สถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังตึงเครียดขึ้น เมื่อสหราชอาณาจักรตัดสินใจระงับการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองสำคัญกับสหรัฐอเมริกาบางส่วน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีเรืออย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายและความชอบธรรมในการใช้กำลัง
สหราชอาณาจักรระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสกัดกั้นยาเสพติดในทะเลแคริบเบียน การตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยของ UK ต่อวิธีการที่สหรัฐฯ ใช้ในการจัดการกับเรือต้องสงสัย ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตจำนวนมาก
UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือ
รายงานจาก CNN ระบุว่า สหราชอาณาจักร (UK) ได้หยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียนแล้ว การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก UK ไม่ต้องการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่นำไปสู่การจมเรือหลายลำและเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก UK เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
การระงับ UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง ถือเป็นการแตกหักครั้งสำคัญระหว่างสองชาติพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้านข่าวกรองมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการเน้นย้ำถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความชอบธรรมของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแถบลาตินอเมริกา
ทำไม UK ถึงระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ หลัง US โจมตีเรือ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรซึ่งมีดินแดนและฐานข่าวกรองในทะเลแคริบเบียน ได้ให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการระบุตำแหน่งเรือที่ต้องสงสัยว่าขนยาเสพติด เพื่อให้หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ สามารถเข้าสกัดกั้นได้ การสกัดกั้นนี้รวมถึงการสั่งให้เรือหยุด การขึ้นเรือ การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย และการยึดยาเสพติด
ข้อมูลข่าวกรองจะถูกส่งไปยัง “กองกำลังเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานภาคใต้” (Joint Interagency Task Force South – JIATF South) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดา และมีตัวแทนจากประเทศพันธมิตรหลายแห่ง เพื่อลดการค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มโจมตีเรือต้องสงสัยจนมีผู้เสียชีวิตในเดือนกันยายน UK ก็เริ่มกังวลว่าข้อมูลที่พวกเขาให้มาจะถูกนำไปใช้ในการเลือกเป้าหมายที่ไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่อังกฤษเชื่อว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 76 คน UK จึงเริ่มระงับการส่งข้อมูลข่าวกรองเมื่อกว่า 1 เดือนที่แล้ว
นาย โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม ซึ่ง UK เห็นด้วยกับการประเมินนี้
สถานทูตอังกฤษในวอชิงตันและทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวกรอง
แคนาดา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญที่ให้ความช่วยเหลือหน่วยยามฝั่งของสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียนมาเกือบสองทศวรรษ ก็เริ่มเว้นระยะห่างจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เช่นกัน โดยแจ้งว่าพวกเขาไม่ต้องการให้ข้อมูลของตนถูกนำไปใช้ในการชี้เป้าหมายสำหรับการโจมตี
โฆษกกระทรวงกลาโหมแคนาดา กล่าวว่า ปฏิบัติการความร่วมมือทางทหารระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน หรือที่เรียกว่า “ปฏิบัติการแคริบเบียน” ไม่เกี่ยวข้องและแตกต่างจากการโจมตีเรือต้องสงสัยของสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง
UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง นับเป็นสัญญาณเตือนถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศในการปฏิบัติการทางทหาร และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างประเทศพันธมิตร เพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
ที่มา – UK ระงับแชร์ข่าวกรองกับสหรัฐฯ บางส่วน หลัง US โจมตีเรือต่อเนื่อง


