จากกรณีข่าวเศร้า เด็กหญิงวัย 10 ขวบเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อตขณะใช้ไดร์เป่าผมที่ซื้อทางออนไลน์ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานของสินค้าที่วางขายในท้องตลาด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ ยึดของกลางกว่า 3 หมื่นชิ้น ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณยายของผู้เสียชีวิตที่ออกมาเรียกร้องให้หลานเป็นศพสุดท้ายจากเหตุการณ์เช่นนี้
ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในซอยเทพกุญชร 22 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสอบสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีไดร์เป่าผมไม่ได้มาตรฐานกว่า 30,000 ชิ้น รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อีกจำนวนมาก
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนหาต้นตอของสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่วางขายในท้องตลาด โดยพบว่าสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและขยายผลไปยังต้นตอที่ใหญ่ที่สุดเพื่อดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

นอกจากไดร์เป่าผมแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบสินค้าเก่าที่เคยตรวจยึดไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2568 อีกกว่าแสนชิ้น ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอบเล็บที่เก็บไว้ในโกดังอีก 6 แห่ง
เจ้าของโกดังให้เช่าให้การว่า ตนเป็นเพียงผู้ให้เช่าพื้นที่เท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าที่อยู่ภายใน โดยผู้เช่าเป็นคนไทยและทำสัญญาเช่าปีต่อปี ซึ่งในการทำสัญญาผู้เช่าแจ้งว่าเป็นสินค้าทั่วไป แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นสินค้าประเภทใดและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ
นางแก้วนภา งาหอม อายุ 48 ปี ยายของน้องเพชร เด็กที่เสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อต กล่าวด้วยความเสียใจว่า รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่สามารถทลายโกดังสินค้าไม่ได้มาตรฐานได้ เพราะเชื่อว่ายังมีสินค้าเหล่านี้อีกเป็นจำนวนมากที่วางขายในท้องตลาด โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลอกขายในราคาถูกแต่ไม่ได้คุณภาพ อยากให้ทางการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และขอให้หลานของตนเป็นศพสุดท้ายจากสินค้าเหล่านี้


ผลกระทบจากการทลายโกดังไดร์มรณะ
ปฏิบัติการ ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ ครั้งนี้ มีผลกระทบในหลายด้าน ดังนี้:
- ด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค: ช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะได้รับอันตรายจากสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
- ด้านเศรษฐกิจ: ทำให้ผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ได้มาตรฐานสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น
- ด้านสังคม: สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการเลือกซื้อสินค้า
การดำเนินการครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภคและพร้อมที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่กระทำผิด อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคเองก็ต้องมีความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้และตรวจสอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ก่อนตัดสินใจซื้อ
ดังนั้น การเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างสุจริตอีกด้วย
ที่มา – ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ ยึดกว่า 3 หมื่นชิ้น ยายเศร้าขอให้หลานเป็นศพสุดท้าย





