จับตาประชุม RBC ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ 'ทภ.2 - ภท.4' ชาวบ้านชายแดน ยันไม่ไว้ใจ

จับตา! ประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ชาวบ้านชายแดนไม่ไว้ใจ

จับตาการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย – กัมพูชา (RBC) สมัยวิสามัญ ระหว่าง ทภ.2 (ไทย) และ ภท.4 (กพช.) ที่ด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านแนวชายแดน ยันไม่ไว้ใจ บอกคุยกันกี่รอบก็ยังเหมือนเดิม นี่คือเสียงสะท้อนที่ดังมาจากพื้นที่จริง ก่อนการประชุม จับตาประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ครั้งสำคัญนี้

ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย – กัมพูชา (สมัยวิสามัญ) ระหว่าง กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2 ไทย) และ ภูมิภาคทหารที่ 4 (ภท.4 กพช.) โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และ พลเอก โปว เฮง รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นประธานร่วมประชุมในครั้งนี้

โดยบรรยากาศการประชุมไม่ได้ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปถ่ายภาพ หรือร่วมประชุมแต่อย่างใด แต่มีการจัดเตรียมที่ห้องแถลงข่าวไว้ที่สำนักงานด่านศุลกากรช่องสะงำ เพื่อรอแม่ทัพภาคที่ 2 มาแถลงการณ์ผลการประชุมในครั้งนี้

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนก่อนการประชุม พบว่าเสียงส่วนมากยังคงไม่เชื่อใจกัมพูชา แม้จะมีการลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการก็ตาม

โดย นายสมเกียรติ อายุ 46 ปี ชาวบ้านบ้านแซร์ไปร อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งบ้านหมู่บ้านติดชายแดน เปิดเผยว่า ตนเป็นพ่อค้าที่ขายของในหมู่บ้านติดชายแดน ทุกวันนี้พวกตนต้องอยู่แบบหวาดระแวง การใช้ชีวิตค้าขายก็ลำบาก ภาระหนี้สินก็เยอะ ขายของยากไม่กล้าที่จะลงทุนเพราะกลัวไม่รู้ว่าจะเกิดการปะทะขึ้นเมื่อไหร่ ถึงจะประชุม RBC เสร็จ ตนก็ไม่ไว้ใจกัมพูชา คุยกี่รอบก็ยังเหมือนเดิม กัมพูชาเที่ยวแต่จะรอบกัด ทำให้ทหารไทยเราต้องมาเสียชีวิต ต้องขาขาดตั้งหลายนาย ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านติดชายแดนไม่เชื่อใจเขมรอีกแล้ว ตนไม่อยากให้เปิดด่าน ปิดไว้อย่างนี้ดีกว่า หรือถ้ารบกันก็อยากให้รบกันให้จบจบไปเลย

“วันนี้หลังจากที่คุย RBC เสร็จ ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง ตนและครอบครัวก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าข้าวของไว้ตลอดเวลา” นี่คือความรู้สึกที่แฝงไปด้วยความกังวลของประชาชนในพื้นที่

จับตาประชุม RBC ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ

การประชุม RBC ไทย-กัมพูชาในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงตามแนวชายแดน การหารือและข้อตกลงที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

ทำไมชาวบ้านชายแดนถึงไม่ไว้ใจ แม้มีการประชุม RBC ไทย-กัมพูชา?

คำถามนี้สะท้อนถึงปัญหาที่ฝังรากลึกในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความขัดแย้งในอดีต ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ และความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ความไว้วางใจเป็นสิ่งที่สร้างได้ยาก ถึงแม้จะมีการลงนามในข้อตกลงต่างๆ แต่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความรู้สึกของประชาชนต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างต่อเนื่อง

การประชุม จับตาประชุม RBC ไทย-กัมพูชา จึงไม่ใช่แค่การหารือในระดับรัฐ แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย การเปิดเผยข้อมูล การรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืน

ดังนั้น การ จับตาประชุม RBC ไทย-กัมพูชา ครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่การติดตามข่าวสาร แต่เป็นการทำความเข้าใจถึงความท้าทายและความหวังของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พวกเขาต้องการความมั่นคง ความปลอดภัย และโอกาสในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความสำเร็จของการประชุมจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนข้อตกลง แต่อยู่ที่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้และความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ การส่งเสริมวัฒนธรรม และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ จะเป็นหนทางสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

ที่มา – จับตาประชุม RBC ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ “ทภ.2 – ภท.4” ชาวบ้านชายแดน ยันไม่ไว้ใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: