85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล ฐานขยายการควบคุมพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่ยังคงเต็มไปด้วยความขัดแย้งมานานหลายทศวรรษ เหตุการณ์ล่าสุดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงจุดยืนของนานาชาติ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่กระบวนการสันติภาพอาจพังทลายลง
85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล
เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ คณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติจาก 85 ประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ 85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล กรณีแผนการขยายอำนาจควบคุมในเขตเวสต์แบงก์ โดยระบุชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวอาจเทียบเท่ากับ “การผนวกดินแดนโดยพฤตินัย” ซึ่งขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ทั้งกลุ่มประเทศนี้เรียกร้องให้อิสราเอลยกเลียมาตรการเหล่านี้ทันที เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
แถลงการณ์ระบุว่า “เราขอประณามอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจและมาตรการฝ่ายเดียวของอิสราเอล ที่มุ่งขยายการปรากฏตัวอย่างผิดกฎหมายในเขตเวสต์แบงก์” นอกจากนี้ ยังย้ำจุดยืนคัดค้านการผนวกดินแดนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกยึดครองตั้งแต่ปี 1967 รวมถึงเยรูซาเล็มตะวันออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของข้อพิพาทอิสราเอล-ปาเลสไตน์
ปมขยายเขตนิคมรุกรานเวสต์แบงก์: สาเหตุหลักของการประณาม
จุดเริ่มต้นของความตึงเครียดเกิดจากเมื่อสัปดาห์ก่อน คณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล ซึ่งมีรัฐมนตรีขวาจัดหนุนหลัง อนุมัติชุดมาตรการเพื่อกระชับการควบคุมพื้นที่เวสต์แบงก์ที่เดิมอยู่ภายใต้องค์การบริหารปาเลสไตน์ (PA) ตามข้อตกลงออสโลช่วงปี 1990s ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ รัฐบาลอิสราเอลยังอนุมัติจดทะเบียนที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ทรัพย์สินของรัฐ” สิ่งนี้จุดชนวนความไม่พอใจทั่วโลก
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาเตือนทันทีว่านโยบายนี้ “ผิดกฎหมาย” และทำให้สถานการณ์ “ขาดเสถียรภาพ” ปัจจุบันมีชาวอิสราเอลกว่า 500,000 คนอาศัยในนิคมเวสต์แบงก์ (ไม่รวมเยรูซาเล็มตะวันออก) ท่ามกลางชาวปาเลสไตน์ 3 ล้านคน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายสากล
กลุ่ม 85 ชาติที่ร่วมแถลงการณ์รวมมหาอำนาจอย่างซาอุดีอาระเบีย จีน รัสเซีย สหภาพยุโรป สันนิบาตอาหรับ และองค์การความร่วมมืออิสลาม พวกเขาย้ำว่ามาตรการของอิสราเอลกำลังบ่อนทำลายสันติภาพและโอกาสแก้ไขข้อพิพาทในอนาคต
บริบทประวัติศาสตร์: เวสต์แบงก์และข้อพิพาทยาวนาน
เวสต์แบงก์เป็นหนึ่งในดินแดนที่อิสราเอลยึดครองตั้งแต่สงครามหกวันปี 1967 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคตตามมติสหประชาชาติ การตั้งนิคมอิสราเอลในพื้นที่นี้ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคหลักต่อการเจรจาสันติภาพ ข้อตกลงออสโลปี 1993 แบ่งพื้นที่เป็น A B C โดย PA บริหาร A และ B แต่ล่าสุดอิสราเอลกำลังรุกเข้าไปมากขึ้น
- พื้นที่ A: PA ควบคุมทั้งพลเรือนและความมั่นคง (18% ของเวสต์แบงก์)
- พื้นที่ B: PA ควบคุมพลเรือน อิสราเอลความมั่นคง (22%)
- พื้นที่ C: อิสราเอลควบคุมทั้งหมด (60%) ซึ่งเป็นที่ตั้งนิคมหลัก
การขยายนิคมไม่เพียงเปลี่ยนแปลงประชากรศาสตร์ แต่ยังขัดขวางการสร้างรัฐปาเลสไตน์ที่มีอิสระ
ผลกระทบต่อกระบวนการสันติภาพ
นานาชาติเห็นตรงกันว่าการกระทำของอิสราเอลกำลังทำลายความหวังในการสองรัฐ (Two-State Solution) ซึ่งเป็นกรอบหลักในการแก้ไขข้อพิพาท หากไม่ยกเลิกมาตรการ สถานการณ์อาจนำไปสู่ความรุนแรงรอบใหม่และการโดดเดี่ยวทางการทูตของอิสราเอล
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงอิทธิพลของกลุ่มขวาจัดในรัฐบาลอิสราเอลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งมุ่งเน้นนโยบายแข็งกร้าวต่อปาเลสไตน์
สุดท้ายแล้ว 85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล เป็นเครื่องเตือนใจว่านานาชาติยังคงจับตาและพร้อมใช้เครื่องมือทางกฎหมายเพื่อรักษาสันติภาพ คุณคิดว่าการประณามครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้หรือไม่? แสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารต่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตเหตุการณ์ล่าสุด!
ที่มา – 85 ชาติสมาชิกยูเอ็น ผนึกกำลังประณามอิสราเอล ปมขยายเขตนิคมรุกราน “เวสต์แบงก์”

