“ชนินทร์” กังขาพรรคประชาชนเงียบผิดปกติ ถาม ดีลพิสดารแลกประเทศ ชี้ชัดผิด MOA แล้ว ปล่อยคนไหลเข้าพรรคภูมิใจไทย ไม่กดดัน สว.น้ำเงิน แก้ รธน. หวั่น “มวยล้มต้มคนดู”
วันที่ 17 ก.ย. 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคประชาชนว่า พรรคประชาชนอย่าเงียบต่อกรณีการรวมพลเข้าพรรคภูมิใจไทย ภายหลังมีการเปิดตัวเครือข่าย สส.ทั้งเก่าและใหม่ ตบเท้าเข้าเป็นสมาชิกภูมิใจไทยกันอย่างคึกคัก ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์และรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งส่อเจตนาขัดต่อ MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ในข้อ 4 อย่างชัดเจนว่า พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก หรือพรรคประชาชนจะแกล้งหลับหูหลับตา รอให้พรรคภูมิใจไทยมีเสียงเกินครึ่งเด็ดขาดก่อน จึงจะออกมาวิจารณ์เรื่องนี้เมื่อสาย
นายชนินทร์กล่าวว่า นอกจากนั้น ในส่วนของการแก้รัฐธรรมนูญเอง ที่พรรคประชาชนรู้ดีว่าที่ผ่านมาติดขัดจากความร่วมมือของพรรคภูมิใจไทยและ สว.ที่พรรคประชาชนก็กล่าวขานว่าเป็น สว.สีน้ำเงิน แต่การขับเคลื่อนในรอบนี้กลับไม่มีการเรียกร้องหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้ส่งสัญญาณชี้ทาง สว. เหมือนแต่ก่อน แต่ปล่อยให้ สว. จำนวนหนึ่งออกมาชี้ช่องเปิดทางคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่ทางพรรคการเมืองกำลังจะเสนอ จนต้องตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย มีความจริงใจร่วมกันต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แค่ไหน หรือนี่ก็จะเป็นมวยล้มต้มคนดู โยนบาปให้ สว. แล้วลอยตัวไม่รับผิดชอบต่อข้อตกลงที่ทำร่วมกันเองเหมือนเดิม
“พรรคประชาชนสร้างวาทกรรม “ดีลแลกประเทศ” มาแปะป้ายพรรคการเมืองอื่น ในระหว่างที่พรรคตนทำข้อตกลงเป็นนั่งร้านให้พรรคภูมิใจไทยที่ชาวบ้านก็ยังกังขา ยิ่งประกาศยังคงเป็นฝ่ายค้าน ไม่ร่วมรัฐบาล แต่กลับละเลยการวิจารณ์ในเรื่องที่เคยทำ ยิ่งทำให้ประชาชนคลางแคลงใจว่ามีดีลพิสดารอะไรซ่อนไว้อีกหรือไม่”นายชนินทร์กล่าว
“ชนินทร์” กังขาพรรคประชาชนเงียบผิดปกติ
จากกรณีที่นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับท่าทีที่เงียบผิดปกติของพรรคประชาชนต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคอื่น ๆ ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายเกี่ยวกับบทบาทของพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน
ทำไม “ชนินทร์” ถึงกังขาพรรคประชาชนเงียบผิดปกติ?
ความกังวลหลักของนายชนินทร์อยู่ที่การที่พรรคประชาชนดูเหมือนจะไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงท่าทีใด ๆ ต่อการที่ ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรครวมไทยสร้างชาติจำนวนมาก ย้ายเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งขัดต่อบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยได้ทำร่วมกันไว้ โดยเฉพาะข้อที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการใด ๆ ที่จะทำให้ตนเองกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก นายชนินทร์ตั้งคำถามว่า “ชนินทร์” กังขาพรรคประชาชนเงียบผิดปกตินี้ เป็นการแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพื่อรอให้พรรคภูมิใจไทยมีเสียงข้างมากเกินครึ่งสภาก่อน แล้วค่อยออกมาวิจารณ์อย่างนั้นหรือ?
นอกจากนี้ นายชนินทร์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดูเหมือนจะไม่มีการเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยส่งสัญญาณไปยังสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ถูกมองว่าเป็น ส.ว. “สีน้ำเงิน” ให้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เหมือนที่เคยทำในอดีต ทำให้เกิดความสงสัยว่าพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงใด หรือทั้งหมดนี้เป็นเพียง “มวยล้มต้มคนดู” ที่จะโยนความผิดให้ ส.ว. แล้วลอยตัวหนีปัญหา
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถามว่าพรรคประชาชนกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ การที่พรรคประชาชนไม่แสดงท่าทีใด ๆ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยกำลังขยายฐานเสียง อาจทำให้ประชาชนเกิดความคลางแคลงใจว่ามี “ดีลพิสดาร” อะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และการที่พรรคประชาชนยังคงยืนยันว่าเป็นฝ่ายค้าน แต่กลับละเลยการวิจารณ์ในเรื่องที่เคยวิจารณ์ ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูคลุมเครือมากยิ่งขึ้น
การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของนายชนินทร์ในครั้งนี้ ถือเป็นการตั้งคำถามที่สำคัญต่อพรรคประชาชนว่ากำลังทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างแท้จริงหรือไม่ และมีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใดในการดำเนินงานทางการเมือง หากพรรคประชาชนยังคงเงียบต่อไป อาจทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในพรรคและระบบการเมืองโดยรวมได้
ดังนั้น พรรคประชาชนจึงควรออกมาแสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อประเด็นที่เกิดขึ้น และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงเหตุผลในการดำเนินงานของพรรค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศรัทธาของประชาชนต่อไป อย่าให้ปรากฏภาพ “ชนินทร์” กังขาพรรคประชาชนเงียบผิดปกติ จนทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยต่อไปอีกเลย
หากพรรคประชาชนยังคงนิ่งเฉยต่อสถานการณ์นี้ต่อไป อาจส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของพรรคในสายตาประชาชน และอาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในระบบการเมืองโดยรวมได้
ที่มา – “ชนินทร์” กังขาพรรคประชาชนเงียบผิดปกติ ปล่อยคนไหลเข้าพรรคภูมิใจไทย ผิด MOA

