การปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือที่เรียกว่า “ชัตดาวน์” ที่ยาวนานถึง 43 วัน ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในร่างกฎหมายเพื่อยุติภาวะดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ ทรัมป์ยุติชัตดาวน์ 43 วัน ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้เปิดงบประมาณฟื้นฟูโครงการช่วยเหลือด้านอาหาร จ่ายค่าจ้างพนักงานรัฐหลายแสนคน และฟื้นระบบควบคุมการบินที่หยุดชะงักไปก่อนหน้านี้
ร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา จะต่ออายุการจัดสรรงบประมาณไปจนถึงวันที่ 30 มกราคม ทำให้หน่วยงานของรัฐสามารถกลับมาเปิดทำการได้ภายในวันพฤหัสบดีนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าบริการของรัฐบาลจะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อใด ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงมีภาระหนี้สินรวมกว่า 38 ล้านล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี
การสิ้นสุดของภาวะ ทรัมป์ยุติชัตดาวน์ 43 วัน ครั้งนี้ จะช่วยให้บริการที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการบิน มีเวลาในการฟื้นตัวก่อนช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้าที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้ ยังรวมถึงการกลับมาของโครงการแจกอาหารให้กับครอบครัวรายได้น้อยในช่วงเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงหน่วยงานสถิติของรัฐบาลจะสามารถกลับมาเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดรายงานไปตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าทำเนียบขาวจะระบุว่า รายงานตัวเลขการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเดือนตุลาคม อาจจะไม่ถูกเผยแพร่อีกต่อไป
ทรัมป์ยุติชัตดาวน์ 43 วัน: สิ้นสุดประวัติศาสตร์
นักเศรษฐศาสตร์ได้ประเมินว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลในครั้งนี้ ส่งผลให้ GDP ของสหรัฐฯ ลดลงกว่า 0.1% ต่อสัปดาห์ของการชัตดาวน์ แม้ว่าส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าผลกระทบดังกล่าวจะค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงต่อไป การลงมติในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในระดับรัฐหลายแห่งเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ไม่สามารถผลักดันให้มีการขยายสิทธิประโยชน์เงินอุดหนุนประกันสุขภาพของรัฐบาลกลางได้ ในขณะที่ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาในสภา
ระหว่างการอภิปราย มิกกี้ เชอร์ริล สส.เดโมแครตจากรัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้เรียกร้องให้เพื่อนร่วมสภา “อย่ายอมให้สภานี้กลายเป็นตราประทับยางสำหรับรัฐบาลที่พรากอาหารจากเด็กและทำลายระบบสาธารณสุขของประชาชน”
แม้ว่าภาวะ ทรัมป์ยุติชัตดาวน์ 43 วัน จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดที่ถือว่าได้รับชัยชนะอย่างชัดเจน ผลสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์/อิปซอส แสดงให้เห็นว่า ประชาชน 50% กล่าวโทษพรรครีพับลิกัน ในขณะที่ 47% กล่าวโทษพรรคเดโมแครต สำหรับวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
ผลกระทบหลังจาก ทรัมป์ยุติชัตดาวน์ 43 วัน
นอกจากการกลับมาทำงานของสภาผู้แทนฯ หลังจากการหยุดพักตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ยังนำไปสู่การรื้อฟื้นประเด็นการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศที่เสียชีวิตในเรือนจำ โดยสภาเตรียมพิจารณาการเผยแพร่เอกสารที่ยังไม่เป็นความลับทั้งหมด หลังจากที่พรรคเดโมแครตได้เปิดเผยเอกสารบางส่วนเพิ่มเติมในวันเดียวกัน
ร่างกฎหมายงบประมาณฉบับนี้ ยังมีบทบัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 8 คน สามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกระทรวงยุติธรรมได้สูงสุด 5 แสนดอลลาร์ หากถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวจากการสืบสวนเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม ปี 2021 พร้อมทั้งชำระค่าทนายความและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ย้อนหลังอีกด้วย
การยุติชัตดาวน์ครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนชาวอเมริกัน แต่ก็ยังคงต้องจับตาดูต่อไปว่า รัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินและผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้อย่างไร
ที่มา – ทรัมป์ลงนามยุติภาวะชัตดาวน์ 43 วัน ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ


