เกิดเรื่องวุ่นๆ ในสหรัฐฯ เมื่อตำรวจจับกุมชายวัย 71 ปี ฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรม จากการที่เขาโกหกว่าเป็นคนยิง “ชาร์ลี เคิร์ก” นักเคลื่อนไหวชื่อดัง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ออกจากคนร้ายตัวจริง งานนี้ทำเอาหลายคนงงกันไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ตามรายงานข่าว นายจอร์จ ซินน์ วัย 71 ปี ถูกควบคุมตัวหลังเกิดเหตุการณ์ “ชาร์ลี เคิร์ก” ถูกยิงในงานขององค์กร “Turning Point USA” ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลเลย์ เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดเขาโดนข้อหาอย่างเป็นทางการ ฐานให้การเท็จว่าตนเองเป็นคนยิงนายเคิร์ก เพื่อหวังจะเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกเหนือจากข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรมแล้ว นายซินน์ยังเจอปัญหาเพิ่ม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบภาพลามกอนาจารเด็กในโทรศัพท์มือถือของเขา งานนี้เลยโดนข้อหาเพิ่มเข้าไปอีก
ในเอกสารคำฟ้องระบุว่า หลังเกิดเหตุ “ชาร์ลี เคิร์ก” ถูกยิง นายซินน์ตะโกนออกมาทันทีว่า “ผมยิงเขา ทีนี้ยิงผมเลย” ทำให้เจ้าหน้าที่รีบเข้าควบคุมตัวเขา หลายคนในตอนแรกเข้าใจผิดคิดว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว เพราะมีคลิปวิดีโอการจับกุมเผยแพร่ออกมา
แต่เรื่องกลับตาลปัตร เมื่อตำรวจถามหาปืนที่ใช้ก่อเหตุ นายซินน์กลับตอบว่า “ผมไม่บอกพวกคุณหรอก” สุดท้ายเขาก็ยอมรับว่าไม่ได้เป็นคนยิง และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนร้ายตัวจริง เขาอ้างว่าทำไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจออกจากฆาตกรตัวจริง โดยหวังว่าตนเองจะกลายเป็น “ผู้พลีชีพ” เพื่อเคิร์ก
หลังจากนั้น นายซินน์ก็เกิดอาการป่วยจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังบอกกับตำรวจว่ารู้สึกดีใจที่ได้พูดว่าตัวเองเป็นคนยิง “ชาร์ลี เคิร์ก” เพื่อให้ผู้ต้องสงสัยตัวจริงหนีรอดไปได้
นายซินน์ยังแสดงอาการพิรุธ โดยการลังเลที่จะให้ตำรวจตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของเขา ซึ่งผลการตรวจสอบก็พบว่ามีภาพสื่อถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็กมากกว่า 20 ภาพ และยังมีการแชร์ภาพเหล่านั้นกับผู้อื่นด้วย
สรุปแล้ว ตำรวจจึงจับกุมนายซินน์ในข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรมในคดี “ชาร์ลี เคิร์ก” และข้อหาแสวงประโยชน์ทางเพศจากผู้เยาว์ โดยศาลสั่งให้ฝากขังโดยไม่ให้ประกันตัว
เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายซินน์ พบว่าเคยมีประวัติและถูกตัดสินความผิดในรัฐยูทาห์มาก่อน รวมถึงในปี 2556 เขาเคยถูกจับกุมหลังจากไปถามผู้จัดงานวิ่งมาราธอนที่เมืองเซาท์เลกซิตี้ ให้ช่วยติดตั้งระเบิดที่เส้นชัยให้หรือไม่ หลังเกิดเหตุระเบิดในงานบอสตัน มาราธอน เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น
ชายวัย 71 ปี อ้างยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”
ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น?
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมนายซินน์ถึงทำแบบนั้น เขาต้องการอะไรจากการโกหกว่าเป็นคนยิง“ชาร์ลี เคิร์ก”? การที่เขาอ้างว่าต้องการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อช่วยคนร้ายตัวจริงให้หนีรอดไปได้ ฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ และการที่เขาพยายามปกปิดโทรศัพท์มือถือที่มีภาพลามกอนาจารเด็ก ก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้ดูซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์ และความสำคัญของการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดรอบคอบ การที่ตำรวจสามารถจับกุมนายซินน์ได้ แม้ว่าเขาจะพยายามโกหกและบิดเบือนความจริง ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม
เรื่องราวนี้ยังเป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า การกระทำทุกอย่างของเราย่อมมีผลตามมา การโกหก การพยายามขัดขวางกระบวนการยุติธรรม หรือการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก ล้วนเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และจะนำมาซึ่งผลร้ายต่อตนเองและผู้อื่น
ที่มา – ตำรวจสหรัฐ จับผู้เฒ่าวัย 71 ปี โกหกว่าเป็นคนยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”


