ประเด็นร้อนทางการเมืองที่ทุกคนจับตาในขณะนี้คือ 24 เม.ย.นี้ ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นสำนวนคดีไปยังศาลฎีกาแล้ว ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ยังเตรียมแจงเหตุผลในการยกคำร้องกรณี “ศักดิ์สยาม” ซึ่งสร้างความฮือฮาเพราะขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างไร มาอ่านรายละเอียดกัน
24 เม.ย.นี้ ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 ว่า ศาลฎีกาได้ประสานงานนัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดีของ 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อบุคคลเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมวดหมู่ความผิดต่อพระมหากษัตริย์” ในวันที่ 24 เมษายนนี้ โดย ป.ป.ช. ได้ยื่นสำนวนเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา
คดีนี้เกิดจาก ป.ป.ช. พิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวของ ส.ส. 44 คน อาจเข้าข่ายกระทำผิดวินัยร้ายแรงตามกฎหมาย ส.ส. ซึ่งจะส่งผลให้พวกเขาสูญเสียสิทธิทางการเมืองหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลฎีกา นี่เป็นหนึ่งในคดีใหญ่ที่สะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองในไทย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขกฎหมายม.112 ที่เป็นหัวใจของการอภิปรายในสภา
ป.ป.ช. จ่อแจงยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” สวนทางศาลรัฐธรรมนูญ
ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง นายสุรพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในข้อหาซุกหุ้นหรือถือหุ้นผ่านนอมินีในบริษัท หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ โดยมตินี้ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้ศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่ง
เลขาฯ ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะแถลงเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าทำไมจึงวินิจฉัยเช่นนั้น เมื่อถามถึงโอกาสที่ศักดิ์สยามจะกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้หรือไม่ เขาชี้ว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญ โดย ป.ป.ช. ถือว่าปิดคดีแล้ว แต่สิทธิผู้เสียหายยังสามารถร้องเรียนต่อไปได้
- ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ศักดิ์สยามสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี
- ป.ป.ช. ยกคำร้องเพราะพิจารณาแล้วไม่เข้าข่ายทุจริต
- กกต. ต้องตรวจคุณสมบัติหากสมัครเลือกตั้ง
- ผู้เสียหายสามารถอุทธรณ์หรือร้องต่อหน่วยงานอื่น
คดีสแกนม่านตา DSI ส่งให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ
นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังรับสำนวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับโครงการสแกนม่านตาของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยมีข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังไม่มีการระบุตัวบุคคลชัดเจน ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อหาคนรับผิดชอบ และยังไม่มีมติรับคดี แม้จะมีการพาดพิงบุคคลทางการเมืองบ้าง แต่ต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม
โครงการสแกนม่านตาเคยถูกวิจารณ์หนักเรื่องความโปร่งใสและการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบทุจริต หาก ป.ป.ช. พบหลักฐาน ก็อาจขยายวงไปยังผู้เกี่ยวข้อง
กรณี 24 เม.ย.นี้ ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล และประเด็นอื่นๆ เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ ป.ป.ช. ในการกำกับดูแลนักการเมือง การตัดสินจะมีผลต่อเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลที่กำลังเตรียมตัวเลือกตั้งใหม่ และสถานะของศักดิ์สยามที่อาจกลับมาเล่นการเมืองได้
ในมุมมองของผู้เขียน คดีเหล่านี้เป็นเครื่องทดสอบความโปร่งใสของระบบยุติธรรมไทย หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ผิด ก็จะเป็นชัยชนะของสิทธิเสรีภาพในการเสนอกฎหมาย แต่หากผิด ก็อาจปิดประตูการแก้ไขม.112 ไปอีกนาน คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัพเดทข่าวการเมืองล่าสุดจากเรา!
ที่มา – 24 เม.ย.นี้ ศาลฎีกานัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล – ป.ป.ช.จ่อแจงยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม”


