“กัณวีร์” หัวหน้าพรรคพลวัต ประณามเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำลายความสงบและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ลั่น สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ อย่าปล่อยให้เป็นเหตุรายวัน
วันที่ 11 มกราคม 2569 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนขอประณามการก่อเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 แห่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งทำลายความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ผ่านมา 22 ปี ไม่ควรปล่อยให้เป็นเหตุรายวัน ที่จับคนร้ายไม่ได้ สันติภาพชายแดนใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ
นายกัณวีร์ กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครบรอบ 22 ปีมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 4 มกราคม 2569 ผ่านมา 7 วันเกิดเหตุระเบิดใหญ่ในปั๊มน้ำมัน 11 แห่งในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนัก
“แน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุความรุนแรงเช่นนี้กับธุรกิจปั๊มน้ำมัน การพุ่งเป้าก่อเหตุระเบิดที่เป้าหมายธุรกิจน้ำมัน จะมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงต้องสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและจับตัวผู้กระทำผิดให้ได้”
หัวหน้าพรรคพลวัต ระบุว่า ในขณะที่ผู้ก่อเหตุหากยังใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หรือจะก่อกวนสร้างสถานการณ์ ก็เป็นสิ่งที่ต้องประณามอย่างร้ายแรง เพราะเป็นการทำลายความสงบสุข ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนและเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง และปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้งบประมาณไปกว่า 5 แสนล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้สันติภาพชายแดนใต้ สันติภาพปาตานี เป็นวาระแห่งชาติ
“อย่างที่ผมย้ำและเสนอแนะมาตลอดว่า การพูดคุยเพื่อสันติภาพต้องให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม ต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย การกระจายอำนาจโดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง การหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน เป็นสิ่งที่ผู้นำรัฐบาลต้องทำให้ได้ ขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนและแสดงความเสียใจกับทุกการสูญเสียครับ”
สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง การที่นายกัณวีร์เน้นย้ำว่า สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ นั้น เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสนใจและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จากทุกภาคส่วนของสังคม
การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการพูดคุยสันติภาพ การกระจายอำนาจ และการหาทางออกทางการเมืองร่วมกัน เป็นแนวทางที่น่าสนใจและควรได้รับการพิจารณา
อะไรคือความหมายของ “สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ”
เมื่อกล่าวถึง “สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ” นั้น หมายถึงการที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนในสังคมไทย จะต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง โดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างสันติสุขและความมั่นคงให้กับพื้นที่
- การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรอย่างเพียงพอ
- การดำเนินนโยบายที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่
- การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา
- การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างทุกฝ่าย
- การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
นอกจากนี้ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ในภาคใต้ และการส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดอคติและความขัดแย้ง และนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้
เราต้องไม่ลืมว่าเบื้องหลังเหตุการณ์ความรุนแรงแต่ละครั้ง คือชีวิตและความรู้สึกของผู้คน การสูญเสียและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ไม่ควรถูกมองข้าม การสร้างสันติภาพที่แท้จริง จึงไม่ใช่แค่การหยุดยั้งความรุนแรง แต่เป็นการสร้างสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย
การทำให้ สันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่แค่หน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ที่จะร่วมกันสร้างสังคมที่สงบสุขและเป็นธรรมสำหรับทุกคน
ที่มา – “กัณวีร์” ประณามเหตุระเบิด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำสันติภาพใต้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ


