จากกรณีข่าวเศร้า “สิงโต” ขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการดูแลสัตว์ป่าในสถานที่เลี้ยงต่างๆ ล่าสุด ผู้อำนวยการ CITES ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและการอนุญาตครอบครองสิงโต โดยเบื้องต้นพบว่ามีสิงโตในครอบครองประมาณ 32 ตัว และยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติคนถูกทำร้าย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีการแชร์คลิปวิดีโอในโลกโซเชียล ซึ่งแสดงให้เห็นภาพสิงโตจำนวนหลายตัวกำลังขย้ำคนข้างรถกระบะยกสูงคันหนึ่ง แม้จะมีเสียงบีบแตรจากรถอีกคัน แต่สิงโตก็ยังไม่ยอมปล่อย (สยอง ฝูงสิงโตขย้ำคน ยังไม่ทราบชะตากรรม)
จุดเกิดเหตุเป็นส่วนจัดแสดงสิงโต มีรั้วขนาดใหญ่เปิดให้รถเข้าออก โดยภายในเป็นพื้นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปได้ แต่มีป้ายกำชับชัดเจนว่าห้ามเปิดกระจกและห้ามลงจากรถ ซึ่งจะมีรถของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์จอดดูแลความปลอดภัย และมีการจัดแสดงโชว์ให้อาหารสิงโตเป็นบางช่วง
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในสวนสัตว์ โดยนั่งรถบัสของสวนสัตว์เข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปข้างในแต่อย่างใด รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
CITES รุดตรวจสอบเหตุ “สิงโต” ขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ เช็กมาตรการความปลอดภัย
นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา หรือ CITES (ไซเตส) ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ และให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าไปตรวจสอบภายในสวนสัตว์ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบเหตุ “สิงโต” ขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยและแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของการครอบครองสิงโต
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ CITES ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการตรวจสอบสิงโตและสถานที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 3 เดือนครั้ง ซึ่งในเรื่องของกฎระเบียบจะต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดอีกครั้ง และยืนยันว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการแจ้งหรือมีประวัติสัตว์ทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยเบื้องต้นพบว่ามีสิงโตในครอบครองประมาณ 32 ตัว
มาตรการความปลอดภัยหลังเหตุการณ์สิงโตทำร้ายเจ้าหน้าที่
เหตุการณ์ “สิงโต” ขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยในสถานที่เลี้ยงสัตว์ป่า และจำเป็นต้องมีการทบทวนและปรับปรุงแผนการจัดการความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
- การตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ: สถานที่เลี้ยงสัตว์ป่าควรได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อระบุและแก้ไขจุดอ่อนที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่: เจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับสัตว์ป่าควรได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับสัตว์ การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ความปลอดภัย
- การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน: โครงสร้างพื้นฐานของสถานที่เลี้ยงสัตว์ป่า เช่น รั้ว กรง และระบบรักษาความปลอดภัย ควรได้รับการปรับปรุงให้มีความแข็งแรงและปลอดภัย
- การให้ความรู้แก่ประชาชน: ประชาชนที่เข้าเยี่ยมชมสถานที่เลี้ยงสัตว์ป่าควรได้รับข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
การป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากสัตว์ป่า จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้สัตว์ป่าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และประชาชนสามารถเข้าชมสถานที่เลี้ยงสัตว์ป่าได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้เราคิดถึงความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการรักษาความปลอดภัยของมนุษย์ การจัดการสถานที่เลี้ยงสัตว์ป่าจึงต้องมีความละเอียดรอบคอบ คำนึงถึงสวัสดิภาพของทั้งสัตว์และคน
ที่มา – CITES รุดตรวจสอบเหตุ “สิงโต” ขย้ำเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ เช็กมาตรการความปลอดภัย



