ตำรวจไซเบอร์ สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลุยตรวจเข้มเสาสัญญาณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย

ตำรวจไซเบอร์ สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ชายแดนไทย-มาเลย์

ในยุคที่อาชญากรรมออนไลน์กำลังระบาดหนัก ตำรวจไซเบอร์ สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลุยตรวจเข้มเสาสัญญาณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เป็นข่าวดีที่ทำให้ประชาชนโล่งใจ เพราะแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้มักใช้สัญญาณโทรศัพท์ข้ามแดนโทรหลอกลวงให้เราหลงกลโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว การลงมือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องพี่น้องชาวไทยจากภัยคุกคามไซเบอร์

ตำรวจไซเบอร์ สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลุยตรวจเข้มเสาสัญญาณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ (ผบช.สอท.) และพล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผู้บังคับการสถานีตำรวจไซเบอร์ 5 (ผบก.สอท.5) พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผู้กำกับการกลุ่ม 2 บก.สอท.5 ร่วมกับนายสุทิน ทองมาก ผู้อำนวยการกสทช.เขต 41 ตำรวจท้องที่จังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่จากผู้ให้บริการเครือข่าย True, AIS, DTAC ลงพื้นที่ปฏิบัติการใหญ่

เป้าหมายหลักคือการตรวจสอบและปรับปรุงเสาสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย จำนวน 3 จุด เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณล้ำแดนไปเอื้อประโยชน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเริ่มจากการประชุมวางแผนที่ห้องประชุม สภ.สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ก่อนลงพื้นที่วัดรัศมีสัญญาณจริง

จุดตรวจสอบเสาสัญญาณหลัก 3 จุด

  • จุดแรก: พื้นที่เขตชายแดนไทย-มาเลเซีย ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก (ท่ากอไผ่) – ปรับลดความเข้มสัญญาณและทิศทางแอนเทนนา
  • จุดที่สอง: พื้นที่ชุมชนประปา ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก – ตรวจสอบและแก้ไขให้สัญญาณอยู่ในเขตไทยเท่านั้น
  • จุดที่สาม: เสาสัญญาณของผู้ให้บริการในปท.สุไหงโก-ลก – ปรับองศาและความเข้มของแอนเทนนาให้เป็นไปตามมาตรฐานกสทช.

เจ้าหน้าที่ได้กำชับผู้ประกอบการโทรคมนาคมทุกค่ายให้ปฏิบัติตามมาตรการของกสทช. โดยทำข้อตกลงเพิ่มเติม เช่น ร่วมตรวจข้อมูลซิมบ็อกซ์ในพื้นที่เป้าหมาย เฝ้าระวังสัญญาณล้ำแดน และพร้อมปฏิบัติการร่วมหากพบปัญหา การตัดช่องทางสัญญาณเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะใช้โทรศัพท์จากชายแดนหลอกลวงคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จับกุมร้านขายซิมการ์ดผิดกฎหมาย

นอกจากตรวจเสาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ยังร่วมกับกสทช. กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และสภ.สุไหงโก-ลก ตรวจค้นร้านจำหน่ายซิมการ์ดที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2560 โดยจับกุมผู้กระทำผิดได้ 2 ราย ซึ่งซิมเหล่านี้มักถูกแก๊งสแกมใช้ในการโทรหลอกลวงฉ้อโกง

  • น.ส.โนรฮาฟีซา สะมะแอ อายุ 33 ปี ที่ร้านใน ต.สุไหงโก-ลก ของกลาง: ซิมลงทะเบียน 39 ซิม เงินสด 500 บาท
  • น.ส.สุดารัตน์ ดาโอ๊ะ อายุ 28 ปี ที่ร้านใน ต.สุไหงโก-ลก ของกลาง: ซิมลงทะเบียน 3 ซิม เงินสด 500 บาท

ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีฐาน “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวเพื่อให้มีการซื้อขายเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลงทะเบียนแล้วแต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้ได้” ก่อนส่งพนักงานสอบสวนสภ.สุไหงโก-ลก ดำเนินคดีต่อไป

ทำไมการสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติถึงสำคัญ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยเฉพาะจากชายแดนใต้ มักใช้เสาสัญญาณที่ล้ำแดนและซิมบัตรผิดกฎหมายในการโทรหลอกให้เหยื่อโอนเงิน รายงานพบว่าปีละมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท การที่ ตำรวจไซเบอร์ สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลุยตรวจเข้มเสาสัญญาณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย จึงเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยตัดกำลังให้มิจฉาชีพ นอกจากนี้ยังประสานงานกับกสทช. และค่ายมือถือเพื่อเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ประชาชนสามารถช่วยเหลือได้โดยไม่รับโทรศัพท์จากหมายเลขต้องสงสัย ไม่โอนเงินตามคำสั่ง และรายงานเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือแอป Thairath News เพื่อแจ้งเตือนทันที

การปฏิบัติการครั้งนี้พิสูจน์ว่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนคือกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ หากทุกคนตื่นตัว ไทยจะปลอดภัยจากสแกมเมอร์มากขึ้นแน่นอน

เรียกร้องให้คุณ: แชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ และญาติให้ระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ร่วมกันสร้างสังคมปลอดภัยจากภัยออนไลน์!

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์ สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลุยตรวจเข้มเสาสัญญาณแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: