'ธรรมนัส' ปัดแย่งกลาโหมจาก 'บิ๊กป้อม' ยัน 'กล้าธรรม' ได้คุมเกษตรฯ- ศธ.

“ธรรมนัส” ปัดแย่งกลาโหม ยัน “กล้าธรรม” คุมเกษตรฯ-ศธ.

“อนุทิน” นำทีมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจิบกาแฟยามเย็น “ธรรมนัส” ออกโรงปฏิเสธข่าวแย่งกระทรวงกลาโหมจาก “บิ๊กป้อม” ชี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด ยืนยันพรรค “กล้าธรรม” ได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการแน่นอน แต่ยังอุบไต๋เรื่องกระทรวงอื่น ๆ เพิ่มเติม ด้าน “เสี่ยหนู” ชนแก้วกาแฟอย่างอารมณ์ดี พร้อมกล่าวติดตลกว่าขออย่าให้เหมือน “ช็อกมินต์”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อพบปะและหารือเป็นการส่วนตัวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี จากนั้น ร้อยเอกธรรมนัสได้เดินลงมายังร้านกาแฟจาริสต้าร์ ซึ่งนางสาวธนพร ศรีวิราช ภรรยาของร้อยเอกธรรมนัสกำลังรออยู่

ร้อยเอกธรรมนัสได้สั่งเครื่องดื่มอเมริกาโน่ร้อน ไม่หวาน และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การเดินทางมาในวันนี้เป็นการมารับภรรยา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการยืนยันตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด โดยเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ตนได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นผู้จัดการทั้งหมด วันนี้ตนเพียงแค่แวะมาทำธุระกับภรรยาเท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันว่า การเป็นนักการเมืองนั้น ต้องพร้อมที่จะทำหน้าที่ทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ แต่เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในรายละเอียดขนาดนั้น

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าตนเองแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจาก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น ร้อยเอกธรรมนัส มองว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตำแหน่งทางการเมืองไม่สามารถแย่งกันได้ และตนเองก็ไม่ได้คิดที่จะแย่งชิงอะไรจากใครทั้งสิ้น พร้อมทั้งยืนยันว่าในฐานะนักการเมือง ตนเองพร้อมที่จะร่วมงานกับทุกคนได้ และไม่ต้องการให้นำเรื่องการเมืองมาเป็นอุปสรรค

สำหรับความกังวลเกี่ยวกับคุณสมบัติของตนเองนั้น ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการตรวจสอบ ที่ผ่านมา ตนเองได้ให้โอกาสรุ่นน้องได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะต้องการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงาน และขอให้ยุติการพูดถึงเรื่องการรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระบบของพรรค

ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยันถึงการรับตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ว่า นายอนุทินได้แจ้งแล้วว่าจะมอบหมายให้พรรคกล้าธรรมดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ต้องรอการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีก่อน

หลังจากนั้น นายอนุทินได้เชิญร้อยเอกธรรมนัสไปนั่งพักที่ร้านคาเฟ่ และร้อยเอกธรรมนัสได้ขอชนแก้วกับว่าที่นายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายอนุทินจะหัวเราะและกล่าวว่า “หวังว่าจะไม่เหมือนช็อกมินต์” พร้อมกันนั้นก็ได้สั่งเค้กส้มให้ร้อยเอกธรรมนัสได้ลองชิม เมื่อได้ลิ้มลองแล้ว ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่าอร่อยมาก ผู้สื่อข่าวได้แซวว่า อร่อยเหมือนช็อกมินต์หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่า “จำไม่ได้”

ต่อมา ในเวลา 17.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เดินทางมาร่วมวงกาแฟด้วยอีกคน

ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะมีความคืบหน้าไปมากแล้วก็ตาม การแย่งชิงตำแหน่งและอำนาจยังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวงการการเมืองไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่นักการเมืองต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

“ธรรมนัส” ปัดแย่งกลาโหม ยัน “กล้าธรรม” คุมเกษตรฯ-ศธ.

ร้อยเอกธรรมนัส ยืนยัน “กล้าธรรม” ได้คุมเกษตรฯ-ศธ.

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราได้เห็นความพยายามของร้อยเอกธรรมนัสในการปฏิเสธข่าวลือเรื่องการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงการยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมจะได้รับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถือเป็นสองกระทรวงหลักที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจก็คือ การที่พรรคกล้าธรรมได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการนั้น จะส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาประเทศในด้านใดบ้าง นโยบายของพรรคกล้าธรรมในด้านการเกษตรและการศึกษาจะเป็นอย่างไร และจะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่สังคมต้องจับตามองต่อไป

การยืนยันของร้อยเอกธรรมนัสในครั้งนี้ อาจช่วยคลี่คลายความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวงการการเมืองได้บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การที่ทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

พรรคกล้าธรรม ได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นความคาดหวังของประชาชนที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น การบริหารงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมมีความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจในการบริหารประเทศต่อไป

แน่นอนว่าการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเผชิญกับความท้าทายและความกดดันมากมาย แต่หากนักการเมืองทุกคนยึดมั่นในหลักการความถูกต้อง ซื่อสัตย์ และตั้งใจจริง ก็จะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

ในท้ายที่สุดแล้ว การเมืองไม่ใช่เรื่องของการแย่งชิงอำนาจ แต่เป็นเรื่องของการเสียสละและทำเพื่อส่วนรวม การทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และความสามัคคีของทุกฝ่าย จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

ที่มา – “ธรรมนัส” ปัดแย่งกลาโหมจาก “บิ๊กป้อม” ยัน “กล้าธรรม” ได้คุมเกษตรฯ- ศธ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: