กมธ.การต่างประเทศ สภาฯ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหา 'นอมินี'

กมธ.ต่างประเทศ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหานอมินี

กมธ.ต่างประเทศ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหานอมินี หลังพบข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือที่เรียกกันว่า “นอมินี” ซึ่งอาจทำให้เกิดการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะพัทยาและพื้นที่บางละมุงเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่มีธุรกิจจากหลากหลายประเทศเข้ามาลงทุน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย สส.กังฟู วสวรรธน์ พวงพรศรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจที่อาจมีการใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นหรือตัวแทนอำพราง การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกเมืองพัทยา และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

กมธ.ต่างประเทศ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหานอมินี

คณะกรรมาธิการได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานในจังหวัด ก่อนลงพื้นที่สำรวจสถานประกอบการและจุดที่มีความเสี่ยง โดยต้องการทำความเข้าใจปัญหาจากข้อมูลจริง รวมทั้งรับฟังอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การตรวจสอบลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะปัญหานอมินีมักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น เอกสารทางธุรกิจ แหล่งเงินทุน และผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน

กมธ.ต่างประเทศ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหานอมินี พบยอดจดทะเบียนสูง

ข้อมูลที่รายงานต่อคณะกรรมาธิการระบุว่า มีการยื่นขอจดทะเบียนนิติบุคคลประมาณ 200 บริษัทต่อวัน หรือราว 6,000 บริษัทต่อเดือน แม้จำนวนดังกล่าวจะไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทมีความผิด แต่ตัวเลขที่สูงทำให้หน่วยงานรัฐต้องจัดลำดับความเสี่ยงและวางระบบติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวหรือธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มจำกัดตามกฎหมาย

อีกหนึ่งข้อกังวลคือจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบอาจไม่เพียงพอกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีเพียงประมาณ 6 คน ขณะที่ต้องตรวจสอบข้อมูลบริษัทจำนวนมาก ทั้งยังต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน หากไม่มีบุคลากร เทคโนโลยี และงบประมาณที่เหมาะสม การคัดกรองบริษัทกลุ่มเสี่ยงอาจใช้เวลานาน และทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบธุรกิจ

นอมินีคืออะไร และทำไมต้องตรวจสอบ

คำว่า “นอมินี” ในบริบททางธุรกิจ หมายถึงการใช้บุคคลหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้แสดงตัวแทน ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ลงทุนหรือผู้ควบคุมกิจการที่แท้จริง หากมีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติเพื่อให้ธุรกิจดูเหมือนเป็นกิจการของคนไทย ทั้งที่การดำเนินงานและเงินทุนมาจากต่างชาติ อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมายและส่งผลกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ไม่ควรเหมารวมว่าธุรกิจต่างชาติทุกแห่งเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้ามาลงทุนอย่างถูกต้อง มีการจ้างงาน ชำระภาษี และปฏิบัติตามเงื่อนไขของประเทศไทยอย่างชัดเจน สิ่งที่ภาครัฐต้องแยกให้ออกคือการลงทุนที่ถูกต้องกับการใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่ออำพรางผู้ควบคุมกิจการ

หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยง

ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ร่วมกับจังหวัดชลบุรีและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ตรวจสอบเครือข่ายที่ต้องสงสัยว่าอาจใช้คนไทยเป็นนอมินีในเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง โดยบางส่วนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเป็นคดีพิเศษแล้ว การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบมีทั้งทะเบียนนิติบุคคล ข้อมูลการเงิน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และพฤติกรรมการดำเนินกิจการ

กระทรวงพาณิชย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ DSI ยังอยู่ระหว่างวางแนวทางตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยใช้การประเมินความเสี่ยงเพื่อเลือกตรวจสอบบริษัทที่มีสัญญาณผิดปกติ เช่น มีผู้ถือหุ้นหลายรายแต่ไม่มีบทบาทจริง ทุนจดทะเบียนไม่สอดคล้องกับขนาดกิจการ ใช้ที่อยู่ซ้ำกันหลายบริษัท หรือมีผู้มีอำนาจลงนามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำวัน

  • ตรวจสอบที่มาของเงินทุนและเส้นทางการชำระเงิน
  • ตรวจสอบบทบาทของผู้ถือหุ้นและกรรมการแต่ละราย
  • เปรียบเทียบข้อมูลทะเบียนบริษัทกับการดำเนินธุรกิจจริง
  • ประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อป้องกันข้อมูลตกหล่น
  • คุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เสนอทบทวนกฎหมายและเพิ่มบทลงโทษ

ประเด็นที่คณะกรรมาธิการเตรียมผลักดันคือการทบทวนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับการใช้ตัวแทนอำพรางหรือการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย คณะกรรมาธิการเห็นว่าบทลงโทษควรสอดคล้องกับรูปแบบการกระทำผิดในปัจจุบัน และต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะยับยั้งผู้ที่คิดใช้ช่องว่างทางกฎหมาย

การแก้กฎหมายควรดำเนินควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบ ไม่ใช่เน้นเพียงการเพิ่มโทษเท่านั้น หน่วยงานรัฐควรมีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน ใช้เทคโนโลยีช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยง และเพิ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านบัญชี การเงิน และกฎหมายธุรกิจ นอกจากนี้ควรสื่อสารหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการเข้าใจง่าย เพื่อให้ธุรกิจต่างชาติที่ต้องการลงทุนอย่างสุจริตสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมั่นใจ

สำหรับเมืองพัทยา การแก้ปัญหานอมินีมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระยะยาว หากมีธุรกิจผิดกฎหมายจำนวนมาก อาจกระทบผู้ประกอบการไทยที่แข่งขันอย่างถูกต้อง รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ปฏิบัติตามกติกา ดังนั้น การลงพื้นที่ของ กมธ.ต่างประเทศ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหานอมินี จึงไม่ใช่เพียงการตรวจสอบเฉพาะกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการหาทางสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนและเป็นธรรม

มุมมองที่น่าติดตามคือ ภาครัฐควรเดินหน้าอย่างสมดุล กล่าวคือ ต้องจริงจังกับผู้ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างภาระเกินจำเป็นให้กับธุรกิจที่ลงทุนอย่างถูกต้อง หากทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลเดียวกัน ตรวจสอบโปร่งใส และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของประเทศและทำให้พัทยาเป็นพื้นที่ลงทุนที่น่าเชื่อถือมากขึ้น

ประชาชนและผู้ประกอบการที่พบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่กำลังจัดตั้งบริษัทควรศึกษากฎหมายและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้จริง

ที่มา – กมธ.การต่างประเทศ สภาฯ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหา “นอมินี”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: