จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล ซ้อมกักขังพยาบาล

ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียอย่าง จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล ซ้อมกักขังพยาบาลสาว พบฉี่ม่วงและสั่งฟันวินัยซ้ำ ทำให้ประชาชนตื่นตัวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้ ส.ต.อ. สังกัดกองบังคับการตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวของผู้ช่วยพยาบาลสาวผู้เสียหาย ถูกตั้งข้อหาหนักหลายประการ หลังจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เข้าช่วยเหลือและพาผู้เสียหายมาแจ้งความ

จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้เปิดเผยความคืบหน้าของคดีนี้ โดยพนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีกับ ส.ต.อ. รายดังกล่าวตาม 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ 1. กักขังหน่วงเหนี่ยว 2. ทำร้ายร่างกาย และ 3. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากการถ่ายคลิปลามกอนาจารและเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย คาดว่าจะเรียกตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจสูง ผู้บังคับบัญชาจึงกำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสและเด็ดขาด

พบฉี่ม่วง สั่งฟันวินัยทันที

นอกจากข้อหาอาญาแล้ว ยังพบว่าผลตรวจสารเสพติดของ ส.ต.อ. รายนี้เป็นบวกหรือ “ฉี่ม่วง” ซึ่งยืนยันว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ทำให้ต้นสังกัดสั่งมาตรการทางวินัยรุนแรง นางปวีณา หงสกุล ได้ประสานงานกับ พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับการสันติบาล 1 ทันที ซึ่งสั่งการให้ พ.ต.ต.ธวัชชัย สายกระสุน ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสันติบาล 1 ดำเนินการเร่งด่วน ดังนี้

  • นำตัว ส.ต.อ. เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา
  • ส่งตรวจสารเสพติดในร่างกาย
  • สั่งย้ายออกจากพื้นที่กลับต้นสังกัดในกรุงเทพมหานครทันที
  • ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากผิดจริงจะดำเนินทั้งทางวินัยและอาญา

ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ช่วยพยาบาลสาว ยังคงหวาดกลัวและอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิปวีณา โดยมีการสอบปากคำเพิ่มเติมต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เช่น พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ที่มาช่วยราชการที่นครราชสีมา

บทบาทสำคัญของมูลนิธิปวีณาในการช่วยเหลือ

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่เข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ โดยนางปวีณาได้ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักมีข่าวอาชญากรรมรุนแรงบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้พิเศษเพราะผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณของตำรวจ

จากพฤติกรรมดังกล่าว ไม่เพียงทำร้ายร่างกายและกักขัง แต่ยังถ่ายภาพและวิดีโอลามกเพื่อประจาน สะท้อนปัญหาการใช้กำลังในความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะจากผู้สวมเครื่องแบบที่ควรเป็นแบบอย่างของสังคม นอกจากนี้ การพบสารเสพติดยังเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คดีรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะตำรวจเสพยาไม่เพียงผิดวินัย แต่ยังกระทบภาพลักษณ์ของกองทัพตำรวจทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายชี้ว่า คดีนี้มีโทษสูง โดยข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวอาจติดคุกไม่เกิน 3 ปี ทำร้ายร่างกายเกินกว่า 2 ปี และ พ.ร.บ.คอมฯ สามารถปรับและจำคุกได้ รวมทั้งทางวินัยอาจถึงขั้นไล่ออก สังคมควรจับตาการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ส.ต.อ. สันติบาล นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายต้องเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับเจ้าหน้าที่ หากปล่อยไว้จะทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันตำรวจได้ หากคุณเคยประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว แนะนำให้ติดต่อมูลนิธิปวีณาหรือตำรวจโดยตรง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างกระแสให้คดีได้รับความสนใจมากขึ้น คอมเมนต์ด้านล่างบอกความเห็นของคุณได้เลย!

ที่มา – จ่อแจ้ง 3 ข้อหาหนัก “ส.ต.อ.” สันติบาล ซ้อมกักขังพยาบาลสาว พบฉี่ม่วง-สั่งฟันวินัยซ้ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: