พบอีก เจ้าหน้าที่ EOD ทำลายจรวด BM-21 ตกค้างในไร่มันสำปะหลัง อุบลฯ

EOD ทำลายจรวด BM-21 ตกค้าง อุบลฯ

เจ้าหน้าที่ EOD ทำลายหัวจรวด BM-21 ตกค้างในไร่มันสำปะหลัง พื้นที่ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี เบื้องต้นมีจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ประมาณ 40 ลูก จรวดไม่ทำงาน 2 ลูก

วันที่ 18 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ EOD กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ EOD กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง ร่วมกันทำลายหัวจรวด BM-21 ของทางทหารกัมพูชายิงเข้ามาตกในไร่มันสำปะหลัง บ้านโนนอุดม ต.โคกสะอาด อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

จุดนี้อยู่ในไร่มันสำปะหลังของนายสุภาพ เชตะวัน อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่ EOD พบหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 เซนติเมตร ลึกประมาณ 1.30 เมตร หัวจรวดยังไม่ทำงาน จึงขุดปากหลุมให้กว้างนำเอาระเบิด C4 จำนวน 3 ปอนด์ ฝังลงไปในหลุม เพื่อทำลายหัวระเบิด

นายสุภาพ บอกว่า มาฉีดยาฆ่าหญ้าเลยเห็นหลุม เมื่อ 3-4 วันก่อน ครั้งแรกคิดว่าเป็นตาน้ำ แต่พอดูไปดูมาหลุมมีลักษณะกลมไม่น่าจะเป็นตาน้ำ จึงแจ้งผู้นำหมู่บ้านมาดู หลังแจ้งไปแล้วประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาตรวจสอบและทำลาย ตอนนี้ดีใจและโล่งใจมาก เพราะจะได้เข้าไร่ได้อย่างปลอดภัย ส่วนสถานการณ์ในตอนนี้ก็ยังคงมีความหวาดระแวงและเตรียมพร้อมอพยพไว้ตลอด

เบื้องต้นในอำเภอน้ำขุ่น มีจรวด BM-21 ตกค้างในพื้นที่ประมาณ 40 ลูก จรวดไม่ทำงาน 2 ลูก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ EOD ได้ทำลายจรวด BM-21 ตกค้างหมดแล้ว แต่ระหว่างนี้ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากชาวบ้านกำลังลงสวน ไร่ นาเพื่อเก็บเกี่ยวผลิตผลการเกษตร ทำให้มีการพบหลุมหัวจรวด BM-21 อย่างต่อเนื่อง.

EOD เร่งทำลายจรวด BM-21 ตกค้างในอุบลฯ

เหตุการณ์พบจรวด BM-21 ตกค้างในไร่มันสำปะหลังที่จังหวัดอุบลราชธานีแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่หลงเหลือจากความขัดแย้งในอดีต แม้ว่าเจ้าหน้าที่ EOD จะได้ดำเนินการทำลายจรวดที่พบแล้ว แต่ความระมัดระวังยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ การตระหนักถึงสิ่งผิดปกติและการแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

ความสำคัญของการเฝ้าระวังหลัง EOD ทำลายจรวด BM-21 ตกค้าง

การที่ชาวบ้านกำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรยิ่งทำให้การเฝ้าระวังเข้มข้นเป็นสิ่งจำเป็น การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับลักษณะของวัตถุแปลกปลอมและวิธีการแจ้งเหตุเมื่อพบเจอ จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการสำรวจและประเมินพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดการกับวัตถุอันตรายตกค้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การทำงานของเจ้าหน้าที่ EOD นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชน การตอบสนองที่รวดเร็วและการกำจัดวัตถุอันตรายอย่างมืออาชีพช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า การสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวัง จะเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในการรักษาความปลอดภัยในระยะยาว

สถานการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของสันติภาพและความมั่นคง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ เป็นหนทางเดียวที่จะนำมาซึ่งความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสำหรับทุกฝ่าย

การที่ชาวบ้านในอุบลราชธานียังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากวัตถุอันตรายตกค้าง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง การลงทุนในการศึกษา การสร้างงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – พบอีก เจ้าหน้าที่ EOD ทำลายจรวด BM-21 ตกค้างในไร่มันสำปะหลัง อุบลฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: