สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงที่ราคาน้ำมันและพลังงานพุ่งสูงขึ้นแบบไม่หยุดหย่อน ทำให้ประชาชนหลายคนเริ่มกังวลใจกันถ้วนหน้า วันนี้เรามีข่าวดีมาอัปเดตให้ฟังกันครับ “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน ซึ่งเป็นคำชี้แจงจากนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ออกมาให้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมา เพื่อคลายความกังวลของสังคม
“ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 นายธนกรได้ออกมาพูดถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในไทยเท่านั้น โดยยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจเลยสักนิด แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการที่มีข้อจำกัดในการตัดสินใจบางเรื่อง แต่ก็กำลังดำเนินการหลายอย่างอยู่เบื้องหลัง เช่น การให้กระทรวงการคลังพิจารณาลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญกว่านั้น นายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจน หากพบการกักตุนน้ำมันหรือพลังงาน รัฐบาลพร้อมดำเนินคดีทันที ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครทั้งสิ้น นี่คือจุดยืนที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับปัญหานี้มากแค่ไหน
ทำไมรัฐบาลรักษาการถึงมีข้อจำกัด?
หลายคนอาจสงสัยว่ารัฐบาลทำไมออกมาตรการช้า หรือทำไมไม่คล่องตัวเหมือนรัฐบาลปกติ คำตอบคือเพราะเป็นช่วงรักษาการ รัฐบาลไม่สามารถอนุมัติงบประมาณใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักได้ง่าย ๆ ต้องรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น นายกฯ ก็ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เรียกประชุมด่วน โทรหาผู้รับผิดชอบ และกำชับ ส.ส. ลงพื้นที่แจ้งข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ แม้จะไม่ประกาศใหญ่โต แต่การทำงานเบื้องหลังนี้มีจริง
- ลดภาษีสรรพสามิต: ครม.เห็นชอบให้คลังศึกษาวิธีลดและระยะเวลา เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
- ช่วยเหลือเปราะบาง: ใช้บัตรสวัสดิการและกลไกอื่น ๆ สนับสนุนค่าพลังงาน
- ปราบกักตุน: ดำเนินคดีเด็ดขาดตามกฎหมาย
- ติดตามใกล้ชิด: นายกฯ สอบถามสถานการณ์ทุกวัน
วิกฤตพลังงานครั้งนี้มาจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามในยูเครน การลดผลิตน้ำมันของ OPEC และปัญหาซัพพลายเชนทั่วโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูง กระทบไทยโดยตรงเพราะนำเข้ามาก รัฐบาลจึงต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรงหรือขาดแคลน
ฝ่ายค้านวิจารณ์หนัก แต่รัฐบาลมีคำตอบ
ฝ่ายค้านบางคนบอกว่ารัฐบาลช้าเกินไป ไม่ช่วยประชาชนทันท่วงที แต่ “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน โดยชี้ว่าการโจมตีแบบนี้สร้างความตื่นตระหนกให้สังคมเปล่า ๆ แทนที่จะเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นประโยชน์ นายธนกรเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ใช้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่วาทกรรมหากินทางการเมือง เพราะในที่สุด ประชาชนต่างหากที่เดือดร้อน
ย้อนดูประวัติศาสตร์ ไทยเคยเจอวิกฤตน้ำมันปี 2542 และ 2551 รัฐบาลสมัยนั้นก็ใช้เวลาปรับตัวเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยความร่วมมือ ถ้าวันนี้เรายังสาดโคลนใส่กัน สังคมจะกลายเป็นวาทกรรมล้วน ๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาได้เลย
ส่วนตัวผมเห็นด้วยว่ารัฐบาลควรสื่อสารให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อลดช่องว่างข้อมูล แต่ก็เข้าใจข้อจำกัดช่วงเปลี่ยนผ่าน การลดภาษีและปราบกักตุนเป็นก้าวแรกที่ดี ถ้าทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน รัฐบาลจะมีช่องว่างจัดการได้มากขึ้น เช่น ใช้รถสาธารณะ ลดใช้เครื่องปรับอากาศ หรือหันมาใช้พลังงานทดแทนอย่างไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มอย่างประหยัด
สุดท้ายนี้ “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน เป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลยังทำงานอยู่ เราในฐานะประชาชนควรให้กำลังใจและร่วมมือกัน คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? คิดว่ารัฐบาลควรทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้ช่วยกันหาทางออกไปด้วยกัน!
ที่มา – “ธนกร” ยันนายกฯ ติดตามวิกฤตพลังงานใกล้ชิด แจงรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัด วอนเลิกวาทกรรมสาดโคลน
