นายกฯ รูดซิปปากเลี่ยงตอบสื่อ ถามปม PM2.5 บอก ขอไปเชียงใหม่ก่อน เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสนใจในหมู่ประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กำลังรุนแรงในภาคเหนือของประเทศไทย วันที่ 20 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่เมืองทองธานี
นายกฯ รูดซิปปากเลี่ยงตอบสื่อ ถามปม PM2.5 บอก ขอไปเชียงใหม่ก่อน
เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงงานประชุม สื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์ต่างพากันถามถึงปัญหา PM2.5 ที่กำลังเป็นวิกฤตในภาคเหนือ แต่ท่านนายกฯ กลับทำท่ารูดซิปปากอย่างขำๆ ก่อนตอบสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวไปเชียงใหม่ก่อน” การกระทำนี้สะท้อนถึงสไตล์การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาและเน้นการลงพื้นที่แก้ปัญหาจริงมากกว่าการให้สัมภาษณ์ยาวเหยียด
กำหนดการลงพื้นที่เชียงใหม่แก้ปัญหา PM2.5
หลังจากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการบินตรงไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีกิจกรรมสำคัญดังนี้:
- เวลา 13.30 น. เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ณ หอประชุมอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
- เวลา 15.30 น. ลงพื้นที่ติดตามภารกิจดับไฟป่า ณ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด ตรวจการดำเนินงานตามแนวคิด “ป่าเปียก (Wet Fire Break)” ซึ่งเป็นการสร้างแนวกันไฟด้วยความชื้น และติดตามการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ (LAI) เพื่อสำรวจและดับไฟป่า
ปัญหา PM2.5 ในภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ เป็นภัยคุกคามสุขภาพที่เกิดจากไฟป่า การเผาในที่โล่ง และมลพิษข้ามพรมแดน ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยและเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง รัฐบาลจึงเร่งรัดมาตรการต่างๆ เช่น การควบคุมการเผา การใช้โดรนดับไฟ และส่งทีมแพทย์ช่วยเหลือผู้ป่วยทางเดินหายใจ
การที่นายกฯ เลือกไปเชียงใหม่ก่อน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาที่ต้นตอ แทนการตอบคำถามสื่อเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีทันสมัย เช่น โดรน LAI ที่สามารถสำรวจพื้นที่ยากเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ดับไฟ
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การแก้ PM2.5 ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่ลดการเผาไหม้ฟาง ชาวบ้านที่ช่วยเฝ้าระวังไฟป่า และหน่วยงานรัฐที่บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด นโยบายจากนายกรัฐมนตรีครั้งนี้คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้ติดตามแอปพลิเคชันตรวจวัดคุณภาพอากาศ เช่น AirVisual หรือเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ และเตรียมหน้ากาก N95 ไว้ใช้ สวมเสื้อผ้าปิดมิดชิด และดื่มน้ำมากๆ เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น
สุดท้ายนี้ การลงพื้นที่ของนายกฯ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าปัญหา PM2.5 จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ลองติดตามผลการประชุมและนโยบายใหม่ๆ ที่จะออกมา คุณคิดว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยลด PM2.5 ได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
ที่มา – นายกฯ รูดซิปปากเลี่ยงตอบสื่อ ถามปม PM2.5 บอก ขอไปเชียงใหม่ก่อน



