กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการพิจารณาของสภา หลังคะแนนเสียงแพ้

กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังสภาตีตก


การประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2566 เป็นที่น่าจับตา เมื่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ในการลงมติ ทำให้ต้องตัดสินใจ กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกจากการพิจารณาของสภา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสมาชิกรัฐสภามีการนับคะแนนรายคนในมาตรา 256/28 ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลปรากฏว่า กมธ.เสียงข้างน้อยเป็นฝ่ายชนะในการลงมติครั้งแรก แม้จะมีการนับคะแนนรอบสอง ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม คือ กมธ.เสียงข้างน้อยยังคงได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่า

จากผลการลงมติที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมาย ในเวลา 22.07 น. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานกรรมาธิการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ได้แถลงต่อประธานสภาว่า เนื่องจากผลคะแนนเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมาตราดังกล่าว กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ได้เสนอมา เพื่อนำกลับไปพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขต่อไป

หลังจากนั้น นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ประธานกรรมาธิการฯ ได้ปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่ ซึ่งนายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่า ได้มีการปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้แล้วก่อนที่จะตัดสินใจ กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกจากการพิจารณาของสภา

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและหลากหลายของความคิดเห็นในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การที่ กมธ. ตัดสินใจถอนร่างออกไป ถือเป็นการเปิดโอกาสให้มีการทบทวนและปรับปรุงเนื้อหา เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้น

เบื้องหลังการตัดสินใจถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การตัดสินใจถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ กมธ. ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล การพ่ายแพ้ในการลงมติถึงสองครั้ง แสดงให้เห็นว่าร่างที่เสนอไปยังมีข้อบกพร่องหรือประเด็นที่ยังไม่ได้รับการเห็นพ้องจากสมาชิกรัฐสภาจำนวนมาก การถอนร่างจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ กมธ. ได้มีเวลาในการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่ายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ร่วมกันเสนอร่าง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นที่ยอมรับ การที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ยืนยันว่าได้มีการปรึกษาหารือกันแล้ว แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความเข้าใจและหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม การถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป ก็อาจก่อให้เกิดความผิดหวังในหมู่ประชาชนบางส่วนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การชะลอหรือเลื่อนการพิจารณาออกไป อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองได้

ดังนั้น การที่ กมธ. จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับมาพิจารณาอีกครั้ง จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ออกมามีความสมบูรณ์ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน

  • การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
  • การพิจารณาข้อดีข้อเสียของร่างแก้ไขอย่างรอบด้าน
  • การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ กมธ. ตัดสินใจถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการพิจารณาของสภา สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่ซับซ้อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

แน่นอนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย การที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกถอนออกไป ไม่ได้หมายความว่าความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสิ้นสุดลง กมธ. จะต้องนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และนำกลับมาเสนอต่อสภาอีกครั้งในอนาคต

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยความจริงใจ เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงได้

ที่มา – กมธ. ขอถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการพิจารณาของสภา หลังคะแนนเสียงแพ้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: