คณะผู้แทนอิหร่านมุ่งหน้ารัสเซีย เตรียมหารือปูติน หลังจากความหวังในการเจรจากับสหรัฐฯ สะดุดลง สถานการณ์ทางการทูตในตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นายอับบาส อารักชี ได้เดินทางออกจากกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน มุ่งตรงสู่รัสเซียทันที เพื่อพบปะกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกแผนส่งคณะผู้แทนไปปากีสถาน
คณะผู้แทนอิหร่านมุ่งหน้ารัสเซีย เตรียมหารือปูติน
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า การเยือนรัสเซียครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินสถานการณ์ล่าสุดของการเจรจาสันติภาพ การหยุดยิง และพัฒนาการในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายอารักชีเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเยือนปากีสถานถึง 2 ครั้งภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง โดยได้พบปะกับตัวกลางสำคัญจากปากีสถานและโอมาน แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก เพราะยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ มีความจริงจังกับแนวทางการทูตหรือไม่
ก่อนหน้านี้ คณะผู้แทนอิหร่านได้พยายามผลักดันให้มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ผ่านทางตัวกลาง แต่ทรัมป์กลับยกเลิกแผนกะทันหัน ทำให้ความหวังเลือนลาง ทรัมป์เองกล่าวย้ำว่า การเจรจายังสามารถดำเนินต่อได้ผ่านทางโทรศัพท์ และหากอิหร่านต้องการพูดคุย ก็สามารถติดต่อสหรัฐฯ โดยตรงได้ เขายังมั่นใจว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยุติลงในไม่ช้า
หลังคณะผู้แทนอิหร่านมุ่งหน้ารัสเซีย ความหวังเจรจาสหรัฐฯ สะดุดเพราะอะไร
สถานการณ์ปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งประเด็นนิวเคลียร์ สงครามตัวแทนในภูมิภาค และการคว่ำบาตรจากตะวันตก การที่ทรัมป์ยกเลิกการส่งผู้แทน อาจสะท้อนถึงนโยบาย “America First” ที่แข็งกร้าวต่ออิหร่านมากขึ้น หลังจากที่เขาเคยถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในสมัยแรก
ในขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถาน ได้แสดงความขอบคุณต่อผู้นำปากีสถานที่พยายามไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้ง แต่ปากีสถานเองก็อยู่ในสถานะตัวกลางที่อ่อนไหว เนื่องจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย
บทบาทของรัสเซียในการเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ
รัสเซียกลายเป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสงครามยูเครนและความขัดแย้งในซีเรีย การหารือกับปูตินครั้งนี้ คาดว่าจะครอบคลุมหลายประเด็น เช่น
- การสนับสนุนทางการทูต: รัสเซียอาจช่วยผลักดันให้มีการเจรจาหลายฝ่าย เพื่อลดแรงกดดันจากสหรัฐฯ
- ประเด็นนิวเคลียร์: หารือแนวทางฟื้นฟู JCPOA หรือข้อตกลงใหม่
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง: รวมถึงสงครามอิสราเอล-ฮามาส และกลุ่มฮูธีในเยเมนที่อิหร่านสนับสนุน
- เศรษฐกิจและการค้า: รัสเซียช่วยอิหร่านเลี่ยงการคว่ำบาตรผ่านการค้าด้วยเงินรูเบิลและริยาล
นอกจากนี้ คณะผู้แทนอิหร่านยังหวังว่ารัสเซียจะใช้บทบาทในคณะมนตรีความมั่นคง UN เพื่อกดดันสหรัฐฯ ให้กลับสู่โต๊ะเจรจา
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
หากการหารือกับปูตินสำเร็จ อาจนำไปสู่แนวร่วมรัสเซีย-อิหร่าน-จีนที่แข็งแกร่งขึ้น สร้างสมดุลอำนาจกับสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่หากล้มเหลว สงครามตัวแทนอาจลุกลามมากขึ้น ส่งผลต่อราคาน้ำมันทั่วโลกและเสถียรภาพภูมิภาค
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวของคณะผู้แทนอิหร่านมุ่งหน้ารัสเซียครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าอิหร่านกำลังมองหาทางเลือกอื่นนอกจากสหรัฐฯ ซึ่งอาจเปลี่ยนเกมการเมืองโลกได้ ขณะที่ทรัมป์พยายามกดดันด้วยการทูตและกำลังทหาร
สุดท้ายแล้ว สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าทางการทูตยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขความขัดแย้ง คุณคิดว่าการเจรจากับปูตินจะนำพาสันติภาพมาสู่ตะวันออกกลางได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!
ที่มา – คณะผู้แทนอิหร่านออกจากปากีฯ มุ่งหน้ารัสเซีย เตรียมหารือปูติน หลังความหวังเจรจากับสหรัฐฯ สะดุด


