหนักหน่วงในปัจจุบัน

ประชากรสัญชาติญี่ปุ่นลดต่ำกว่า 120 ล้านคน ครั้งแรกในรอบ 42 ปี กำลังบอกอะไรเรา?

จากการสำรวจข้อมูลทะเบียนราษฎร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตัวเลขประชากรที่มีสัญชาติญี่ปุ่นเหลือเพียง 119,736,483 คนเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นการลดลงถึงเกือบ 920,000 คน โดยปัจจัยหลักไม่ได้มาจากเรื่องอื่นไกล แต่เป็นเพราะอัตราการเกิดที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทำไมประชากรสัญชาติญี่ปุ่นลดต่ำกว่า 120 ล้านคน ครั้งแรกในรอบ 42 ปี จึงเป็นเรื่องใหญ่?

  • ภาวะการลดลงตามธรรมชาติ: จำนวนเด็กเกิดใหม่มีไม่ถึง 7 แสนคน ขณะที่ผู้เสียชีวิตมีมากกว่า 1.5 ล้านคน ทำให้ช่องว่างระหว่างตัวเลขนี้กว้างขึ้นเรื่อยๆ
  • วิกฤตแรงงาน: เมื่อคนวัยทำงานน้อยลง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่น
  • การพึ่งพาแรงงานต่างชาติ: ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานมากขึ้น จนตัวเลขประชากรต่างชาติพุ่งสูงกว่า 4 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ความน่าสนใจอีกอย่างคือ ในขณะที่ประชากรญี่ปุ่นลดลงแทบทุกจังหวัด แต่ในโตเกียวกลับยังมีตัวเลขประชากรที่คงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นถึงการกระจุกตัวของประชากรในเมืองหลวง ในขณะที่จังหวัดรอบนอกอย่างอากิตะหรืออาโอโมริกำลังเผชิญกับภาวะเมืองร้างอย่างรวดเร็ว

ในส่วนของชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาพำนักอาศัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั่วทุกภูมิภาคของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในฮอกไกโดและโอกินาวา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของจำนวนคน แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญของรัฐบาลในการดึงคนวัยทำงานมาขับเคลื่อนประเทศที่กำลังขาดแคลนกำลังคนอย่างหนัก เพื่อพยุงระบบสังคมและเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงักไปมากกว่านี้

สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือ รัฐบาลญี่ปุ่นจะแก้เกมนี้อย่างไร จะมีนโยบายสนับสนุนครอบครัวที่เห็นผลจริง หรือจะหันมาเป็นประเทศที่เน้นการเปิดรับผู้คนจากทั่วโลกเพื่อมาทดแทนประชากรที่หายไปอย่างถาวร เพราะหากการลดลงของประชากรยังดำเนินต่อไปด้วยอัตรานี้ ความท้าทายในอนาคตที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญคงไม่ใช่แค่เรื่องเศษฐกิจ แต่รวมไปถึงเสถียรภาพทางสังคมและการเมืองด้วย

ที่มา – ประชากรสัญชาติญี่ปุ่นลดต่ำกว่า 120 ล้านคน ครั้งแรกในรอบ 42 ปี

เจาะลึก ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู สินค้า GI เกรดพรีเมียม

ทำความรู้จัก ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ของดีที่ต้องมีติดตู้

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับงานฝีมือสุดปราณีตที่สร้างมูลค่ามหาศาลให้กับชุมชน นั่นก็คือ ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ซึ่งถือเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในตลาดสินค้าพรีเมียมของไทยครับ

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผ้าผืนนี้ถึงพิเศษนัก? คำตอบอยู่ที่ความพิถีพิถันครับ เพราะด้วยเทคนิคการทอที่ผสมผสานระหว่างการทอแบบลายขิด (ที่ให้ความนูนเด่น) กับการทอมัดหมี่ (ที่ผ่านการมัดย้อมลวดลายก่อนทอ) ทำให้ได้ลวดลายที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้ ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้จริง

ทำไม ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู ถึงขายดีหลัก 41 ล้านบาท?

ความลับของความสำเร็จนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องเทคนิคเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดหนองบัวลำภูที่เป็นแอ่งที่ราบ ล้อมรอบด้วยเทือกเขาภูพาน ทำให้ดินและแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อีกทั้งยังมีพืชพรรณธรรมชาติมากมาย เช่น เพกา ขนุน ประดู่ และทองกวาว ที่นำมาผลิตเป็นสีย้อมผ้าสีธรรมชาติ ซึ่งนี่แหละครับคือเสน่ห์ที่แบรนด์ระดับโลกมองหา

ไม่แปลกใจเลยที่การสนับสนุนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะช่วยให้สินค้าชนิดนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนมียอดรายได้รวมกว่า 41.50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันว่าภูมิปัญญาไทยถ้าได้รับการต่อยอดอย่างถูกวิธี ก็สามารถตีตลาดพรีเมียมได้สบายๆ

จุดเด่นที่ไม่ควรพลาด:

  • การผสานเทคนิคทอสองแบบคือลายขิดและมัดหมี่เข้าด้วยกัน
  • ใช้สีย้อมจากธรรมชาติที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นหนองบัวลำภู
  • เป็นงานฝีมือที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบ้านถ้ำกลองเพล
  • มีให้เลือกหลากหลายทั้งผ้าผืน ผ้าถุง ตลอดจนผ้าคลุมไหล่และสไบ

การสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องการขึ้นทะเบียน GI และการควบคุมมาตรฐาน ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเมื่อซื้อสินค้าไปแล้ว จะได้รับของที่มีคุณภาพสูงและเป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริงครับ

สำหรับใครที่มองหาของฝากสุดหรู หรืออยากหาชุดผ้าไทยที่ใส่แล้วดูดีมีระดับ ผมขอแนะนำให้ลองเปิดใจให้กับงานฝีมือชิ้นนี้ครับ นอกจากจะได้ใส่ของสวยๆ แล้ว คุณยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการอุดหนุนรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนด้วย มาร่วมกันผลักดันและอนุรักษ์ธุรกิจพื้นบ้านไทยให้ไปไกลถึงระดับโลกกันเถอะครับ

ที่มา – กรมทรัพย์สินฯ ชู “ผ้าขิดสลับหมี่หนองบัวลำภู” GI เกรดพรีเมียม โกยรายได้ 41.50 ล้านบาท

Uefa เล็งคว่ำบาตรบอลโลก หลัง Fifa ผุดแผนขายหุ้น

Uefa เล็งคว่ำบาตรบอลโลก หลัง Fifa ผุดแผนขายหุ้น

ในขณะที่แฟนบอลทั่วโลกกำลังสนุกกับทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ข่าวใหญ่ที่กำลังสร้างความสั่นสะเทือนในวงการคือประเด็นการเมืองเบื้องหลังลูกหนัง เมื่อ Uefa เล็งคว่ำบาตรบอลโลก หาก Fifa เดินหน้าตามแผนการขายหุ้นในรายการแข่งขันใหญ่ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนเอกชนเข้าสู่องค์กร เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สมาคมฟุตบอลหลายแห่ง รวมถึง FA ของอังกฤษ ต่างแสดงความกังวลอย่างหนักต่อกระบวนการตัดสินใจที่ไม่โปร่งใสและขาดการหารือร่วมกัน

เหตุผลที่ Uefa เล็งคว่ำบาตรบอลโลก

ปัญหาหลักคือการที่ Fifa ต้องการสร้างบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อบริหารรายการแข่งขันอย่าง ฟุตบอลโลก และ คลับเวิลด์คัพ โดยเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาถือหุ้นได้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าสิ่งนี้จะทำให้ทิศทางของฟุตบอลโลกเปลี่ยนไป และอาจนำไปสู่การขยายจำนวนทีมที่มากเกินไปจนกระทบต่อปฏิทินการแข่งขัน นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Uefa เล็งคว่ำบาตรบอลโลก เพราะสมาชิกทั้ง 55 ชาติมองว่าฟุตบอลกำลังถูกเปลี่ยนเป็นเพียงสินค้าทางการเงิน

ผลกระทบหากเกิดการแตกหักระหว่าง Fifa และ Uefa

หากการหารือนัดฉุกเฉินนำไปสู่การไม่เห็นพ้อง รายการแข่งขันที่ Fifa จัดขึ้นอาจสูญเสียความขลังและมูลค่าทางการตลาดไปทันที เพราะทีมยักษ์ใหญ่ส่วนใหญ่ของโลกอยู่ในยุโรป การขาดหายไปของยอดทีมจากแดนยุโรปจะสร้างความเสียหายต่อรายได้หลักของ Fifa อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

  • การแทรกแซงจากนักลงทุนเอกชนที่ไม่ใช่เจ้าของฟุตบอลที่แท้จริง
  • ความเสี่ยงในการเพิ่มจำนวนแมตช์ที่ส่งผลต่อสุขภาพนักกีฬา
  • ปมขัดแย้งสะสมระหว่างสององค์กรที่ยาวนานมาตั้งแต่สมัย Arsene Wenger

สถานการณ์นี้เปรียบได้กับวิกฤต European Super League เมื่อปี 2021 ที่แฟนบอลและหลายสมาคมออกมาต่อต้านอย่างหนัก ครั้งนี้จึงถือเป็นเดิมพันสูงสำหรับ Gianni Infantino ว่าจะดึงดันแผนนี้ต่อไป หรือยอมรับฟังเสียงจากภูมิภาคที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของฟุตบอลโลกอย่างยุโรป

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้เตือนใจเราว่า ฟุตบอลไม่ได้มีแค่เรื่องของเงินลงทุน แต่คือจิตวิญญาณแห่งกีฬาที่ต้องรักษาไว้ หาก Fifa ยังคงเลือกทางเดินที่เน้นแต่กำไรโดยไม่สนใจเสียงของสมาชิก ความฝันของนักเตะรุ่นหลังที่จะได้สัมผัสความขลังของบอลโลกแบบดั้งเดิมอาจเหลือเพียงแค่ตำนานเท่านั้น

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คริสตัล พาเลซ เจรจาดึงตัว โทมิยาสุ อดีตแข้งอาร์เซนอล

คริสตัล พาเลซ เจรจาดึงตัว โทมิยาสุ อดีตแข้งอาร์เซนอล

ข่าวร้อนในแวดวงฟุตบอลพรีเมียร์ลีกตอนนี้ เมื่อมีรายงานว่า คริสตัล พาเลซ เจรจาดึงตัว โทมิยาสุ อดีตแนวรับสารพัดประโยชน์ของอาร์เซนอลมาร่วมทัพแบบฟรีเอเยนต์ หลังจากที่เจ้าตัวแยกทางกับต้นสังกัดเดิมและไปหาประสบการณ์ในเนเธอร์แลนด์กับอาแจ็กซ์มาพักหนึ่ง

คริสตัล พาเลซ เจรจาดึงตัว โทมิยาสุ เสริมแกร่งแนวรับ

ปัจจุบัน ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ กำลังร่วมฝึกซ้อมกับทัพปราสาทเรือนแก้ว และมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมอุ่นเครื่องกับล็องส์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสโมสรและนักเตะคืบหน้าไปมาก โดยปิแอร์ เซจ เฮดโค้ชของทีมกำลังมองหาตัวเลือกเพื่อมายืนในระบบหลังสามคน ซึ่งโทมิยาสุถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากในการยืนเป็นกองหลังฝั่งซ้ายของไลน์แนวรับ

ทำไมดีล คริสตัล พาเลซ เจรจาดึงตัว โทมิยาสุ ถึงน่าสนใจ?

แม้จะมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงหลัง แต่ฝีเท้าและความเก๋าเกมในเวทีพรีเมียร์ลีกของโทมิยาสุยังคงเป็นที่ยอมรับ พาเลซต้องการความมั่นใจเรื่องความฟิตของเขา แต่หากมองในแง่ของแท็กติก นี่คือการเติมเต็มที่คุ้มค่ามาก โดยเฉพาะในวันที่ทีมกำลังจะต้องเสีย แม็กซ์องซ์ ลาครัวซ์ ไปให้กับเชลซี ทำให้พวกเขาต้องเร่งหาตัวแทนเข้ามาทดแทนโดยด่วน

นอกเหนือจากดีลของโทมิยาสุแล้ว พาเลซยังตกเป็นข่าวกับนักเตะอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น:

  • คริสแลง มาสซิมา จากเอาก์สบวร์ก ที่มีการยื่นข้อเสนอไปแล้วกว่า 30 ล้านยูโร
  • จอร์ช อาเชียมปง เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งจากเชลซี ที่ทีมหวังยืมตัวมาใช้งาน
  • ราฟาเอล เลอ กูน ปราการหลังตัวเก่งจากเบรสต์

ในมุมมองของแฟนบอล การที่ทีมขยับตัวดึงนักเตะที่มีประสบการณ์สูงอย่างโทมิยาสุเข้ามา จะช่วยยกระดับความนิ่งของแนวรับได้เป็นอย่างดี หวังว่าทีมแพทย์ของพาเลซจะประเมินสภาพร่างกายของนักเตะรายนี้ได้อย่างรอบคอบ เพื่อให้การกลับมาสู่ลีกสูงสุดแดนผู้ดีครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เตือนเอกชน-ภาครัฐ ดูดข้อมูลนิติบุคคลเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ผิด PDPA เสี่ยงคุก-ปรับ

เตือนเอกชน-ภาครัฐ ดูดข้อมูลนิติบุคคลเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ผิด PDPA เสี่ยงคุก-ปรับ

ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์ทางธุรกิจ หลายบริษัทและหน่วยงานต่างหันมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลนิติบุคคลกันมากขึ้น แต่ต้องระวังให้ดีครับ เพราะล่าสุดทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกมาประกาศเตือนอย่างชัดเจนว่า การนำข้อมูลนิติบุคคลไปใช้นั้นมีขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ หากทำเกินเลยจนเข้าข่าย เตือนเอกชน-ภาครัฐ ดูดข้อมูลนิติบุคคลเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ผิด PDPA เสี่ยงคุก-ปรับ อาจนำมาซึ่งโทษทางกฎหมายที่รุนแรงได้

มีรายงานว่าพบพฤติกรรมการนำข้อมูลชื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไปประมวลผลใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น การนำรายชื่อไปจัดกลุ่ม จัดทำฐานข้อมูลเพื่อการตลาด หรือวิเคราะห์สถานะบุคคลเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ภายใต้กฎหมาย PDPA ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เพราะข้อมูลเหล่านั้นไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะที่ใครจะนำไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

ผลกระทบเมื่อการนำข้อมูลไปใช้กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

หากคุณเป็นหนึ่งในองค์กรที่เชื่อมต่อข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องอ่านให้เข้าใจครับว่า การนำข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไปใช้งานต่อนั้น หากไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ตามกฎหมายรองรับ หรือไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล คุณกำลังเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง การที่กรมฯ ออกมา เตือนเอกชน-ภาครัฐ ดูดข้อมูลนิติบุคคลเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ผิด PDPA เสี่ยงคุก-ปรับ จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ภาคธุรกิจต้องเร่งตรวจสอบกระบวนการทำงานภายในของตัวเองโดยด่วน

สิ่งที่เป็นความผิดชัดเจน ได้แก่:

  • การดึงข้อมูลส่วนบุคคลไปประมวลผลใหม่เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การจัดกลุ่มหรือวิเคราะห์ข้อมูลรายชื่อกรรมการโดยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
  • การนำรายชื่อไปเผยแพร่ว่าเป็นกรรมการในบริษัทใดบ้างเพื่อประโยชน์ส่วนตนของธุรกิจ

ด้วยเหตุนี้ องค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐกว่า 200 หน่วยงาน หรือภาคเอกชนที่ใช้บริการข้อมูล ต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด หากจำเป็นต้องใช้ข้อมูล ต้องมั่นใจว่าตนมีฐานอำนาจตามกฎหมายรองรับ หรือได้รับความยินยอมโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วเท่านั้น การนำข้อมูลไปใช้โดยอ้างชื่อกรมฯ หรือเผยแพร่โดยพลการคือความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าเลยครับ

ในมุมมองของผู้ประกอบการ การปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า หากเราสามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างโปร่งใสและถูกต้อง ธุรกิจของเราก็จะเติบโตได้อย่างยั่งยืนและไร้กังวลเรื่องการถูกฟ้องร้อง อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้นจากการนำข้อมูลของผู้อื่นไปใช้ในทางที่ผิด เพราะความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชื่อเสียงและต้นทุนทางกฎหมายนั้นอาจสูงกว่าผลกำไรที่คุณได้รับหลายเท่าครับ

ที่มา – เตือนเอกชน-ภาครัฐ ดูดข้อมูลนิติบุคคลเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ผิด PDPA เสี่ยงคุก-ปรับ