วัน: 30 กรกฎาคม 2026

เจาะลึก Safety Training รุ่นที่ 15 เสริมทักษะสื่อมืออาชีพ

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายข่าวและผู้ที่สนใจทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ จากแวดวงสื่อมวลชนมาฝากกันครับ เกี่ยวกับการอบรมที่เข้มข้นที่สุดแห่งปีอย่าง Safety Training รุ่นที่ 15 ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 26-29 กรกฎาคม 2569 ณ จ.นครนายก ที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้นักข่าวของเราทำงานได้อย่างปลอดภัยในทุกพื้นที่วิกฤตครับ

สรุปภาพรวม Safety Training รุ่นที่ 15 ยกระดับความปลอดภัยนักข่าว

การอบรม Safety Training รุ่นที่ 15 จัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีจุดประสงค์หลักคือการสร้างทักษะการรู้เท่าทันและการเฝ้าระวังเพื่อรับมือกับภัยพิบัติและข่าวปลอม ที่นับวันจะมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น โดยเหล่าผู้เข้าอบรมทั้ง 20 คนจากหลายสังกัดได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติกันอย่างเน้นๆ ตลอด 4 วัน 3 คืน

ไฮไลท์สำคัญ: ฝึกจริง เจ็บจริง เพื่อความอยู่รอด

หนึ่งในไฮไลท์ที่น่าสนใจที่สุดของ Safety Training รุ่นที่ 15 ในปีนี้ คือการฝึกเอาชีวิตรอดในกระแสน้ำไหลเชี่ยว (Swift Water Survival) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากทหารเรือ เพื่อให้นักข่าวเข้าใจวิธีการเอาตัวรอดหากต้องลงพื้นที่รายงานสถานการณ์อุทกภัย นอกจากนี้ยังมีการจำลองสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและการประเมินความเสี่ยงก่อนลงพื้นที่จริง ซึ่งคุณสถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา หัวหน้าโครงการได้ย้ำว่า การฝึกในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด จะช่วยให้ผู้สื่อข่าวตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อต้องลงสนามจริง

  • การวางแผนและประเมินความเสี่ยงก่อนลงพื้นที่
  • การสื่อสารในภาวะฉุกเฉินและพื้นที่วิกฤต
  • การรู้เท่าทันข่าวปลอมในสถานการณ์ภัยพิบัติ
  • ทักษะการปฐมพยาบาลและการเอาตัวรอดเบื้องต้น

คุณชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม อุปนายกสมาคมฯ ได้กล่าวไว้ได้น่าสนใจมากครับว่า การเป็นนักข่าวที่ดีไม่ใช่การเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อให้ได้ภาพหวือหวา แต่คือการรายงานข่าวอย่างมืออาชีพภายใต้ความปลอดภัยของตนเอง ไม่สร้างภาระให้เจ้าหน้าที่ และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องออกสู่สังคม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของวิชาชีพสื่อในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้

สุดท้ายนี้ ผมมองว่าโครงการนี้เป็นเสมือนเกราะป้องกันชั้นยอดให้กับนักข่าวไทย หากเรามีสื่อมวลชนที่มีทักษะความปลอดภัยสูง สังคมก็จะได้รับข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำท่ามกลางวิกฤต หวังว่าความรู้ที่ได้จากรุ่นที่ 15 นี้จะถูกนำไปปรับใช้ในการทำงานจริงเพื่อประโยชน์ของคนในสังคมต่อไปครับ

ที่มา – “Safety Training รุ่นที่ 15” อบรมเสริมทักษะรายงานข่าว รับมือภัยพิบัติและข่าวปลอม

FA สั่งแบนขั้นต่ำ 10 นัด หากพบความผิดการเหยียดเชื้อชาติ

FA สั่งแบนขั้นต่ำ 10 นัด หากพบความผิดการเหยียดเชื้อชาติ

วงการฟุตบอลอังกฤษเพิ่งได้รับข่าวใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อกฎระเบียบวินัยอย่างชัดเจนครับ เมื่อทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ FA ได้ประกาศยกระดับบทลงโทษครั้งใหม่สำหรับผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติและเลือกปฏิบัติ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ฤดูกาลใหม่นี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นมาตรการที่จริงจังมากเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับเกมลูกหนัง

กฎระเบียบใหม่ FA สั่งแบนขั้นต่ำ 10 นัด

ภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ ผู้เล่น รวมถึงผู้จัดการทีมและทีมงานในพื้นที่เทคนิคที่ถูกพบว่ามีความผิดเรื่องการเหยียดเชื้อชาติหรือการเลือกปฏิบัติ จะได้รับโทษสถานหนักด้วยการโดนแบนห้ามลงสนามหรือห้ามทำหน้าที่อย่างน้อย 10 นัด ซึ่งเป็นการเพิ่มโทษจากเดิมที่เคยมีบทลงโทษตั้งแต่ 6 ถึง 12 นัดตามความรุนแรงของสถานการณ์

รายละเอียดการปรับเปลี่ยนโทษและมุมมองต่อ FA สั่งแบนขั้นต่ำ 10 นัด

การดำเนินการของ FA ในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักคือการขจัดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกไปให้พ้นจากสนามบอล โดยเฉพาะการเหยียดหยามในเรื่องสีผิว ชาติกำเนิด ศาสนา เพศ เพศสภาพ รวมถึงความพิการ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ในยุคปัจจุบัน หากผู้กระทำความผิดซ้ำซ้อนหรือมีพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม คณะกรรมการอาจพิจารณาโทษให้หนักขึ้นเกินกว่า 10 นัดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่มีเหตุบรรเทาโทษหรือผู้กระทำผิดยอมรับสารภาพอย่างรวดเร็ว โทษแบนขั้นต่ำอาจจะถูกพิจารณาที่ 6 นัด แต่ก็นั่นแหละครับ มันไม่ใช่อัตราพื้นฐานที่ใช้กับทุกคนอีกต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า FA เอาจริงเอาจังกับการคัดกรองบุคลากรในวงการฟุตบอลให้เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

ทำไมมาตรการนี้ถึงสำคัญ?

  • ลดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบภายในสนาม
  • ปรับมาตรฐานบทลงโทษให้มีความเข้มงวดและชัดเจนขึ้น
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งนักกีฬาและแฟนบอล

ในมุมมองส่วนตัว ผมคิดว่าการที่ FA สั่งแบนขั้นต่ำ 10 นัด เป็นก้าวที่สำคัญมาก แม้ว่าช่วงหลังเราจะเห็นความคืบหน้าในการรณรงค์มากแค่ไหน แต่พฤติกรรมการเหยียดก็ยังเป็นปัญหาที่คอยบั่นทอนเสน่ห์ของกีฬาชนิดนี้อยู่ตลอดเวลา หวังว่ามาตรการนี้จะทำให้นักเตะและสต๊าฟฟ์ทีมทุกคนตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้นก่อนที่จะเผลอทำอะไรลงไปครับ เพราะนอกจากจะส่งผลต่ออนาคตอาชีพของตัวเองแล้ว มันยังทำลายความรู้สึกของเพื่อนร่วมวิชาชีพและแฟนบอลทั่วโลกด้วยครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ครอบครัว ฮลุน โซโล่ ขอบคุณรายดัง ช่วยนำร่างกลับบ้าน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสะเทือนใจเกี่ยวกับการจากไปของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือที่แฟนคลับรู้จักกันในชื่อ ฮลุน โซโล่ ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวที่พบเสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย ซึ่งสร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและแฟนเพลงเป็นอย่างมาก ล่าสุดมีประเด็นความคืบหน้าสำคัญที่ทำให้ญาติพี่น้องใจชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อ ครอบครัว ‘ฮลุน โซโล่’ ขอบคุณรายดัง รับปากช่วยจัดการค่าใช้จ่าย นำร่างหลานกลับบ้าน อย่างเป็นทางการ

ครอบครัว ‘ฮลุน โซโล่’ ขอบคุณรายดัง รับปากช่วยจัดการค่าใช้จ่าย นำร่างหลานกลับบ้าน

ทางด้านนายสมพงษ์ เป็งสุข ซึ่งเป็นลุงของน้องฮลุน ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังจากได้รับทราบข่าวร้าย โดยในใจของครอบครัวยังคงมีข้อกังขาเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากหลานชายเป็นคนร่าเริง สุขภาพแข็งแรงดีเยี่ยม และไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ทั้งสิ้น การที่ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่าอาจเป็นการจบชีวิตเองนั้น ครอบครัวไม่สามารถยอมรับและไม่เชื่อว่าเป็นไปได้จริงๆ

ความช่วยเหลือจากรายการดังช่วยบรรเทาทุกข์ครอบครัว ‘ฮลุน โซโล่’ ขอบคุณรายดัง รับปากช่วยจัดการค่าใช้จ่าย นำร่างหลานกลับบ้าน

ท่ามกลางความโศกเศร้า ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายร่างจากต่างประเทศกลับมายังประเทศไทยถือเป็นเรื่องใหญ่และสร้างความกังวลให้ครอบครัวเป็นอย่างมาก จนกระทั่งมีรายการโทรทัศน์ชื่อดังยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งทางคุณย่าและคุณลุงของฮลุนก็ได้กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจที่รายการดังรับปากจะดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้จนกว่าหลานชายจะถึงมาตุภูมิอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ นายวิรัตน์ ราชชารี นายอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่เข้ามาดูแลและให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมเอกสารเพื่อประสานงานกับทางสถานทูตอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่น่าชื่นชมในเหตุการณ์นี้คือน้ำใจของคนในสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เร่งประสานมือกันเพื่อให้ ครอบครัว ‘ฮลุน โซโล่’ ขอบคุณรายดัง รับปากช่วยจัดการค่าใช้จ่าย นำร่างหลานกลับบ้าน ได้สำเร็จตามขั้นตอน โดยทางอำเภอพร้อมอำนวยความสะดวกในทุกด้าน เพื่อให้การดำเนินการทำได้รวดเร็วที่สุด

  • เร่งเตรียมเอกสารที่สำคัญเพื่อติดต่อสถานทูต
  • ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ
  • ครอบครัวยืนยันสภาพจิตใจผู้ตายร่าเริง ไม่เคยมีประวัติโรคประจำตัว

ในนามของผู้ติดตามข่าวสาร เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของยูทูบเบอร์หนุ่มผู้สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนคลับเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าขั้นตอนต่างๆ ในการนำร่างเขากลับสู่ประเทศไทยจะเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้คุณย่าและครอบครัวเป็งสุขได้มีโอกาสทำพิธีทางศาสนาครั้งสุดท้ายให้กับน้องฮลุนอย่างสมเกียรติที่สุด

ที่มา – ครอบครัว “ฮลุน โซโล่” ขอบคุณรายดัง รับปากช่วยจัดการค่าใช้จ่าย นำร่างหลานกลับบ้าน

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก

สถานการณ์ฝนตกหนักในประเทศไทยช่วงนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและปลอดภัยที่สุด โดยได้มีการกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มตลอด 24 ชั่วโมง

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก ให้ทันท่วงที

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงแนวคิดเชิงรุกในการป้องกันภัยพิบัติ โดยระบุว่าเราจะตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้ การเตรียมความพร้อมและระบบแจ้งเตือนควรทำงานได้รวดเร็วกว่าตัวภัยพิบัติเสมอ การลงพื้นที่สั่งการครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ทั้งในเขตภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียง

มาตรการเร่งด่วนในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปัจจุบันทางภาครัฐได้มีการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วกว่าภัย พิเศษสุดคือการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้นๆ ภายใต้นโยบาย เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก โดยมีมาตรการดังนี้:

  • การระดมเครื่องจักรกลและกำลังพลประจำหน่วยในพื้นที่เสี่ยงทันที
  • การแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
  • การสนับสนุนการขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงในพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • การเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างใกล้ชิดทุก 24 ชั่วโมง

จากสรุปรายงานสถานการณ์จริง พบว่าการทำงานเชิงรุกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยาสามารถลดความเสียหายลงได้มาก โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าถึงพื้นที่เพื่อระบายน้ำและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร แม้จะมีฝนตกหนักต่อเนื่องแต่หลายแห่งสถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามประกาศจากทางราชการอยู่เสมอ อย่าประมาทและควรตื่นตัวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติไม่ได้เป็นเรื่องของหน่วยงานภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในสังคมที่ช่วยกันสอดส่องและแจ้งเหตุ หากใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมจัดเตรียมกระเป๋ายามฉุกเฉินและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวครับ

ที่มา – “เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย เกาะติดสถานการณ์ฝนหนัก

อนาคต Newcastle กับกฎการเงิน: ทำไม Eddie Howe ต้องไป?

อนาคต Newcastle กับกฎการเงิน: ทำไม Eddie Howe ต้องไป?

แฟนบอลเดอะแม็กพายส์คงต้องใจหายไม่น้อย เมื่อการจากไปของ Eddie Howe กุนซือคนเก่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หลายคนตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่เคยถูกคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรระดับโลกภายในปี 2030 กันแน่

อนาคต Newcastle กับกฎการเงิน: ปัญหาที่เจ้าของชาวซาอุฯ ต้องเผชิญ

จริงๆ แล้ว อนาคต Newcastle กับกฎการเงิน คือหัวใจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด ถึงแม้ว่าทีมจะมี Public Investment Fund (PIF) จากซาอุดีอาระเบียหนุนหลัง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทุ่มเงินซื้อนักเตะได้ตามใจชอบเนื่องจากกฎ Profit and Sustainability Rules (PSR) และกฎ Squad Cost Ratio (SCR) ที่เข้ามาควบคุมรายรับรายจ่าย ซึ่งบีบให้สโมสรต้องยอมขายแข้งหลักออกไปเพื่อรักษาสมดุลทางการเงิน

ผลกระทบต่อ Eddie Howe และแผนงานของสโมสร

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Howe พยายามสร้างทีมอย่างหนัก แต่เมื่อต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปทีละคน เช่น Alexander Isak, Anthony Gordon หรือ Sandro Tonali ความฝันที่อยากจะเห็นนิวคาสเซิลเป็นแชมป์ก็เริ่มดูห่างไกลออกไป การที่กุนซือต้องทำงานภายใต้กรอบงบประมาณที่จำกัด ทำให้เขาตัดสินใจอำลาตำแหน่งแม้จะมีสัญญาเหลืออยู่ก็ตาม

  • การขายนักเตะหลักเพื่อเลี่ยงกฎการเงิน
  • ผลงานที่ตกลงในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา
  • ความท้าทายในการคว้าตัวผู้เล่นใหม่ภายใต้ข้อจำกัดทางการเงิน

หลายฝ่ายมองว่าการที่ Newcastle United ต้องหันไปใช้นโยบายดึงนักเตะดาวรุ่งอายุน้อยเข้ามาเสริมทัพ แทนที่จะซื้อสตาร์ดังราคาแพง เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าของทีมต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อให้อยู่รอดภายใต้กฎปัจจุบัน การแต่งตั้ง Matthias Jaissle เข้ามาทำหน้าที่ต่อจึงถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของบอร์ดบริหารที่จะต้องพิสูจน์ให้แฟนบอลเห็นว่า สโมสรยังคงมีทิศทางที่ชัดเจนและไม่ได้หมดไฟในการสร้างความยิ่งใหญ่

ในมุมมองของกูรูฟุตบอล หลายคนยอมรับว่าความผิดหวังในตลาดซื้อขายนักเตะเป็นปัจจัยหลักที่บีบคั้นให้ Howe ตัดสินใจยุติภารกิจของเขา ท้ายที่สุดแล้ว หาก Newcastle ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องกฎทางการเงินได้ การกลับไปสู่เวทีฟุตบอลยุโรปอย่างถาวรหรือการท้าชิงแชมป์ลีกก็ยังคงเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับเจ้าของทีมซาอุดีอาระเบียต่อไป แฟนๆ คงต้องรอติดตามดูกันว่า ในฤดูกาลหน้า ทีมรักของพวกเขาจะปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้กุนซือคนใหม่ได้อย่างไร

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เสนาธิการทหารบก ย้ำดูแลครอบครัว จ.ส.อ.ธีรยุทธ โสมะเกิด อย่างสมเกียรติ

เสนาธิการทหารบก ย้ำดูแลครอบครัว จ.ส.อ.ธีรยุทธ โสมะเกิด อย่างสมเกียรติ

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอก ธีรยุทธ โสมะเกิด ทหารกล้าผู้เสียสละ ณ วัดพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและพี่น้องทหารด้วยกัน

การจากไปของ จ.ส.อ.ธีรยุทธ โสมะเกิด ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของกองทัพ เนื่องจากท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย ณ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

การเยียวยาและเชิดชูเกียรติทหารกล้า

เสนาธิการทหารบก ย้ำดูแลครอบครัว จ.ส.อ.ธีรยุทธ โสมะเกิด อย่างสมเกียรติ โดยกองทัพบกได้จัดเตรียมสวัสดิการและการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทายาทของผู้เสียสละ โดยสรุปการช่วยเหลือมีดังนี้:

  • มอบธงชาติไทยเพื่อเชิดชูเกียรติในการปฏิบัติหน้าที่จนวาระสุดท้าย
  • มอบเงินบำรุงขวัญและเงินสินไหมทดแทนจากโครงการพิทักษ์พล กห.
  • ให้สิทธิสวัสดิการด้านต่างๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,144,761 บาท

ในการนี้ พลเอก ชัยพฤกษ์ ได้เน้นย้ำกับครอบครัวว่า กองทัพจะไม่ทอดทิ้งและจะเฝ้าดูแลคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้เสียสละให้ครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อให้เกียรติแก่ความกล้าหาญและความทุ่มเทที่ จ.ส.อ.ธีรยุทธ โสมะเกิด ได้มีต่อประเทศชาติ

ความมุ่งมั่นทวงคืนความยุติธรรม

นอกเหนือจากการเยียวยาครอบครัว ทางฝ่ายความมั่นคงได้ประกาศเดินหน้าติดตามตัวผู้ก่อเหตุและเครือข่ายผู้สนับสนุนมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด โดยยืนยันว่าการที่ เสนาธิการทหารบก ย้ำดูแลครอบครัว จ.ส.อ.ธีรยุทธ โสมะเกิด อย่างสมเกียรติ นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของกองทัพต่อกำลังพลทุกนาย แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใดก็ตาม

ในท้ายที่สุดนี้ เราขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวโสมะเกิดผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และเชื่อมั่นว่าความเสียสละของ จ.ส.อ.ธีรยุทธ จะเป็นแบบอย่างของทหารกล้าที่คนไทยจะไม่มีวันลืม ความยุติธรรมที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังดำเนินการอยู่นั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แม้เส้นทางจะยาวไกล แต่ทุกความสูญเสียจะได้รับการชดเชยด้วยความเป็นธรรมและการปกป้องสิทธิของผู้ถือกฎหมายอย่างแท้จริง

ที่มา – เสนาธิการทหารบก ย้ำดูแลครอบครัว จ.ส.อ.ธีรยุทธ โสมะเกิด อย่างสมเกียรติ

พระราชทานเพลิงศพ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 8 ส.ค. 69

พระราชทานเพลิงศพ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 8 ส.ค. 69

ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความอาลัยให้กับวงการธุรกิจและวงการแพทย์ไทยเป็นอย่างมาก กับกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 8 ส.ค. 69 ซึ่งนับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญผู้ทรงคุณค่าของประเทศไทยไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยากรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

กำหนดการสำคัญ พระราชทานเพลิงศพ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 8 ส.ค. 69

สำหรับบรรยากาศและกำหนดการในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร นั้น ทางเจ้าภาพได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับแขกผู้มีเกียรติและผู้ที่เคารพรักที่มาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยพิธีการจะเริ่มขึ้นในเวลา 17.00 น. ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของพิธีพระราชทานเพลิงศพ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ 8 ส.ค. 69 อย่างเป็นทางการ

หากจะกล่าวถึงเกียรติประวัติของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ท่านเป็นผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ม.ว.ม., ป.ช., ป.ภ., ว.ป.ร.๔ ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจการบิน การแพทย์ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่านคือต้นแบบของนักธุรกิจที่มีหัวใจบริการอย่างแท้จริง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีการ:

  • สถานที่: เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยากรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
  • วันและเวลา: วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น.
  • การแต่งกาย: ผู้ร่วมงานควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพไว้ทุกข์ตามธรรมเนียม

พวกเราเชื่อว่าผลงานและแรงบันดาลใจที่ นพ.ปราเสริฐ ได้สร้างเอาไว้ จะยังคงถูกจดจำและเป็นตำนานที่ทรงคุณค่าสืบไปตลอดกาล การจากไปของผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นฐานรากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เป็นสิ่งที่เตือนสติให้เราทุกคนได้กลับมาเห็นคุณค่าของเวลาและมุ่งมั่นทำความดีเพื่อสังคมตามรอยความสำเร็จของท่าน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวปราสาททองโอสถ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ที่มา – พระราชทานเพลิงศพ “นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” 8 ส.ค. 69 วัดเทพศิรินทราวาส

เครก แมคลีช ผู้จัดการทีมเซนต์ เมียร์เรน เจอสอบบทสัมภาษณ์กรรมการ

เครก แมคลีช ผู้จัดการทีมเซนต์ เมียร์เรน เจอสอบบทสัมภาษณ์กรรมการ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ เมื่อล่าสุด เครก แมคลีช ผู้จัดการทีมเซนต์ เมียร์เรน เจอสอบบทสัมภาษณ์กรรมการ หลังจากที่เขาได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมการแข่งขันฟุตบอลถ้วย Premier Sports Cup ที่ทีมพ่ายให้กับ ดันเฟิร์มลิน แอธเลติก ไป 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยกุนซือวัย 36 ปีรายนี้ได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการตัดสินของผู้ตัดสิน ฌอน เมอร์ด็อก ว่าเขาเคยเล่นให้กับทีมไหนมาก่อนหรือไม่ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ล่อแหลมอย่างยิ่งในกฎระเบียบของสมาคมฟุตบอลสก็อตแลนด์

เหตุการณ์ที่ทำให้ เครก แมคลีช ผู้จัดการทีมเซนต์ เมียร์เรน เจอสอบบทสัมภาษณ์กรรมการ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ เครก แมคลีช ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน โดยมองว่ามีการตัดสินที่ค้านสายตาหลายจังหวะ โดยเฉพาะการที่ทีมเซนต์ เมียร์เรน ถูกริบประตูคืนเนื่องจากมองว่ามีการทำฟาวล์ผู้รักษาประตู และการเสียจุดโทษในนาทีท้ายเกม ซึ่งทำให้ทีมพ่ายแพ้ไปในที่สุด กฎระเบียบทางวินัยของสมาคมฟุตบอลสก็อตแลนด์ (กฎข้อที่ 72) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ของสโมสรห้ามออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้ตัดสินในลักษณะที่ส่อไปในทางแสดงความลำเอียง ไม่มีความเป็นมืออาชีพ หรือกระทบต่อชื่อเสียงและตัวตนของผู้ตัดสินอย่างเด็ดขาด

เปิดเบื้องหลังความขัดแย้งและกำหนดการรับทราบข้อกล่าวหา

ทางสมาคมฟุตบอลสก็อตแลนด์ได้นัดหมายให้กุนซือรายนี้เข้าพบเพื่อรับฟังการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ โดยตัวแทนของเซนต์ เมียร์เรน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าทางสโมสรจะทำการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนจะมีการตัดสินใจในขั้นต่อไป อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า แมคลีช ได้ออกมาชี้แจงว่าคำพูดที่เขากล่าววิจารณ์ผู้ตัดสินเป็นการพูดแบบหยอกล้อขำขันหรือ ‘tongue-in-cheek’ เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าคณะกรรมการจะไม่มองแบบนั้น เพราะการพาดพิงถึงประวัติส่วนตัวของผู้ตัดสิน (ซึ่งฌอน เมอร์ด็อก เคยเป็นอดีตผู้รักษาประตูของดันเฟิร์มลินมาก่อน) ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะผิดกฎวินัย

หากเรามองในมุมของแฟนบอล การที่ เครก แมคลีช ผู้จัดการทีมเซนต์ เมียร์เรน เจอสอบบทสัมภาษณ์กรรมการ ครั้งนี้ เป็นการเตือนใจให้กับกุนซือคนอื่นๆ ว่าพาวเวอร์ของการให้สัมภาษณ์หลังเกมนั้นมีน้ำหนักมาก การแสดงอารมณ์ความรู้สึกหลังจบเกมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับคนทำทีมฟุตบอล แต่การตั้งคำถามถึงจริยธรรมหรือความซื่อสัตย์ของผู้ตัดสินโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน มักจะจบลงด้วยการโดนปรับหรือแบนเสมอ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้กับการสื่อสารในวงการฟุตบอลอาชีพให้ระมัดระวังมากขึ้นครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อัปเดตราคาทองวันนี้ 30 ก.ค. 69 ผันผวน 45 ครั้ง ปิดตลาดพุ่ง 700 บาท

สวัสดีเพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่านครับ วันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์ความเคลื่อนไหวที่นับว่าระทึกใจสุดๆ เพราะ อัปเดตราคาทองวันนี้ 30 ก.ค. 69 ผันผวน 45 ครั้ง ปิดตลาดพุ่ง 700 บาท ถือว่าเป็นวันที่เหล่านักเก็งกำไรต้องเฝ้าหน้าจอไม่ห่างกันเลยทีเดียวครับ

สถานการณ์ตลาดทองคำ: อัปเดตราคาทองวันนี้ 30 ก.ค. 69 ผันผวน 45 ครั้ง ปิดตลาดพุ่ง 700 บาท

วันนี้สมาคมค้าทองคำรายงานตัวเลขราคาที่ทำเอาหลายคนตกใจ เพราะตลอดทั้งวันตั้งแต่เปิดตลาดจนถึงเวลา 17.30 น. มีการเปลี่ยนแปลงราคาขึ้นลงรวมกันถึง 45 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของตลาดโลกและปัจจัยเศรษฐกิจในวันนี้นั่นเองครับ สำหรับ อัปเดตราคาทองวันนี้ 30 ก.ค. 69 ผันผวน 45 ครั้ง ปิดตลาดพุ่ง 700 บาท ทำให้ราคาปิดตลาดทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 64,750 บาท ใครที่ถือทองอยู่คงยิ้มออกไม่น้อยเลยครับ

รายละเอียดราคาทองคำแท่งและรูปพรรณ ปิดตลาดวันที่ 30 ก.ค. 69

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังวางแผนซื้อหรือขายทองคำ มาดูสรุปราคาสดๆ ร้อนๆ กันครับ:

  • ราคาทองคำแท่ง (96.5%): รับซื้อ 64,550 บาท / ขายออก 64,750 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ (96.5%): รับซื้อ 63,262.68 บาท / ขายออก 65,550 บาท

นอกจากนี้ สำหรับใครที่มองหาทองรูปพรรณน้ำหนักต่างๆ ผมได้รวบรวมราคาขายออกโดยประมาณรวมค่ากำเหน็จไว้ให้ดังนี้ครับ:

  • ครึ่งสลึง: 8,893.75 บาท
  • 1 สลึง: 16,987.50 บาท
  • 2 สลึง: 33,175 บาท
  • 1 บาท: 65,550 บาท
  • 2 บาท: 131,100 บาท
  • 5 บาท: 327,750 บาท

หมายเหตุ: ราคาที่แจ้งไปเป็นราคาโดยประมาณเท่านั้น ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง แนะนำให้เพื่อนๆ ตรวจสอบกับทางร้านค้าแต่ละแห่งอีกครั้งเพื่อความแม่นยำนะครับ

บทเรียนจากความผันผวนในวันนี้สอนให้เรารู้ว่า การลงทุนในทองคำมีความเสี่ยงที่ต้องคอยติดตามข่าวสารอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่กราฟมีการแกว่งตัวแรงแบบนี้ แนะนำให้แบ่งเงินทุนให้ดีและไม่ควรลงทุนแบบทุ่มหมดหน้าตักครับ การสะสมทองคำในระยะยาวมักจะปลอดภัยกว่าการเก็งกำไรระยะสั้นในวันที่ตลาดแปรปรวนแบบนี้ หากใครมีแผนจะซื้อทองในช่วงนี้ ขอให้เช็คราคากันดีๆ นะครับ

ที่มา – อัปเดตราคาทองวันนี้ 30 ก.ค. 69 ผันผวน 45 ครั้ง ปิดตลาดพุ่ง 700 บาท