นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองยุโรปตะวันออก เมื่อเอวิกา ซิลิญา นายกรัฐมนตรีหญิงของลัตเวีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งท่ามกลางวิกฤตที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากเหตุการณ์โดรนของยูเครนที่หลงทางเข้ามาในน่านฟ้าลัตเวีย ส่งผลให้เกิดความเสียหายและดราม่าทางการเมืองครั้งใหญ่
นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง
เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ซึ่งเป็นปีที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดจากสงครามยูเครน-รัสเซีย โดรน 3 ลำที่เชื่อว่าเป็นของยูเครนและมุ่งเป้าโจมตีรัสเซีย เกิดหลงทิศทางเนื่องจากสัญญาณรบกวน เข้ามารุกล้ำน่านฟ้าลัตเวียประเทศสมาชิกนาโต้ทางทะเลบอลติก โดรนลำหนึ่งตกลงบนพื้นดิน ลำที่สองพุ่งชนแท็งก์น้ำมันที่ว่างเปล่าใกล้เมืองเรเซกเน ทำให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ส่วนลำที่สามบินออกจากน่านฟ้าไปได้
ชาวบ้านในพื้นที่วิจารณ์หนักว่ารัฐบาลตอบสนองช้า การแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ล่าช้ากว่าหนึ่งชั่วโมง สร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง นายกฯ ซิลิญาจึงสั่งปลดนายแอนดริส สพรูดส์ รัฐมนตรีกลาโหมทันที หลังวิจารณ์การทำงานของเขาว่าล้มเหลว แม้ลัตเวียจะใช้งบกลาโหมสูงถึง 5% ของ GDP ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานนาโต้ แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ
สาเหตุที่ทำให้นายกฯ ลัตเวียลาออก
การปลด รมว.กลาโหมกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย พรรค Progressives ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของสพรูดส์ ประกาศถอนตัวทันที ส่งผลให้รัฐบาลผสมล่มสลาย เพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนตุลาคม ซิลิญาแถลงเมื่อ 14 พฤษภาคม 2567 ว่า “มีบางอย่างผิดพลาด เราไม่สามารถยอมให้เกิดซ้ำได้” และประกาศลาออก แต่ยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ต่อไป
ลัตเวียในฐานะชาติบอลติกที่มีพรมแดนติดรัสเซียและเบลารุส ตั้งอยู่ใกล้แนวรบยูเครนมากที่สุด เหตุการณ์โดรนนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นับแต่ต้นปีเกิดมาแล้ว 2 ครั้ง ทั้งลัตเวียและยูเครนยอมรับว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนและทดสอบระบบป้องกันของนาโต้
- โดรนยูเครนหลงทางจากสัญญาณรบกวนของรัสเซีย
- ชนแท็งก์น้ำมันใกล้เรเซกเน สร้างความเสียหาย
- การตอบสนองของกองทัพล่าช้า ชาวบ้านไม่พอใจ
- นำไปสู่การปลด รมว.กลาโหมและวิกฤตรัฐบาล
ผลกระทบต่อการเมืองลัตเวียและนาโต้
วิกฤตนี้เผยให้เห็นความเปราะบางของรัฐบาลผสมในลัตเวียที่ปกครองมานานหลายปี นายกฯ ซิลิญาจากพรรค New Unity ต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งฝ่ายค้านและพันธมิตร สงครามยูเครนทำให้ประเทศบอลติกลงทุนกลาโหมมหาศาล ลัตเวียสั่งซื้อขีปนาวุธและระบบป้องกันอากาศยานจากสหรัฐฯ เพิ่ม แต่เหตุการณ์นี้ชี้ว่ายังมีช่องโหว่
ในระดับนานาชาติ สหรัฐฯ และนาโต้สนับสนุนลัตเวียเต็มที่ โดยส่งทหารมาประจำการเพื่อป้องกันการรุกรานจากรัสเซีย เหตุโดรนยูเครนอาจเป็นสัญญาณว่ารบจะลุกลามมาถึงบอลติก สร้างความกังวลให้ชาติยุโรปทั้งทวีป
นอกจากนี้ ลัตเวียยังเผชิญปัญหาภายใน เช่น การจัดการกับชาวรัสเซียในประเทศที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม และเศรษฐกิจที่กระทบจากสงครามพลังงาน การลาออกของนายกฯ อาจนำไปสู่การเลือกตั้งล่วงหน้า ส่งผลต่อนโยบายสนับสนุนยูเครน
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง เป็นตัวอย่างของการที่ปัญหาความมั่นคงกลายเป็นชนวนทางการเมือง โดยเฉพาะในชาติเล็กที่ใกล้แนวหน้า สะท้อนความท้าทายของนาโต้ในการรับมือสงครามไฮบริด
สุดท้าย เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าสงครามยูเครนไม่ได้จำกัดแค่ยูเครนและรัสเซีย แต่ลุกลาม影響เพื่อนบ้านทั้งหมด ชาวลัตเวียหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเสริมระบบป้องกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและการเมืองโลก ติดตามเราต่อเพื่ออัปเดตล่าสุด และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับวิกฤตนี้
ที่มา – นายกฯ ลัตเวียลาออก หลังปลด รมว.กลาโหม ปมโดรนยูเครนลามการเมือง

