ในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจก้าวสำคัญด้วยการตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่กำลังมาเยือน อย่างเช่นราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ
วันที่ 28 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับคำสั่งนายกฯ ที่เซ็นตั้งตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเอง บอร์ดชุดนี้จะมีบทบาทสำคัญในการกลั่นกรองนโยบายเศรษฐกิจครอบคลุมหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเงิน การคลัง ภาษี การค้า การลงทุน เกษตร คมนาคม ท่องเที่ยว พลังงาน ดิจิทัล และอุตสาหกรรม เพื่อให้การดำเนินงานต่อเนื่องและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ: โครงสร้างและสมาชิกหลัก
การตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจนี้ถูกออกแบบมาให้มีกำลังคนเข้มแข็ง โดยมีประธานคือ นายกรัฐมนตรี ส่วนรองประธานประกอบด้วยผู้ใหญ่หลายท่าน เช่น รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองนายกฯ (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) และรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
รายชื่อกรรมการในบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีกรรมการจากหน่วยงานสำคัญๆ ดังนี้
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล)
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย
- ปลัดกระทรวงการคลัง
- ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
- เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
- เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
- ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
- นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
- ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย
ส่วนเลขาธิการคือ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้ช่วยเลขานุการจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และรองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ความสำคัญของการตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะปัญหาน้ำมันและเส้นทางการค้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทยในฐานะประเทศนำเข้าน้ำมันและสินค้าจำเป็น การตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจจึงเป็นเชิงรุกในการกำหนดมาตรการ เช่น ลดภาษีนำเข้าน้ำมัน สนับสนุนพลังงานทางเลือก เร่งเจรจาการค้ากับพันธมิตรใหม่ หรือกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยโปรโมชั่นดิจิทัล เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
บอร์ดชุดนี้จะช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกกระทรวงและภาคเอกชน ทำให้เกิดนโยบายที่ครอบคลุมและยั่งยืน เช่น ในด้านเกษตรจะช่วยเกษตรกรรับมือราคาปุ๋ยที่แพงขึ้น ด้านอุตสาหกรรมจะสนับสนุนการผลิตที่ประหยัดพลังงาน หรือด้านการค้าจะหาตลาดใหม่ทดแทนเส้นทางที่เสี่ยงภัย
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมดิจิทัลและนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ เช่น การผลักดันแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อขายสินค้าเกษตรโดยตรง ลดค่าขนส่งที่กระทบจากโลจิสติกส์โลก
ผลกระทบที่คาดหวังจากบอร์ดนี้
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจจะช่วยให้ GDP ไทยเติบโตได้ดีขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะหากรับมือราคาน้ำมันได้ทัน หากบอร์ดทำงานได้จริง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพาเศรษฐกิจไทยฝ่าฟันวิกฤต
ในมุมมองของผม การตั้งบอร์ดนี้เป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลจริงจังกับปัญหาเศรษฐกิจ หากประชาชนติดตามและมีส่วนร่วม เช่น เสนอไอเดียผ่านช่องทางรัฐ จะยิ่งช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี คุณล่ะคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ตั้งบอร์ดนโยบายเศรษฐกิจ เร่งขับเคลื่อนนโยบายรัฐ รับมือผลกระทบตะวันออกกลาง


