เชื่อว่าแรงงานไทยหลายท่านที่กำลังวางแผนไปทำงานต่างประเทศ คงเบาใจขึ้นไม่น้อย เมื่อล่าสุดท่านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ออกมาเปิดเผยข่าวดีว่า ครม. มีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วม Abu Dhabi Dialogue (ADD) ครั้งที่ 8 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจุลพันธ์เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องแรงงานไทยในต่างแดน
จุลพันธ์เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ
การเดินหน้าในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานใหม่ในการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิการ และการจัดการแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นตลาดแรงงานหลักของแรงงานไทย
เหตุใดความร่วมมือนี้จึงสำคัญต่ออนาคตแรงงานไทย?
การที่จุลพันธ์เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงนามในเอกสารทั่วไป แต่เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่ภายใต้กรอบการทำงาน 4 ด้านหลักที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจโลก ดังนี้:
- การรับมือกับสภาพภูมิอากาศ: ดูแลความปลอดภัยของแรงงานในพื้นที่เสี่ยงจากอากาศเปลี่ยนแปลง
- เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy): สนับสนุนการปรับเปลี่ยนทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่
- Gig Workers: การบริหารจัดการระบบแรงงานแพลตฟอร์มให้เป็นธรรม
- การยกระดับทักษะแรงงาน: เพิ่มผลิตภาพแรงงานเพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นและมั่นคง
นอกจากนี้ ในฐานะของภาครัฐ การวางรากฐานเหล่านี้จะช่วยให้กระบวนการจัดส่งแรงงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ลดปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับแรงงานไทยในตลาดโลกอย่างยั่งยืน นับเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่น่าชื่นชมในการปกป้องสวัสดิภาพของคนไทยในแดนไกล
ในมุมมองส่วนตัว ผมเชื่อว่าหากรัฐบาลสามารถขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศนี้ให้เป็นรูปธรรมได้อย่างรวดเร็ว จะส่งผลดีต่อตัวเลขรายได้ส่งกลับจากแรงงานไทยอย่างมหาศาล และถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ในการหาประสบการณ์ในตลาดแรงงานระดับสากลที่มีมาตรฐานสูงขึ้นครับ
ที่มา – “จุลพันธ์” เผย ครม. ไฟเขียว เดินหน้าความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศ


