ดีอี ยันข่าวจริง ไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จาก “แอปถุงเงิน” ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยขวัญผวาไปตามๆ กัน สำหรับกระแสข่าวลือเรื่องการส่งข้อมูลยอดขายจากแอปพลิเคชันถุงเงินไปให้กรมสรรพากรเพื่อไล่เก็บภาษีย้อนหลัง วันนี้ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้ออกมาคลายความกังวลแล้วครับว่า เรื่องนี้เป็นข่าวจริงที่ถูกเข้าใจผิดไปไกล
ทำไมต้องเช็กให้ชัวร์เรื่อง ไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จาก “แอปถุงเงิน” ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดีอี ได้ออกมายืนยันผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จาก “แอปถุงเงิน” ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง อย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นข่าวจริงที่หลายคนกำลังเฝ้ารอคำตอบ เพื่อให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างสบายใจ โดยทางรัฐบาลได้ชี้แจงประเด็นสำคัญไว้ดังนี้ครับ:
- ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงินจะไม่ถูกส่งไปให้สรรพากรเพื่อคิดภาษีย้อนหลังแบบเจาะจง
- หลักเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะคิดจากรายได้รวมทุกช่องทางตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดผ่านโครงการฯ
- ร้านค้ารายย่อยส่วนใหญ่ที่มีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หลายคนอาจมีความกังวลใจเมื่อเห็นยอดขายในแอปพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่เข้าร่วมโครงการ แต่กฎหมายภาษีมองที่ภาพรวมรายได้ทั้งปี ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นประเด็นที่สร้างภาระภาษีให้เกิดขึ้นแบบปุบปับครับ การเผยแพร่ข่าวปลอมหรือข้อมูลบิดเบือนในโลกโซเชียลนั้นสร้างผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าอย่างมาก เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนส่งผลต่อการวางแผนการเงินหรือแม้แต่ความเชื่อมั่นในโครงการของรัฐ
หากพี่น้องประชาชนพบเห็นข่าวสารที่น่าสงสัย ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือข่าวปลอม อย่าเพิ่งรีบแชร์ต่อโดยเด็ดขาดครับ ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เป็นทางการเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเอง
สำหรับใครที่ยังมีความสงสัย หรือพบเห็นข้อมูลบิดเบือนบนโลกออนไลน์ สามารถตรวจสอบและแจ้งเบาะแสได้ผ่านช่องทางของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้:
- สายด่วน 1111 ต่อ 87
- เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
- Line ID: @antifakenewscenter
- โซเชียลมีเดีย: Anti-Fake News Center Thailand
สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่าในยุคดิจิทัลเช่นนี้ การมีสติและตรวจสอบที่มาของข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อรักษาสิทธิของตัวคุณเองและไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมในโซเชียลมีเดียนะครับ
ที่มา – ดีอี ยันข่าวจริง ไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จาก “แอปถุงเงิน” ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง



