หนุ่มสวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต ราคา 1.69 ล้าน ในร้านกลางห้างฯ

ตะครุบ! หนุ่ม**สวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต**

ไม่รอดเงื้อมมือตำรวจ! หนุ่มแสบทำทีเป็นลูกค้าเข้าไปเลือกชมเพชร ก่อนจะลงมือก่อเหตุสวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต มูลค่าสูงถึง 1.69 ล้านบาท ในร้านเพชรชื่อดังกลางห้างสรรพสินค้า แล้วนำไปขายต่อได้เงินมาแค่ 4 แสนบาท

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2568 พ.ต.ท.ณัฐพล สิทธิมงคล รอง ผกก.(สอบสวน) รรท.ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชยะ พันธุ์งาม สว.สส. สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายณัฐวุฒิ น้อยโพธิ์ภัย อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 906/2568 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2568 โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถนนมเหสักข์ เขตบางรัก แขวงสุริยวงศ์ กรุงเทพฯ พร้อมแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ผู้อื่น”

พ.ต.ท.ณัฐพล สิทธิมงคล รอง ผกก.(สอบสวน) รรท.ผกก. สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายอภิชาติ รอดหลัก หรือเฮียหนวด อายุ 34 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ว่าถูกคนร้ายเข้ามาทำทีเป็นลูกค้าขอชมเพชรที่ร้าน จากนั้นได้ลงมือทำการสวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัตจริงไป มูลค่าความเสียหายรวม 1,690,000 บาท เหตุเกิดภายในร้านเพชรแห่งหนึ่งในศูนย์การค้าย่านรังสิต ซึ่งทางนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำจริง และเพิ่งจะพ้นโทษในคดีลักทรัพย์ออกมาเมื่อ 5 เดือนที่แล้วเท่านั้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีประวัติในการก่อคดีลักทรัพย์ในหลายท้องที่ในเขตนครบาลอีกด้วย จึงขอฝากเตือนไปยังร้านเพชร หรือผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่พบว่ามีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับผู้ต้องหารายนี้ ให้สามารถติดต่อเข้าแจ้งความเพิ่มเติม หรือมาทำการตรวจสอบตัวผู้ต้องหาได้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

นอกจากนี้ ยังขอฝากเตือนไปยังร้านเพชรและร้านทอง ให้เพิ่มความระมัดระวังในการสังเกตลักษณะของลูกค้า และดูแลทรัพย์สินของตนเองอย่างใกล้ชิด อย่าประมาทและละสายตาจากสินค้าที่อยู่ภายในร้าน เพราะคนร้ายอาจจะแฝงตัวมาในหลากหลายรูปแบบ

ด้าน นางสาววัชรีย์ยา แสงไกร อายุ 36 ปี พนักงานร้านขายเพชร ให้การว่า คนร้ายได้เข้ามาขอชมสินค้าภายในร้าน เช่น เพชรที่เป็นเม็ด แหวนเพชร และตุ้มหูเพชร โดยครั้งแรกที่ผู้ต้องหาเข้ามาดูสินค้าคือวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ในวันนั้นผู้ต้องหาสวมเสื้อสีเหลือง และสอบถามราคาประมาณ 20 นาที จากนั้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้ต้องหาได้กลับมาที่ร้านอีกครั้ง โดยสวมเสื้อเชิ้ตสีเทา และบอกว่า “วันนี้ผมจะมาซื้อแล้วนะครับ” ก่อนจะขอชมต่างหูเพชร และเพชรเม็ดเดี่ยว ซึ่งเขาใช้เวลานานในการเลือกชม และยังได้นำบล็อกแหวนที่สั่งทำมา ลองใส่กับเพชรเม็ดเดี่ยว จากนั้นได้ขอยืมผ้ามาเช็ดทำความสะอาดเพชร

ระหว่างนั้น ผู้ต้องหาได้ถามหาใบเซอร์ ซึ่งเก็บไว้ในตู้เซฟของร้าน ตนจึงหันหลังไปเปิดตู้เซฟเพื่อนำใบเซอร์ออกมา คาดว่าในจังหวะนั้น ผู้ต้องหาได้ทำการสวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต แต่ตนไม่ทันสังเกต พอเขาหยิบเพชรขึ้นมาก็เช็ดทำความสะอาดตามปกติ หลังจากนั้นได้ตกลงกันว่าจะซื้อสินค้า 3 ชิ้น แต่ไม่เอาเพชรเม็ดเดี่ยว และบอกกับตนว่าขอไปขายทองเพื่อนำเงินมาซื้อเพชร จากนั้นเขาก็หายไปประมาณ 2 ชั่วโมง ทำให้เริ่มรู้สึกผิดสังเกต จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าของร้านให้นำเพชรเม็ดเดี่ยวที่เขาขอดูมาตรวจสอบ ปรากฏว่าไม่พบเลขซีเรียลนัมเบอร์ จึงทราบว่าเพชรถูกสลับเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเพชรเม็ดดังกล่าวมีขนาด 3.09 กะรัต ราคา 1,690,000 บาท

เบื้องต้น นายณัฐวุฒิ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้กระทำการดังกล่าวจริง และได้นำเพชรไปขายต่อในย่านสะพานควาย ในราคา 4 แสนกว่าบาท และยืนยันว่าทำเพียงคนเดียว โดยไม่ทราบสาเหตุว่าทำไปทำไม เนื่องจากตนเคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์มาแล้วในเขตนครบาล

ระวัง! กลโกง สวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง? การสวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต เป็นอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับร้านค้าเพชรและทอง การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

ข้อควรระวังสำหรับร้านเพชรและทอง ป้องกันการ สวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีความคมชัดสูง
  • ฝึกอบรมพนักงานให้สังเกตพฤติกรรมของลูกค้า
  • ตรวจสอบสินค้าคงคลังอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการวางเพชรเม็ดใหญ่มูลค่าสูงเกินไปในที่ที่เข้าถึงง่าย

การตื่นตัวและป้องกันไว้ก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมลักษณะนี้ได้

ที่มา – หนุ่มสวมรอยเป็นลูกค้า สลับเพชร 3 กะรัต ราคา 1.69 ล้าน ในร้านกลางห้างฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: