วัน: 9 สิงหาคม 2026

“พิพัฒน์” ถกเตรียมความพร้อม ครม.สัญจร สงขลา ระดมข้อเสนอโครงการ 5 จังหวัดใต้

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมมีประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจและการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้มาฝากกันครับ เมื่อเร็วๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อนำประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือที่เราเรียกกันว่า “พิพัฒน์” ถกเตรียมความพร้อม ครม.สัญจร สงขลา ระดมข้อเสนอโครงการ 5 จังหวัดใต้ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรับฟังเสียงจากคนในพื้นที่โดยตรงครับ

“พิพัฒน์” ถกเตรียมความพร้อม ครม.สัญจร สงขลา ระดมข้อเสนอโครงการ 5 จังหวัดใต้

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวบรวมข้อมูล แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ได้นำเสนอโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องในพื้นที่

รายละเอียดโครงการจากแต่ละจังหวัด

จากการประชุม “พิพัฒน์” ถกเตรียมความพร้อม ครม.สัญจร สงขลา ระดมข้อเสนอโครงการ 5 จังหวัดใต้ ได้เห็นถึงความตั้งใจของแต่ละจังหวัดที่เสนอโครงการที่น่าสนใจมากมาย อาทิ:

  • จังหวัดสงขลา: เน้นโครงการวัฒนธรรมสร้างสรรค์และระบบป้องกันตลิ่ง
  • จังหวัดสตูล: ชูแนวทางการเปิดเส้นทางเดินเรือสตูล-ปีนัง-ลังกาวี
  • จังหวัดยะลา: พัฒนาสนามบินเบตงและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่
  • จังหวัดปัตตานี: ผลักดันการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ชายแดน
  • จังหวัดนราธิวาส: เน้นการบริหารจัดการน้ำและขยายทางหลวง

ความน่าสนใจอยู่ที่การเปิดกว้างสำหรับโครงการขนาดใหญ่โดยไม่จำกัดวงเงิน เพื่อให้รัฐบาลสามารถเข้ามาสนับสนุนได้อย่างเต็มที่และตรงจุดที่สุด ซึ่งคุณพิพัฒน์ได้ย้ำเสมอว่า การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและภาคท้องถิ่นคือปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาภาคใต้ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนครับ

ในมุมมองของผม การที่รัฐบาลลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตัวเองแบบนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ เพราะไม่มีใครรู้ปัญหาดีเท่ากับคนในพื้นที่เอง และหากโครงการเหล่านี้ได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง ผมเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าชายแดนหรือการท่องเที่ยว เรามาเอาใจช่วยและติดตามผลการประชุม ครม. สัญจรที่จะถึงนี้ไปพร้อมๆ กันนะครับ

ที่มา – “พิพัฒน์” ถกเตรียมความพร้อม ครม.สัญจร สงขลา ระดมข้อเสนอโครงการ 5 จังหวัดใต้

คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส

คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส

เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อ จ.ส.ต.ฮากีม กือจิ ตำรวจ สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ถูกคนร้ายลอบทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยเหตุคนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัสในครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ศีรษะและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

สรุปเหตุการณ์คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งถือเป็นเหตุอุกอาจกลางพื้นที่สาธารณะ โดยรายละเอียดเบื้องต้นของเหตุการณ์มีดังนี้:

  • ผู้ได้รับบาดเจ็บคือ จ.ส.ต.ฮากีม กือจิ อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ป. สภ.ทุ่งยางแดง
  • คนร้ายแฝงตัวมากับกลุ่มประชาชนก่อนจะลงมือยิงแล้วหลบหนีไป
  • เจ้าหน้าที่ระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสคนร้าย

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิม เชื่อว่าการลงมือในครั้งนี้อาจมุ่งหวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้งและกำลังรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

ทางเจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนว่า หากใครมีเบาะแสหรือพบเห็นบุคคลต้องสงสัย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที เพื่อช่วยกันสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนของเรา นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและข่าวลือที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างราบรื่นและขอให้ผู้บาดเจ็บมีอาการดีขึ้นโดยเร็ว หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้มีการเฝ้าระวังภัยในพื้นที่สาธารณะอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและปลอดภัยครับ

ที่มา – คนร้ายประกบยิง จ.ส.ต. กลางสนามแข่งนกปัตตานีเจ็บสาหัส ตำรวจเร่งระดมกำลังล่าตัว

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 หลายจุดในพื้นที่ กรุงเทพฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญมาฝากสำหรับใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพราะล่าสุดทาง กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 หลายจุดในพื้นที่ กรุงเทพฯ เพื่อทำการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้นครับ

การที่การไฟฟ้านครหลวงต้องออกมาประกาศแจ้งเตือนนั้น ถือเป็นเรื่องที่พวกเราควรให้ความสำคัญมากครับ โดยเฉพาะคนที่ทำงานแบบ Work from Home หรือผู้ประกอบการร้านค้าในจุดที่ได้รับผลกระทบ เพราะการเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี

กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 หลายจุดในพื้นที่ กรุงเทพฯ

เหตุผลหลักในการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในครั้งนี้ ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสายไฟจากสายอากาศเป็นสายใต้ดิน หรือการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายไฟให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้นครับ

เช็กรายชื่อพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากทราบว่า กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 หลายจุดในพื้นที่ กรุงเทพฯ นั้นมีบริเวณไหนบ้าง ลองเช็กข้อมูลเบื้องต้นกันได้เลยครับ:

  • ถนนแบริ่ง: ซอยแบริ่ง 15 เวลา 08.30 – 13.00 น.
  • ถนนเลียบวารี: ซอยเลียบวารี 34 และบริเวณข้างเคียง เวลา 08.30 – 14.30 น.
  • ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก: ซอยพฤกษาวิลล์ (บ้านเลขที่ 27/67 – 27/151) เวลา 09.00 – 13.00 น.
  • ถนนบางนา-ตราด: บริเวณหน้าตึก Ample Tower เวลา 09.00 – 14.00 น.
  • ถนนประเสริฐมนูกิจ: ซอยประเสริฐมนูกิจ 43 แยก 6-3, 6-5 และบริเวณใกล้เคียง เวลา 09.00 – 12.00 น.
  • ถนนเฉลิมพระเกียรติร.9: ซอยนันทวัน สวนหลวง ร.9 เวลา 09.30 – 14.30 น.

หากใครอาศัยอยู่ในย่านดังกล่าว อย่าลืมวางแผนสำรองไฟหรือจัดการงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ให้เสร็จสิ้นก่อนเวลาที่แจ้งไว้ด้วยนะครับ การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ชีวิตของคุณไม่สะดุดแม้ในวันที่ไฟดับครับ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ที่มา – กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 หลายจุดในพื้นที่ “กรุงเทพฯ”

Scott และ Antony โดนใบแดงในเกมอุ่นเครื่อง

Scott และ Antony โดนใบแดงในเกมอุ่นเครื่อง

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา เมื่อ Scott และ Antony โดนใบแดงในเกมอุ่นเครื่อง ที่เป็นการพบกันระหว่าง Bournemouth และ Real Betis ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 อย่างดุเดือดที่เมืองเซบียา แม้จะเป็นเพียงเกมกระชับมิตร แต่บรรยากาศในสนามกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนกลายเป็นเหตุการณ์ชุลมุนที่หลายคนไม่คาดคิด

สถานการณ์ที่ Scott และ Antony โดนใบแดงในเกมอุ่นเครื่อง

เหตุการณ์ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นในช่วงก่อนหมดเวลาครึ่งแรก หลังจากที่ Nelson Deossa ผู้เล่นของ Real Betis เตะบอลใส่ Bafode Diakite กองหลังของทีมเยือน Bournemouth หลังจากที่เขาถูกทำฟาวล์ จังหวะนี้เองที่เป็นจุดชนวนให้ผู้เล่นทั้งสองฝั่งปรี่เข้าหากันจนเกิดการปะทะคารมและผลักดันกันไปมา

ในความวุ่นวายนั้น กล้องจับภาพได้ว่า Alex Scott และอดีตปีกของ Manchester United อย่าง Antony มีการปะทะกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ตัดสินไม่รอช้า แจกใบแดงโดยตรงไล่ทั้งคู่ออกจากสนามทันที เพื่อระงับเหตุการณ์ไม่ให้บานปลายไปมากกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงแม้จะเป็นเพียงการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลก็ตาม

สรุปภาพรวมฟอร์มการเล่นของทีม

นอกจากเหตุการณ์ที่ Scott และ Antony โดนใบแดงในเกมอุ่นเครื่อง แล้ว เกมนี้ยังเต็มไปด้วยจังหวะที่น่าสนใจมากมาย โดย Bournemouth ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก Marcus Tavernier ในนาทีที่ 41 ก่อนที่ Cucho Hernandez จะตีเสมอให้ Real Betis ในนาทีที่ 57 จากนั้น Evanilson ก็ทำประตูให้ Bournemouth ออกนำอีกครั้ง แต่ท้ายที่สุด Pablo Fornals ก็มาซัดประตูตีเสมอแบ่งแต้มกันไปในท้ายที่สุด

  • Marcus Tavernier ทำประตูให้ Bournemouth
  • Cucho Hernandez ตีเสมอให้ Real Betis
  • Evanilson ยิงประตูให้ทีมนำอีกครั้ง
  • Pablo Fornals ทำประตูตีเสมอช่วงท้ายเกม

สำหรับ Bournemouth ถือว่าได้ทดสอบทีมอย่างเต็มที่ก่อนจะเข้าสู่โปรแกรมสำคัญ โดยมีคิวเตะนัดอุ่นเครื่องสุดท้ายกับทีม Mainz จากเยอรมนีในวันที่ 15 สิงหาคม ก่อนจะเริ่มประเดิมสนามในศึกพรีเมียร์ลีกด้วยการพบกับยักษ์ใหญ่อย่าง Manchester City ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ แฟนบอลต้องมาลุ้นกันต่อไปว่าการขาดหายไปของนักเตะในเกมนี้จะส่งผลต่อการวางแผนของผู้จัดการทีมมากน้อยเพียงใด

ในมุมมองของผม เกมปรีซีซั่นคือเวลาของการลองผิดลองถูกและการเรียกความฟิต แต่เมื่ออารมณ์อยู่เหนือเหตุผล สิ่งที่ตามมาคือการสูญเสียโอกาสในการทดสอบผู้เล่นในสนาม เชื่อว่าทั้งสองทีมคงต้องนำเหตุการณ์นี้ไปปรับปรุงเรื่องสมาธิและความใจเย็น เพื่อเป้าหมายใหญ่ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

หนุ่ม 19 ยิงตัวเองในสนามยิงปืนค่ายสุรนารี ทภ.2 สั่งสอบ

หนุ่ม 19 ยิงตัวเองในสนามยิงปืนค่ายสุรนารี ทภ.2 สั่งปิดชั่วคราว เร่งสอบข้อเท็จจริง

ถือเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่และผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ณ สนามยิงปืน กองพันทหารม้าที่ 8 กองพลทหารราบที่ 3 ภายในค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา โดยมีรายงานว่ามีหนุ่ม 19 ยิงตัวเองในสนามยิงปืนค่ายสุรนารี ทภ.2 สั่งปิดชั่วคราว เร่งสอบข้อเท็จจริงในทันทีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อนายคณิศร ชุมชิด อายุ 19 ปี เดินทางมายังสนามยิงปืนเพียงลำพัง เพื่อสมัครเป็นสมาชิกและขอเช่าอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน 50 นัด แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีการดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด แต่ในระหว่างการฝึกจนถึงกระสุนนัดสุดท้าย ชายคนดังกล่าวได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงตนเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทำไมถึงเกิดเหตุ หนุ่ม 19 ยิงตัวเองในสนามยิงปืนค่ายสุรนารี ทภ.2 สั่งปิดชั่วคราว เร่งสอบข้อเท็จจริง

ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารตามระเบียบอย่างครบถ้วนแล้ว และในขณะฝึกซ้อมก็มีครูฝึกดูแลตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใสและเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง กองทัพภาคที่ 2 จึงได้สั่งการให้ดำเนินการดังนี้:

  • ปิดสนามยิงปืนชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
  • รวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดทุกมุม เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างยุติธรรม
  • แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกขั้นตอนการให้บริการ

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุเดินทางมาด้วยรถรับจ้างและทำทุกอย่างตามขั้นตอนการสมัครสมาชิกปกติ จนกระทั่งช่วงเวลา 12.25 น. จึงเกิดเหตุสลดขึ้น ซึ่งในขณะนี้ทีมแพทย์โรงพยาบาลค่ายสุรนารีกำลังให้การรักษาอย่างสุดความสามารถท่ามกลางความเป็นห่วงของญาติและเจ้าหน้าที่

กรณีหนุ่ม 19 ยิงตัวเองในสนามยิงปืนค่ายสุรนารี ทภ.2 สั่งปิดชั่วคราว เร่งสอบข้อเท็จจริงนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญในเรื่องการดูแลและสังเกตอาการของผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเช่นการใช้สนามยิงปืน ความเครียดหรือภาวะทางใจเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ยาก การมีบุคลากรที่ได้รับการอบรมในการสังเกตพฤติกรรมผิดปกติเพิ่มเติมอาจเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นในอนาคต

ในนามของผู้นำเสนอข่าว เราขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และหวังว่าการสอบสวนของทางกองทัพภาคที่ 2 จะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยและนำไปสู่แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ซ้ำอีก

ที่มา – หนุ่ม 19 ยิงตัวเองในสนามยิงปืนค่ายสุรนารี ทภ.2 สั่งปิดชั่วคราว เร่งสอบข้อเท็จจริง

Rangers ยื่นข้อเสนอใหม่ล่าตัว Driouech จาก PSV

Rangers ยื่นข้อเสนอใหม่ล่าตัว Driouech จาก PSV

แฟนบอลชาวสกอตแลนด์ต้องตื่นเต้นกันอีกครั้ง เมื่อมีข่าวล่าสุดว่า Rangers ยื่นข้อเสนอใหม่ล่าตัว Driouech จาก PSV เข้ามาร่วมทีมในตลาดซื้อขายรอบนี้ Couhaib Driouech ปีกความเร็วสูงวัย 24 ปี กลายเป็นเป้าหมายหลักที่ทางสโมสรพยายามปิดดีลให้ได้ หลังจากข้อเสนอแรกไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควร การขยับราคาในครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณบวกว่า Rangers เอาจริงเอาจังกับการเสริมทัพเพื่อลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

สถานการณ์ล่าสุดเมื่อ Rangers ยื่นข้อเสนอใหม่ล่าตัว Driouech จาก PSV

การเจรจาระหว่าง Rangers และ PSV Eindhoven กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยสื่อในอังกฤษรายงานว่าการยื่นข้อเสนอใหม่ครั้งนี้มีความสมเหตุสมผลมากขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจจะทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นจริงในเร็วๆ นี้ สำหรับแฟนๆ ที่ติดตาม Scottish Premiership ต่างก็ลุ้นว่าปีกรายนี้จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญให้กับทีมได้หรือไม่

ทำไมแฟนๆ ถึงให้ความสนใจเมื่อ Rangers ยื่นข้อเสนอใหม่ล่าตัว Driouech จาก PSV?

นอกจากข่าวการย้ายทีมแล้ว ในแวดวงฟุตบอลสกอตแลนด์ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น:

  • Alex Lowry จาก Motherwell ที่ได้รับความไว้วางใจให้สวมเสื้อหมายเลข 11 ซึ่งเป็นตำนานของ Davie Cooper
  • David Gray กุนซือของ Hibernian ที่กำลังพาทีมพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามความเห็นของ Pat Nevin
  • ความผิดพลาดของ Hearts ในเกมล่าสุดกับ Benfica ที่ Sabri Guendouz ยอมรับว่านักเตะไม่ทำตามแผนที่วางไว้

หาก Rangers สามารถคว้า Driouech มาร่วมทีมได้สำเร็จ จะถือเป็นการเสริมแกร่งที่ยอดเยี่ยมในแนวรุก และสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับคู่แข่งในลีกได้ไม่น้อย เราต้องมาคอยติดตามกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และนักเตะรายนี้จะกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของถิ่น Ibrox หรือไม่ ในมุมมองของผม นี่คือความพยายามที่คุ้มค่าและอาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของทีมในปีนี้ครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สะพัด เนวิน คุย บุญยิ่ง จับตา 10 งูเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือไม่

ช่วงนี้แวดวงการเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าอาจมีการปรับทิศทางของกลุ่ม สส. ในสภาฯ โดยล่าสุดมีการตั้งคำถามว่า สะพัด “เนวิน” คุย “บุญยิ่ง” เย็นนี้ จับตา 10 งูเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องไทยลีกคู่เดือดระหว่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ ราชบุรี เอฟซี

สะพัด “เนวิน” คุย “บุญยิ่ง” เย็นนี้ จับตา 10 งูเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือไม่

เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเป็นการพบกันระหว่าง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้มีความเปราะบางและน่าสนใจเป็นพิเศษ การพบกันของทั้งคู่จึงถูกตีความเป็นนัยว่าอาจมีการดีลการเมืองครั้งสำคัญเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

เบื้องลึกกระแสข่าว 10 สส. พลิกขั้ว

สำหรับประเด็นที่ว่า สะพัด “เนวิน” คุย “บุญยิ่ง” เย็นนี้ จับตา 10 งูเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือไม่ นั้นมีที่มาจากการที่นางบุญยิ่งมี สส. ในสังกัดอยู่ประมาณ 10 คน ซึ่งหากกลุ่มนี้ย้ายฝั่งไปอยู่กับค่ายสีน้ำเงินตามกระแสข่าว จะส่งผลต่อเสียงโหวตในสภาฯ อย่างมีนัยสำคัญ

  • ความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมภายใต้เงาของพรรคภูมิใจไทย
  • การส่งบุตรชายของนางบุญยิ่งลงสมัครเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทย
  • ทิศทางการลงมติในสภาฯ ที่อาจจะสอดคล้องกับฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น

หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า หากดีลนี้สำเร็จจริง ไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกตั้งครั้งหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลผ่านเสียงของ สส. ที่เคยเป็นฝ่ายค้านอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูความชัดเจนจากการพูดคุยในวันนี้ว่า สรุปแล้วกลุ่ม สะพัด “เนวิน” คุย “บุญยิ่ง” เย็นนี้ จับตา 10 งูเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือไม่ จะเป็นเพียงข่าวลือหรือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง การดีลกันนอกรอบถือเป็นเรื่องปกติในไทย แต่การดีลครั้งนี้มีความสำคัญสูงเพราะเกี่ยวข้องกับจำนวน สส. ถึง 10 เสียง ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญในญัตติสำคัญๆ ของรัฐบาลในอนาคต เราคงต้องติดตามดูผลกระทบที่จะตามมาว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายจะนำไปสู่การจับมือกันอย่างเป็นทางการหรือไม่

ที่มา – สะพัด “เนวิน” คุย “บุญยิ่ง” เย็นนี้ จับตา 10 งูเขียวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือไม่

หนังสืออนุสรณ์ 12 ปี มรณกาล สมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ

หนังสืออนุสรณ์ 12 ปี มรณกาล สมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้ออกมาเผยภาพแรกของหนังสืออนุสรณ์อันทรงคุณค่า ในวาระครบรอบนักษัตร 12 ปีแห่งมรณกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) พระมหาเถระผู้เป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิกชนชาวไทยและต่างประเทศ การจัดทำหนังสือชุดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการระลึกถึงพระคุณของท่านเท่านั้น แต่ยังมีการบันทึกเรื่องราวสำคัญที่หลายคนรอคอย

เปิดบันทึกประวัติศาสตร์กับ หนังสืออนุสรณ์ 12 ปี มรณกาล สมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) และบันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ” ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับมรสุมที่วัดสระเกศต้องเผชิญในช่วงเวลาที่ผ่านมาอย่างตรงไปตรงมา นับเป็นครั้งแรกที่มีการรวบรวมเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ยาวนานจนกระทั่งทุกอย่างคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกเหนือจากเรื่องราวของคดีความแล้ว ภายในเล่มยังได้อัญเชิญคำสอนและพินัยกรรมของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) ที่ได้เตือนใจเหล่าศิษยานุศิษย์ไว้ก่อนที่จะมรณภาพว่า “เมื่อหลวงพ่อไม่อยู่แล้ว จะเกิดภัยกับพวกเรามาก อย่าพากันประมาท” ซึ่งเป็นเครื่องเตือนสติให้พุทธบริษัทดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา

คุณงามความดีที่ไม่มีวันจางหาย

หากจะพูดถึง หนังสืออนุสรณ์ 12 ปี มรณกาล สมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ เล่มนี้ สิ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือการรวบรวมมุมมองและประสบการณ์จากศิษยานุศิษย์ที่สัมผัสถึงความเมตตาของท่าน โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) ท่านเป็นพระผู้มีเมตตาธรรมสูงส่ง มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มต้อนรับญาติโยมอยู่เสมอ หรือที่เรียกว่า “อุตฺตานมุขี” ตามหลักอรรถกถา ทั้งยังเป็นพระมหาเถระที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของพระภิกษุสามเณรในปกครอง ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การศึกษาเล่าเรียน และการปฏิบัติศาสนกิจ

  • การศึกษา: ท่านมักย้ำเตือนให้พระภิกษุสามเณรศึกษาพระธรรมวินัยและบาลีให้รู้จริง เพื่อให้เท่าทันโลก
  • วิสัยทัศน์: ท่านเป็นผู้วางรากฐานพระธรรมทูตไทยในต่างแดน ส่งผลให้มีวัดไทยเกิดขึ้นทั่วโลก
  • ความเมตตา: ท่านจำรายละเอียดเรื่องราวของศิษย์และครอบครัวได้แม่นยำ แสดงถึงความห่วงใยอย่างแท้จริง

ความทรงจำที่มีต่อท่านยังคงแจ่มชัดในใจของผู้ที่ได้รับความเมตตา จากการที่ท่านนำทำวัตรสวดมนต์ด้วยตนเองแม้ในวันที่ตรากตรำจากการปฏิบัติศาสนกิจ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบและแบบอย่างอันดีงามสำหรับอนุชนรุ่นหลัง การอ่านหนังสืออนุสรณ์เล่มนี้จึงเปรียบเสมือนการได้ย้อนเวลากลับไปฟังคำสอนของหลวงพ่อผู้เป็นที่รักอีกครั้งหนึ่ง

ในฐานะพุทธศาสนิกชน การมีโอกาสได้ศึกษาชีวประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) ถือเป็นกุศลอย่างหนึ่ง เพราะนอกจากจะได้ทราบถึงหลักการทำงานและการอุทิศตนเพื่อพระศาสนาแล้ว เรายังจะได้เห็นความอ่อนน้อมและความเมตตาที่ท่านมอบให้แก่ผู้อื่นเสมอมา ซึ่งถือเป็นวิถีปฏิบัติที่เราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ช่วยประคับประคองจิตใจของศิษยานุศิษย์ให้ก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ด้วยสติและปัญญา

ที่มา – วัดสระเกศฯ เผยภาพแรกหนังสืออนุสรณ์ ครบรอบนักษัตร 12 ปีแห่งมรณกาล “สมเด็จเกี่ยว”

เมสซี่พลาดลงสนามให้ไมอามี หลังสูญเสียคุณพ่อ

เมสซี่พลาดลงสนามให้ไมอามี หลังสูญเสียคุณพ่อ

โลกฟุตบอลต้องพบกับข่าวเศร้าเมื่อ Lionel Messi ยอดนักเตะระดับตำนานชาวอาร์เจนไตน์ จำเป็นต้องพลาดการลงสนามให้กับ Inter Miami ในการแข่งขัน Leagues Cup ที่พ่ายให้กับ Monterrey ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมสซี่พลาดลงสนามให้ไมอามี หลังสูญเสียคุณพ่อ Jorge Messi ซึ่งจากไปอย่างสงบในวัย 68 ปี หลังจากต่อสู้กับอาการป่วยมาอย่างยาวนาน

เหตุผลที่ เมสซี่พลาดลงสนามให้ไมอามี หลังสูญเสียคุณพ่อ

Jorge Messi ไม่ใช่แค่คุณพ่อของนักเตะผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเป็นตัวแทนคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของลูกชายมาตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี เขาคือผู้ผลักดันที่พาเมสซี่ไปสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพที่บาร์เซโลนา การจากไปครั้งนี้สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวเมสซี่และแฟนบอลทั่วโลกอย่างมหาศาล ทางสโมสร Inter Miami ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยการยืนสงบนิ่งก่อนเริ่มเกม และผู้เล่นทุกคนได้สวมปลอกแขนสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัย

ความทรงจำและพลังใจจากเพื่อนร่วมทีม

ในเกมดังกล่าว Rodrigo de Paul เพื่อนร่วมทีมชาติอาร์เจนตินาได้ทำประตูและฉลองด้วยการโชว์เสื้อของเมสซี่เพื่อเป็นการส่งกำลังใจให้เพื่อนสนิท ในขณะที่ Luis Suarez กองหน้าเพื่อนร่วมทีม Inter Miami ก็ได้โพสต์ข้อความผ่าน Instagram ว่า Jorge จะคอยเฝ้ามองดูลูกชายของเขาด้วยความภาคภูมิใจเสมอ นอกจากนี้สโมสรเก่าอย่าง Barcelona ยังได้จัดช่วงเวลาไว้อาลัยให้แก่ชายผู้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของดาวเตะรายนี้ด้วย

  • สโมสรฟุตบอลทั่วโลกแสดงความเสียใจอย่างพร้อมเพรียง
  • แฟนบอลร่วมวางดอกไม้หน้าบ้านในวัยเด็กของเมสซี่ที่เมืองโรซาริโอ
  • สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาส่งสาส์นให้กำลังใจครอบครัวเมสซี่

เหตุการณ์ เมสซี่พลาดลงสนามให้ไมอามี หลังสูญเสียคุณพ่อ ในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นว่าไม่ว่านักกีฬาจะยิ่งใหญ่เพียงใด แต่ท้ายที่สุดแล้ว ‘ครอบครัว’ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอ เราขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวเมสซี่ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว และเชื่อมั่นว่าความรักของคุณพ่อ Jorge จะยังคงเป็นแรงผลักดันให้เมสซี่สร้างตำนานต่อไปในอนาคต

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ