ทรัมป์รับ “ผิดหวัง” ท่าทีอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ ขณะที่โอมานชี้ว่ามีความคืบหน้าครั้งสำคัญที่อาจช่วยหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ในตะวันออกกลางได้
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ที่เป็นหัวใจสำคัญ ท่ามกลางการเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เรือบรรทุกเครื่องบินยักษ์ USS Gerald R. Ford กำลังมุ่งหน้าสู่อ่าวเปอร์เซียใกล้ชายฝั่งอิสราเอล สร้างแรงกดดันมหาศาลให้เตหะรานต้องยอมรับข้อเรียกร้องจากวอชิงตัน
ทรัมป์รับ “ผิดหวัง” ท่าทีอิหร่านเจรจานิวเคลียร์
หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กรุงเจนีวา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยต่อท่าทีของรัฐบาลอิหร่าน เขาย้ำชัดว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด และเรียกร้องให้หยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ แม้อิหร่านจะยืนยันมาตลอดว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีจุดประสงค์เพื่อการใช้พลังงานอย่างสันติเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยตัดสินใจถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ปี 2015 ที่กำหนดให้อิหร่านจำกัดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมไว้ที่ต่ำมากเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธ ล่าสุดในเดือนมิถุนายน เขายังประกาศว่าสถานที่นิวเคลียร์สำคัญของอิหร่านถูกทำลายอย่างสิ้นซากจากการโจมตีทางอากาศร่วมกับอิสราเอล ซึ่งยิ่งทำให้การเจรจาครั้งนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย
โอมานชี้ความคืบหน้าครั้งสำคัญในการเจรจา
ในทางตรงกันข้าม โอมานในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ย ได้ให้ภาพที่สดใสกว่ามาก รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บัดร์ อัลบูไซดี ระหว่างพบปะกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ที่วอชิงตัน เปิดเผยว่าอิหร่านยอมรับหลักการสำคัญ โดยตกลงไม่กักตุนยูเรเนียมในทุกระดับ และจะแปลงสต็อกยูเรเนียมที่มีอยู่ให้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อัลบูไซดีให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ของ CBS ว่า หากเป้าหมายคือป้องกันไม่ให้อิหร่านมีระเบิดนิวเคลียร์ตลอดกาล ข้อตกลงนี้คือกุญแจสำคัญ และคาดว่าจะสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้ภายใน 3 เดือนข้างหน้า
- อิหร่านตกลงไม่กักตุนยูเรเนียมทุกระดับ
- ปรับลดสต็อกยูเรเนียมให้เป็นเชื้อเพลิงพลเรือน
- โอมานประเมินก้าวหน้าใหญ่หลีกเลี่ยงสงคราม
- ใช้เวลา 3 เดือนปิดดีลขั้นสุดท้าย
ด้านสหรัฐฯ รัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ เตรียมเยือนอิสราเอลวันจันทร์เพื่อหารือเรื่องอิหร่าน ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ non-essential และครอบครัวอพยพออกจากอิสราเอลชั่วคราวเนื่องจากความเสี่ยงสูง
หลายชาติออกคำเตือนการเดินทาง เช่น เยอรมนีห้ามเดินทางไปอิสราเอล สหราชอาณาจักรย้ายเจ้าหน้าที่จากเทลอาวีฟ จีนเรียกร้องให้พลเมืองอพยพจากอิหร่านโดยด่วน นอกจากนิวเคลียร์ ทรัมป์ยังกล่าวหาอิหร่านพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปที่ยิงถึงสหรัฐฯ ได้ รูบิโอเตือนว่าหากไม่เจรจาขีปนาวุธจะเป็นปัญหาใหญ่ แม้อิหร่านยืนกรานว่าการพูดคุยจำกัดแค่นิวเคลียร์ ล่าสุดสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีอิหร่านเป็นรัฐสนับสนุนการลักพาตัวพลเมืองอเมริกัน
รัฐมนตรีต่างประเทศไทยอิหร่าน อับบาส อารักชี ระบุว่าความสำเร็จขึ้นกับความจริงใจและสมจริงจากสหรัฐฯ โดยไม่เรียกร้องเกินขอบเขต
ทรัมป์รับ “ผิดหวัง” ท่าทีอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ สะท้อนถึงความขัดแย้งที่ยังมีช่องว่างมาก แต่ความหวังจากโอมานอาจเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม หากทั้งสองฝ่ายยอมถอยคนละก้าว
ติดตามข่าวสารต่างประเทศล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึกได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญในตะวันออกกลาง
ที่มา – ทรัมป์รับ “ผิดหวัง” ท่าทีอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ ขณะที่โอมานชี้มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ


