จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี สร้างความฮือฮาในวงการเศรษฐกิจโลก เมื่อรัฐบาลจีนประกาศเป้าหมาย GDP ปีนี้ท่ามกลางความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตอสังหาฯ ประชากรลดลง และแรงกดดันจากสงครามการค้า รายงานการประชุมสองสภาที่เพิ่งผ่านไปเผยแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีฉบับที่ 15 มุ่งเน้นนวัตกรรม พลังงานสะอาด และกระตุ้นการบริโภคภายใน
จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี เกิดอะไรขึ้น?
ในการประชุมสองสภาที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายกฯ หลี่ เฉียง นำเสนอรายงานรัฐบาลยาว 46 หน้า ประกาศเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 4.5-5% ซึ่งต่ำกว่าเป้า “ประมาณ 5%” ของปี 2023 และเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 1991 (ไม่นับปี 2020 ที่ไม่มีเป้าเพราะโควิด) สาเหตุหลักมาจากปัญหาซับซ้อนที่รุมเร้าเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก
วิกฤตหลักที่ทำให้จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี
- วิกฤตอสังหาริมทรัพย์: ภาคที่เคยคิดเป็น 1 ใน 3 ของ GDP ยังซบเซา ส่งผลกระทบรายได้รัฐท้องถิ่นและการจ้างงาน
- ประชากรสูงวัย: อัตราการเกิดต่ำ ประชากรวัยทำงานหดตัว สร้างแรงกดดันระยะยาว
- สงครามการค้าและพลังงาน: มาตรฐานภาษีจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะยุคทรัมป์ที่กำลังมาเยือนเดือนเมษายน บวกวิกฤตน้ำมันจากตะวันออกกลางและเวเนซุเอลา
นักวิเคราะห์อย่างโจว เจิ้ง จาก China Macro Group มองว่า จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี นี้คือการสะท้อนความจริง ต้องแก้ปัญหาหลายมิติพร้อมกัน ขณะที่หนิง เล้ง จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เตือนว่าตัวเลขจริงอาจอ่อนแอกว่า โดยเฉพาะการบริโภคที่ยังไม่ฟื้น
แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของจีน: ก้าวข้ามอุปสรรคสู่การเติบโตยั่งยืน
รัฐบาลจีนไม่ยอมแพ้ แต่เลือกทางรุกด้วยแผนพัฒนาฉบับที่ 15 โดยเน้น:
- ลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงและวิจัยวิทยาศาสตร์
- อัพเกรดอุตสาหกรรมการผลิต ลดพึ่งพาส่งออก
- โครงการใหญ่ 100+ โครงการด้านวิทยาศาสตร์ ขนส่ง พลังงาน
- ลดปล่อยคาร์บอน สู่ผู้นำพลังงานหมุนเวียน จีนลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลลงมากแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคครัวเรือน สนับสนุน SME และขยายตลาดในประเทศ เพื่อชดเชยการส่งออกที่ถูกกีดกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะเป็นจุดแข็ง โดยจีนตั้งเป้าพึ่งพาพลังงานสะอาดมากขึ้น
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย
การที่จีนตั้งเป้าเศรษฐกิจโต 4.5–5% ต่ำสุดในรอบ 35 ปี จะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะไทยที่พึ่งพาการส่งออกไปจีน คาดว่าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบ แต่เปิดโอกาสในด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี นักลงทุนควรจับตาการเยือนของทรัมป์ที่อาจคลายภาษีหรือยิ่งกดดัน
สรุปแล้ว แม้ตัวเลขดูน่ากังวล แต่แผนของจีนแสดงวิสัยทัศน์ระยะยาว หากประสบความสำเร็จ เศรษฐกิจโลกจะได้ประโยชน์ตาม ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจจีนและโลกได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!


